หลงหลิงคล้ายจะตื่นเต้นไม่น้อย นางพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “เทพัทั้งหกแปลงเป็ลูกแก้วแห่งัหกลูก กระจายอยู่ในจุดต่างๆ ของโลกมนุษย์ ัไฟ-แรกพบ ัน้ำแข็ง-มุ่งนภา ัทอง-กลืนจันทร์ ัดิน-ลอบสังหาร ัเดช-โอบตะวัน ัหิมะ-สู่จันทรา ัทุกตัวล้วนมีพลังการโจมตีที่แข็งแกร่ง ลำพังแค่ตัวเดียวก็เพียงพอจะทำลายโลกในรัชศกนี้ได้แล้ว”
“ลูกแก้วแห่งัทั้งหกกระจายอยู่ในโลกมนุษย์เพื่อรอคอยผู้ที่จะสืบทอดพลังและชิ้นส่วนแห่งดวงิญญาัของัเขียวที่หลงเหลือยอยู่ในโลกมนุษย์ รอให้คนผู้นั้นปรากฏตัว”
สรรพสิ่งถูกลิขิตด้วย์ เกรงว่าทั้งหมดนี้ล้วนถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าท้ายที่สุด ลูกแก้วแห่งัทั้งหกลูกจะถูกค้นพบโดยหลงเหยียน
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น หลงหลิงก็แหงนหน้าขึ้นมองสำรวจลูกแก้วในมือด้วยแสงจันทร์ ลูกแก้วนี้ใสโปร่ง ทั้งยังเงาวับงามตา บัดนี้ ลูกแก้วกำลังกระจายแสงอ่อนๆ ออกมาอย่างน่าพิศวง หากลองสังเกตดีๆ จะพบว่าภายในลูกแก้วคล้ายมีเงาของัสีดำแฝงอยู่ด้วย นั่นอาจเป็ัที่อยู่ในท่าม้วนตัวนั่นเอง
“พี่เหยียน ถ้าข้าทายไม่ผิด นี่น่าจะเป็ลูกแก้วของัน้ำแข็งมุ่งนภา”
เ้าสิงโตน้อยได้ยินดังนั้นก็มองไปยังหลงหลิงอย่างตกตะลึง
“ัน้ำแข็ง? เื่นี้ข้ารู้ดี ว่ากันว่าัน้ำแข็งมีพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่งนัก คิดไม่ถึงว่าพวกเราจะเจอลูกแก้วแห่งัลูกที่หนึ่งรวดเร็วเช่นนี้”
หลงเหยียนอึ้งงันอยู่กับที่ “ัน้ำแข็ง? นี่เป็ลูกแก้วแห่งัจริงๆ หรือ? แบบนี้ข้าก็เหมือนได้สมบัติกองใหญ่เลยน่ะสิ หากสืบทอดพลังที่ซ่อนอยู่ในนี้ได้ ข้าไม่แข็งแกร่งจนกลายเป็ผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้าเลยหรือ”
“เสี่ยวหลิง เอามาให้ข้าเร็ว ข้าจะลองใช้พลังจากิญญาัสักหน่อย ดูว่าจะขับเคลื่อนพลังที่ซ่อนอยู่ในลูกแก้ว แล้วหลอมเป็หนึ่งเดียวกับมันได้หรือไม่”
หลงเหยียนตื่นเต้นจนแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว
“ไม่ได้ ตอนนี้เ้ายังมีระดับพลังต่ำเกินไป หากใช้พลังัในตัวเข้าไปหลอมกับลูกแก้วละก็ ลูกแก้วอาจส่งพลังสะท้อนกลับมาทำร้ายเ้าเองก็ได้ เ้าต้องาเ็แน่ หากอาการสาหัส พลังนั้นอาจทำให้เ้ามลาย หายไปจากโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้”
หลงเหยียนส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เขาดูดลูกแก้วกลับเข้าไปในร่างกาย จากนั้นก็ข่มพลังของลูกแก้วด้วยหยกลายัอีกครั้ง ทว่าเมื่อครู่ เสี่ยวหลิงบอกว่าในโลกใบนี้มีเทพัอยู่หกตน เหตุนี้เมื่อกลายเป็ลูกแก้วั ก็ย่อมมีลูกแก้วถึงหกลูกด้วยกัน
“เอาเถิด ต่อไปพวกเราต้องสังเกตรอบตัวให้มากขึ้น ไม่แน่ อาจหาลูกแก้วที่เหลือเจอได้โดยเร็ว”
ลูกแก้วแห่งันี้มักกระจายพลังที่รุนแรงและเกรี้ยวกราดออกมาเป็ระยะ หากไม่ใช่เพราะมีหยกลายัคอยส่งพลังข่มอยู่ละก็ ัในลูกแก้วที่เคยเป็เทพัอาจจะเปลี่ยนไปเป็ปีศาจ แล้วลอยทะยานหนีไปเมื่อใดก็ได้
“ยังมีพลังต่ำเกินไปอย่างนั้นหรือ แล้วต้องแข็งแกร่งระดับไหนกันถึงจะพอ?”
หลงหลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตอนนี้เ้าเพิ่งมีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ระดับสูง อย่างน้อยก็ต้องก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับชีพิญญา หรือไม่ก็ระดับชีพปราณให้ได้ก่อน”
‘บัดซบ แล้วต้องรอไปจนถึงเมื่อใดกัน ข้าอยากจะประจักษ์กับพลังของัน้ำแข็งตัวนี้จนแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว’ หลงเหยียนคิด
ทั้งสามพูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง เ้าสิงโตน้อยมองคนทั้งสองพูดคุยและหยอกล้อกันไปมา โดยที่ตนกลับเป็ได้เพียงก้างขวางคอ เป็เพียงส่วนเกินเท่านั้น ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ดีเอาเสียเลย
“พวกเ้ารีบกลับไปพักเถิด ข้าจะไปพักที่ห้องข้างๆ คืนนี้ก็พยายามเบาๆ หน่อยเล่า หากเสียงดังจนข้าตื่นละก็ ข้าจะกลืนพวกเ้าเข้าไปพร้อมกันเลยคอยดู”
หลงเหยียนมองเ้าสิงโตน้อยที่เดินจากไป เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางแอบถอนหายใจออกมา
“เสี่ยวหลิง เป็เพราะ่นี้ได้เ้าสิงโตน้อยคอยอยู่เป็เพื่อนข้า หากไม่ใช่เพราะเขา ข้าอาจจะตายไปตั้งหลายครั้งแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องอยู่ด้วยกันสามคน อาจไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ดังนั้น ข้าอยากจะหาสตรีมาเป็เพื่อนเล่นให้เขาสักคน”
“คิกๆ หามาเป็เพื่อนเล่น? เท่าที่ข้าดู เ้าสิงโตนั่นเป็สิงโตลามกชัดๆ!”
หากเป็ไปได้ หลงเหยียนก็ยินดีให้เ้าสิงโตน้อยไปลิ้มรสของตงฟางเยียนหรานสักครั้ง เ้าสิงโตน้อยชอบบ่นว่าอยากจะทาบทับนางเอาไว้แล้วลิ้มรสของนางสักครั้งมิใช่หรือ
รุ่งสางมาเยือน หลงเหยียนนั่งอยู่แบบนั้นตลอดทั้งคืน โดยมีหลงหลิงนอนตะแคงอยู่ข้างกาย มีหลายครั้งที่เขาแทบจะกลั้นความร้อนรุ่มในจิตใจไม่ไหว อยากจะกระโจนเข้าไปหานางเสียเหลือเกิน
ทว่าหลงหลิงเคยกล่าวเอาไว้ ตอนนี้นางสามารถสถิตอยู่ในร่างของผู้อื่นได้ ดังนั้น หากหลงเหยียนมีอะไรกับร่างกายนี้เมื่อใด นางจะทำให้เขาได้ประจักษ์กับรสชาติของความตายเอง
ซึ่งหลงเหยียนก็เคยัักับฝีมือของนางผู้นี้มาแล้ว
ทว่าเมื่อเป็เช่นนี้ หลงเหยียนก็ต้องลำบากอยู่ฝ่ายเดียว หากเ้าสิงโตน้อยได้มารู้ความจริงเื่นี้ เขาต้องหัวเราะจนน้ำตาไหลแน่
หลงเหยียนกับพรรคพวกออกเดินทางอีกครั้ง ไม่นานทั้งสามก็มาถึงที่หุบเขาผีเสื้อที่เคยเดินทางผ่านมาแล้ว บัดนี้ กระท่อมของนักหลอมยาเซียวเหยียน มีเขาอยู่เพียงลำพังเท่านั้น ได้ยินว่าฉินเซียวกับเสี่ยวอวี้ขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขา ต้องรออีกครึ่งค่อนวันกว่าทั้งสองจะกลับมา
เซียวเหยียนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้เห็นหลงเหยียนปรากฏตัวขึ้น ทว่าไม่นานเขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่าหลงเหยียนที่เพิ่งแยกจากพวกเขาไปเพียงไม่กี่เดือน กลับเลื่อนพลังจากระดับชีพัขั้นที่แปดกลายมาเป็ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงสุดแล้ว เขาเลื่อนระดับขึ้นมาถึงห้าขั้นเลยทีเดียว ช่างเป็พร์ที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้ หลงเหยียนเป็ยอดอัจฉริยะที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาแล้ว
หลงเหยียนต้องเร่งเดินทางต่อ จึงพูดคุยกับนักหลอมยาเพียงไม่กี่คำเท่านั้น จากคำบอกเล่าของเขา หลงเหยียนรู้มาว่าตอนนี้ฉินเซียนกับเสี่ยวอวี้สนิทสนมกันมาก อีกทั้งนักหลอมยาก็มีความคิดที่อยากจะให้เสี่ยวอวี้แต่งงานกับฉินเซียว รวมถึงเตรียมจะถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่มีแก่ฉินเซียวอีกด้วย
“ผู้าุโเซียว ขอบคุณที่ท่านช่วยฉินเซียวเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน วันนี้ ข้าคงต้องขอตัวลาไปก่อน หากมีเวลาเมื่อใด ข้าจะกลับมาเยี่ยมท่านอีกแน่”
หลงเหยียนบอกลากับนักหลอมยา จากนั้นก็เริ่มเดินทางไปยังเมืองหยุนจงอีกครั้ง เมื่อลองมาคิดดูแล้ว เ้าฉินเซียวช่างเป็ผู้ที่มีวาสนาดีเสียจริง สองคนนั้นคงจะอยู่ร่วมกันจนเริ่มผูกพัน และกลายเป็ความรู้สึกรักใคร่ชอบพอกันจนบัดนี้สินะ นี่ถือเป็อีกความดีหนึ่งที่หลงเหยียนเคยทำเอาไว้นั่นเอง
...
ณ เมืองหยุนจง หลงเหยียนมองเมืองที่แสนยิ่งใหญ่เบื้องหน้า เมืองนี้สามารถรองรับผู้คนได้มากถึงหนึ่งร้อยล้านคนเลยทีเดียว เมืองหยุนจงถูกแบ่งออกเป็สองส่วน คือส่วนของเมืองอู่ตี้กับเมืองหยุนเฟิง หลงเหยียนก็นึกทอดถอนใจขึ้นมา
ยังจำได้ว่าแต่ก่อนในตอนที่ตนเพิ่งมาที่นี่เป็ครั้งแรก ตอนนั้นมียอดฝีมืออยู่เต็มไปหมด แม้ตอนนี้เขาจะมีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงก็จริง ทว่าตอนนี้ หลงเหยียนแข็งแกร่งจนสามารถเอาชนะยอดฝีมือระดับชีพธรณีได้เชียวนะ ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนไม่รู้กี่เท่าแล้ว เขาจึงสามารถเดินอยู่ในเมืองที่แสนหรูหราแห่งนี้ได้อย่างอกผายไหล่ผึ่งเสียที
เมื่อกลับเข้าไปในเมืองอู่ตี้ หลงเหยียนก็พบว่าหน้าเรือนเหยากวางแห่งสำนักตงฟางมีคนล้อมอยู่เต็มไปหมด
คนเ่าั้กำลังชะเง้อมองบางสิ่งไม่หยุด หลงเหยียนเห็นดังนั้นจึงให้เสี่ยวหลิงกับเ้าสิงโตน้อยเข้าไปหลบอยู่ในถุงผ้าเฉียนคุน ก่อนตนจะเดินเข้าไปในฝูงคน
อีกด้านหนึ่ง หน้าเรือนเหยากวางแออัดไปด้วยผู้คน หลงเหยียนพบว่าที่นี่มียอดฝีมือรายล้อมอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน คนเ่าั้มีกลิ่นอายแห่งพลังที่น่าหวาดผวา ล้วนแข็งแกร่งกว่าหลงเหยียนทั้งสิ้น อีกทั้งหลายคนในนั้นก็มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นสูงแล้ว
บริเวณนั้นมีเสียงตีฆ้องดังกึกก้อง พื้นถนนมียอดฝีมือระดับชีพธรณียืนอยู่เรียงราย หรือยอดฝีมือที่มีพลังต่ำที่สุดก็ยังมีพลังมากกว่าระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำกันทุกคน หลงเหยียนไม่รู้ว่าผู้ใดที่สามารถตั้งขบวนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้
“นี่ พี่ชาย เรือนเหยากวางกำลังทำอะไรกันอยู่หรือ พวกเขากำลังเฉลิมฉลองอะไรกัน เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าคนพวกนี้เหมือนกับขบวนรับเ้าสาวเลยล่ะ ถึงได้ตั้งขบวนใหญ่โตเช่นนี้”
คนวัยกลางที่มีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำซึ่งยืนอยู่ข้างหลงเหยียนปรายตามองเขาครู่หนึ่ง “เ้ายังไม่รู้เื่หรือ ได้ยินมาว่ายอดอัจฉริยะในรอบร้อยปีของตระกูลซวนอู่ เด็กหนุ่มที่ชื่อตงฟางเทียนหนานหมายตาหลี่เมิ่งเหยาแห่งเรือนเหยากวาง ก็เลยมารับนางเข้าไปในตระกูลชั้นใน”
“นั่นน่ะสิๆ หลี่เมิ่งเหยาช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เข้าไปอยู่ในตระกูลชั้นในได้โดยไม่ต้องเข้ารับการคัดเลือกอะไร ได้ยินมาว่านางเป็ผู้มีปราณหยินเสียด้วย อนาคตเมื่อได้เข้าตระกูลชั้นในแล้ว ต้องมีโอกาสในการพัฒนาพลังมากมาย ทั้งยังได้รับการสนับสนุนอย่างสูงเป็แน่”
รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและวิพากษ์วิจารณ์ รวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาด้วย
ในตอนนั้นเอง ก็มีใครคนหนึ่งนึกได้ว่าหลงเหยียนเป็ใคร
--------------------
