ณ จวนสกุลหง
ประตูไม้ถูกผลักเบาๆ หงฝูก้าวเข้ามาในห้องโถงอย่างลำพอง ยิ้มระรื่นอย่างเห็นได้ชัด ดูท่าจะยังคงปลื้มปริ่มกับเื่ที่ลู่เต้าเอาชนะเจี่ยเหยียนอันอยู่
“ท่านแม่ ท่านเรียกข้าหรือขอรับ” เขาแสร้งทำท่าทีนอบน้อม
“เ้ามาแล้วหรือ” สีหน้าของฮูหยินหงแข็งทื่อราวกับหุ่นเชิด ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างแต่กลับไร้ประกาย ริมฝีปากยกยิ้มจืดเจื่อน
เมื่อหงฝูเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก แล้วคิดในใจ ‘หรือว่านางโมโหเื่ที่เจี่ยเหยียนอันแพ้การประลอง’
ฮูหยินหงกล่าว “เมื่อครู่ข้าครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่าเ้าก็อายุไม่น้อย คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ข้าจะคืนตำแหน่งเ้าบ้านให้เ้า”
“คืนตำแหน่งเ้าบ้านให้ข้า?”
หงฝูคิดว่าตนเองได้ยินผิดไป คิดไม่ถึงว่านางที่เอาแต่คิดจะกำจัดเขาและอาฮวาอยู่ทุกวี่วัน จะใจดีมอบตำแหน่งเ้าบ้านให้เขาง่ายๆ เช่นนี้?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเื่นี้ต้องมีแผนร้ายแฝงอยู่แน่!
“ท่านแม่ ท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ” หงฝูแสร้งแกล้งทำเป็เป็ห่วงเป็ใย พลางมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
ภายในห้องโถงมีเพียงเขากับฮูหยินหงเท่านั้น แม้แต่เจี่ยเหยียนอันชู้รักของนางก็ไม่อยู่
ฮูหยินหงถอนหายใจ “นั่งก่อนเถิด”
ถึงแม้บนใบหน้าของหงฝูจะไม่เผยความหวาดหวั่นออกมา แต่สุดท้ายเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ฮูหยินหง
“จอมยุทธ์ที่เ้าอัญเชิญมานั้นเก่งมากเพียงใด เหยียนอันเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว” ฮูหยินหงพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น “ข้าก็รู้ว่าเ้าเชิญเขามาเพื่ออะไร! อาฝู ถึงแม้ตลอดหลายปีมานี้พวกเราจะไม่ได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขนัก แต่ในนามข้าก็เป็มารดาของเ้า...”
‘ข้าไม่มีมารดาไร้ยางอายเช่นท่านหรอก!’ หงฝูแทบจะหลุดปากพูดออกมา แต่สุดท้ายเขาก็กลืนคำพูดนั้นลงท้องไป
ฮูหยินหงกล่าวด้วยสีหน้าวิตกกังวล “ข้ายินดีมอบตำแหน่งเ้าบ้านคืนให้เ้า ขอเพียงแค่เ้าไว้ชีวิตข้า”
ทุกครั้งที่หงฝูนึกถึงเื่ราวในอดีตที่ฮูหยินหงใช้สารพัดวิธีมาทรมาน และกลั่นแกล้งเขากับน้องสาว เขาก็โกรธจนตัวสั่น คิดในใจว่าหากเติบใหญ่เมื่อใด เขาไม่มีวันปล่อยนางไว้แน่
เมื่อเห็นว่าหงฝูเอาแต่นิ่งเงียบ ฮูหยินหงคิดว่าเขาคงไม่ยอมตกลง จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นร้องไห้อ้อนวอน “ข้าขอร้องเ้า! ได้โปรดยกโทษให้ข้า!”
เมื่อเห็นฮูหยินหงกำลังอ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าเวทนา หงฝูก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก ความแค้น ความคั่งแค้นที่มีมานานหลายปีราวกับเขื่อนที่กักเก็บน้ำมานานถูกเปิดออก ทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจยิ่งนัก!
“หึ” เขาลูบคางสองชั้นพลางหัวเราะอย่างผู้มีชัย “ในเมื่อท่านแม่อ้อนวอนเช่นนี้! ข้าย่อมน้อมรับตำแหน่งเ้าบ้านอย่างไม่ขัดขืน!”
ฮูหยินหงรีบลุกขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้ายินดี “ดีมาก! เด็กๆ! รีบยกน้ำชาและขนมมาให้เ้าบ้านเร็วเข้า!”
เมื่อสาวใช้สองคนที่อยู่หน้าประตูได้ยินฮูหยินหงเรียกก็ผลักประตูเข้ามาทันที คนหนึ่งรินน้ำชา อีกคนหนึ่งยกขนมมาวางให้เ้าบ้านคนใหม่ พลางเอ่ยด้วยท่าทีงดงาม “เชิญท่านเ้าบ้านรับชาและขนมเพคะ”
เดิมทีหงฝูก็หมายปองตำแหน่งเ้าบ้านมานานแล้ว แต่เขามิใช่คนชอบใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น แต่ในที่สุดเขาก็ได้ตำแหน่งที่ใฝ่ฝันมานานแล้ว
ฮูหยินหงกับสาวใช้สองคนต่างก็เรียกเขาว่า “ท่านเ้าบ้าน” จนหงฝูรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ
สาวใช้รีบถือโอกาสให้เขาดื่มชาและชิมขนมที่เตรียมไว้ให้
หงฝูที่มิได้เฉลียวใจหยิบขนมขึ้นมากัดคำหนึ่ง แต่เพิ่งจะเข้าปากเขาก็รีบคายทิ้งทันที
“แหวะ!”
‘มีพิษ?’
หงฝูใช้แขนเสื้อเช็ดมุมปากพลางกล่าว “น่าเสียดายยิ่งนัก บุคคลในจวนสกุลหงล้วนมีลิ้นเป็เลิศ ต่อให้รสชาติอาหารเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เราก็รับรู้ได้ทันที”
จากที่หงฝูรู้จักนางเป็อย่างดี เมื่อถูกเปิดโปงต่อหน้าเช่นนี้ นางต้องโวยวายเสียงดังลั่น และด่าทอโดยไม่ยอมรับความจริงเป็แน่ ทว่าฮูหยินหงกลับนิ่งผิดปกติ นางไม่เพียงแต่ไม่แก้ตัวเท่านั้น แม้แต่คำคำเดียวก็ไม่เอ่ยออกมาแต่อย่างใด
ราวกับหุ่นเชิดที่คุกเข่าอยู่กับพื้น ฮูหยินหงจ้องมองหงฝูด้วยคลองจักษุอันว่างเปล่า แน่นิ่งไม่ไหวติง
เจี่ยเหยียนอันที่ซ่อนตัวอยู่เห็นท่าไม่ดี จึงปรากฏตัวออกมา
เขายืนพิงเสาพลางตบมือ “เป็ข้าที่พลาดเอง เื่นี้ท่านหงเทาเคยบอกเอาไว้แล้ว ข้าช่างประมาทเลินเล่อ นึกไม่ถึงว่าจะลืมเื่สำคัญเช่นนี้ไปได้”
“ที่แท้ก็เป็ไอ้หงเถาส่งเ้ามาเกาะแกะนาง คิดจะฮุบหอเงินสาขาเมืองัทมิฬอย่างนั้นหรือ” หงฝูที่เคยซื่อๆ กลับฉลาดเฉลียวขึ้นมา “บัดนี้แผนการเ้าล้มเหลวแล้ว คิดจะฆ่าปิดปากข้าหรืออย่างไร”
เจี่ยเหยียนอันยิ้มไม่เอ่ยวาจา
หงฝูข่มขู่ “อย่าลืมว่าข้าเชิญใครมา! หากข้าเป็อะไรไป คนมีพระคุณผู้นั้นไม่มีวันปล่อยเ้าไว้แน่!”
“คิดผิดแล้ว ตลอดมาข้าไม่เคยคิดจะเอาชีวิตเ้าเลย” เจี่ยเหยียนอันใช้นิ้วก้อยแคะหูอย่างไม่ใส่ใจ “สิ่งที่ข้า้าคือให้เ้ากินขนมชิ้นนี้ต่างหาก”
“อย่ามาล้อเล่นน่า” หงฝูขมวดคิ้ว
เจี่ยเหยียนอันดีดนิ้ว บุคคลที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็ก้าวเข้ามาในห้องโถง
สีหน้าของหงฝูพลันแข็งค้าง เอ่ยเสียงสั่น “อา...ฮวา”
หงฮวาสวมหน้ากากเงินครึ่งหน้า ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าหงฝูอย่างเลื่อนลอย เขารีบเข้าไปดูด้วยความเป็ห่วง “เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่ เขาไม่ได้ทำร้ายเ้าใช่หรือไม่”
“เ้าควรจะถามว่า...”
เจี่ยเหยียนอันเป่านกหวีด หงฮวาที่ราวกับคนไร้ิญญาพลันสะบัดมือหงฝูออก เดินไปยืนข้างเจี่ยเหยียนอันอย่างว่าง่าย ส่วนฮูหยินหงที่อยู่ด้านหลังก็ใช้ปิ่นแหลมจ่อทคอหงฮวา
“เขาจะทรมานเ้าอย่างไร” เจี่ยเหยียนเหยียดยิ้มเ้าเล่ห์
เจี่ยเหยียนอันรู้เื่ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพี่น้องคู่นี้เป็อย่างดี ดังนั้นเพื่อจัดการหงฝู เขาจึงเลือกที่จะลงมือกับหงฮวาที่ไม่มีทางสู้ก่อน
เขาเชื่อมั่นว่าตราบใดที่ควบคุมหงฮวาได้ ก็เท่ากับควบคุมหงฝูได้เช่นกัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจี่ยเหยียนอันคาดการณ์ถูกต้อง
หงฝูอยากจะต่อต้าน แต่ก็กลัวว่าน้องสาวคนเดียวจะได้รับอันตราย ความคิดขัดแย้งสองอย่างนี้ทำให้เขาลังเล
เขาได้แต่กัดฟันถามด้วยความจนใจ “เ้า...้าอะไรกันแน่”
“ไม่มีอะไรมาก”
เจี่ยเหยียนอันหยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วยื่นไปตรงหน้าหงฝูด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ
“ข้าแค่อยากเชิญท่านคุณชายน้อยรับขนมเท่านั้น”
*****
หนึ่งก้านธูปต่อมา กู่เสี่ยวอวี่มาถึงหน้าจวนสกุลหงตามที่นัดหมายเมื่อคืนวาน ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่วันนี้นางกลับรู้สึกว่าภายในจวนสกุลหงแปลกประหลาดไป
‘หรือข้าคิดมากไปเอง’ กู่เสี่ยวอวี่ปลอบใจตัวเองว่าเป็เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับ จึงทำให้คิดมากไป
นางจึงเดินไปหาคนรับใช้สองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าร่าเริง “สวัสดี ข้าอยากพบ...”
กู่เสี่ยวอวี่ยังพูดไม่ทันจบ คนรับใช้ทั้งสองก็หลีกทางให้ด้วยสีหน้าเฉยเมย “เชิญด้านใน...ขอรับ...”
ปฏิกิริยาแปลกๆ ของคนทั้งสองทำให้นางก้าวขาไม่ออก แต่นึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับลู่เต้า นางจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปในจวนสกุลหง
เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็มีสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาคำนับอย่างนอบน้อม จากนั้นก็พานางมายังสวนด้านหน้า
‘สมกับเป็จวนร่ำรวย การตกแต่งหรูหรากว่าจวนสกุลเกามากนัก’ กู่เสี่ยวอวี่นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องโถงพลางมองสำรวจรอบๆ ด้วยความชื่นชม
“เชิญรับชาและขนมเ้าค่ะ” สาวใช้วางชุดน้ำชาและขนมลงบนโต๊ะ
กู่เสี่ยวอวี่แจ้งจุดประสงค์ “ข้าอยากพบแขกผู้สูงศักดิ์ที่พักอยู่ที่นี่ท่านหนึ่ง เขาแซ่ลู่ รบกวนแจ้งเขาให้ทราบว่ากู่เสี่ยวอวี่มาขอพบด้วยได้หรือไม่”
สาวใช้ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม แล้วพูดซ้ำ “เชิญรับชาและขนมเ้าค่ะ”
ความรู้สึกแปลกประหลาดแบบนี้มันอะไรกัน วันนี้คนในจวนสกุลหงทำไมถึงแปลกไปเสียทุกคนเลยเล่า
กู่เสี่ยวอวี่ไม่รู้ว่าสาวใช้เข้าใจที่นางพูดหรือไม่ รู้แค่ว่าหลังจากที่อีกฝ่ายเดินออกไปแล้ว นางก็ถูกขนมที่จวนสกุลหงใช้ต้อนรับแขกดึงดูดเข้า นางจึงหยิบขนมไส้ถั่วแดงขึ้นมากัดคำหนึ่ง
‘รสชาติแปลกๆ นะ...’
หลังจากเคี้ยวไปสองสามครั้ง กู่เสี่ยวอวี่ก็ขมวดคิ้ว นางฝืนกลืนลงคอไปอย่างยากลำบาก
ถึงแม้ว่าจะไม่อยากกินทิ้งกินขว้าง แต่สุดท้ายนางก็กินไม่ลงจนต้องวางขนม แล้วรอคอยลู่เต้าต่อไป
อีกด้านหนึ่ง ลู่เต้าเดินมาถึงหน้าจวนตระกูลกู่อย่างยินดีปรีดา เขาคิดจะนำปลาตัวโตที่ชนะมาจากเ้าคลั่งหมากรุกมามอบให้กู่เสี่ยวอวี่นั่นเอง
