บรรยากาศภายในกระท่อมดินที่เคยเงียบเหงา บัดนี้ถูกอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวลของข้าวสวยหอมมะลิที่เพิ่งสุกใหม่ๆ กลิ่นน้ำมันหมูที่ใช้เจียวไข่ไก่จนฟูฟ่อง และกลิ่นหอมกรุ่นของผัดผักกาดขาวใส่กากหมูกรอบๆ สำหรับเด็กน้อยทั้งสองที่โตมากับซุปขี้รำข้าวและเปลือกข้าวโพด กลิ่นเหล่านี้ไม่ต่างจากกลิ่นของสรวง์
หลินชิงเหอนั่งมองลูกชายทั้งสองที่กำลังก้มหน้าก้มตาคีบอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ต้าเป่าพยายามเคี้ยวให้ช้าลงเพื่อซึมซับรสชาติ ส่วนเสี่ยวเป่าตัวน้อยนั้นมีคราบไข่ติดอยู่ที่มุมปากและเคี้ยวจนแก้มตุ่ย
ขณะที่เธอมองภาพนั้น ความรู้สึกสะท้อนใจสายหนึ่งก็แล่นผ่านเข้ามาในอก 'ถ้าฉันไม่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้เด็กสองคนนี้จะเป็อย่างไรต่อไปนะ?'
ในความทรงจำเดิม หลินชิงเหอคนก่อนเป็คนอ่อนแอและยอมคน เธอคงจะกอดแหวนทองวงนั้นไว้จนวันตายโดยไม่กล้าเอามาใช้ และปล่อยให้ลูกๆ ผอมโซจนล้มป่วย หรือไม่ก็คงถูกแม่สามีหลอกล่อจนแย่งชิงทรัพยากรชิ้นสุดท้ายไปได้ในที่สุด จิติญญาของนักธุรกิจสาวรู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่เหวี่ยงเธอมาที่นี่ อย่างน้อยเธอก็มี 'สมอง' และ 'ความเหี้ยมเกรียม' พอที่จะไม่ให้ใครหน้าไหนมาพรากความสุขไปจากเด็กบริสุทธิ์สองคนนี้
"แม่ครับ... แม่ไม่กินเหรอครับ?" ต้าเป่าเงยหน้าขึ้นถาม มือยังกำตะเกียบแน่น
"กินสิลูก พวกเ้ากินเยอะๆ แม่ซื้อมาเยอะแยะเลย" เธอส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ใบหน้าซูบผอมนี้จะทำได้
แต่แล้ว ความสงบสุขก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและเสียงะโแหลมสูงที่ดังมาจากหน้าบ้าน
ปัง!
ประตูไม้ที่สั่นคลอนอยู่แล้วถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนังดิน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมา หญิงชราท่าทางแข็งแรง ผิวเนื้อหยาบกร้านแต่ดูอิ่มเอิบกว่าคนทั่วไปในหมู่บ้าน เดินดุ่มๆ เข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ดวงตาที่เล็กหยีคู่นั้นจ้องมองไปที่โต๊ะอาหารทันที
"นั่นไง! ข่าวลือไม่ผิดจริงๆ! นังตัวซวย! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อข้าวขาวกับไข่กินฮะ!"
แม่เฒ่าหลิน หรือแม่สามีของเธอ ตวาดลั่นจนเสี่ยวเป่าสะดุ้งโหยงและรีบคลานไปหลบข้างหลังชิงเหอ
ชิงเหอวางตะเกียบลงอย่างใจเย็น เธอไม่ลุกขึ้นยืน แต่กลับพิงหลังกับผนังบ้านด้วยท่าทางที่ดูสง่างามอย่างประหลาด "แม่สามี... มาหาพวกเราถึงที่นี่ มีธุระอะไรหรือคะ? หรือว่าทางบ้านใหญ่ไม่มีข้าวจะกินแล้ว ถึงได้เดินดุ่มๆ เข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่เคาะประตูแบบนี้"
แม่เฒ่าหลินชะงักไปครู่หนึ่งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูกสะใภ้ แต่ความโลภมีมากกว่าความสงสัย "ไม่ต้องมาเล่นลิ้น! ฉันได้ยินคนในตลาดเล่ากันว่าแกเอาโสมป่าไปขายในตลาดมืดได้เงินมาเป็ฟ่อน! แกเป็คนของตระกูลหลิน เงินนั่นต้องเป็ของฉัน! เอาเงินออกมาเดี๋ยวนี้! แล้วก็นั่น... ข้าวขาวกับไข่นั่น ขนไปที่บ้านใหญ่ให้หมด หลานชายคนเล็กของฉันกำลังบ่นว่าอยากกินไข่พอดี"
ต้าเป่ากำหมัดแน่น น้ำตาคลอเบ้า "นี่เป็ของที่แม่ผมซื้อให้พวกเรานะครับคุณย่า!"
"หุบปากไอ้ลูกไม่มีพ่อ!" แม่เฒ่าหลินด่าทอหลานแท้ๆ อย่างไม่ใยดี "ของดีๆ แบบนี้ พวกแกกินไปก็เสียของเปล่าๆ เอามานี่!"
หญิงชราถลาเข้าไปจะตะครุบจานไข่เจียว แต่ชิงเหอไวกว่า เธอใช้มือข้างหนึ่งปัดมือแม่สามีออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลัก
"หยุดเดี๋ยวนี้!" ชิงเหอเปล่งเสียงที่ทรงพลังและเย็นเยียบ "แม่สามี... ฟังฉันให้ดีนะคะ ร่างกายของฉันและลูกๆ เป็คนของตระกูลหลินก็จริง แต่นั่นคือในนาม ตามกฎหมายและนโยบายใหม่ของรัฐบาลตอนนี้ 'ครอบครัวทหาร' ที่สามีหายสาบสูญไปในา จะต้องได้รับความคุ้มครองเป็พิเศษ เงินทุกหยวนที่ฉันหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ถือเป็สิทธิส่วนบุคคลที่แม้แต่พระเ้าก็พรากไปไม่ได้!"
แม่เฒ่าหลินหน้าแดงก่ำ "แก... แกกล้าเถียงฉันเหรอ! ฉันเป็แม่สามีแกนะ! ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าแกอกตัญญู!"
ชิงเหอแค่นยิ้ม "ฟ้องเลยค่ะ เชิญเลย! ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าหัวหน้าหมู่บ้านมาเห็นสภาพกระท่อมที่ผุพังกับหลานชายสองคนที่ผอมจนเห็นกระดูก ในขณะที่ทางบ้านใหญ่กินดีอยู่ดี... ท่านจะว่าอย่างไร? และถ้าฉันบอกท่านว่าแม่สามีมาบุกรุกบ้านม่ายทหารเพื่อแย่งชิงอาหารของหลานๆ กฎหมู่บ้านข้อที่ว่าด้วยการดูแลครอบครัววีรชนจะจัดการกับแม่ยังไงคะ?"
แม่เฒ่าหลินอึกอัก "แก... แกขู่ฉันเหรอ?"
"ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ ฉันพูดความจริง" ชิงเหอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะผอมกว่าแต่เธอกลับดูข่มขวัญอีกฝ่ายได้อย่างประหลาด "แม่รู้ไหมคะว่าตอนนี้ทางการเข้มงวดเื่การใช้อำนาจกดขี่ในครอบครัวมากแค่ไหน? ถ้าเื่นี้ไปถึงหูของสหพันธ์สตรีในตัวอำเภอ... ชื่อเสียงของตระกูลหลินที่แม่อุส่าห์สร้างมาจะป่นปี้ขนาดไหน? ลูกชายคนรองของแม่ที่กำลังจะได้เป็เสมียนในตำบลจะยังได้ตำแหน่งนั้นอยู่ไหม ถ้าคนเขารู้ว่าแม่เขาใจั์ใจมารกับหลานกำพร้า?"
คำพูดของชิงเหอจี้ถูกจุดอ่อนที่สุด แม่เฒ่าหลินรักลูกชายคนรองและหน้าตาของตระกูลเหนือสิ่งอื่นใด
"นอกจากนี้..." ชิงเหอเดินเข้าไปใกล้ขึ้น "ถ้าแม่ยังไม่หยุดระรานพวกเรา ฉันจะไปรายงานเื่ที่แม่แอบกักตุนแป้งขาวที่ขโมยจากฉันเมื่อวานนี้ไว้ที่บ้านใหญ่ด้วย! การขโมยทรัพยากรของครอบครัวทหาร มีโทษหนักนะคะแม่สามี... อยากลองเสี่ยงดูไหมคะ?"
แม่เฒ่าหลินก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ลูกสะใภ้ที่เคยเป็เหมือนลูกไก่ในกำมือ บัดนี้กลายเป็แม่เสือที่พร้อมจะขย้ำเธอทุกเมื่อ
"แก... แกมันนังปีศาจ! สักวันฟ้าจะผ่าแก!" หญิงชราะโทิ้งท้ายด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้านไปราวกับเห็นผี
เมื่อเสียงฝีเท้าจางหายไป ชิงเหอก็ทรุดตัวลงนั่งตามเดิม เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เธอหันไปมองลูกชายทั้งสองที่มองเธอด้วยตาค้าง
"แม่ครับ... แม่สุดยอดมากเลย!" เสี่ยวเป่าโผเข้ากอดเอวเธอ "ย่าวิ่งหนีไปเลย!"
ชิงเหอลูบหัวลูกชายเบาๆ "จำไว้นะลูก ในโลกนี้ถ้าเราอ่อนแอ คนอื่นจะเหยียบย่ำเรา แต่ถ้าเราเข้มแข็งและมีเหตุผล เราจะไม่มีวันแพ้"
เธอมองไปยังจานอาหารที่ยังเหลืออยู่ ความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง แต่ในใจของชิงเหอรู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น แม่สามีคงไม่ยอมจบแค่นี้แน่ แต่คนอย่างเธอก็ไม่ได้กลัว... เพราะในโลกธุรกิจ เธอเคยรับมือกับคู่แข่งที่ร้ายกาจกว่านี้มานับไม่ถ้วน
"กินต่อเถอะลูก อาหารเย็นหมดแล้วจะไม่อร่อยนะ"
ค่ำคืนนั้น หลินชิงเหอนอนหลับไปพร้อมกับลูกๆ ด้วยความรู้สึกที่มั่นคงขึ้น เธอได้ประกาศอาณาเขตของเธอแล้ว และใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามา... จะต้องได้รับบทเรียนที่ลืมไม่ลง!
