กงจื้อิชิมไปหนึ่งคำ แล้วก็มีรอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของเขาอย่างที่คาดไว้
หากจะพูดขึ้นมาจริงๆ วันนี้ก็ไม่ถือว่าเป็วันที่สบายอะไร เพราะความจริงแล้วการเคลื่อนทัพใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า มีเื่มากมายที่เขาต้องเป็คนสั่งการลงไป ไม่ว่าจะเป็เสบียงอาหาร หญ้าที่ใช้เลี้ยงม้า และอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเมื่อเช้านี้ตอนที่เขาตื่นขึ้นมา ในสมองของเขาก็มีแต่ภาพสองแม่ลูกคู่นี้ปรากฏขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ท้ายที่สุดเขาก็เลยจัดการวางแผนอย่างคร่าวๆ ไปรอบหนึ่ง จากนั้นก็รีบกลับมาเพื่อกินข้าวเที่ยง ตอนนี้เมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกมีสีหน้าที่ดีเขาเองก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
หลังจากที่กินข้าวเสร็จ สองผู้ใหญ่และหนึ่งเด็กก็คุยเล่นสัพเพเหระกัน ลุงอวิ๋นเองก็อดทนไม่ไหวและวิ่งเข้ามาร่วมสนุกด้วยกัน
น่าเสียดายที่เวลามักมีจำกัดเสมอ กงจื้อิกอดอันเกอเอ๋อร์เอาไว้ครู่หนึ่ง เขาวางหน้าลงบนใบหน้าที่สวมหมวกเล็กๆ เอาไว้ สูดกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำนม ในที่สุดเขาก็ตัดใจและวางอันเกอเอ๋อร์ลงไปบนม้านั่งไม้
เขาหันกลับไปมองหญิงสาวที่ตนรักด้วยสีหน้ากังวล และในที่สุดพ่อบ้านาุโที่ซื่อสัตย์ก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
ที่นี่คือบ้านของเขา และคนที่เขารักต่างก็อยู่ที่นี่เพื่อรอเขาอยู่!
ส่วนเขาก็ถึงเวลาที่ต้องไปทำเื่ที่ควรทำเสียแล้ว! เพื่อพวกเขา และเพื่อให้ตัวเขาได้แผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลผืนนี้
การลาจาก่สั้นๆ ในวันนี้ เพื่อสุดท้ายจะได้อยู่ดูแลกันและกันในวันหน้าไปนานเท่านาน…
ต่อให้เขาลังเลที่จะลาจากมากสักแค่ไหน แต่ในที่สุดรถม้าก็เคลื่อนออกไปไกลท่ามกลางสายตาของทุกคนในจวนสกุลอวิ๋น
เมื่อถึงเวลากลางคืน ติงเหว่ยพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ ในสมองของนางเอาแต่คิดถึงสายตาของกงจื้อิเมื่อตอนกลางวัน ริมฝีปากของเขาที่ยิ้มออกมาน้อยๆ ความอบอุ่นในอ้อมแขนของเขา ความลังเลและความเด็ดเดี่ยวของเขา ทำให้ในใจของนางรู้สึกยากที่จะรับไหว
ที่แท้ความคิดถึงก็เป็สิ่งที่ทรมานเช่นนี้ หรือว่านางจะหลงรักชายหนุ่มคนนี้เข้าแล้วจริงๆ? เพื่อเขาแล้วนางเต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับความยากลำบากและภยันตรายทั้งปวง…
นางพลิกตัวไปมาเช่นนี้จนถึงเที่ยงคืน ในที่สุดก็ฝืนหลับไปได้ในที่สุด แต่เมื่อนอนดึกและตื่นเช้าสีหน้าก็จะดูแย่นิดหน่อย ดวงตาก็บวมแดงเล็กน้อย
แม้ว่าอวิ๋นอิ่งจะเป็คนพูดน้อย แต่นางก็ใส่ใจเป็อย่างมาก นางตั้งใจไปหยิบไข่ต้มสุกสองใบที่ปอกเปลือกแล้วจากในห้องครัวโดยเฉพาะ เพื่อใช้ประคบตาให้ติงเหว่ย
ติงเหว่ยรู้สึกว่าอวิ๋นอิ่งกำลังทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความหวังดีของนางได้จึงปล่อยเลยตามเลย
ไข่ต้มออกฤทธิ์ได้ดีมาก ในขณะที่กินอาหารเช้าติงเหว่ยก็กลับมากระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม ทำให้ลุงอวิ๋นกังวลอยู่เล็กน้อย และแอบพึมพำกับตนเองเบาๆ เขากำลังเดาว่าติงเหว่ยเป็คนใจกว้าง หรือว่านางไม่เคยรักนายน้อยเลยกันแน่?
……
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม วันเวลาในจวนสกุลอวิ๋นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ลมฤดูใบไม้ร่วงค่อยๆ เย็นลงทุกวันๆ ก็มีข่าวดี
ถึงแม้อำเภอชิงผิงจะเล็กมาก เล็กถึงขั้นที่ว่ามีรัศมีเพียงไม่กี่ร้อยลี้เท่านั้น ทว่าวันนี้กงจื้อิกลับปักธงของกองทัพอี้จวิน เขารวบรวมกองกำลังทั้งหมดเท่าที่จะหาได้ และเมื่อผู้อพยพจากที่ไกลๆ เ่าั้ได้ยินว่าหากเข้าร่วมกองทัพก็จะมีอาหารให้กินอิ่มท้อง ก็เลยพากันทยอยเข้ามา และยังมีกองทัพซีเจิ้งที่ถูกซือหม่าเชวี่ยนทำให้แยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศละทาง ทุกวันนี้มีจำนวนมากถึงหนึ่งแสนนาย
ฝ่ายคลังกับฝ่ายพาณิชย์ก็ได้ตระเตรียมเสบียงอาหารและอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนนับไม่ถ้วนไว้ั้แ่เนิ่นๆ และกองทัพพร้อมจะเคลื่อนทัพสู่ทางเหนือได้ตลอดเวลา!
ทุกคนในจวนสกุลอวิ๋นต่างก็มีความสุขเป็อย่างมาก วีรบุรุษปรากฏตัวใน่เวลาที่ยากลำบาก และกลายเป็ผู้มั่งคั่งร่ำรวยในทันที ทว่าชายหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานต่าง้าเข้าร่วมกองทัพเพื่อออกไปร่วมต่อสู้ หากว่าพวกเขาได้รับอำนาจ ชื่อเสียง และความดีความชอบกลับมา ในวันหน้าจะภรรยาหรือลูกของเขาก็อาจได้รับตำแหน่งหรือสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ฮ่องเต้มอบให้อาสาสมัครเหล่านี้ก็เป็ได้ นั่นก็คงเป็ชีวิตที่มีความสุขไม่ใช่หรือ?
ที่ยิ่งไปกว่านั้นแม่ทัพใหญ่ผู้นำกองทัพอี้จวินนั้นยังเป็นายท่านของพวกเขาอีกด้วยมิใช่หรือ?
แม้แต่เสี่ยวฝูจื่อเองก็รบเร้าต่อหน้าแม่ของเขาทุกวัน เขาทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้รับความเห็นชอบจากพ่อแม่ เพราะเขาเองก็อยากติดตามกองทัพลงใต้เพื่อไปเปิดโลกทัศน์
มีเพียงติงเหว่ยเท่านั้นที่หลังจากได้ยินข่าวนี้ก็เงียบอยู่เป็เวลานาน
เมื่อไม่กี่วันก่อนครอบครัวสกุลติงส่งพี่รองมาหาที่หน้าจวน ถึงแม้คำพูดจะเป็เื่ธรรมดาทั่วไปในบ้าน แต่ภายในนั้นก็แฝงไว้ด้วยความเป็ห่วง ทุกคนในครอบครัวต่างก็รอคอยให้นางพาอันเกอเอ๋อร์กลับไปอยู่ที่บ้านในเร็ววัน
พ่อแม่ทุกคนต่างก็น่าเห็นใจ ถึงแม้ทุกคนจะมองว่าสกุลอวิ๋นนั้นมีอำนาจยิ่งใหญ่ ราวกับว่าความมั่งคั่งและเกียรติยศสามารถหาได้โดยง่าย ทว่าในฐานะพ่อแม่ ผู้าุโติงกับแม่นางหลี่ว์ก็หวังเพียงลูกสาวและหลานชายของเขาจะปลอดภัยก็เท่านั้น
ครอบครัวชาวนาก็มีแผนการเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขาเอง ทุกคนต่างก็แย่งชิงความมั่งคั่งและเกียรติยศ ทว่าความมั่งคั่งและเกียรติยศหาใช่เซี่ยนปิงบนจานไม่ ทุกวันนี้าใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น อาจจะยังไม่ทันได้แย่งความมั่งคั่งและเกียรติยศ ก็ถูกเอาชีวิตไปเสียก่อนแล้ว
พวกเขาไม่ได้หวังว่าครอบครัวจะร่ำรวยอย่างไร ขอเพียงลูกชายลูกสาวของเขาปลอดภัย แต่ละวันมีกินมีใช้อย่างเพียงพอก็ดีที่สุดแล้ว
ติงเหว่ยจะเดาความคิดของพ่อแม่ไม่ออกได้อย่างไร แต่นางจะตัดใจทิ้งคนคนนั้นไปได้เช่นไร?
ฝ่ายหนึ่งก็คือครอบครัวของนาง อีกฝ่ายหนึ่งก็คือคนรักของนาง การที่ต้องตัดสินใจเลือกเช่นนี้ทำให้นางกังวลจนนอนไม่หลับทั้งคืน
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่ไม่เข้าใจของพี่รอง สิ่งเดียวที่นางทำได้ก็คือพูดออกไปอย่างคลุมเครือ จากนั้นก็ลากไปวันแล้ววันเล่า โดยรอคอยการกลับมาของคนคนนั้น นางมีหลายสิ่งที่อยากจะถามและอยากจะพูด
ทว่าจนถึงตอนที่มีข่าวว่าจะเคลื่อนกองทัพในอีกสามวันให้หลังออกมา นางก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคนคนนั้นเช่นเดิม
นางรู้สึกน้อยใจสามส่วน โกรธสามส่วน และเข้าใจสี่ส่วน ทำให้นางตัดสินใจไปหาลุงอวิ๋นในที่สุด
ลุงอวิ๋นกำลังพาคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปจัดความเรียบร้อยในห้องเก็บของ ทันใดนั้นเมื่อเขาเห็นติงเหว่ยมาก็มีความสุขมาก เขาลากนางไปนั่งดื่มชาตรงมุมห้องที่หันไปทางทิศที่มีลมเหนือพัดมา
ติงเหว่ยพูดคุยเล่นสองสามประโยค นางลังเลอยู่พักใหญ่สุดท้ายก็พูดออกมาว่า “ลุงอวิ๋น ตอนนี้สถานการณ์ภายนอกไม่ค่อยสู้ดีนัก ข้าเองก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับพ่อแม่ที่ชรามากแล้ว รวมถึงพี่ชายทั้งสองคน พรุ่งนี้ข้าอยากจะพาอันเกอเอ๋อร์กลับไปที่อำเภอเมืองแล้ว”
หลังจากที่พูดจบ บางทีนางอาจกลัวว่าลุงอวิ๋นจะเข้าใจผิดก็เลยรีบอธิบายเพิ่มอย่างรวดเร็วว่า “ในฐานะพ่อแม่ ยามนี้แผ่นดินวุ่นวายเช่นนี้พวกเขาต่างก็หวังให้ลูกชายและลูกสาวอยู่ข้างกาย ข้าเองก็หวังว่าจะสามารถตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ด้วย! งานที่จวนสกุลอวิ๋นข้าเกรงว่าจะทำต่อไปไม่ได้แล้ว!”
ลุงอวิ๋นเดิมทีคิดว่าติงเหว่ยกำลังจะตามหานายน้อยของเขา แต่เมื่อเขาได้ยินกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นเขาก็เลยรีบลุกขึ้นยืนแล้วะโออกมาว่า “่นี้ทุกอย่างก็เป็ไปด้วยดีไม่ใช่หรือ ทำไมเ้าถึงจะต้องลาออกด้วย? หรือว่ามีใครรังแกพวกเ้าสองแม่ลูก หรือว่า…หรือว่าเป็เพราะนายน้อยไม่อยู่ที่จวน”
พูดไปได้แค่ครึ่งทาง ผู้าุโก็รู็สึกว่าอาจจะตรงไปตรงมาไปสักหน่อย จึงรีบเปลี่ยนคำพูดเป็ “นายน้อยไม่อยู่ที่จวน แต่ยังมีข้าอยู่ แม่นางติง หากว่าเ้าถูกรังแกก็สามารถพูดกับข้าได้เหมือนกัน”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ท่านลุงอวิ๋นเข้าใจผิดแล้ว ข้าแค่วางแผนที่จะกลับไปตอบแทนบุญคุณพ่อแม่จริงๆ คนในจวนสกุลอวิ๋นทุกคนต่างก็เข้ากันได้ดีเหมือนเป็ครอบครัวเดียวกัน จะมีใครมารังแกข้าได้ยังไงกัน?”
“เช่นนั้นเ้าก็ไปไม่ได้” ลุงอวิ๋นเพียงนึกถึงใบหน้าที่มืดหม่นของนายน้อยก็รู้สึกหัวสั่นหัวคลอนไปหมด หากว่านายน้อยกลับมาแล้วรู้ว่าเขาปล่อยนายหญิงและคุณชายน้อยไป ไม่รู้ว่าจะโกรธมากขนาดไหน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาจึงพูดเกลี้ยกล่อมไม่ยอมหยุด “แม่นางติง เ้าลองดูสถานการณ์ภายนอกตอนนี้สิ กำลังจะมีาเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แล้วมิใช่หรือ? ผู้อพยพก็เต็มไปหมดไหนเลยจะมีสถานที่ที่ปลอดภัยได้ล่ะ? อีกอย่างเ้าเองก็เป็ผู้หญิงแล้วยังมีอันเกอเอ๋อร์ที่เป็เด็กอีกหนึ่งคน ต่อให้จะไปอยู่ข้างกายพ่อแม่ จะให้วางใจได้ยังไงกัน!”
ติงเหว่ยเงียบไปครู่หนึ่ง นางคิดไปคิดมาแล้วก็ถามออกไปตรงๆ ว่า “ลุงอวิ๋น ท่านบอกกับข้ามาตามตรง หากว่าาครั้งนี้ชนะแล้ว ในอนาคตจวนสกุลอวิ๋นจะต้องย้ายไปที่ซีจิงใช่หรือไม่ หรือไม่ก็…ที่นั่นอย่างนั้นหรือ?”
ลุงอวิ๋นตะลึงงันไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้ตอบอะไรออกมาเป็เวลานาน
แม้ว่าเขาจะรู้มาโดยตลอดว่าติงเหว่ยไม่เหมือนหญิงสาวชาวนาคนอื่นๆ ทั่วไป นางฉลาดเฉลียวเป็อย่างมาก แต่เขาก็ไม่นึกเลยว่านางจะฉลาดหลักแหลมขนาดนี้ าครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพื่อกำจัดคนชั่วข้างกายฮ่องเต้ และในความจริงหากว่าสกุลซือหม่ากับสกุลกงจื้อสู้รบกัน จะเกี่ยวข้องถึงการปกครองแผ่นดิน เกี่ยวข้องถึงตำหนักจินหลวนเตี้ยนที่ล้ำค่าแห่งนั้น และเกี่ยวข้องถึงบุญคุณความแค้นของสองตระกูลที่มีมาอย่างยาวนาน
หากว่าพ่ายแพ้แน่นอนว่าก็ต้องพูดอีกแบบหนึ่ง ทว่าหากทำสำเร็จขึ้นมา สกุลกงจื้อก็จะกลายเป็ผู้ปกครองแผ่นดิน แล้วเขาจะอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?
และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ อันเกอเอ๋อร์เป็สายเืเพียงคนเดียวของสกุลกงจื้อ และก็เป็คนที่สำคัญที่สุดในหัวใจของนายน้อย ทุกวันนี้เื่ใหญ่ยังไม่สำเร็จ สถานการณ์กำลังระส่ำระส่าย เขาเองก็ไม่สามารถอธิบายถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนได้ เพื่อป้องกันหากมีอะไรบางอย่างผิดพลาดขึ้นมาก็จะสายเกินไปที่จะมาเสียใจ
แต่หากไม่พูดออกมา เขาเองก็ไม่มีข้ออ้างที่จะขัดขวางไม่ให้พวกนางสองแม่ลูกกลับไปอยู่กับครอบครัวและตอบแทนบุญคุณอยู่ข้างกายพ่อแม่
ลุงอวิ๋นเองก็อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาร้อนใจมากจนเหงื่อไหลออกมาปกคลุมหน้าผากของเขาอย่างรวดเร็ว และเขาก็พูดออกมาว่า “ในเมื่อแม่นางติงเดาออกแล้ว งั้นข้าก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป วันหน้าจวนสกุลอวิ๋นจะไม่อยู่ในที่ราบลุ่มระหว่างูเาเช่นนี้ ยังไงก็ต้องย้ายออกไป แต่ไม่ว่าจะเป็เช่นไรแม่นางติงอยู่ที่จวนสกุลอวิ๋นก็ไม่ต้องกังวลเื่อาหารและเสื้อผ้า และยังเป็สถานที่ที่ปลอดภัยมากกว่าแห่งไหน อันเกอเอ๋อร์ก็อายุยังน้อย หรือว่าแม่นางติงจะยอมให้เขาต้องลำบากจากาที่วุ่นวายเช่นนั้นหรือ? อำเภอชิงผิงวันนี้ถึงแม้จะไม่มีา แต่ก็ยากที่จะรับประกันว่าวันหน้าจะไม่มี? ยังไงจวนสกุลอวิ๋นก็มีคนที่คุ้นเคยอยู่ด้วยกัน ทั้งยังมีองครักษ์คอยปกป้องทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ยังไงพวกเ้าสองแม่ลูกก็ไม่มีทางต้องลำบาก”
เมื่ออายุมากขึ้นก็จะมองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ผู้าุโรู้ดีว่าอันเกอเอ๋อร์สำคัญต่อติงเหว่ยเพียงใด ดังนั้นก็เลยจงใจพูดเื่อันเกอเอ๋อร์ขึ้นมา
เป็อย่างที่คาดไว้ ติงเหว่ยฟังจบแล้วก็รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย นางเงียบอยู่ครู่ใหญ่ เห็นได้ชัดว่านางกำลังลังเล
เมื่อเห็นแบบนี้ผู้าุโอวิ๋นก็รีบถือโอกาสไล่ตามชัยชนะ นึกไม่ถึงว่าผู้าุโเหว่ยที่หาลูกศิษย์ของเขาไม่เจอ เขาก็เลยเดินตามคำแนะนำของผู้อื่นมาจนถึงที่นี่ เขาบังเอิญได้ฟังใจความส่วนใหญ่ตอนนี้จึงรีบะโออกมา
……
เดิมทีเขาก็ไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนของลูกศิษย์กับเ้าหนุ่มกงจื้อิ ตอนนี้เขาจะปล่อยให้ลุงอวิ๋นรั้งลูกศิษย์เขาให้อยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ผู้เฒ่าอวิ๋น เ้ากำลังขู่ให้ใครกลัวอย่างนั้นหรือ? มีข้าหมอปีศาจหัตถ์เทวดาคนนี้อยู่ ใครในแผ่นดินจะกล้ารังแกลูกศิษย์และหลานศิษย์ของข้าได้?”
หลังจากพูดจบเขาก็หันกลับไปมองลูกศิษย์ที่มีใบหน้ากระอักกระอ่วน เขาถลึงตามองอย่างไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้ “แม่นางน้อย เ้าเอาความฉลาดเฉลียวตามปกติของเ้าไปทิ้งไว้ที่ไหนหมดแล้ว? ทำไมปล่อยให้คนอื่นทำให้เ้าสับสนจนหัวหมุนขนาดนี้ ถึงจะไม่พูดว่ามีอาจารย์คอยปกป้องเ้า แต่เ้าเองก็มีบ้านมีร้าน ไม่ขาดทั้งเสื้อผ้าและอาหาร แล้วยังมีวิชารักษาติดตัว ทำไมเ้าต้องให้คนอื่นคอยปกป้องถึงจะอยู่รอดได้ล่ะ?”
ติงเหว่ยที่ถูกสั่งสอนก็ก้มศีรษะลง เป็เื่ยากที่จะพูดในสิ่งที่นาง้าจะพูด แต่ไม่ว่าอย่างไร นางก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ว่านางไม่อาจตัดใจจากกงจื้อิก็เลยทำให้การตัดสินใจออกไปจากจวนสกุลอวิ๋นเป็เื่ที่ลำบากใจใช่หรือไม่?
แต่น่าเสียดายที่ผู้าุโเหว่ยเดาความคิดของลูกศิษย์ออก เขาจึงไม่ลังเลที่จะพูดจาทำร้ายจิตใจออกมา “เ้าอย่าได้เสียดายเ้าหนุ่มกงจื้อิเลย ก่อนหน้านี้เขาเองก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ต้องพึ่งพาเ้า เขาถึงได้ดีกับเ้าเป็อย่างมากไปโดยปริยาย ทุกวันนี้สกุลซือหม่าก็โกรธจนถึงขีดสุด จากที่เห็นสกุลกงจื้อคงกำลังจะปกครองแผ่นดิน พอถึงตอนนั้นก็มีหญิงสาวสวยๆ มากมาย นางงามในวังหลังอีก 3,000 นาง เขาจะยังจำความรักใคร่ต่อกันได้สักกี่ส่วนกัน? ต่อให้เขาจะจำความรักใคร่ต่อกันได้ แต่งตั้งให้เ้าเป็พระสนม แล้วก็ขังเ้าไว้ในเรือนเล็กๆ จนแก่เฒ่า เ้าจะสามารถทนได้อย่างนั้นหรือ? ต่อให้เ้าจะทนได้ แล้วอันเกอเอ๋อร์ล่ะ? เ้ารีบตื่นขึ้นมาสักทีเถอะ ออกจากจวนสกุลอวิ๋นแล้วเ้าจะไม่ใช้ชีวิตต่อแล้วอย่างนั้นหรือ! ในแผ่นดินนี้มีบุรุษตั้งหลายคน เดี๋ยวรอให้สถานการณ์สงบสุขแล้วอาจารย์จะหามาให้เ้าเลือกหลายๆ คน แล้วเ้าก็เลือกตามที่้าได้เลย!”
สิ่งที่ผู้าุโพูดนั้นถึงแม้จะดูหยาบคายไปบ้าง แต่ก็สมเหตุสมผลเป็ที่สุด มีตั้งกี่คนที่พวกเขาไม่แยกจากกันใน่เวลาที่ลำบาก แต่พอถึงเวลาที่ร่ำรวยและมีอำนาจแล้วกลับจากกันไปทันที ในยุคของติงเหว่ยก็เคยเห็นมาไม่น้อย ต่อให้กงจื้อิจะเคยกอดนางและสัญญาจนนับครั้งไม่ถ้วนว่าจะไม่ทิ้งนางไปไหน ทว่าในใจของนางก็ยังคงไม่เคยเชื่อเช่นเดิม
วันนี้เห็นการลาจากใกล้เข้ามาแล้ว ความไม่เชื่อใจในจุดนี้จึงกลายเป็ความขัดแย้งที่เ็ปอย่างแสนสาหัส
