“ในฝันอย่างไร โยมเคยเจอเขาในฝันจำไม่ได้รึ” เพียงคำพูดของพระครูสิ้นลง ดวงตากลมไหวระริกของนลินญาก็นึกถึงชายรูปงามในฝันได้ทันที
“เขา...” เธอเปรยออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“นั่นล่ะเขา ที่ทำให้ฝนตก ทำให้ลมกระโชกแรง ฝีมือเขาทั้งหมด”
“เขามีตัวตนอยู่จริงเหรอเ้าคะ”
“อยู่อีกมิติที่ทับซ้อนกับสถานที่แห่งนี้ เขาเฝ้ามองดูโยมมานับพันปี คงถึงเวลาแล้วที่โยมกับเขาจะทำความเข้าใจกัน” เธอเลื่อนสายตาลงต่ำ ในห้วงความรู้สึกส่วนลึกยังคงน้อยใจอยู่มาก ทว่าหญิงสาวไม่อาจหาสาเหตุแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองได้
“ถ้าโยมอยากรู้สิ่งที่คาใจ คืนนี้จงทำกรรมฐาน แล้วเขาผู้นั้นจะมาเรียบเรียงเื่ราวทั้งหมด ให้โยมเห็นด้วยตัวเอง” หลังจากพูดจบ พระครูก็หันตัวเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวทิ้งตัวนั่งลงแล้วค้างคากับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มเกิดขึ้น
กายทิพย์ของศตนันท์นาคราชแปลงเป็บุรุษรูปงามเดินเข้ามาก้มกราบพระครู ที่ยอมเมตตาเขา ก่อนที่สองเท้าของพระสงฆ์ผู้มากด้วยศีลจะหยุดชะงัก พลันทอดมองกายทิพย์ของบุรุษหนุ่มอย่างเมตตา
“ข้าซาบซึ้งในเมตตาของพระคุณเ้า ที่ช่วยชี้ทางให้นางได้ระลึกถึงข้า”
“เห็นแก่ความรักมั่นคงของท่าน ให้นางได้รู้ความจริงก่อนที่จะเดินเข้าสู่กระแสแห่งการหลุดพ้น และหลังจากนางรับรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว ขอให้ท่านยอมรับการตัดสินใจจากนางด้วย อย่าได้ขัดขวางปณิทานของนางอีก” พระครูพูดจบ จึงเบี่ยงกายเดินจากไป
ในมิติทับซ้อนที่ซ่อนอยู่ ร่างของศตนันท์นาคราชเดินเข้ามา แล้วทอดสายตามองร่างเล็กของนลินญาด้วยความอาลัยรัก
“พี่หวังเพียงแค่ ขอให้เ้าอภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น นลินญา”
“อย่าขัดขวางนาง อย่าขัดขวางนาง” นกน้อยยังบินวนอยู่ใกล้เขาตลอดเวลา ก่อนรอยยิ้มงามของศตนันท์นาคราช จะคลี่ออกมา แล้วคว้าตัวนกน้อยมาจับอย่างอ่อนโยนเช่นเดิม
“เ้าห่วงเพื่อนรักของเ้ามากเช่นนั้น แต่เ้าไม่ห่วงใจของข้าบ้าง” สุรเสียงนุ่มนวลเอ่ยกับนกน้อย ก่อนที่นก์ตัวนั้นจะบินเข้ามาหานลินญาแล้วบินอยู่ใกล้นาง โดยที่มิติปัจจุบันไม่อาจมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้
“ข้าจะดูแลเ้า จะดูแลเ้า จะเฝ้ามองเ้าเช่นเดียวกับศตนันท์นาคราช” นกน้อยเปล่งวาจาแสนไพเราะออกมา ก่อนที่หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้น แล้วหันตัวเดินกลับไปยังสถานที่ปฏิบัติท่ามกลางสายตาอาลัย ของบุรุษรูปงามที่ทรงเครื่องกษัตริย์สีทอง
นับจากที่พระครูยอมชี้แนะหญิงสาว ลมกระโชกแรงก็หายลับไปไม่กลับมาอีก เหลือเพียงสายลมเย็นที่พัดผ่านกายของหญิงสาวให้หลับตาทำสมาธิต่อ
ภายในเรือนพักที่ทำจากไม้แบ่งเป็หลัง ๆ นั้น นลินญานั่งหลับตาทำสมาธิท่ามกลางแสงสว่าง ที่คล้อยจางหายจากขอบฟ้าไป เธอตั้งมั่นทำสมาธิด้วยเพราะ้ารู้ว่าชายหนุ่มรูปงามนั้น้าสิ่งใดจากเธอ
มารดาของนลินญาก้มมองนาฬิกา ที่ผันเปลี่ยนเคลื่อนจากสองทุ่มเป็ห้าทุ่มตามลำดับ ทว่านลินญายังคงไม่ถอนสติออกจากกรรมฐาน เธอนั่งหาวหวอดไปมา ก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด
