“ตุ้บ!”
และตอนนี้เอง หยกสีขาวที่ไร้มลทินก้อนหนึ่งก็ร่วงลงมาจากในจุดตัดจุดหนึ่งของรอยแยกห้วงมิติ
หยกก้อนนั้นมีขนาดประมาณหนึ่งกำปั้น เปล่งประกายแสงแวววาว ทั้งยังมีคลื่นห้วงมิติที่เด่นชัดแผ่ออกมา
เผยฉีฉีที่เมื่อครู่เตรียมตัวจะพุ่งเข้าไป รวมไปถึงเนี่ยเทียนกับหลีเหย่ต่างก็อึ้งงัน
เนี่ยเทียนและหลีเหย่มองตากันหนึ่งครั้ง ใบหน้าต่างก็เผยสีหน้าแปลกประหลาด
“นี่คือหยกคงหลิง?” เนี่ยเทียนพูดเบาๆ
หลีเหย่พยักหน้า มองไปยังรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกันแล้วกล่าวว่า “พวกหยางหลิงที่เป็คนของเปลวอัคคีอยู่ด้านในจริงๆ ด้วย ทั้งยังเริ่มลงมือขุดเหมืองหยกคงหลิงกันแล้ว”
เผยฉีฉีเดินไปหยุดตรงจุดที่หยกชิ้นนั้นร่วงลงมา พอนางเอื้อมมือออกไปคว้าหยกคงหลิงนั่นก็กลายมาเป็แสงสีขาวหนึ่งเส้นที่หายวับเข้าไปในแหวนเก็บของของนาง
หลังจากที่นางเก็บเอาหยกคงหลิงไปเป็ของตัวเองด้วยท่าทีเฉยเมยแล้วก็กล่าวกับเนี่ยเทียนและหลีเหย่ว่า “ไม่ต้องรีบแล้ว”
“ฮ่าๆๆ!” หลีเหย่หัวเราะเบาๆ อย่างชั่วร้าย “ให้เ้าพวกเปลวอัคคีขุดหาหยกคงหลิงแทนพวกเราไปเสียเลย แค่คิดก็อารมณ์ดีแล้ว”
เนี่ยเทียนเองก็รู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างตลกไม่น้อย
หลังจากที่ผู้แข็งแกร่งของเปลวอัคคีซึ่งมีหยางหลิงเป็ผู้นำเข้าไปในเหมืองหยกคงหลิงแล้วก็คงจะพยายามสุดความสามารถเพื่อขุดหาหยกพวกนั้น
พวกเขาน่าจะคิดไม่ถึงว่าตอนนี้ด้านนอกไม่ได้มีคนหกคนของเปลวอัคคีเฝ้าอยู่แล้ว แต่กลับกลายมาเป็พวกเขาสามคนแทน
ก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะสาเหตุใด หลังจากที่ขุดหาหยกคงหลิงมาได้ผู้แข็งแกร่งเปลวอัคคีถึงได้ไม่เก็บมันไว้ในกำไลเก็บของและแหวนเก็บของโดยตรง แต่เลือกที่จะโยนออกมาข้างนอกแทน
เมื่อเป็เช่นนี้ พวกเนี่ยเทียนจึงฉวยโอกาสได้สบาย ไม่ต้องทำอะไรสักอย่างก็เอาหยกคงหลิงมาครองได้ง่ายๆ
ในใจเขามีความสงสัย จึงเอ่ยถามหลีเหย่ว่าด้านในนั้นเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
“เหมืองหยกคงหลิงไม่ได้อยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง แต่อยู่ตรงจุดที่รอยแยกห้วงมิติตัดสลับกัน ที่นั่นข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีความลึกลับอะไร แต่ขอแค่เข้าไปด้านในก็ไม่สามารถใช้พลังิญญาได้แม้แต่นิดเดียว! พลังิญญาที่มีธาตุทุกอย่างล้วนไม่สามารถบุ่มบ่ามเอามาใช้ได้ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”
“นอกจากนี้แล้วเนื่องจากความพิเศษของคลื่นห้วงมิติของที่นั่น เป็เหตุให้วัตถุวิเศษทุกชนิดที่เก็บของได้ล้วนใช้การไม่ได้”
“กำไลเก็บของ แหวนเก็บของ เมื่อไปอยู่ข้างในจะไม่สามารถใช้งานได้เลย และแน่นอนว่าย่อมไม่สามารถเอาหยกคงหลิงที่ขุดเจอยัดเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้”
หลีเหย่พูดจบก็อธิบายให้เนี่ยเทียนฟังอีกรอบ “นี่ก็คือเหตุผลว่าเหตุใดข้าถึงได้ขอให้เ้ามาด้วย หินแร่ที่ถูกขุดออกมาทำได้เพียงใช้กำลังของตัวเองเท่านั้น ไม่ดูว่าขอบเขตสูงหรือต่ำ เ้ามีพละกำลังเหลือเฟือ เมื่อเข้าไปข้างในจะเป็ประโยชน์มาก สามารถช่วยพวกเราเอาหินแร่ที่ขุดได้ออกมา”
“อ้อ ยังมีอีกอย่างก็คือหากเข้าไปด้านในแม้แต่กำไลหยกสีเขียวก็จะต้องเก็บไว้ชั่วคราวด้วย”
“ม่านแสงพลังิญญาที่เกิดจากห่วงหยกสีเขียวจะก่อให้เกิดความผิดปกติข้างใน ชักนำให้เกิดคลื่นเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็มากมายและสร้างอันตรายให้แก่พวกเรา”
“ตุ้บ!”
เวลานี้ก็มีหยกคงหลิงอีกก้อนหนึ่งบินออกมาจากในรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกัน
หยกคงหลิงก้อนนั้นร่วงลงมาอยู่ข้างเท้าของเนี่ยเทียนพอดี
เนี่ยเทียนเพิ่งจะมองไปทีเดียว เผยฉีฉีก็เคลื่อนกายมาถึงอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้เขาตั้งตัวทันนางก็ยกมือขึ้นเก็บหยกคงหลิงก้อนนั้นมาไว้เป็ของตัวเอง
หลังจากนั้นเผยฉีฉีก็มองใบหน้าหดหู่ของเนี่ยเทียนแล้วกล่าวว่า “คนของเปลวอัคคีหกคนนั้นข้าเป็คนสังหาร ดังนั้นหยกคงหลิงที่เดิมทีควรเป็ของพวกเขาก็ต้องตกมาเป็ของข้า เ้ามีความเห็นอะไรหรือไม่?”
“ไม่มี” เนี่ยเทียนส่ายหัว
ได้เห็นความเหี้ยมโหดและอำมหิตของผู้หญิงคนนี้ เขาก็รู้ว่าหากคิดจะฉวยโอกาสจากตัวของหญิงสาวผู้นี้นั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
กว่าจะออกไปจากเทือกเขาฮ่วนคงยังต้องใช้ระยะเวลาอีกนานมาก พวกผู้แข็งแกร่งของเปลวอัคคีที่มีหยางหลิงเป็หัวหน้าก็ยังไม่ออกมาจากในนั้น ดังนั้นเขาเลยไม่รีบร้อน
เขากำลังรอโอกาสอื่น
“ไม่มีก็ดีแล้ว” เผยฉีฉีค่อนข้างพอใจกับการรู้อะไรควรไม่ควรของเขา
หลังจากนั้นก็มีหยกคงหลิงบินออกมาจากในจุดตัดรอยแยกห้วงมิติอย่างต่อเนื่อง
หยกคงหลิงทุกก้อนล้วนถูกเผยฉีฉีเก็บเอาไปอย่างไม่เกรงใจ อย่าว่าแต่เนี่ยเทียนเลย แม้แต่หลีเหย่ที่เป็ศิษย์น้องของนางเองก็ยังไม่ได้ส่วนแบ่งแม้แต่ก้อนเดียว
หลีเหย่เคยชินกับนิสัยของนางมานานแล้ว จึงเอาแต่หัวเราะเฮอๆ ไม่โกรธเลยแม้แต่นิดเดียว
เนี่ยเทียนเองก็ค่อยๆ ตระหนักได้ถึงความบ้าอำนาจและความเผด็จการในเื่ทรัพย์สินของนาง และรู้สึกว่าจนถึงตอนนี้นางคือผู้ที่ออกแรงมากที่สุด เขาและหลีเหย่ยังไม่ได้ช่วยอะไรนางสักอย่าง
ดังนั้นเขาจึงยอมรับในวิธีการของเผยฉีฉีได้
เวลาหนึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยกคงหลิงที่บินออกมาจาจุดตัดรอยแยกห้วงมิติก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ
เห็นว่าผลเก็บเกี่ยวลดน้อยลง เผยฉีฉีจึงขมวดคิ้วคล้ายหงุดหงิดเล็กน้อย
“พอสมควรแล้ว” นางเงยหน้ามองรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกันแล้วกล่าวว่า “เ้าพวกคนของเปลวอัคคีขุดหากันตั้งนานแล้ว กำลังกายก็คงลดน้อยลงไปเยอะ พวกเขาจำเป็ต้องพักผ่อน จำเป็ต้องออกมาสูดอากาศข้างนอก จำเป็ต้องกินอาหารเพื่อฟื้นฟูพลัง”
“อยู่ด้านในพวกเขาแค่เผาผลาญพลังกายเท่านั้น แต่พลังิญญาไม่ได้หายไปแม้แต่นิด”
“หากปล่อยให้พวกเขาออกมาจริงๆ พลังในการต่อสู้ของทุกคนจะเต็มเปี่ยมสูงสุด หากสู้กันขึ้นมาจะลำบากมาก”
กล่าวมาถึงตรงนี้นางก็ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง พูดว่า “ข้าจะเข้าไปก่อน พวกเ้าก็ลองคิดหาวิธีกันเองแล้วกัน”
“ฟิ้ว!”
เผยฉีฉีกลายร่างเป็ลำแสงสีฟ้าเส้นหนึ่งแล้วหายวับเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกัน
“ถึงคราวพวกเราแล้ว!” หลีเหย่กล่าวด้วยสีหน้าฮึกเหิม “ข้าไปก่อน เ้าบินไปตามทิศทางของข้า ก่อนหน้าจะเข้าไปเก็บห่วงหยกลงไปก่อนด้วย!”
“อู้!”
เรือนกายอ้วนท้วนของหลีเหย่พลันะโผลุงเข้าไปในจุดตัดของรอยแยกห้วงมิติ
ก่อนหน้าที่เขาจะลอดเข้าไปด้านใน แสงสีเขียวที่ปกคลุมร่างของเขาก็หายวับไปในพริบตา
เนี่ยเทียนที่จ้องเขาและเผยฉีฉีเขม็งก็พุ่งเข้าไปในจุดตัดของรอยแยกห้วงมิติตามวิธีการของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน อีกทั้งก่อนหน้าที่จะเข้าไปก็ยังเก็บเอาห่วงหยกลงไปก่อนด้วย
“ฟิ้ว!”
นาทีถัดมา เนี่ยเทียนก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในถ้ำที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง
บนผนังถ้ำมีแสงแวววาวกระจัดกระจายอยู่ทั่ว เห็นได้ชัดว่าจุดกำเนิดแสงนั้นมาจากหยกคงหลิง
“เผยฉีฉี!”
ตรงกลางถ้ำผู้ฝึกลมปราณเปลวอัคคีมีสีหน้ามืดทะมึน มองมาที่พวกเขาด้วยสายตาเ็า
ผู้ที่เป็หัวหน้าตัวสูงมาก แต่กลับผอมแห้ง รูปร่างไม่ต่างไปจากลำไม้ไผ่
วินาทีที่เขามองเห็นเผยฉีฉีปรากฏตัวก็เดาได้ว่าข้างนอกเกิดเื่อะไรขึ้น “คนของเปลวอัคคีหกคนที่อยู่ด้านนอกคงถูกเ้าสังหารไปแล้วสินะ?”
“อ้อ ข้าไม่เพียงสังหารคน ยังเก็บเอาหยกคงหลิงที่พวกเ้าขุดมาไว้ด้วย” เผยฉีฉีกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“เผยฉีฉี เ้านึกจริงๆ หรือว่าอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงแล้วจะทำตัวกำเริบเสิบสานแค่ไหนก็ได้?” คนที่เป็ผู้นำแค่นเสียงกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าสะพรึงกลัว
“อย่างน้อยเ้าก็สังหารข้าไม่ได้ หยางหลิง” เผยฉีฉีตอกกลับอย่างไม่เกรงกลัว
“เ้ามาผิดที่แล้ว” หยางหลิงแสยะปาก “อยู่ที่นี่ ต่อให้เป็เ้าเองก็ไม่สามารถใช้เวทลับห้วงมิติได้! ได้แค่เพียงต่อสู้กันด้วยเรือนกายเท่านั้น เผยฉีฉีเ้านึกจริงๆ หรือว่าจะเอาชนะพวกข้าได้?”
“ได้สิ” เผยฉีฉีตอบรับ
ขณะที่พวกเขาปะทะฝีปากกัน เนี่ยเทียนก็มองประเมินไปรอบด้าน และมองเห็นว่าปากถ้ำที่อยู่ด้านหลังเขามีลำแสงแปลกประหลาดคล้ายแถบผ้าหลากสีไหลออกมาเป็จำนวนมาก
ในถ้ำที่กว้างขวางอย่างถึงที่สุดกลับสามารถมองเห็นแสงหลากสีที่เล็กละเอียดได้ แสงหลากสีพวกนั้นดูเหมือนว่าจะไม่มีอันตราย แต่กลับคล้ายแฝงเร้นไว้ด้วยพลังมหาศาล
ตามคำบอกเล่าของหลีเหย่ เนี่ยเทียนพอจะเดาได้ว่าแสงหลากสีเ่าั้ก็คือสาเหตุที่ส่งผลทำให้พลังิญญาไม่มั่นคง
ไม่ว่าใครก็ตามขอแค่กล้าใช้พลังิญญาธาตุต่างๆ ในร่างกายก็จะถูกแสงหลากสีพวกนั้นมองเห็นเป็ศัตรูทันที และชักนำให้เกิดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ความตาย
“หลีเหย่ พลังจิต...สามารถเอามาใช้ได้หรือไม่?” เขาถามเบาๆ
“ไม่ได้เหมือนกัน” หลีเหย่สีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยกำชับ “เ้าห้ามทดลองเด็ดขาด มิฉะนั้นมหาสมุทรจิติญญาของเ้าจะถูกพลังโจมตีกลับ เ้าย่อมรับไม่ไหวแน่นอน”
“ตกลง” เนี่ยเทียนเก็บความคิดกลับคืนมา
“อันที่จริงเป็แบบนี้ถึงจะเรียกว่าดีที่สุด” หลีเหย่กล่าวอีกว่า “พวกเราไม่สามารถใช้พลังจิต หยางหลิงที่มีตบะสูงกว่าพวกเราก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน หึ อยู่ๆ ข้าก็ค้นพบว่ากำลังกายของเ้าน่าจะเอามาใช้ได้แล้วในเวลานี้”
เมื่อพูดจบเขาก็เป็ฝ่ายถอยหลังออกไป จนกระทั่งถอยไปอยู่ด้านหลังเนี่ยเทียนถึงได้หยุดชะงัก
“มอบให้เ้าแล้ว ข้าไม่ถนัดการต่อสู้ เ้าเห็นหรือไม่ว่าข้าอ้วนขนาดนี้ หากต่อยตีกันขึ้นมาก็ต้องแพ้แน่ๆ” หลีเหย่ปลุกระดมให้เนี่ยเทียนไปต่อสู้
“หลีเหย่ หัวเทียน สามคนนั้นยกให้พวกเ้า หยางหลิงข้าจัดการเอง” เผยฉีฉีเริ่มแบ่งคู่ต่อสู้
“ดี! ดีมาก!” หยางหลิงที่ถูกนางดูิ่มานานไม่โกรธแต่กลับหัวเราะ “ข้าอยากจะรู้นักว่านางมารเผยแห่งเมืองโพ่เมี่ยจะร้ายกาจแค่ไหนกันเชียว! ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงเ้าอาศัยเวทลับห้วงมิติสังหารคนเปลวอัคคีของข้าไปไม่น้อย วันนี้ข้าก็จะเดินลากศพเ้าออกไปจากที่นี่!”
-----
