เด็กที่ดูแลยาออกไปครู่หนึ่งแล้วพาผู้ดูแลที่อายุไม่มากนักมาหนึ่งคน
ท่าทีของผู้ดูแลที่อายุน้อยไม่มีความอดทนเท่าไหร่นัก เขาเดินเข้ามาพร้อมกับต่อว่าไปด้วย “มาก่อนได้ก่อนไง จะแย่งชิงไปทำไมกัน? ยุ่งยากเสียจริง! หากแย่งชิงกันต่อไปก็ไม่ต้องเอาทั้งหมด”
กูเฟยเยี่ยนและคนอื่นๆ หันไปมองผู้ดูแลกับเด็กที่ดูแลยาเดินมาด้วยกัน พวกเขาได้ยินเสียงลอยมาแต่ไกล กูเฟยเยี่ยนดีใจมาก เพราะนางได้มาก่อนหนึ่งก้าวจริงๆ
แต่หลังจากที่ผู้ดูแลที่อายุน้อยเดินเข้ามาใกล้ เขาก็จำคุณหนูสามตระกูลหานได้ทันที ท่าทีของเขาจึงได้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือ
“โอ๊ะโอ นี่ใช่คุณหนูสามแห่งตระกูลป้อมปราการหานหรือไม่? ข้าดูหน่อย ข้าดูหน่อย วันนี้ลมอะไรพัดพาท่านมาถึงที่นี่กัน? ”
ตระกูลป้อมปราการหาน?
กูเฟยเยี่ยนคิดมาโดยตลอดว่าคุณหนูสามตระกูลหานคนนี้เป็บุคคลที่มีอำนาจของเมืองจิ้นหยางเช่นเดียวกันกับท่านชายซู นางคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวคนนั้นจะเป็คนของตระกูลป้อมปราการหาน
เมื่อสิบปีที่แล้วตระกูลฉี ตระกูลซู ตระกูลเห้อ และตระกูลซ่างกวน ถูกขนานนามรวมกันว่าเป็สี่ตระกูลใหญ่แห่งดินแดนเสวียนคง ในส่วนของตระกูลหานนั้นแม้ว่าจะไม่ใช่หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ แต่ความสามารถและรากฐานกลับเอาชนะสี่ตระกูลเ่าั้ได้ ผู้คนบนโลกจึงขนานนามตระกูลหานว่าเป็ตระกูลหัวหน้าของสี่ตระกูลใหญ่
การเปลี่ยนแปลงของปิงไห่ทำให้ศิลปะการต่อสู้ตกต่ำลง ดินแดนเสวียนคงเกิดความโกลาหล ตระกูลฉี ตระกูลซู และตระกูลเห้อ สามตระกูลนี้ต่างก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ตระกูลฉียอมจำนนอยู่ภายใต้อำนาจของราชวงศ์ตระกูลจวินแห่งเมืองเทียนเหยียน โดยควบคุมอำนาจทางการทหาร ตระกูลซูหันไปอาศัยราชวงศ์ตระกูลฉีแห่งอาณาจักรว่านจิ้นโดยควบคุมการขนส่งทางน้ำ ตระกูลเห้อแตกแยกกระจัดกระจายมานานแล้ว มีเพียงตระกูลซ่างกวนกับตระกูลหานที่ยังคงยืนหยัดรักษาดินแดนทางใต้ของเสวียนคง พวกเขาคือผู้ที่ดินแดนทางใต้มาจนถึงทุกวันนี้
แม้กูเฟยเยี่ยนจะประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก นางไม่ได้้าคบค้าสมาคมกับบุคคลที่มีอำนาจ ภายในใจของนางจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยคือบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุด
หานอวี๋เอ๋อร์หันไปมองผู้ดูแลที่อายุน้อยอย่างจริงจังครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ตระหนักได้ว่าคนผู้นี้เป็เพื่อนร่วมชั้นของนางในห้องเรียนสมุนไพรหุบเขาเสินหนง นางทั้งดีใจและประหลาดใจ “กงเส้าอี้ ที่แท้ก็เป็เ้า! ”
หุบเขาเสินหนงมีห้องเรียนสมุนไพรเฉพาะทาง ทุกห้าปีจะมีการสอบคัดเลือกนักเรียนที่มีพร์ยอดเยี่ยม หลังจากที่นักเรียนเหล่านี้สำเร็จการศึกษาแล้ว พวกเขาจะถูกอาจารย์แพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิบท่านคัดเลือกรับเอาไว้เป็ลูกศิษย์และสั่งสอนชี้แนะด้วยตนเอง คนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจะทำได้เพียงรับหน้าที่ผู้ดูแลในหุบเขาเสินหนงเท่านั้น
ในตอนนั้นหานอวี๋เอ๋อร์คือบุคคลที่โดดเด่นที่สุดของห้องเรียนสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็การทดสอบใดๆ นางก็ล้วนได้รับรางวัลที่หนึ่ง อีกทั้งยังถูกอาจารย์แพทย์แย่งชิงถึงสามท่าน น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดมารดาบุญธรรมของนางซึ่งก็คือฟูเหรินเ้าของป้อมปราการคนปัจจุบัน ไม่อนุญาตให้นางอยู่ที่หุบเขาเสินหนงต่อไปและพานางกลับไปที่ตระกูลป้อมปราการหานแทน
ผู้ดูแลกงพูดด้วยความเสียดาย “คุณหนูสามตระกูลหาน จากความรู้และพร์ของท่านแล้ว หากว่าตอนนั้นไม่ได้จากไป เกรงว่าปัจจุบันนี้ท่านคงจะเป็แพทย์ชั้นสูงแห่งหุบเขาเสินหนงไปแล้ว ข้าได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนท่านอาจารย์ในห้องเรียนเ่าั้ก็ได้พูดถึงท่านอีกแล้ว”
หลังจากที่กูเฟยเยี่ยนได้ยินคำพูดเหล่านี้ นางก็ลอบแปลกใจอีกครั้ง ที่แท้ความสามารถของคุณหนูสามตระกูลหานก็มาจากหุบเขาเสินหนง หญิงสาวคนนั้นเป็ผู้เชี่ยวชาญเช่นเดียวกับนาง อีกทั้งยังเป็บุคคลที่มีความโดดเด่นอีกด้วย!
ต้องรู้ไว้ว่าผู้เชี่ยวชาญของหุบเขาเสินหนงที่เรียกว่าแพทย์ชั้นสูงสามารถเทียบเท่ากับศาสตราจารย์แพทย์ด้านนอกได้เลย!
เดิมทีหานอวี้เอ๋อร์ไม่้าทักทายมากนัก แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วสายตาของนางก็ได้ชำเลืองมองไปที่จวินจิ่วเฉินปราดหนึ่ง นางลอบคิดว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยได้รู้จักกับนางมาเกือบจะสามปีแล้ว ทว่าเขาไม่เคยรับรู้ทักษะสมุนไพรของนางมาก่อน นางจะลองใช้โอกาสนี้ทำให้จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยรู้จักนางมากยิ่งขึ้น การที่จิ้งหวางทรงชื่นชมกูเฟยเยี่ยนก็เป็เพราะกูเฟยเยี่ยนมีความสามารถทางด้านทักษะสมุนไพรเล็กน้อยไม่ใช่หรือ?
หานอวี๋เอ๋อร์กลัวว่าจิ้งหวางจะไม่เข้าใจในระดับขั้นของอาจารย์แพทย์แห่งหุบเขาเสินหนง นางจึงรีบพูดอย่างยิ้มแย้มและเจียมเนื้อเจียมตัวกับกงเส้าอี้ว่า “แพทย์ชั้นสูงของหุบเขาเสินหนงเป็สิ่งที่ใครๆ ก็ได้รับขนานนามอย่างนั้นหรือ? ข้าได้ยินมาว่าภายในหุบเขาแห่งนี้แพทย์ชั้นสูงที่มีอายุน้อยที่สุดได้รับการเลื่อนขั้นตอนอายุสี่สิบกว่าปี เ้าอย่ามายกยอข้าเลย หากคนอื่นมาได้ยินจะหัวเราะเอาได้
ผู้ดูแลกงรีบพูดว่า “คำพูดเหล่านี้ไม่ได้เป็ข้าที่พูดออกมา แต่เป็ท่านอาจารย์ในห้องเรียนสมุนไพรที่พูดออกมา”
หานอวี๋เอ๋อร์ได้ลอบมองไปที่จวินจิ่วเฉินอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขากำลังฟังอยู่ นางก็แอบดีใจอยู่เงียบๆ “พอแล้วๆ ไม่พูดแล้ว เื่นี้สำคัญกว่า”
หลังจากนั้นนางจึงได้เริ่มแนะนำตัวโดยจงใจจัดอันดับจิ้งหวางไว้ด้านหลังและแนะนำตัวท่านชายซูเป็คนแรก สำหรับบุรุษแล้วการแสร้งทำเป็ปล่อยเพื่อที่จะจับเป็วิธีที่ได้ผลมากที่สุด โดยเฉพาะกับจิ้งหวางที่โอหังและถือดี เมื่อสักครู่นี้เขาไม่เห็นแก่หน้านาง นางจึงจะถือโอกาสเข้าข้างท่านชายซูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย นางไม่กลัวว่าเขาจะไม่พอใจและไม่กลัวว่าจะมีปัญหาบาดหมางกับเขาอีกด้วย
หลังจากที่หานอวี๋เอ๋อร์ได้แนะนำตัวท่านชายซูอย่างละเอียดแล้ว นางก็ได้เน้นย้ำว่านี่คือท่านชายซูที่มาจากแดนตะวันออก จากนั้นจึงแนะนำตัวจวินจิ่วเฉินโดยไม่ละเอียดมากนัก ในตอนท้ายได้เอ่ยกับกงเส้าอี้ว่า “สองท่านนี้คือสหายสนิทของข้า วันนี้บังเอิญมากที่ได้มาพบกันที่นี่ เมื่อสักครู่นี้เกิดความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย เชิญเ้าตัดสินใจได้เลย”
ผู้ดูแลกงได้ยินเด็กที่ดูแลยาพูดคร่าวๆ แล้ว เขารู้ว่าหานอวี๋เอ๋อร์มาพร้อมกันกับท่านชายซู เมื่อเห็นท่าทีของหานอวี๋เอ๋อร์แล้ว เขาก็รู้ซึ้งอยู่แก่ใจ
เขาโค้งคำนับท่านชายซูก่อนแล้วเอ่ยว่า “ท่านชายซู ข้าน้อยกงเส้าอี้ ผู้ที่ดูแลสนามรางวัล”
ท่านชายซูมีความประหลาดใจจึงรีบคำนับกลับแล้วพูดขึ้นมาอย่างอดใจรอไม่ไหว “ยินดีที่ได้พบๆ ดูท่าว่าการที่เชิญคุณหนูสามตระกูลหานมาในครั้งนี้จะเป็การกระทำที่ถูกต้องแล้ว”
คำพูดเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าผู้ดูแลกงได้เห็นแก่หน้าคุณหนูสามตระกูลหานและพยายามให้ความสะดวกสบาย
ผู้ดูแลกงแสร้งทำเป็พูดล้อเล่น “คุณหนูสามตระกูลหานไม่ได้เชิญมาได้ง่ายๆ ท่านชายซูมีฝีมือมาก”
หลังจากที่เขาพูดจบก็ได้หันมามองจวินจิ่วเฉิน แม้ว่าท่าทีจะยังคงเป็มิตรแต่เขาก็ไม่ได้กระตือรือร้นมากนัก “ท่านชายเฉิน ยินดีที่ได้พบ”
อย่างไรก็ตามจวินจิ่วเฉินหมดความอดทนแล้ว เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “หญิงรับใช้ของเปิ่นกงจื่อมาถึงก่อน เด็กที่ดูแลยาสามารถเป็พยานได้ จำนวนเข้าสนามรางวัลสองที่เปิ่นกงจื่อรับไว้ทั้งหมด โปรดดำเนินการโดยเร็วที่สุด”
ผู้ดูแลกงค่อนข้างเกิดความโมโห แต่ก็ได้หันหน้าแล้วส่งสายตาไปถามหานอวี๋เอ๋อร์ หานอวี๋เอ๋อร์คิดไม่ถึงว่าจิ้งหวางจะมาตามหาสมุนไพรและจะกล้าใช้ท่าทีเช่นนี้กับผู้ดูแลของหุบเขาเสินหนง
นางเกิดความลำบากใจแล้ว
หากนางยังคงลำเอียงต่อไปมันจะเป็การแสดงออกถึงความโง่เขลาและทำให้จิ้งหวางเกิดความไม่พอใจหรือไม่?
นางลังเลไม่กล้าตัดสินใจ ผู้ดูแลกงจะไปรู้ได้อย่างไรว่าภายในใจของนางมีแผนร้ายมากมาย เขาคิดแค่ว่านางเข้าข้างท่านชายซูแต่ไม่กล้าแสดงท่าทีอย่างเปิดเผย ดังนั้นผู้ดูแลกงจึงได้ะโเรียกเด็กที่ดูแลยามาสอบถาม “หญิงรับใช้ของท่านชายเฉินมาถึงก่อนหรือ? ”
เด็กที่ดูแลยาเข้าใจถึงสถานการณ์ได้เป็อย่างดี “เมื่อสักครู่นี้ข้าน้อยเห็นว่าท่านชายซูและหญิงรับใช้คนนี้ได้เดินเข้าประตูมาพร้อมกัน สำหรับระยะเวลาที่มาถึงหน้าฐานโต๊ะนั้นก็ใกล้เคียงกัน ผู้ดูแลกง หากว่ายืนกรานจะจัดลำดับผู้ที่มาก่อนหรือมาหลัง สามารถใช้วิธีการประมูลมาจัดลำดับได้”
ั์ตาของผู้ดูแลกงทอประกายถึงความเ้าเล่ห์ จากนั้นจึงเสนอวิธีการแก้ปัญหาออกมาทันที “เอาอย่างนี้แล้วกัน ในเมื่อทั้งสองท่านมาถึงพร้อมกันและจะรับจำนวนที่เหลือทั้งสองที่ เช่นนั้นก็วัดจากราคาประมูลที่เสนอมา ผู้ที่เสนอได้สูงที่สุดจะได้รับจำนวนที่เหลือไป! ”
ท่านชายซูที่มาจากแดนตะวันออกก็คือนายน้อยของตระกูลซูที่ควบคุมการขนส่งทางน้ำของอาณาจักรว่านจิ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ตระกูลซูคือครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรว่านจิ้น เขาไม่ขาดแคลนเงินทอง
ครั้นท่านชายซูได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็ดีอกดีใจมาก “เปิ่นกงจื่อไม่มีความคิดเห็น เพียงแต่ว่าการประมูลจำนวนที่สองที่พร้อมกันมันออกจะไม่ยุติธรรมนิดหน่อย ทีละอันดีไหม? ไม่ทราบว่าท่านชายเฉินผู้นี้คิดเห็นอย่างไรบ้าง? ”
กูเฟยเยี่ยนเกิดโทสะแล้ว คนพวกนี้นี่มันเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวชัดๆ พวกเขาเจตนากลั่นแกล้งพวกเรา
แต่อย่างไรก็ตามจวินจิ่วเฉินกลับตอบออกไปด้วยความเบิกบานใจ “ร่วมสนุกด้วยจนถึงที่สุด”
สิ่งที่ท่านชายซูชื่นชอบมากที่สุดก็คือการทุ่มเงินใส่ผู้อื่น เขายิ้มเยาะเหยียดหยามแล้วเอ่ยว่า “เ้าอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน! จำนวนที่แรก เปิ่นกงจื่อเสนอสามหมื่นเหรียญทอง! ”
สามหมื่นเหรียญทอง!
อย่าว่าแต่กูเฟยเยี่ยนเลย แม้แต่ผู้ดูแลกงกับหานอวี๋เอ๋อร์ยังเกิดความใ นี่ท่านชายซูจะเล่นใหญ่เกินไปไหม?
อย่างไรก็ตามจวินจิ่วเฉินได้เดินมานั่งที่ด้านข้างอย่างไม่รีบร้อนพร้อมกล่าวว่า “เยี่ยนเอ๋อร์ เ้ามาประมูลกับเขา”