พอเห็นความลังเลในดวงตาของเสียนกุ้ยเฟย ไป๋เซียงจู๋ยิ่งแน่ใจว่าเสียนกุ้ยเฟยเชื่อตนพอสมควร นางคลี่ยิ้มบางออกมา “ถ้าพระสนมไม่เชื่อคำพูดของหม่อมฉัน เชิญกรมอาญามาสอบสวนได้เลยเพคะ หม่อมฉันไม่คัดค้าน!”
ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว นางก็จะกดดันพระสนมให้พระนางรีบล้มเลิกโดยเร็ว คนหนึ่งคือองค์หญิง อีกคนหนึ่งคือหลานสาวของตน ดูสิว่าจะเลือกอย่างไร
เสียนกุ้ยเฟยตาวาว ในเนตรหงส์ดวงงามคู่นั้นสะท้อนภาพร่างผอมบางเปื้อนโลหิตของไป๋เซียงจู๋ ทั้งที่ดูอ่อนแอเหลือแสน แต่กลับเปี่ยมด้วยพลังแห่งความแข็งแกร่ง เด็กคนนี้มีหลักฐานหนาแน่นหรือว่ากำลังอวดกล้ากันแน่ ในตอนนี้ แม้แต่ตัวเสียนกุ้ยเฟยเองก็ไม่แน่ใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ชี้ชัดไปที่มู่จื่อรั่ว ชื่อเสียงของหยวนจิ่นจะพินาศหรือไม่นั้นไม่อยู่ในขอบเขตการไตร่ตรองของนาง แต่หากมู่จื่อรั่วเป็ดังคำพูดของไป๋เซียงจู๋จริง ว่าที่ลูกสะใภ้ตนคนนี้ก็เก็บไว้ไม่ได้แล้ว อีกอย่างต่อจากนี้ไปนางจะ...
ถ้ากรมอาญาส่งคนมาตรวจสอบและพิสูจน์ได้ว่าไป๋เซียงจู๋ใส่ร้ายคนอื่นก็แล้วไป ถ้าไม่เป็เช่นนั้น หลังจากนี้ทุกคนจะมองมู่จื่อรั่วอย่างไร
ภายใต้แขนเสื้อกว้างของเสียนกุ้ยเฟย เ้าตัวเริ่มกำหมัดเบาๆ
ไป๋เซียงจู๋กำลังเดิมพัน เดิมพันว่าเสียนกุ้ยเฟยใจเด็ดพอจะทำแบบนี้หรือไม่ ยอมเสี่ยงให้ชื่อเสียงของมู่จื่อรั่วย่อยยับ ดับอนาคตนางสิ้น เพื่อตรวจสอบเื่นี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน! หากแพ้ นับจากนี้ไป๋เซียงจู๋จะไม่เหลืออะไรทั้งนั้น! หากชนะ ในภายภาคหน้าจะไม่มีใครกล้าิ่นามของนางแม้แต่นิดเดียวโดยแท้จริง!
ส่วนเสียนกุ้ยเฟยก็กำลังคอยเหมือนกัน คอยให้ไป๋เซียงจู๋เผยจุดอ่อน!
แต่นางดันไม่เป็ไปตามประสงค์ตน ไป๋เซียงจู๋ช้อนตาขึ้นมองตรงไปยังเสียนกุ้ยเฟย ทว่าอยู่ในอิริยาบถย่อเข่าน้อยๆ เรียกร้องเสียงดังฟังชัดอีกครั้ง “หม่อมฉันขอวอนพระสนมเรียกกรมอาญามาตรวจสอบข้อเท็จจริง คืนความยุติธรรมให้แก่หม่อมฉันด้วยเพคะ!”
คำร้องนี้ไม่ต่างอะไรจากการบีบคั้นเสียนกุ้ยเฟยให้ตัดสินใจทันที เสียนกุ้ยเฟยเคยถูกลบหลู่เช่นนี้เสียที่ไหน กระทั่งฮองเฮาที่ปะทะกับนางอย่างเอาเป็เอาตายก็ไม่เคยผยองซึ่งหน้าขนาดนี้!
แววตาของเสียนกุ้ยเฟยเปรียบดังงูพิษเลื้อยอยู่บนตัวนาง แผ่จิตสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง!
ถึงกระนั้นไป๋เซียงจู๋กลับไม่มีความคิดที่จะถอยแม้แต่นิดเดียว พระสนมกุ้ยเฟยแล้วอย่างไร บัดนี้นางจะบีบคั้นอีกฝ่ายให้ได้ ความชิงชังในดวงตาของเสียนกุ้ยเฟยทำให้ทุกคนใจสั่นหวั่นกลัว
ทว่าคนเช่นไป๋เซียงจู๋เป็ใคร นางไม่กลัวเลยสักนิด และไม่คิดถอยหลังกลับด้วย แรงแค้นในใจนางมันเหลือคณานับจริงๆ เกิดใหม่ครานี้ เป้าหมายของไป๋เซียงจู๋ไม่เคยเป็การรักษาเนื้อรักษาตัวแต่เป็การล้างแค้น ล้างแค้นอย่างสาสม ทวงหนี้แค้นคืนจากคนที่เหยียดหยามนาง หลอกลวงนาง ใส่ร้ายป้ายสีนางในอดีตเรียงตัว!
เช่นนั้นแล้วนางจะกลัวตายหรือ เหลวไหลสิ้นดี!
ขณะกำลังอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“พระสนมกุ้ยเฟย เื่ราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ตัดสินให้แม่นางคนนี้อย่างเป็ธรรมเถิด”
จู่ๆ สุ้มเสียงรื่นหูก็ดังขึ้นทำลายความอึดอัด เฟิ่งเจาเกอนั่นเอง
ไป๋เซียงจู๋กระตุกยิ้ม ฉลาดไม่ใช่ย่อย โอกาสข่มอันดีเช่นนี้ เฟิ่งเจาเกอจะยอมปล่อยเสียนกุ้ยเฟยไปได้อย่างไร มิหนำซ้ำตอนนี้เขายังอยู่ในฐานะโอรสบุญธรรมของฮองเฮาเสียด้วย
“นี่องค์รัชทายาททรงหมายความว่าอะไรเพคะ” สีหน้าของเสียนกุ้ยเฟยดูแย่ยิ่งกว่าเดิม นางหรี่ตาลง ขบคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และกล่าวด้วยเสียงที่เรียบเฉย “เื่นี้เกิดขึ้นในงานเลี้ยงชมดอกไม้ของหม่อมฉัน หลังหม่อมฉันสอบสวนเสร็จเรียบร้อย ขอให้ฝ่าาส่งนางไปตำหนักเฟิ่งอี๋ทันทีด้วยเพคะ”
“ขอเพียงมีตาเห็นล้วนมองเื่นี้ออกกันทั้งนั้น ไยพระสนมกุ้ยเฟยต้องกัดไม่ปล่อยเล่า เมื่อถึงเวลาความจริงกระจ่าง ผู้ที่เสียเกียรติจะมีแต่ตัวท่านเอง อีกอย่างาแคุณหนูไป๋นี่สาหัสทีเดียว แม้นางเป็แค่ลูกหลานพ่อค้าวาณิชก็เจ็บตัวในงานชมดอกไม้ของท่าน มิหนำซ้ำคนกระทำคือหลานสาวของพระสนม...”
เฟิ่งเจาเกอไม่อะลุ้มอล่วย น้ำเสียงยังคงไม่ยินดียินร้าย ทว่าให้ความรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นด้วยพลังอำนาจ
เสียนกุ้ยเฟยขึงตาจ้องอย่างดุดัน กำมือแน่นขึ้นเรื่อยๆ นางกำนัลที่ยืนคอยรับใช้ข้างกายนางตื่นตระหนกจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ขาสั่นงันงก แทบเสียกิริยาเพราะความกลัว
รอยยิ้มบนใบหน้าเสียนกุ้ยเฟยเริ่มจางหายไป “องค์รัชทายาททำเช่นนี้คงไม่เหมาะกระมังเพคะ มู่จื่อรั่วเป็หลานสาวของหม่อมฉัน ได้รับาเ็ในขณะงานเลี้ยงชมดอกไม้ของหม่อมฉัน หม่อมฉันต้องมีคำอธิบายให้เหิงชินอ๋องบ้างนะเพคะ”
“เดิมทีเื่นี้มู่จื่อรั่วเป็ฝ่ายผิดั้แ่เริ่ม ไป๋ฉางอวิ๋นกลับมาเมื่อไรเกรงว่าคงต้องขอให้เหิงชินอ๋องอธิบาย” เฟิ่งเจาเกอเผยยิ้มบาง ถ้อยความไม่กี่คำของเขาได้ทำลายชื่อเสียงมู่จื่อรั่วสิ้นแล้ว
ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจ จิตใจโเี้ เนื้อในนางแตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกโดยสิ้นเชิง
ความมืดมนคืบคลานเข้าสู่ั์ตาของเสียนกุ้ยเฟย มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อพลันกระชับแน่น เกือบเผยสีหน้าถมึงทึงบึ้งตึงมันเสียตรงนี้ วาจาเฟิ่งเจาเกอมีนัยอื่นแฝง และมันแทงใจเสียนกุ้ยเฟยอย่างเต็มเปา วังหลังคือที่ของโฉมสะคราญสามพันนาง [1] มาั้แ่โบราณกาล มีเพียงฮองเฮาเท่านั้นที่ได้รับการยกย่อง ทั้งยังเป็เ้าแห่งวังหลัง เฟิ่งเจาเกอพูดอย่างไรก็แปลว่าฮองเฮาพูดอย่างนั้น แน่นอนว่าไม่มีเหตุผลสำหรับการิ่พระเกียรติฮองเฮา
ยิ่งไปกว่านั้น เห็นได้ชัดว่าเฟิ่งเจาเกอในตอนนี้้าช่วยไป๋เซียงจู๋
เสียนกุ้ยเฟยแทบอดรนทนไม่ไหว สุดท้ายต้องฝืนกลืนความโกรธเคืองกลับลงท้องไปอีกอยู่ดี นางตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะอันเยือกเย็น “ในเมื่อองค์รัชทายาททรงรับสั่งขนาดนี้แล้ว หม่อมฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่น้อมรับปฏิบัติตาม นางกำนัล พาคุณหนูใหญ่ไป๋ไปส่งที่ตำหนักเฟิ่งอี๋ ‘อย่างระมัดระวัง’ ! แม่เฒ่าหลิน พาข้ากลับตำหนัก!”
แม่เฒ่า ขันที และนางกำนัลที่อยู่ด้านหลังเสียนกุ้ยเฟยรีบตามพระนางกลับตำหนักอวี้คุนทันที ส่วนเยียนหยวนจิ่นก็ตามไปในสภาพซวนเซ
หลังจากนั้นไม่นาน ภายในอุทยานเหลือกันเพียงไม่กี่คน องค์ชายห้าเหยียนอี้หรานค้อนไป๋เซียงจู๋อย่างมุ่งร้าย ต่อว่าด้วยความไม่พอใจ “ถือว่าเ้าโชคดีก็แล้วกัน อย่าให้ข้าจับเ้าได้เป็หนที่สองเชียวนะ คราวหน้าคราวหลังไม่มีโอกาสดีๆ แบบนี้แน่”
ไป๋เซียงจู๋หันไปกล่าวชัดถ้อยชัดคำ “ด้วยพระกรุณาอันยิ่งใหญ่จากฮ่องเต้ เผื่อแผ่ไพร่ฟ้าทั้งปวง หม่อมฉันย่อมโชคดีเป็ธรรมดา องค์ชายห้าว่าใช่หรือไม่เพคะ”
“เ้า!” เหยียนอี้หรานโมโหจนพูดไม่ออก วาจาของไป๋เซียงจู๋ผู้นี้ฟังดูมีหลักการเสียจนทำเอาเขาไม่เหลือช่องว่างให้โต้แย้ง พลันพรวดพราดจากไปพร้อมความโกรธ พามู่จื่อรั่วกลับจวนเหิงชินอ๋องด้วยตนเอง
เมื่อเหยียนอี้หรานไปแล้ว ไป๋เซียงจู๋ก็คลายความระมัดระวังตัวทันที สีหน้าของนางขาวซีด นางคลำหาเข็มเงินที่ข้อมือเพื่อจะดึงมันออก เืไหลเยอะเหลือเกิน ถ้ายังไม่รีบหยุดคงไม่ดีแน่ อีกอย่างเืของนางก็มีค่ามาก คุณสมบัติต้านทานสารพัดพิษ จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้เป็อันขาด ทว่าร่างกายนี้ดันอ่อนแอั้แ่วัยเด็ก หลังจากผ่านความวุ่นวายทั้งหมดมา ขาของนางเริ่มปวกเปียก อยากจะไปช่วยพยุงตู้เจวียนก็ไร้เรี่ยวแรง โงนเงนโคลงเคลงจนเกือบล้ม โชคดีที่ขันทีประจำตำหนักเฟิ่งอี๋รับไว้ได้ทัน “คุณหนูไป๋ ไม่เป็ไรใช่ไหม”
“ถอย ข้าจัดการเอง!” พอเฟิ่งเจาเกอเห็นดังนั้น ใบหน้าหล่อเหลาออกอาการกังวล รีรอไม่ไหวจนต้องถลาเข้าไปรับตัวไป๋เซียงจู๋ต่อมาจากขันที คว้าเอวอุ้มนางขึ้นโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน ไม่รู้ตัวเลยว่าลนลานแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ท่านทำอะไร ปล่อยข้า!” ไป๋เซียงจู๋ขึงตาใส่ คนคนนี้แค่อยู่ชมเื่ราววุ่นวายมิใช่หรือ
“เก็บแรงไว้บ้างเถิด อย่าเป็ลมคาอกข้าแล้วกัน” เฟิ่งเจาเกอมองไป๋เซียงจู๋ที่ดูอ่อนแรงยิ่งกว่าเดิม คิ้วกระบี่ผูกเข้าด้วยกัน
ที่ด้านหลังของพวกเขา เหยียนอี้เลี่ยมองไป๋เซียงจู๋ในอ้อมแขนเฟิ่งเจาเกอ ผมยาวสลวยระพื้นดิน ดวงหน้านวลลออขาวซีดเป็กระดาษเพราะเสียเืมาก เขาดูไม่สบอารมณ์ แววตาเยือกเย็น
“ได้ยินคนเขาร่ำลือกันว่าองค์รัชทายาทไม่สนใจสตรี เ็าไร้หัวใจ” องค์ชายเจ็ดเหยียนอี้เฉินเดินมาอยู่ด้านหลังเหยียนอี้เลี่ย รำพึงรำพันลอยๆ
แววตาของเหยียนอี้เลี่ยยิ่งดูดุดันเข้าไปใหญ่ ทว่าเขาแค่แสยะยิ้มตอบเท่านั้น “น้องเจ็ดก็ชอบข่าวโคมลอยพวกนั้นด้วยหรือ”
“แค่ได้ยินผ่านหูมาบ้างน่ะ” องค์ชายเจ็ดเหยียนอี้เฉินหัวเราะน้อยๆ และไม่ต่อความอะไรอีก
เชิงอรรถ
[1]后宫佳丽三千 วังหลังคือที่ของโฉมสะคราญสามพันนาง หมายถึง ในวังหลังของฮ่องเต้เต็มไปด้วยหญิงงามจำนวนมาก
