แจ็คหม่าเป็ผู้สนับสนุนแิอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้วิลลาที่เขาอาศัยอยู่ร่วมกับเฉินเฟิงแห่งนี้กลายเป็ที่พักอาศัยสุดล้ำยุคที่เต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัติโนมัติ
สวี่หยุนและหลินอ้ายหว่านคิดว่าคงต้องรออีกนานกว่าประตูจะเปิด
ทว่า ประตูรั้วเหล็กกลับเปิดออกเองอย่างไม่คาดคิด
เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้ามาภายในลานบ้าน พวกเขาพบกับเฉินเฟิง แจ็คหม่า ชิวเอ๋อหม่า และจิ้วล่างเฉา สี่หัวหน้าใหญ่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
"มีธุระอะไร?"
เฉินเฟิงเอ่ยถามสวี่หยุน หญิงวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงเ็า
"คุณเฉินคะ ดิฉันมาในนามของซือน่ามิวสิคกรุ๊ปเพื่อขอต่อสัญญากับคุณ สัญญานี้เป็สัญญาศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ มูลค่าสามร้อยล้านต่อปี โดยคุณจะได้รับส่วนแบ่งเก้าส่วนซึ่งถือเป็สัญญาที่มีราคาและส่วนแบ่งสูงที่สุดในวงการแล้ว อีกทั้งยังเซ็นสัญญาแบบปีต่อปีด้วยค่ะ"
สวี่หยุนรีบหยิบสัญญาที่เตรียมไว้อย่างดียื่นให้เฉินเฟิงพิจารณา
เฉินเฟิงรับสัญญาไว้ก่อนที่จะมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นที่ฝ่ามือของเขา เผาผลาญเอกสารสัญญาจนกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา
"พลังลมปราณของผู้หลุดพ้น?"
แจ็คหม่ามองมือขวาของเฉินเฟิงด้วยความประหลาดใจพลางพึมพำกับตัวเอง
"นี่แค่ลมปราณหยางบริสุทธิ์!"
เฉินเฟิงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
จากนั้น เฉินเฟิงจึงหันไปส่งยิ้มเย็นะเืให้กับสวี่หยุน
"ฝากไปบอกเถ้าแก่หวังด้วยนะว่า ในเมื่อเขาคิดจะใช้เงินแค่สามร้อยล้านต่อปีเพื่อต่อสัญญากับผม งั้นผมจะให้โอกาสเขาแบบเดียวกัน ผมจะจ่ายสามร้อยล้านเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของซือน่ามิวสิคกรุ๊ปที่เขาอยู่ และให้เขาทำงานต่อด้วยเงินเดือนหนึ่งล้านต่อปี โดยให้เขาทำงานให้ผมตลอดชีวิต! ถ้าหากเขาไม่พอใจ ผมจะส่งเขาไปนอนคุก"
บัญชีเวยป๋อของซือน่าจะถูกระงับเป็เวลาสองเดือนนับจากนี้
คาดว่าขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศหลงคงกำลังตรวจสอบซือน่าอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ต้นเหตุของเื่นี้เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน อีกทั้งยังใช้ภาพยนตร์ถึงห้าเื่ในการฟอกเงินส่งผลให้ต้องใช้ระยะเวลาในตรวจสอบสักระยะ
แต่หากตอนนี้สวี่หยุนกลับไปบอกประธานหวังแล้วเขาไม่ตกลง
เฉินเฟิงก็จะส่งเขาเข้าไปนอนเกลือกกลิ้งในคุกโดยไม่ต้องเสียเงินสักแดง
ปัจจุบัน ซือน่ากำลังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา หากเข้าตลาดสำเร็จ มูลค่าหุ้นอาจสูงถึงสองหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนเข้าตลาด ซือน่ามิวสิคกรุ๊ปมีมูลค่ารวมประมาณหกพันล้านหยวน โดยประธานหวังเป็ผู้ถือหุ้นสูงถึงห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์
ดังนั้น มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของประธานหวังจึงอยู่ที่สามพันล้าน การที่เฉินเฟิงเสนอเงินจำนวนสามร้อยล้านเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของเขาจึงสอดคล้องกับคำประกาศก่อนหน้านี้
เทคโอเวอร์ด้วยราคาหนึ่งในสิบ!
สิ่งที่เฉินเฟิงกล่าวเกี่ยวกับการเข้าบริษัทและอุตสาหกรรมที่ทำร้ายทั้งเขาและผู้หญิงของเขานั้น หมายความถึงหุ้นที่พวกเขาถืออยู่เท่านั้น
หากบริษัทเ่าั้มีผู้ถือหุ้นรายอื่นอยู่ด้วย คนเ่าั้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเื่นี้
ท้ายที่สุดแล้ว เฉินเฟิงไม่จำเป็ต้องเข้าหุ้นของผู้ที่ไม่เคยกระทำผิดต่อเขาหรือผู้หญิงของเขา
ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเ่าั้จึงไม่มีจุดอ่อนใดให้เขาใช้ต่อรอง ดังนั้น จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะบังคับให้พวกเขาขายหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด
สิ่งที่เฉินเฟิง้ามีเพียงหุ้นที่พวกคนชั่วช้าสามานย์อยู่ในบริษัทวงการบันเทิงต่างๆ เท่านั้น
เพราะในยุคสมัยนี้ มีใครบ้างที่เปิดบริษัทโดยไม่ต้องหาหุ้นส่วนร่วมลงทุน เพราะหากเปิดบริษัทด้วยตัวคนเดียวความเสี่ยงที่ต้องแบกรับก็จะสูงเกินไป
มีเพียงเฉินเฟิงเท่านั้นที่เป็ข้อยกเว้น
เขาถือครองหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มบริษัทั์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตถึงสามแห่ง ตราบใดที่ทั้งสามบริษัทั์ใหญ่เหล่านี้ไม่ล้มละลาย
เขาก็ไม่มีวันขาดเงินในกระเป๋า
หลงอ้าวเอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ปที่เขาก่อตั้งในปัจจุบันจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเพียงผู้เดียว
ไม่มีนายทุนต่างชาติ ไม่มีผู้ร่วมลงทุนอื่นใด
ในทางตรงกันข้าม เขากลับ้าทยอยถอนหุ้นบางส่วนจากบริษัทั์ใหญ่ทั้งสามเพื่อแลกกับเงินสดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าซื้อกิจการบริษัทบันเทิงรายย่อยอื่นๆ และพัฒนาหลงอ้าวเอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ปด้วย
หลังจากได้เห็นพลังของปรมาจารย์ศิลปะการป้องกันตัวของเฉินเฟิงกับตา ในที่สุด สวี่หยุนกับหลินอ้ายหว่านก็ตระหนักว่าพลังลมปราณโบราณในนิยายกำลังภายในอย่างฝ่ามือัเพลิงนั้นมีอยู่จริง
นอกจากนี้ คำพูดของเฉินเฟิงทำให้สวี่หยุนหมดคำจะพูด
"มีเื่อื่นอีกไหม?"
เฉินเฟิงมองสวี่หยุนด้วยสายตาเ็า ให้ความรู้สึกราวกับเป็ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังมองมดปลวก
ความรู้สึกด้านลบที่เขามีต่ออดีตผู้จัดการคนนี้มากยิ่งกว่าที่มีต่อประธานหวังเสียอีก
เพราะเฉินเฟิงไม่ได้ติดต่อกับประธานหวังโดยตรงในตอนที่เซ็นสัญญากับซือน่า
ทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัดการอย่างสวี่หยุน เธอมีส่วนร่วมโดยตรงในการหักเงินจากผลงานที่เฉินเฟิงสร้างขึ้นอย่างยากลำบาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคิดว่าบริษัทได้หักกำไรส่วนใหญ่ไปแล้วส่วนที่เหลือยังถูกผู้จัดการหักอีก
แต่สวี่หยุนกลับไม่มอบทรัพยากรใดๆ ให้แก่เขาเลย
เพราะสวี่หยุนเป็ผู้จัดการคนดัง มีศิลปินในสังกัดมากมาย
เฉินเฟิงเป็แค่ผู้ชนะเลิศงานประกวดที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ๆ แม้จะมีความสามารถติดตัวอยู่บ้างแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
สัญญาขายตัวที่เซ็นไว้แต่แรกได้กำหนดไว้แล้วว่าเื่จะเป็เช่นนี้
"ไม่มีค่ะ...ไม่มีอะไรแล้ว ถ้าเช่นนั้นดิฉันขอลากลับซือน่าก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะแจ้งให้ท่านประธานหวังทราบทุกถ้อยคำ"
สวี่หยุนเอ่ยปากด้วยความหวาดหวั่น
รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ดูแลเฉินเฟิงหรือให้ทรัพยากรแก่เขามากกว่านี้
ตัวสวี่หยุนเองก็ตระหนักดีว่า หากประธานหวังขายหุ้นซือน่าจำนวนกว่าห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ที่เขาถืออยู่ให้กับเฉินเฟิงจริง
งั้นการเปลี่ยนแปลงบุคลากรครั้งแรกต้องเป็การไล่เธอออกจากบริษัทอย่างแน่นอน
ส่วนประธานหวังก็คงต้องกลายเป็เพียงพนักงานกินเงินเดือน
แต่ถึงแม้จะคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้แล้ว แต่สวี่หยุนก็ยังคงต้องรายงานทุกถ้อยคำของเฉินเฟิงต่อหน้าประธานหวังโดยไม่บิดเบือนแม้แต่คำเดียว
อำนวจของเฉินเฟิงในยามนี้ช่างน่าหวาดกลัว แม้แต่กับหลินอ้ายหว่าน อดีตครูผู้สอนของเฉินเฟิงก็ตาม
เขายืนนิ่งไม่ไหวติงตลอดบทสนทนา ไม่กล้าแม้แต่เอ่ยปาก
แต่เฉินเฟิงกลับหยุดเขาไว้ในขณะที่เขาหันหลังกลับเตรียมตัวจะกลับพร้อมกับสวี่หยุน
"อ้าว ครูหลิน นานๆ เจอกันที ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันสักหน่อยเหรอครับ?"
สวี่หยุนสับสนเล็กน้อยแต่ก็รีบเดินออกจากบ้านพักของเฉินเฟิงอย่างหงอยเหงา
ส่วนหลินอ้ายหว่านกลับยิ้มออกมาราวกับเด็กน้อย
หลินอ้ายหว่านผู้ถูกขนานนามว่าแผ่น CD เดินได้ ด้วยทักษะการร้องเพลงที่จัดอยู่ในระดับสูง เขาก็คุ้มค่าแก่การที่ให้เฉินเฟิงเรียนรู้จากเขาต่อไป
"ไม่ๆ...อย่าเรียกผมว่าครูเลย ตอนนั้นในรายการประกวดนักร้องชายเสียงใส ผมก็แค่เป็ผู้ฝึกสอนด้านดนตรีให้คุณไม่นาน หลังจากนั้นเราก็เซ็นสัญญากับผู้จัดการคนเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าผมจะแย่งทรัพยากรจากคุณไปเยอะพอสมควร..."
หลินอ้ายหว่านรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ เขามีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่อยู่ในวงการบันเทิง ไม่เคยมีข่าวเสียๆ หายๆ เลย
หลินอ้ายหว่านถึงแม้จะติดเกมไปบ้างแต่ทางบ้านก็ไม่เคยเดือดร้อนเื่เงิน หากเขาเดินในวงการบันเทิงไม่รอดก็ยังสามารถกลับบ้านไปรับมรดกมูลค่าหลายร้อยล้านได้
"ผมชื่นชมความสามารถในการร้องและแต่งเพลงของคุณมากนะ ผู้รู้คือครู ในแง่วงการเพลง คุณคือรุ่นพี่และครูของผมอย่างแท้จริง เชิญทางนี้เลยครับ ในบ้านผมมีเครื่องเกมหลายเครื่องอยู่พอสมควร ไอ้ตัวผมก็ไม่ค่อยได้เล่นหรอก แต่ก็มีไว้สำหรับตกแต่งบ้านน่ะครับ"
เฉินเฟิงยิ้มขณะโอบไหล่หลินอ้ายหว่าน เปลี่ยนจากเศรษฐีพันล้านผู้น่าเกรงขามเป็เด็กหนุ่มในร่างชายวัยสามสิบ
ถึงแม้ว่าหลินอ้ายหว่านจะอายุสี่สิบกว่าแล้ว แต่ด้วยใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับเด็กหนุ่ม ประกอบกับท่าทางร่าเริงและนิสัยชอบเล่นเกมส่งผลให้เขาดูอายุน้อยกว่าความเป็จริง
หลินอ้ายหว่านสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเฉินเฟิงเช่นกัน เขาจึงเกาะไหล่เดินกลับไปพร้อมกับเฉินเฟิง
ส่วนแจ็คหม่า ชิวเอ๋อหม่า และจิ้วล่างเฉา ต่างคนต่างแยกย้ายหลังจากอำลาเฉินเฟิง
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อทั้งสามคนมีครูสอนศิลปะการป้องกันตัวคนเดียวกันคือเฉินเฟิง ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทั้งวงการบันเทิงและธุรกิจ
ในอดีต ถึงแม้เฉินเฟิงจะเป็ครูพวกเขาและถือหุ้นส่วนหนึ่งในบริษัท แต่เฉินเฟิงไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจ
แต่ตอนนี้ หลงอ้าวเอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ปของเฉินเฟิงได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็ทางการ
หลังจากนี้ ย่อมต้องมีการกระทบกระทั่งกันในสนามธุรกิจบ้าง
เพราะทั้งอาลีกรุ๊ปกับเพนกวินกรุ๊ปต่างก็้าขยายธุรกิจของตัวเอง
แต่ฟังจากคำพูดของเฉินเฟิง เขา้ากลืนกินธุรกิจสายบันเทิงที่เหลือเกือบทั้งหมด
บริษัทบันเทิงต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเครือจักรวรรดิทั้งสามแห่งล้วนเป็เป้าหมายของเฉินเฟิง
ทั้งสามจำเป็ต้องรีบกลับไปประชุมกับเหล่าผู้ถือหุ้นคนอื่น
เื่สำคัญขนาดนี้ แม้พวกเขาจะมีสิทธิ์ตัดสินใจเด็ดขาดแต่ก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้
ระหว่างรักษาระบบบริษัทของตัวเองไว้และเฝ้าสถานการณ์จากวงนอก หรือจะเข้าต่อกรกับบริษัทของครูในสนามธุรกิจ
ทุกอย่างต้องรอพวกเขากลับไปประชุมเพื่อหาข้อสรุป
ทั้งอินเทอร์เน็ตถล่มทลายด้วยวิดีโอและคำประกาศของเฉินเฟิง
แต่ตอนนี้เฉินเฟิงก็แค่พูดเฉยๆ พวกเขาไม่มีทางโต้แย้งได้
ได้แค่แสดงความสงสัย บางคนไม่เชื่อว่าวิดีโอสั้นกับการไลฟ์สดจะเป็ทางเลือกที่ดี บางคนไม่เชื่อว่าหลงอ้าวเอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ปของเฉินเฟิงจะเติบใหญ่ได้จริง
เพราะในเชิงธุรกิจ ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูที่ถาวร มิตรสหายอาจแปรเปลี่ยนเป็คู่แข่งในพริบตา
‘เฉินเฟิงเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่าเป็แค่เอฟเฟกต์พิเศษ?’
‘ฉันตรวจสอบวิดีโอแล้ว ไม่มีการตัดต่อใดๆ แถมยังมีการระบุเวลาการบันทึกวิดีโอทุกวินาที’
‘เฉินเฟิงน่าจะให้ศิษย์คนใหม่จิ้วล่างเฉา ถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ แล้วหลังจากหนึ่งนาทีก็โพสต์วิดีโอและข้อความจำนวนมาก!’
‘ไม่แปลกใจเลยที่เฉินเฟิงได้รับหน้าที่่เป็ครูสอนวิชาหมัดมวยให้สามั์ใหญ่ พนันได้เลยว่าคนที่เคยทำร้ายเฉินเฟิงหรือผู้หญิงของเขาต้องซวยแน่!’
‘ธุรกิจวิดีโอสั้น? ไลฟ์สตรีมมิ่ง? ของแบบนี้จะประสบความสำเร็จเหรอ? น่าสงสัยจริงๆ’
‘หลงอ้าวเอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ป ตั้งชื่อซะเก๋ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะมีปัญญาทำได้’
‘รอดูกันต่อไปเถอะ ไอ้พวกผู้กำกับกับนักลงทุนหลายคนต้องขายหุ้นให้เฉินเฟิงในราคาถูก แล้วไปเข้าคุกแน่’
……
เฉินเฟิงฉวยโอกาสแอบสำรวจความคิดเห็นบนเวยป๋อด้วยโทรศัพท์มือถือของเขาระหว่างที่หลินอ้ายหว่านกำลังใจจดใจจ่อกับเกมในบ้าน
หลังจากนั้น เฉินเฟิงเริ่มวางแผนในหัว
'บนดาวเคราะห์ฟ้าครามประเทศหลงมิตินี้ มีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอยู่บ้างแต่ทั้งหมดล้วนเป็แพลตฟอร์มขนาดเล็ก ยังไม่มีเน็ตไอดอลแจ้งเกิดสักราย
ส่วนธุรกิจวิดีโอสั้นก็ยังไม่มีใครลงมือทำจริงจัง หรืออาจเรียกได้ว่ายังไม่มีใครริเริ่ม
ภารกิจของบริษัทหลงอ้าวเถี้ยวต้งคือการเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชันโต่วอิน โถวเถี่ยว และไคว่โฉ่วทั้งสาม
จากความทรงจำในอดีตชาติบนโลกเดิม บริษัทอินฟู๋เถี้ยวต้งและไคว่โฉ่วมีมูลค่าประมาณ 2.8 ล้านล้านหยวนและสี่แสนล้านหยวนตามลำดับ เมื่อสมัยพวกเขาเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่นาน
ในชาตินี้ สองบริษัทที่เคยเป็คู่แข่งกัน จะมารวมตัวกันเป็บริษัทหลงอ้าวเถี้ยวต้ง แค่คำนวณคร่าวๆ มูลค่าคงไม่ต่ำกว่าสามล้านล้านหยวน
แต่ก่อนอื่น ต้องตามหาตัวจางจิงเหรินกับซูฮวาของมิตินี้ สองผู้นำเทรนด์วิดีโอสั้นที่ยังไม่มีชื่อเสียงให้ได้ก่อน'
แผนของเฉินเฟิงนั้นสวยหรู เพราะเขาเคยเป็บอดี้การ์ดอยู่ข้างกายแจ็คหม่า เขาซึมซับประสบการณ์ในเชิงธุรกิจเพิ่มไม่น้อย
‘ระบบ ผมแลกเปลี่ยนระบบอัลกอริทึมของโต่วอินกับไคว่โฉ่วฉบับสมบูรณ์แบบได้หรือเปล่า?’
เฉินเฟิงยัง้าให้เอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ปของเขาเติบโตเร็วขึ้น เขาจึงเริ่มลองแลกเปลี่ยนกับระบบ
จุดแข็งหลักของโต่วอินและไคว่โฉ่วคืออัลกอริทึม!
บนโลก เพนกวินวิชั่นในเครือเพนกวิน ถึงแม้จะลอกเลียนแบบได้บางส่วน แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ
และเพราะเขาคิดว่าการใช้คะแนนชื่อเสียงเพื่อเพิ่มพูนทักษะที่มีอยู่เดิมนั้นไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่
[สามารถทำได้ แต่ต้องใช้คะแนนชื่อเสียงในฐานะนักธุรกิจอย่างน้อยหนึ่งร้อยล้านคะแนน!
หลังจากนั้น คุณสามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของในสาขาที่เกี่ยวข้องด้วยคะแนนชื่อเสียงประเภทเดียวกับสาขานั้นๆ โดยมีระบบจะเป็ผู้กำหนดราคา]
