เช้าวันรุ่งขึ้น
ูเี่อันยังคงตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม เมื่อลืมตาขึ้นมาเธอก็พบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่ในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียนท่าเดียวกับเมื่อวาน เธอรู้ดีว่าตัวเองเป็คนนอนดิ้นแค่ไหน แต่เพียงแค่อยู่ในอ้อมแขนของเขาเธอกลับนอนนิ่งไม่ขยับ ที่เป็แบบนี้เพราะรู้สึกสบายใจ หรือว่าลึกๆแล้วเธอกลัวลู่เป๋าเหยียนกันแน่นะ?
ไม่ได้ เธอจะต้องพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้กลัวลู่เป๋าเหยียนสักหน่อย!
ูเี่อันยกมือของลู่เป๋าเหยียนออกจากเอวอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะตบหน้าเขาเบาๆ
“ตื่นๆๆ ไฟไหม้แล้ว!”
คนที่กำลังหลับสบายอย่างลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ูเี่อันรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ เธอจึงค่อยๆลุกขึ้นและจับไหล่เขามาเขย่าๆ
“ตื่นเร็วเข้า ไฟไหม้แล้วนะ!”
คราวนี้ลู่เป๋าเหยียนจึงลืมตาขึ้น สิ่งที่แรกที่ปรากฎสู่สายตาของเขาก็คือใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของูเี่อัน
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนถาม “ไฟไหม้?”
“อื้ม!” ูเี่อันพยักหน้าอย่างแรง ก่อนจะแสร้งทำเป็ร้อนใจกระวนกระวาย “นายรีบลุกสักทีสิ!”
ระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านหลังนี้ได้มาตรฐานระดับโลก อย่าว่าแต่ไฟไหม้ แค่ควันไฟเล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อยสัญญาณเตือนภัยก็ทำงาน ลุงสวีกับบอดี้การ์ดที่คอยดูแลบ้านก็คงออกมาทำหน้าที่กันอย่างขะมักเขม้น ไม่มีทางที่บ้านจะเงียบสงบขนาดนี้
ูเี่อันยังไม่รู้จักบ้านหลังนี้ดีพอ
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากก่อนจะพลิกตัวคร่อมทับร่างของูเี่อันไว้
“เจี่ยนอัน ฉันว่าเธอต่างหากที่กำลังจุดเพลิง”
“หา?” ูเี่อันกะพริบตาปริบๆ เธอคงหลอกเขาไม่สำเร็จ
คนฉลาดต้องถอยทัพในยามที่เหมาะสม!
คิดแล้วเธอจึงรีบยอมรับผิด “ที่รักขา ฉันผิดไปแล้ว...”
ลู่เป๋าเหยียนไม่ตกหลุมพรางเธอง่ายๆ เขาจับตัวเธอไว้แน่น
“ปลุกฉันแต่เช้าแบบนี้ เธออยากจะทำอะไร หืม?”
เขาพูดอย่างกับเธออยากจะทำเื่แบบนั้นอย่างงั้นแหละ!
“เปล่านะ” ูเี่อันสบตากับเขา “ฉันก็แค่อยากจะลองปลุกนายด้วยวิธีอื่นที่พิเศษกว่าเดิมบ้าง”
ลู่เป๋าเหยียนพูดอย่างเ้าเล่ห์ “ที่จริงยังมีวิธีที่พิเศษกว่าอยู่นะ อย่างเช่น...”
เขาค่อยๆก้มหน้าลงมาใกล้พลางจับจ้องริมฝีปากของเธอไม่วางตา...
ูเี่อันเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะใช้มือยันหน้าผากของลู่เป๋าเหยียนไว้
เวลาที่เขาเข้ามาใกล้เธอขนาดนี้ น้อยครั้งที่เธอจะคงสติเอาไว้ได้ อาจเพราะคราวนี้แกล้งเธอไม่สนุก เขาจึงปล่อยเธอให้เป็อิสระ ูเี่อันอาศัยจังหวะรีบลุกขึ้นจากเตียงและเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว
หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องนอน โดยคนที่เดินนำหน้าคือูเี่อัน
เธอไม่นึกเลยว่า พวกป้าหลิวจะกำลังทำความสะอาดอยู่ที่ชั้นสอง!
เมื่อเห็นูเี่อันกับลู่เป๋าเหยียนเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกันในยามเช้าแบบนี้ สายตาของป้าหลิวและคนอื่นๆจึงยากที่จะอธิบาย พวกเขายิ้มตาหยีมองมาทางูเี่อัน ก่อนจะแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและทำหน้าที่ของตนต่อไป
เมื่อกี้ตอนที่ลู่เป๋าเหยียนอยู่ใกล้เธอขนาดนั้นยังพอทน แต่ตอนนี้เธออดหน้าแดงไม่ได้จริงๆ
ขอร้องล่ะค่ะ อย่ายิ้มแบบนั้นกันได้ไหม เธอกับลู่เป๋าเหยียนไม่ได้มีอะไรเกินเลยทั้งนั้นนะ!
ูเี่อันอยากจะอธิบายความจริง แต่ไม่รู้จะเอ่ยปากพูดออกไปยังไง
ตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนก็เข้ามาโอบเอวเธอและพาเดินลงไปที่ชั้นล่าง
การกระทำแบบนี้ยิ่งทำให้คนอื่นเข้าใจผิดเข้าไปใหญ่!
ูเี่อันตวัดตามองลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่สบอารมณ์นัก เธอใช้สายตาขอให้เขาปล่อยมือ แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับไม่สนใจ เมื่อถึงจุดหมายเขาก็หันมามองเธออย่างช้าๆ
“เธอคิดว่าจะอธิบายได้จริงๆน่ะเหรอ?”
“......” ูเี่อันก้มหน้าราวกับปีศาจน้อยที่พ่ายแพ้า
ถ้าเธอเปิดปากอธิบายเื่แบบนี้ให้พวกป้าหลิวฟังก็ดูจะแปลกไปหน่อย และต่อให้เธออยากจะอธิบายก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนอยู่ดี!
เธอรู้สึกเซ็งที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ จึงมองลู่เป๋าเหยียนอย่างเคืองๆ
“เพราะนายคนเดียวเลย!”
ลู่เป๋าเหยียนแค่ยิ้มมุมปากก่อนจะทำหน้าเหมือนกับว่า ต่อให้เธอโทษเขาเธอก็ทำอะไรไม่ได้
ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็ว่าูเี่อันกับลู่เป๋าเหยียนได้นอนร่วมห้องเดียวกันไปโดยปริยาย โดยที่คนทั้งบ้านรู้กันหมดแล้ว
ตอนแรกลู่เป๋าเหยียนชอบบุกเข้ามานอนในห้องเธอหน้าตาเฉยได้ทุกคืน ทำให้ห้องนอนใหญ่หรูหราของเขาไม่มีใครอยู่
ต่อมา เขาก็ย้ายข้าวของจากห้องนอนเขามาทีละชิ้นๆ เริ่มจากแปรงสีฟัน ผ้าขนหนู และของใช้อื่นๆ ตามมาด้วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
ั้แ่เล็กจนโต ในห้องของเธอจะมีแค่ของใช้ส่วนตัวของเธอเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับมีของใช้ผู้ชายวางเต็มไปหมด ตอนแรกเธอก็รู้สึกไม่ชิน โดยเฉพาะเวลาเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเห็นเสื้อเชิ้ตกับเนคไทของลู่เป๋าเหยียน แต่พอมองไปมองมาก็เริ่มรู้สึกถึงความอ่อนหวานในใจ จนบางครั้งเธอก็ลงมือช่วยจัดเสื้อผ้าของเขาให้เป็ระเบียบ เมื่อเห็นว่าครีมโกนหนวดของเขาใกล้หมดก็เอ่ยปากเตือน เวลาเธอหาของไม่เจอ หากถามลู่เป๋าเหยียน เขาก็สามารถบอกได้ทันทีว่าของชิ้นนั้นเธอวางเอาไว้ตรงไหน
การใช้ชีวิตร่วมห้องกันของทั้งสองคนนับวันจึงยิ่งราบรื่นและลงตัว
ตอนแรกพวกป้าหลิวยังแอบเมาท์เื่นี้อยู่บ้าง แต่พอนานวันเข้าเื่นี้ก็กลายเป็เื่ปกติ
ลุงสวีรีบโทรศัพท์ไปรายงานถังอวี้หลันอย่างปลื้มใจว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณชายกับคุณผู้หญิงของเขาดีวันดีคืน ให้คุณนายเตรียมตัวอุ้มหลานได้เลย!
ูเี่อันรู้ตัวดีว่าเธอกำลังเปิดรับลู่เป๋าเหยียนเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอทีละน้อย
แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร เพราะถึงยังไงเื่นี้ก็ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
ตอนนี้เธอเองก็กลับไปทำงานที่สถานีตำรวจตามเดิม เมื่อได้ยินเื่ที่เจียงเส้าข่ายไปดูตัว และรู้ว่าคู่ดูตัวของเขาเป็ผู้หญิงที่น่าสนใจ เธอจึงยุให้เพื่อนตามจีบสาวคนนั้นซะ เดี๋ยวเธอกับลั่วเสี่ยวซีจะช่วยเป็กุนซือให้เอง
ขาของูเี่อันใกล้จะหายสนิทแล้ว ซึ่งพอดีกับ่ที่ Top Model ตอนแรกจะออกอากาศ
หลายวันมานี้ลั่วเสี่ยวซีวุ่นอยู่กับการฝึกซ้อม ขนาดูเี่อันโทรไปยังไม่ว่างรับสาย ูเี่อันจึงวางแผนจะขอร้องให้ลู่เป๋าเหยียนพาเธอไปเชียร์เพื่อนที่เวทีจริง
คืนวันศุกร์นี้รายการจะออกอากาศเป็ครั้งแรก เธอมั่นใจว่าลู่เป๋าเหยียนมีเวลาว่าง แต่ถ้าจะให้เขาตอบตกลงคงต้องใช้สมองคิดแผนการเล็กน้อย
เย็นวันศุกร์ 5 โมงตรง
รถเก๋งสีดำจอดลงตรงหน้าสถานีตำรวจ โลโก้หน้ารถที่สะดุดตาทำใหู้เี่อันสังเกตเห็นทันทีที่เดินออกมา
“คุณชายครับ” อาเฉียนเรียกลู่เป๋าเหยียน “คุณผู้หญิงออกมาแล้วครับ”
ลู่เป๋าเหยียนเห็นูเี่อันเดินออกมาแล้วจึงลงจากรถเพื่อช่วยเปิดประตู เธอเดินตรงมาหาเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะขึ้นรถอย่างว่าง่าย
เมื่อถึงบ้าน ูเี่อันก็เตรียมลงมือทำมื้อเย็นด้วยตัวเอง
ถ้านับกันตามจริง นี่ก็เกือบเดือนแล้วที่เธอไม่ได้เข้าครัวเลย หลังออกจากโรงพยาบาลเธอก็เคยคิดจะทำอาหารให้ลู่เป๋าเหยียนกิน แต่พวกลุงสวีห้ามเธอเอาไว้เพราะขายังไม่หายดีและกลัวว่าเธอจะลื่นล้มในห้องครัว
ทว่าวันนี้ทุกคนไม่ห้ามเธออีกต่อไปและยังมองไปทางลู่เป๋าเหยียนอย่างพร้อมเพียงกัน
ไม่รอให้ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยปาก ูเี่อันก็เตะขาขวาออกไปข้างหน้าก่อนเอ่ย
“ดูสิ ฉันจะหายแล้วนะ เมื่อวานฉันยังยืนผ่าชันสูตรอยู่ตั้งหลายชั่วโมงได้เลย แค่ทำกับข้าวแค่นี้สบายมาก!”
แม้เธอจะพยายามอธิบายแต่ลู่เป๋าเหยียนยังไม่มีทีท่าว่าจะตอบตกลง ูเี่อันจึงตัดสินใจเดินตรงเข้าไปคล้องแขนลู่เป๋าเหยียนอย่างออดอ้อน
“นายไม่คิดถึงอาหารฝีมือฉันบ้างเหรอ? นายไม่ได้กินมันมานานจะเป็เดือนแล้วนะ”
ลู่เป๋าเหยียนแกะกระดุมแขนเสื้อก่อนจะพับมันขึ้นมา
“ให้ฉันช่วยนะ”
ตอนแรกูเี่อันนึกว่าตัวเองหูฝาดจึงนิ่งไปชั่วอึดใจกว่าจะมั่นใจว่าตัวเองฟังไม่ผิดและพยักหน้าทันควัน
“ได้สิ!”
ก็เหมือนครั้งที่แล้วที่ลู่เป๋าเหยียนรับผิดชอบล้างของ ส่วนเธอก็ลงมือทำอาหาร
วัตถุดิบต่างๆได้ถูกล้างแล้วรอบหนึ่งก่อนที่จะเก็บเข้าตู้เย็น จึงไม่ต้องจัดการล้างอะไรให้มากมาย ไม่นานงานส่วนของลู่เป๋าเหยียนก็เสร็จสิ้น เขาล้างมือก่อนจะยืนมองูเี่อันลงมือทำอาหาร
ถึงเขาจะไม่เคยบอกใครแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เวลาูเี่อันตั้งใจทำอะไรสักอย่างช่างน่าหลงใหล
ความตั้งใจจดจ่ออยู่เพียงสิ่งๆเดียวที่บางครั้งเขาเองก็ทำไม่ได้ แต่เธอกลับทำมันได้อย่างไม่ลำบาก เธอจัดการกับวัตถุดิบทุกอย่างราวกับว่ามันมีชีวิต
และที่น่าอัศจรรย์ใจกว่านั้นก็คือ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็มักจะมุ่งมั่นตั้งใจแบบนี้เสมอ
เปรี๊ยะ...
เสียงอะไรสักอย่างปะทุขึ้น ตามมาด้วยเสียงร้องซี๊ดของูเี่อันที่เดินถอยหลังโดยอัตโนมัติ ลู่เป๋าเหยียนรีบคว้าแขนเธอที่น้ำมันกระเด็นมาโดน ถึงตอนนี้จะยังไม่เป็อะไร แต่หากไม่รีบจัดการทำแผลคงจะบวมแดงเป็แน่
ูเี่อันขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เอ่อ ลู่เป๋าเหยียน ฉันไม่เป็อะไรมากหรอก” ูเี่อันมองชายคนที่ทำหน้าเครียดกว่าเธอเสียอีก “โดนน้ำมันกระเด็นใส่เวลาทำกับข้าวเป็เื่ปกติ อย่างแย่ที่สุดพรุ่งนี้ก็อาจจะมีรอยบวมนิดหน่อย ไม่เป็อะไรมากหรอก”
เธอกำลังจะทำหมูผัดซอสแดง แต่เพราะหยดน้ำในมือกระเซ็นลงไปในกระทะทำให้น้ำมันกระเด็นขึ้นมา
ลู่เป๋าเหยียนปรายตามองูเี่อันก่อนจะปล่อยมือเธอโดยไม่ได้พูดอะไรและเดินออกจากห้องครัวไป
ูเี่อันไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ น้ำตาลที่เธอเคี่ยวเริ่มละลายแล้ว เธอจึงเทเนื้อหมูลงไปในกระทะ ไม่นานนักกลิ่นหอมก็โชยฟุ้งไปทั่ว
สุดท้ายเมื่อปรุงรสเรียบร้อย เธอก็ปรับไฟอ่อนๆเพื่อเคี่ยวให้เข้าเนื้อ ในตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนก็เดินกลับมาพร้อมกับหลอดยาในมือ เขาบีบมันใส่ปลายนิ้วเล็กน้อยก่อนจะออกคำสั่ง
“ยื่นมือมา”
ูเี่อันทำตามอย่างว่าง่าย ลู่เป๋าเหยียนจึงใช้นิ้วทาตัวยาสีเขียวติดเย็นลงบนผิวที่เริ่มแดงขึ้นเล็กน้อยของเธอ ััเย็นสบายที่ได้รับทำให้อาหารปวดแสบปวดร้อนลดลงไปบ้าง
ูเี่อันอดรู้สึกตื้นตันใจไม่ได้
เธอเริ่มทำอาหารกินเองหลังจากไปอเมริกาได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ชินกับอาหารฝรั่งและ้าประหยัดเงิน
เธออาศัยครูพักลักจำตอนที่แม่ทำกับข้าวให้เธอกินแล้วค่อยๆลงมือทำเลียนแบบ หากไม่เข้าใจตรงไหนก็ไปถามซูอี้เฉิง อาหารที่เธอทำใน่แรกๆถึงจะไม่ได้อร่อยมากมายแต่ก็พอกินได้
ตอนนั้นเธอยังไม่ชำนาญจึงมักเผลอใช้มือที่ยังเปียกอยู่ไปผัดกับข้าว ทุกครั้งที่น้ำหยดลงไปในกระทะ แขนของเธอก็มักจะเป็รอยบวมแดงจากการถูกน้ำมันลวก
ลั่วเสี่ยวซีไม่ใช่คนช่างสังเกตจึงไม่เคยเห็นว่าเธอมีแผลเล็กๆพวกนี้ และเพราะต้องทุ่มเทให้กับการเรียน ทำให้เธอไม่มีเวลามาสนใจและปล่อยให้แผลหายไปเองตามธรรมชาติ
แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับไม่นิ่งนอนใจ เขาไปหายามาทาให้เธอ
นอกจากซูอี้เฉิงแล้วบนโลกนี้ยังจะมีใครที่สนใจแผลเล็กๆของเธอแบบนี้ได้อีก แล้วจะไม่ให้เธอรู้สึกตื้นตันใจได้ยังไง
เมื่อใส่ยาเสร็จ ลู่เป๋าเหยียนก็ปิดหลอดยาพลางเอ่ย
“คราวหน้าระวังหน่อยล่ะ”
ูเี่อันตอบรับอย่างว่าง่ายด้วยรอยยิ้ม
“อื้อ รู้แล้วล่ะ!”
เธอคนเนื้อหมูในกระทะพลางคิดว่า หมูผัดซอสแดงของเธอจานนี้จะต้องอร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมาอย่างแน่นอน!
ลู่เป๋าเหยียนส่งหลอดยาให้กับป้าหลิวที่เดินเอาของเข้ามาให้ เมื่อเห็นผักผลไม้ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ เขาก็หยิบมันฝรั่งที่ถูกปลอกเปลือกไว้แล้วขึ้นพลางถาม
“จะทำอะไรกับมันฝรั่ง?”
“มันฝรั่งเส้นผัด”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วก่อนจะหยิบมีดมาจากชั้นวาง เขาลงมือหันมันฝรั่งให้เป็แผ่นหนากำลังดี ก่อนจะซอยเป็เส้นๆ
เดิมทีูเี่อันกลัวว่าลู่เป๋าเหยียนจะหั่นออกมาได้ไม่ดี แต่เขากลับหั่นมันออกมาได้เป็เส้นเรียงตัวสวย ฝีมือไม่ได้ต่างจากเธอเลย
เอ่อ นี่ลู่เป๋าเหยียนยังมีความสามารถซ่อนอยู่อีกงั้นเหรอ?
