:: สตรีเ้าปัญหา ::
ฉึก!
เสียงปลายแหลมคมของลูกธนูปักเข้ากับเป้าวงกลมตรงกลางอย่างแม่นยำ
คนที่เพิ่งมาถึงสนามยิงธนูที่อยู่ส่วนลึกสุดของจวนเหมยฮัวที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไผ่ถึงกับรีบหลบด้านหลังชิงหรงด้วยความหวาดเสียว
"ท่านอ๋อง ข้าพาเยว่ซินมาเข้าเฝ้า"
มือที่ค้างคันธนูอยู่ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยลูกธนูที่แหลมคมลงกลางเป้าสีแดงเป็ลูกที่สอง ริมฝีปากหยักลึกเอ่ยอย่างราบเรียบแฝงไปด้วยความเ็า
"ข้าไม่เคยสั่งหรือไร เขตหวงห้ามคนนอกห้ามเข้า"
เพียงแค่ได้ยินคำว่า 'คนนอก' ที่ฟังดูก็รู้ว่าอีกคนกำลังเหน็บแนมตน หลันจินเยว่รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาทันควันเผลอทำปากล้อเลียนแบบไม่มีเสียงอยู่ด้านหลังบุรุษรูปงาม ทว่าสายตาขององค์ชายเฟยหลงช่างไวยิ่งนักที่เหลือบเห็นด้วยหางตาเข้าพอดี
"ข้าไม่ชอบพวกนินทาลับหลัง หากอยากพูดอะไรเปล่งวาจาออกมาตรง ๆ"
ชิงหรงก้มมองคนที่ดึงแขนเสื้อเขาอยู่ หลันจินเยว่รีบเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอีกคน
"หม่อมฉันแค่จะมาขอบพระทัยท่านอ๋องที่ช่วยสืบเื่ท่านพ่อ"
น้ำเสียงมีความกระแทกกระทั้นเป็บางส่วน ฟังแล้วรู้ทันทีว่าอีกคนไม่พอใจในสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกไป
"หากเป็เื่นั้นจงรู้ไว้ ข้าไม่ได้ทำเพื่อเ้า"
วางท่า!
หน้าตาหล่อเหลาก็จริง ทำไมวางมาดเ็าแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่ามีบรรดาศักดิ์เป็ถึงท่านอ๋อง นางคงด่ากลับหูชาไปแล้ว
"สายตาเ้าฟ้องข้าว่ามีความในใจ"
หลันจินเยว่ถึงกับรีบหลบหลังชิงหรงอีกครั้งพร้อมยกมือปิดหน้าอกด้วยความใ
หรือว่าท่านอ๋องผู้นี้จะมีวิชาอ่านใจคนได้เหมือนในซีรีส์ที่เคยดูมา
"ท่านอ๋องอย่าทรงกริ้ว สหายข้านางเป็คนขี้อาย คงมิได้มีเจตนาไม่ดีอยู่ในใจ" อู่ชิงหรงรีบออกรับแทน
ทว่าหลันจินเยว่ไม่ใช่เฟิงเยว่ซิน นางจึงมีความในใจมากมายที่ไม่ดีต่อองค์ชายเฟยหลงผู้นี้จริง ๆ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เ้าพานางกลับไปเถอะ นี่ก็เสียเวลาซ้อมธนูข้ามาพอสมควรแล้ว"
"แต่หม่อมฉันยังมีเื่ต้องเคลียร์กับพระองค์นะเพคะ"
หลันจินเยว่ไม่พอใจที่เพิ่งมาถึงไม่ทันไรก็ถูกไล่กลับจึงหาเื่คุยต่อ
"ค...เคลียร์?"
องค์ชายสี่ผู้สง่างามลดคันธนูในมือลง ค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับสตรีที่เท้าเอวทั้งสองข้างจ้องหน้าเขาอยู่ก่อนแล้ว
"หม่อมฉันหมายถึง หารือเื่ที่เข้าใจผิดเพคะ"
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่เข้าใจความหมายคำในยุคสมัยของตนจึงรีบอธิบายเป็ภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้น
"ข้ามิมีอันใดต้องหารือกับเ้า"
"มีเพคะ"
หลันจินเยว่ที่ตอนแรกดูเกรงกลัวอีกคนรีบก้าวขึ้นมายืนคั่นกลางระหว่างบุรุษรูปงามทั้งสอง
"เ้ามี แต่ข้าไม่มี"
องค์ชายเฟยหลงยืนกรานคำเดิมเพราะในหัวเขาไม่มีเื่ตกค้างอะไรกับสตรีนางนี้
"ก็เื่ที่พระองค์ขโมยจู..."
เกือบหลุดปากออกไปถึงเื่ราวที่ผ่านมา โชคดีที่นางนึกขึ้นได้ว่าด้านหลังยังมีอีกคนที่ไม่รู้เื่นี้ยืนฟังอยู่
"เ้าว่าท่านอ๋องขโมยอะไรเ้าไปหรือ"
"ไม่มีอะไร ๆ"
สายตาเป็ประกายดูวอกแวกเมื่อนางกำลังคิดหาทางออกเพื่อที่จะอยู่สองต่อสองกับตงเปียนอ๋องจะได้คุยเื่ในใจให้จบสิ้น
"ชิงหรง จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกหนาวขึ้นมา ท่านช่วยกลับไปบอกเสี่ยวโหรวเอาเสื้อคลุมมาให้ข้าที"
หลันจินเยว่หาเื่อ้างให้อีกคนเปิดโอกาสให้นางกับตงเปียนอ๋องอยู่ตามลำพัง
อู่ชิงหรงผู้ฉลาดหลักแหลม เขาเพียงแค่มองตานางที่เป็เพื่อนในวัยเด็กก็ล่วงรู้ได้แล้วว่าอีกคน้าไล่ตนออกไป
"ได้สิ เดี๋ยวข้ากลับมา"
รองแม่ทัพชิงหรงตกปากรับคำแล้วเสร็จจึงปลีกตัวออกมา
"เ้าห้ามเข้าใกล้ข้า"
คล้อยหลังชิงหรงออกไป หลันจินเยว่หวังจะเดินเข้าไปยลโฉมท่านอ๋องให้ชัด ๆ แต่กลับถูกห้ามไว้
รังเกียจเรา?
หึ! แบบนี้ต้องเจอสั่งสอนสักหน่อยแล้ว
"พระองค์ตัวก็ใหญ่ ตีรันฟันแทงเก่งกาจ คงไม่ได้สั่งห้ามหม่อมฉันเข้าใกล้ เพราะกลัวหญิงอ่อนแออย่างหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ"
กลั้นหัวเราะเอาไว้แทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาอีกคนมองกลับมาราวอยากจะฟาดฟันนางให้หายไปจากที่ตรงนี้
"ข้าไม่ได้กลัวเ้า แต่ข้ารังเกียจเ้า"
ระ...รังเกียจเลยเหรอ?
ท่านอ๋องคนนี้ทำไมช่างปากจัดปากร้ายแบบนี้กันนะ
"หม่อมฉันมีอะไรน่ารังเกียจตรงไหนเพคะ หน้าตาถ้าจะพูดให้กลาง ๆ ไม่เข้าข้างตนเองเกินไปก็งามพอควร ผิวพรรณลื่นขาวราวเต้าหู้นิ่ม ไม่เห็นจะมีตรงไหนน่ารังเกียจอย่างที่พระองค์ทรงตรัสไว้เลย"
นี่พูดแบบไม่เข้าข้างตัวนางนะ เพราะสิ่งที่หลันจินเยว่พรรณามานั้นคือรูปโฉมของเฟิงเยว่ซิน
"นอกจากจะตะกละแล้ว เ้ายังเป็สตรีที่ไร้ยางอาย ต่อไปข้าขอสั่งให้เ้าห้ามเข้าใกล้ข้าเกินสามก้าว!"
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ไม่รู้ท่านอ๋องพระองค์นี้จะเคยได้ยินหรือเปล่า
"ไร้ยางอาย? หม่อมฉันไม่เคยทำเื่ไร้ยางอายมาก่อน พระองค์ตรัสแรงเกินไปหรือเปล่าเพคะ"
แสร้งทำน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหน้าบิดเบี้ยวสะอื้นไร้น้ำตาเพื่อให้สมบทบาทที่สร้างขึ้นมากลั่นแกล้งอีกคน
"เ้าทำอันใดที่ไร้ยางอายไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ"
ตงเปียนอ๋องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาขยะแขยง ไม่อยากเข้าใกล้ราวกับนางติดโรคระบาดมา
'เฟิงเยว่ซิน เ้าเคยไปทำอะไรท่านอ๋องคนนี้ไว้ก่อนที่ข้าจะมาเข้าร่างเ้าใช่ไหม ดูสายตาเขาที่มองเ้าสิ รังเกียจเหมือนเป็อะไรสักอย่าง'
"เื่สติเลอะเลือน ข้าว่าน่าจะเป็โรคประจำตัวกระมัง ผ่านมาไม่กี่วัน เื่น่าอายพวกนั้นเ้ากลับจำมันไม่ได้แล้ว"
