บรรยากาศภายในโถงอาหารพลันตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เบื้องหน้าของทุกคนคือร่างของสตรีผู้ต้องสงสัยนับสิบชีวิต ยืนเรียงแถวหน้ากระดานด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ดวงตาฉายแววหวาดผวาประหนึ่งลูกแกะที่กำลังเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ร้าย
หรงป๋อหยวน ก้าวเดินโซเซส่ายไปมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ กลิ่นสุราคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำด้วยฤทธิ์เมรัย ดวงตาปรือปรอยกวาดมองกลุ่มสาวใช้อย่างคาดคั้นพลางตะคอกเสียงดังลั่น
"หนึ่งในพวกเ้า... ที่กล้าลอบวางยาน้องสาวข้า! สารภาพมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงอ้อนวอนระงมไปทั่วโถง "บ่าวไม่กล้าเ้าค่ะ... บ่าวไม่กล้าจริงๆ!" ทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ความโเี้ของ หรงเจิ้นกั๋ว หากใครบังอาจลอบสังหารสายเืของจอมทัพ โทษทัณฑ์ที่ได้รับย่อมมิใช่เพียงความตายธรรมดา
"นางสารเลว! ไม่ยอมรับอย่างนั้นหรือ!" หรงป๋อหยวนแหกปากร้องเสียงหลงด้วยความโมโหโทโส เขาเงื้อมือขึ้นแล้วตบฉาดลงบนใบหน้าของพวกนางเรียงตัว
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่สายตาหยาดเยิ้มจะไปหยุดลงที่หัวหน้าแม่ครัวาุโวัยหกสิบเศษ สตรีนางนี้ครอบครัวของนางรับใช้ตระกูลหรงมาอย่างซื่อสัตย์ยาวนานั้แ่รุ่นบรรพบุรุษ
"ต้องเป็นางแก่สารเลวผู้นี้แน่ๆ! เมื่อกี้ข้าเพิ่งตบสั่งสอนไป แต่เ้ากลับบังอาจใช้สายตาจิกกัดข้า... นี่เ้าคิดจะฆ่าข้าด้วยสายตาอย่างนั้นรึ!" หรงป๋อหยวนป้ายความผิดให้หญิงชราอย่างไร้เหตุผล เพียงเพราะนางมีสีหน้าเ็ปจากการถูกประทุษร้าย
"มะ... ไม่ใช่บ่าวเ้าค่ะนายน้อย บ่าวหาได้คิดเช่นนั้นไม่" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจคลอหน่วยตา
"เป็แกนั่นแหละ! แค่เห็นใบหน้าเหี่ยวๆ ของเ้า ข้าก็รู้สึกไม่เจริญหูเจริญตาแล้ว สัญชาตญาณของข้าบอกว่าเ้าคือคนที่ลอบวางยาน้องสาวข้าแน่ๆ!"
หรงป๋อหยวนมิรอฟังคำค้าน มือหนาเอื้อมไปหยุมกระชากเส้นผมขาวโพลนของหญิงชราไว้มั่น ก่อนจะระดมตบสั่งสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนใบหน้าของนางบวมช้ำ ความรุนแรงที่ไร้สติทำให้บรรดาบ่าวรับใช้รอบข้างต่างพากันเบือนหน้าหนี
ท่ามกลางความวุ่นวายที่ดำเนินไปอย่างป่าเถื่อนและเสียงโหยหวน หรงเชียนเสวี่ย ยังคงประทับนั่งด้วยท่วงท่าสง่างามดวงตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าของ ครอบครัวนางทีละคนด้วยความรู้สึกสมเพชที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้ความเ็า
เริ่มจาก หรงเจิ้นกั๋ว บิดาผู้เป็ถึงแม่ทัพใหญ่ ทว่าภายใต้ฉากหน้าอันเกรียงไกรกลับซ่อนเร้นสันดานโลภโมโทสันและความอำมหิตที่ไร้ขีดจำกัด ถัดมาคือ ฮูหยินหลินปิงฉุน มารดาผู้ก้าวขึ้นมาจากตำแหน่งนางคณิกาอันดับหนึ่ง สตรีที่ครั้งหนึ่งบุรุษทั่วหล้าต่างยอมถวายหัวเพียงเพื่อจะได้เชยชมเรือนร่างนางสักครา และสุดท้ายคือ หรงป๋อหยวน พี่ชายผู้มีรูปโฉมงดงามปานเทพบุตร แต่เนื้อในกลับเปื่อยเน่าเป็เพียงสวะคลุกถังสุรา
"ช่างเป็ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ... ในความวิปริตเสียจริง"
นางรำพึงในใจพลางบรรจงคีบอาหารเข้าปากอย่างใจเย็น ภาพการทารุณกรรมเบื้องหน้าหาได้ระคายผิวของกุหลาบสีดำไม่ สำหรับผู้ที่เคยคลุกคลีกับสัญชาตญาณดิบมาทั้งชีวิต ฉากป่าเถื่อนนี้เป็เพียงเครื่องเคียง ที่ช่วยขับเน้นรสชาติอาหารให้เด่นชัดขึ้นในความรู้สึก
ทว่า ในขณะที่โทสะของหรงป๋อหยวนกำลังจะปะทุขึ้นอีกครา เสียงกรีดร้องที่แฝงไปด้วยความอัดอั้นก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"พอได้แล้ว! ได้โปรดพอสักที!... ข้า... ข้าเป็คนทำเอง ข้าเป็ผู้ลงมือวางยาคุณหนูเอง!"
สาวใช้นางหนึ่งที่มีวัยไล่เลี่ยกับหรงเชียนเสวี่ยถลันกายออกมาหมอบราบกับพื้น นางพรั่งพรูคำสารภาพออกมาพร้อมหยาดน้ำตาที่นองหน้า ร่างกายสั่นระริกประหนึ่งใบไม้ต้องลมพายุ หรงป๋อหยวน ที่กำลังเงื้อมือหมายจะซ้ำเติมหัวหน้าแม่ครัวชราก็ชะงักงัน เขาเลิกคิ้วขึ้นพลางปล่อยมือที่หยุมเส้นผมขาวโพลนนั้นออกอย่างไม่แยแส
"อ้าว... ฮ่าๆๆ! นี่ข้าจับผิดตัวรึเนี่ย?"
เขาแค่นหัวเราะพลางคว้าขวดสุราขึ้นมากระดกอึกใหญ่ น้ำจัณฑ์ไหลเปรอะเปื้อนคางและเสื้อผ้าหรูหราที่บัดนี้ดูซอมซ่อไม่ต่างจากอันธพาลข้างถนน เขาเดินโอนเอนเข้าไปหาพยานปากเอกที่นอนหมอบราบกับพื้น ก่อนจะเหวี่ยงเท้าถีบ เข้าที่ชายโครงของสาวใช้ผู้สารภาพจนนางกระเด็นไปกองกับพื้นอย่างไร้ความปรานี
"เสด็จพ่อ! เสด็จแม่! ลูกได้ตัวคนผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เขาร้องบอกด้วยน้ำเสียงโอ้อวดประหนึ่งนักรบที่เพิ่งชิงหัวแม่ทัพศัตรูมาได้ ท่ามกลางสายตาเ็าของหรงเชียนเสวี่ยที่ลอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ทว่าก่อนที่ท่านแม่ทัพผู้เป็บิดาจะได้เอ่ยคำใด ฮูหยินหลินปิงฉุน กลับยกมือกุมแก้มพลางปรบมือรัวด้วยความปรีดา ดวงตาของนางทอประกายชื่นชมบุตรชายเสเพลอย่างไม่ปิดบัง
"หรงป๋อหยวน... ลูกแม่! เ้าช่างเก่งกาจนัก สมแล้วที่มีสายเืของจอมทัพไหลเวียนอยู่ในกาย!"
คำชมเชยที่บิดเบี้ยวนั้นดังก้องไปทั่วโถง ราวกับว่าการใช้กำลังทารุณคนแก่และการถีบสาวใช้ที่ไร้ทางสู้คือวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การสรรเสริญ แม่ทัพหรงเจิ้นกั๋ว ละสายตาจากบุตรชายเสเพล หันไปจดจ้องบุตรสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"เสวี่ยเอ๋อร์... ลูกพ่อ เ้าคิดจะจัดการกับนางอย่างไร?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนการมอบอำนาจชี้เป็ชี้ตายไว้ในมือของนาง หรงเชียนเสวี่ย จ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของสาวใช้ที่หมอบสั่นเทาอยู่บนพื้นทันใดนั้น ภาพความทรงจำอันอัปยศของเ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาประหนึ่งเขื่อนแตก... ร่างเดิมของนางหาได้เป็เหยื่อผู้บริสุทธิ์ไม่ แต่นางคือนางมาร ที่เคยทารุณสาวใช้นางนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งก่นด่าด้วยวาจาถากถางและลงทัณฑ์ด้วยความอำเภอใจ ความชั่วช้าของหรงเชียนเสวี่ยคนเก่า แท้จริงแล้วก็คือเงาสะท้อนที่ถอดแบบมาจากคนในครอบครัวโฉดนี้นี่เอง
นางพรูลมหายใจยาวด้วยความสมเพชในอดีตที่ตนมิได้ก่อ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ท่านพ่อ... ปล่อยนางไปเถิด ที่ผ่านมาข้าเองก็มีส่วนผิดไม่น้อย"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบโต๊ะพลันแข็งค้างราวกับอากาศถูกสูบออกไป บ่าวไพร่และคนในครอบครัวต่างจ้องมองนางด้วยสายตาเดียวกัน... สายตาที่เต็มไปด้วยความกังขาและไม่เชื่อหู เพราะเป็ที่รู้กันทั่วเมืองหลวงว่าหรงเชียนเสวี่ยนั้นโหดร้ายและจิตใจคับแคบเพียงใด ไฉนวันนี้จึงกลับกลายเป็แม่พระผู้เปี่ยมเมตตาไปเสียได้?
ฉับ!!
เสียงโลหะแหวกอากาศดังสนั่น พร้อมกับประกายดาบที่วาววับตัดผ่านร่างของสาวใช้ในชั่วพริบตา! เืสีแดงฉานกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นหินอ่อนและอาภรณ์หรูหราของ หรงป๋อหยวน ที่บัดนี้ถือดาบอาบเืไว้ในมือด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
"ไปตายซะ!" เขาสบถออกมาอย่างสะใจ ก่อนจะหันไปประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องสายเืตระกูลหรง... มันผู้นั้นต้องถูกกำจัด! ความถูกต้องในแผ่นดินนี้ มีเพียงลมปากของพวกเราเท่านั้นที่เป็ผู้กำหนด!"
เขาสะบัดดาบไล่หยาดเืออกอย่างไม่ยี่หระ ทิ้งให้ร่างไร้ิญญานอนจมกองเือยู่เบื้องหน้ากุหลาบสีดำที่เฝ้ามองภาพนั้นด้วยดวงตาหรี่แคบลง...
ในโลกของมือสังหาร นางเคยคิดว่ามนุษย์นั้นโหดร้าย แต่ในโลกใบนี้... ความโหดร้ายกลับถูกเชิดชูเป็เกียรติยศ และดูเหมือนว่าหนทางสู่ ความสงบที่นางถวิลหา คงจะต้องถูกปูด้วยซากศพของคนในตระกูลนี้เสียก่อนกระมัง
