“คุณไนย” ปลายฝนเบิกตากว้างแล้วรีบลุกขึ้นในทันทีด้วยความใ
“คุณมาทำไมคะ”
“ผมจะมาลงโทษคุณที่กล้านินทาผมในวันนี้ไง” น้ำเสียงอ่อนหวาน เอ่ยพูดกับหญิงสาวพร้อมกับมือหนาดันร่างเล็กลง
“แล้วคุณลิตาล่ะคะ” ปลายฝนทำทีพูดขัด เพื่อให้เขาเปลี่ยนใจ
“ถามถึงทำไม”
“ก็คุณพาเธอมา...”
“แล้วไง?” เขาเลิกคิ้วถามอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณไม่นึกถึงจิตใจผู้หญิงของคุณบ้างเหรอคะ ป่านนี้ก็คงรู้แล้วว่าคุณหนีออกมาจากห้อง” ธไนยถอนหายใจ แล้วจับร่างเล็กเข้ามาหาเขา ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนในท่าสบาย
“ที่คุณบอกว่าจะไม่มีวันรักผม จริงเหรอ” เขาเปลี่ยนเื่ ยังคงคาใจกับสิ่งที่ปลายฝนพูดเมื่อ่กลางวัน
“ก็เราไม่ได้รักกันนี่คะ และที่สำคัญคุณก็ไม่เคยรักใครจริงด้วย ที่ฉันอยู่ตรงนี้ก็เพราะหนี้ที่น้องชายฉันก่อขึ้น ใครรักคุณก็บ้าแล้วล่ะค่ะ” ธไนยปล่อยยิ้ม แล้วยกมือขึ้นมาช้อยคางหญิงสาวอย่างบางเบา
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธผม”
“ฉันรู้ค่ะ ว่าคุณโด่งดังเป็ที่จับตามองของผู้หญิงทั้งประเทศ และฉันก็รู้ในสิ่งที่ผู้หญิงพวกนั้นไม่รู้ด้วย”
“อะไร” เขาขมวดคิ้ว
“รู้ว่าคุณไร้หัวใจแค่ไหนไงคะ” ธไนยยกยิ้มมุมปาก คำพูดของหญิงสาวคล้ายกับที่บิดาเคยต่อว่าเขาไม่มีผิด ก่อนจะก้มลงจุมพิตหญิงสาวอย่างกระหาย รวบร่างเล็กเข้าหาตัว พลางควานหาถุงยางในลิ้นชักที่อยู่ใกล้มือ ก่อนจัดการหญิงร่างเล็กที่กล้าอวดดีกับเขาอย่างง่ายดาย โดยที่อีกฝ่ายไม่คิดขัดขืน พร้อมยอมทำตามหน้าที่เพื่อรักษาความสงบสุขของครอบครัวตัวเองไว้
ธไนยทิ้งให้ลิตานอนหลับเพียงลำพังในห้องนอนใหญ่ ก่อนที่เธอจะลืมตาตื่นขึ้นกลางดึก แล้วควานหาร่างของชายหนุ่มพบเพียงความว่างเปล่า เธอใจหายวูบพลันเด้งตัวลุกขึ้นนั่งในทันที
“หรือว่า...” ลิตาพอเดาเหตุการณ์ได้คร่าว ๆ ว่าเขาคงไปหาปลายฝน ด้วยเพราะรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่าย งดงามจนเธอเองต้องยอมแพ้
“เธอคงไม่ได้เป็เพียงแม่บ้านธรรมดาแล้วสินะ” ลิตากำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด ความฝันที่เธอจะได้เป็คนรักของธไนย ให้เขาเชิดหน้าชูตาเหนือกว่าผู้หญิงคนอื่นค่อย ๆ ริบหรี่ลง ลิตายอมอดทนให้พ้นข้ามคืนนั้นไปด้วยความเ็ปและเก็บความคับแค้นใจไว้ในส่วนลึก
เช้าวันรุ่งขึ้นป้านุชชะงักนิ่ง เมื่อเห็นธไนยเดินออกมาจากห้องของปลายฝน ก่อนจะตั้งสติแล้วปล่อยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“วันนี้รับกาแฟไหมคะ”
“ไม่อ่ะ ผมจะรีบไปหาคุณพ่อ แล้วนี่ลิตายังไม่ตื่นอีกเหรอ”
“ตื่นนานแล้วค่ะ บอกว่าจะออกไปรอคุณไนยที่หน้าบ้าน เธอหน้างอด้วยนะคะ” ธไนยพยักหน้า อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว หันมองกลับไปยังห้องนอนของปลายฝน แล้วหันกลับมา
“รู้สึกเหมือนปลายฝนเธอจะตัวร้อนอ่อน ๆ ป้านุชช่วยดูแลเธอด้วยละกัน” เขาพูดพร้อมหยิบกระเป๋าใบเล็กแล้วก้าวเท้าออกจากบ้านไป พร้อมกับรอยยิ้มกว้างของป้านุช ยืนส่งรถคันหรูที่ขับออกไปด้วยความเร็ว
ภายในรถคันหรูที่แล่นออกมาจากบ้านหลังใหญ่ ลิตาเก็บความเ็ปไว้ได้เพียงครู่เดียว จึงตัดสินใจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เมื่อคืนไปไหนเหรอคะ ฉันตื่นมากลางดึกแล้วไม่พบคุณ” ธไนยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วหันกลับมาจับมือลิตา
“ถ้าคุณรู้แล้วจะได้อะไร อย่ารู้เลยดีกว่า”
“เพราะผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ คุณไปหาเธอใช่ไหมคะ” หญิงสาวเค้นถาม
“....” ธไนยนิ่งเงียบไม่ตอบ ก่อนปล่อยมือหญิงสาวออกแล้วเลื่อนมาจับพวงมาลัยแน่น
“ใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้ว เช็ดน้ำตาซะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่ลิตาจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างว่าง่าย
ธไนยและลิตาเข้ามายังโรงพยาบาลพร้อมกัน ทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาราวกับคนรัก มือของลิตาคว้าแขนชายหนุ่มเข้ามาคล้องไว้ คล้ายกับประกาศให้คนทั้งโรงพยาบาลล่วงรู้ว่าเธอและเขาใกล้ชิดกันมากเท่าใด ทว่าหญิงสาวทำเช่นนั้นได้ไม่นาน จึงโดนธไนยดึงมือออก
“ผมไปหาคุณพ่อก่อนนะ ส่วนวันนี้ผมมีประชุมงานต่อ คุณกลับบ้านเองละกัน”
“แล้วจะให้ลิตากลับบ้านที่ไหนคะ บ้านคุณหรือว่า...”
“กลับบ้านคุณก่อนจะดีกว่า ่นี้ผมกลับดึกบ่อย ไม่อยากให้คุณต้องเหงา” เขาพูดจบ พลางยกมือลูบศีรษะหญิงสาว แล้วหันตัวเข้าห้องบิดาไป ปล่อยให้หัวใจของลิตาหล่นวูบคล้ายตกจากที่สูง ด้วยเพราะเขาไม่ค่อยสนใจเธอเหมือนก่อน
“มองอะไรกัน” เธอหันไปตวาดเพื่อนร่วมงานที่ทำท่าจับกลุ่มกระซิบกระซาบบางอย่าง
ธไนยเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นของผู้เป็บิดา ก่อนจะทอดสายตามองชายชราที่กำลังนอนหลับสนิท แล้วหันไปถามหมอเ้าของไข้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อาการพ่อเป็ไงบ้างหมอ”
“ทุกอย่างโดยรวมยังทรงตัวอยู่ มีขยับเท้าได้บ้างเล็กน้อย แต่หมอแนะนำว่า่นี้ไม่ควรนำเื่งานมาปรึกษาท่าน เพราะหากจิตใจว้าวุ่นแล้ว จะมีผลกระทบต่อร่างกาย หลายวันมานี้ก็ทานได้มากขึ้นด้วย”
“หึ ทานได้มากขึ้น นั่นเพราะผมไม่ได้มาเยี่ยมหรือเปล่า” ธไนยพูดติดตลก ก่อนที่หมอจะปล่อยยิ้มออกมา
“ไม่หรอกครับ บ่นหาคุณไนยอยู่บ่อยเหมือนกัน” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วสงสัย
