สตรีผู้นั้นคิดว่าตนทำสำเร็จ แต่หารู้ไม่ว่าทุกอย่างถูกอู่ไฮ่จับได้หมดแล้ว
เขายิ้มเยาะพลางใช้สองนิ้วหนีบปลายมีดเอาไว้ “แม่นาง อย่าเพิ่งรีบส่งอาตมาไปยมโลกเลย”
หญิงสาวรีบชักมีดสั้นออกมา แล้วฟาดฟันใส่อู่ไฮ่อย่างรวดเร็ว
เขาไม่อยากทำร้ายนาง จึงะโลงจากเตียงโดยสวมเพียงกางเกงตัวเดียว ใบมีดปักลึกเข้าไปในเตียง เหลือเพียงด้ามมีดโผล่ออกมา
ภายในห้องไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สีซีดขาวที่ส่องผ่านหน้าต่างทางทิศตะวันตก เมื่อมองดูอู่ไฮ่ พบว่าหญิงสาวกำลังหลั่งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว การใช้มีดทำร้ายผู้อื่นดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่นาง้า เพียงแต่ร่างกายมิอาจควบคุมได้
อู่ไฮ่รู้ว่ามีคนควบคุมหญิงสาวอยู่เื้ั เขาขมวดคิ้วพลางะโไปในความมืด “ปล่อยนางซะ มีปัญหาก็มาลงที่อาตมา อย่าได้ลากคนบริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง”
“สมกับเป็หนึ่งในเจ็ดมหาประลัยกัลป์” บุรุษในชุดคลุมสีดำที่สวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้น ณ ด้านหลังฉากกั้น “ข้าคิดว่าเคล็ดวิชาปิดบังกลิ่นอายของข้าไร้ที่ติแล้ว ใครจะคิดว่าจะรอดพ้นจากสายตาของท่านไปไม่ได้”
“ใช้อิสตรีมาเป็ตัวประกัน เ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าวีรบุรุษอีกหรือ!”
“ข้ามิใช่วีรบุรุษ และเ้าก็ไม่เช่นกัน” บุรุษชุดคลุมสีดำกระดิกนิ้ว หญิงสาวก็ยกมีดสั้นขึ้นจ่อคอตัวเองทั้งน้ำตา ใบมีดคมกริบกรีดผิวเนียนนุ่มของนางจนเป็รอย เืไหลริน
“เ้า้าสิ่งใดกันแน่” อู่ไฮ่เข้าเื่ไม่อ้อมค้อม
“ไม่มีอะไรมาก” บุรุษชุดคลุมสีดำยื่นมือออกมา “แค่อยากให้เ้ามอบมรดกออกมาแต่โดยดี!”
“เ้าช่าง…” อู่ไฮ่กล่าวอย่างไม่พอใจ “รู้ว่าอาตมาละทางโลกแล้ว จึงตั้งใจมาหาเื่ บีบบังคับให้อาตมาต้องสึกเช่นนั้นหรือ”
“ในเมื่อเ้าละทางโลกแล้ว งั้นข้าก็จะช่วยให้เ้าเลิกเสพสุขเสียด้วยเลยก็แล้วกัน”
บุรุษชุดคลุมสีดำสะบัดมือกลางอากาศ ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้รู้ตัว คอของนางก็ถูกมีดสั้นของตนเองกรีดจนขาด เืพุ่งกระฉูด ั์ตาถลน และสิ้นใจในบัดดล
“ไม่!!!!” อู่ไฮ่ร้องลั่นด้วยความเ็ป
เมื่อเห็นหญิงสาวที่เคยร่วมเสพสุขต้องจบชีวิตลงตรงหน้าต่อตา เขาก็กราดเกรี้ยวทันใด “เ้าสารเลว! กล้าลงมือกับสตรีเช่นนี้!”
บุรุษชุดคลุมสีดำตั้งใจยั่วยุอู่ไฮ่ เพื่อให้อีกฝ่ายใช้พลังทั้งหมดมาต่อสู้กับตน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายที่เห็นคู่ขาถูกฆ่าตายหลงกลเข้าแล้ว เขาก็กำหมัดพุ่งเข้าใส่ บุรุษชุดคลุมสีดำก็รับมือด้วยมือเปล่าเช่นกัน
หมัดของอู่ไฮ่มีแสงสีทองเรืองรอง หมัดทุกหมัดที่เขาปล่อยออกมาล้วนเปี่ยมพลังิญญาอันรุนแรง บุรุษชุดคลุมสีดำรู้ดีว่าหากถูกพลังิญญาเฉียดเพียงนิดเดียวก็จะได้รับาเ็สาหัสแน่
บุรุษชุดคลุมสีดำเผลออุทานออกมา “ช่างเป็หมัดที่ทรงพลังนัก สมแล้วกับฉายา ‘กำปั้นสมถะ’ ทว่า…”
ทว่าแม้อู่ไฮ่เหวี่ยงหมัดที่มีพลังมหาศาลเพียงใด แต่กลับไม่โดนบุรุษชุดคลุมสีดำแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็การหลบฉากหลบฉวยหรือการสลายพลังก็ตาม
บุรุษชุดคลุมสีดำยืนยันได้แล้วว่าข่าวลือเป็เื่จริง เขาจึงยิ้มเยาะ “หลังจากที่เ้าบวชแล้วก็ฝึกฝนได้ไม่ถึงขั้นจริงๆ”
“หึ! เพียงพอที่จะจัดการเ้าแล้วกัน!” อู่ไฮ่เหวี่ยงกำปั้นสมถะเข้าจู่โจมอีกสองครั้ง
คำพูดนี้ไม่เกินจริง เมื่อบุรุษชุดคลุมสีดำต้านทานพลังหมัดไม่ไหวก็เสียเปรียบลง ทันใดนั้นเขาก็คว้าแขนของอู่ไฮ่ แล้วเปลี่ยนทิศทางพลังอันรุนแรงลงสู่พื้น ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ บุรุษชุดคลุมสีดำฉวยโอกาสะโลงไปในหลุม
ยามดึกสงัด แเื่และหญิงคณิกาที่อยู่ชั้นล่างที่พลอดรักกันอยู่ต่างก็โดนลูกหลงกันถ้วนหน้า เพดานพังถล่มลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็มีชายลึกลับในชุดคลุมสีดำะโลงมาจากชั้นบนมาในห้องของพวกเขา
เมื่อบุรุษชุดคลุมสีดำลงมาถึงพื้นอย่างมั่นคงแล้ว ก็เหลือบไปเห็นทั้งสองคนกอดกันตัวสั่นอยู่บนเตียงด้วยความหวาดหวั่น
“อย่าหนีนะ!”
อู่ไฮ่ะโตามลงมาติดๆ บุรุษชุดคลุมสีดำจับหญิงคณิกาเป็ตัวประกัน แล้วใช้นิ้วมือจี้ที่ลำคอของนางพร้อมข่มขู่ “หากเ้าเข้ามา ข้าจะฆ่านางซะ”
แเื่ไม่มีทีท่าว่าจะช่วยเหลือคู่ขาเลยแม้แต่น้อย เขานั่งตัวสั่นกอดตัวเองอยู่ในมุมห้องด้วยความน่าสมเพช
ส่วนหญิงคณิกามีสีหน้าหวาดผวาเหมือนกับหญิงสาวไม่มีผิดเพี้ยน นางกลั้นน้ำตาพลางมองอู่ไฮ่
อู่ไฮ่แสร้งทำเป็ไม่สนใจ “เ้าช่างไร้ยางอายนัก กล้ามาลอบโจมตียามวิกาล แถมยังเอาอิสตรีมามาเป็ที่กำบังอีก หากแน่จริงก็ปล่อยนาง แล้วมาสู้กันตัวต่อตัวซะ”
บุรุษชุดคลุมสีดำข่มขู่ “หากเ้ามอบมรดกมา ข้าก็จะปล่อยนาง”
“ไม่ให้! อาตมาไม่มีวันยอมให้มรดกตกไปอยู่ในมือคนสารเลวเช่นเ้าเด็ดขาด!” อู่ไฮ่ปฏิเสธเสียงแข็ง “หากแน่จริงก็มาแย่งไปสิ!”
บุรุษชุดคลุมสีดำพลันเกิดจิตสังหารขึ้นมา อู่ไฮ่ที่กลัวว่าอีกฝ่ายจะลงมือกับสตรีจึงรีบพุ่งเข้าไปหมายจะช่วยเหลือโดยเร็ว
แต่นั่นกลับเป็กับดัก บุรุษชุดคลุมสีดำฉวยโอกาสที่อู่ไฮ่กำลังช่วยเหลือสตรี ใช้มีดอาบยาพิษกรีดเขา
พิษออกฤทธิ์ในทันที อู่ไฮ่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงลง หมัดที่เคยแข็งแกร่งไร้เทียมทาน บัดนี้กลับอ่อนยวบยาบ
“แย่แล้ว!” อู่ไฮ่รีบใช้พลังิญญาระงับพิษที่กำลังแพร่กระจายพลางคิดในใจ ‘ในเมื่อเป้าหมายของเ้าชุดดำนี่คือข้า…’
หลังจากช่วยเหลือสตรีแล้ว เขาฉวยโอกาสที่ยังมีแรงก็รีบทะลุหน้าต่างหนี เขาวิ่งไปตามถนนในเมืองดอกไม้ไฟโดยสวมเพียงกางเกงตัวเดียว
บุรุษชุดคลุมสีดำก็ไม่ได้รีบร้อนไล่ตาม เขาไปยืนอยู่หน้าต่าง มองดูอู่ไฮ่ที่ค่อยๆ หายไปในฝูงชน มุมปากของเขายกยิ้ม “โดนพิษ ‘สลายพลัง’ ของข้าแล้วยังคิดจะหนีอีกหรือ”
จากนั้นเขาก็ะโลงจากหน้าต่างอย่างสบายๆ แล้วเดินไปตามทิศทางที่ภิกษุหนุ่มจากไป
***
ในป่าไผ่ ลู่เต้านั่งเหม่อลอยอยู่บนรถม้า ภาพที่เสี่ยวอวี้ป้อนเหล้าให้เขายังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ตู้เจิ้งฉุนเห็นว่านับั้แ่ออกมาจากเมืองเซียน ลู่เต้าก็เหม่อๆ และยิ้มออกมาเป็ระยะๆ จึงหยิบไหเหล้าขึ้นมาถามเขา “สหายเ้าอยากดื่มเหล้าหรือไม่”
ลู่เต้าที่นั่งรถม้าโยกเยกอยู่ก็พยักหน้ารับ ตู้เจิ้งฉุนจึงยื่นไหให้เขา
แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาจึงพูดติดตลกว่า “เป็อะไรไป อยากให้ข้าป้อนเหล้าให้เ้าหรือ”
ทันใดนั้นลู่เต้าก็ราวกับถูกกระตุ้น เขามองตู้เจิ้งฉุนอย่างเหลือเชื่อ ก่อนรีบถอยห่างทันที
ตู้เจิ้งฉุนรู้สึกแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้
ตอนเที่ยง คนกลุ่มหนึ่งขับรถม้ามาถึงบ้านชาวนา ชายชราผมขาวกำลังนั่งรับลมเย็นอยู่หน้าบ้าน เขาโยนเศษอาหารและกระดูกที่กินไม่หมดลงบนพื้น หมูป่าตัวใหญ่ที่เลี้ยงไว้ก็จะใช้จมูกเขี่ยอาหารกิน
หมูป่าตัวนั้นกินอย่างเอร็ดอร่อย
อาหารที่เหลือของคน กลับเป็ของอร่อยของหมูป่า
เมื่อลู่เต้าลงจากรถม้าเห็นภาพเช่นนั้น ก็ยิ้มแล้วพูดกับตู้เจิ้งฉุนว่า “เ้านั่นกินอร่อยได้ใจเลย”
ชายชราผมขาวที่กำลังตักข้าวอยู่ในชาม เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็นึกว่าลู่เต้ากำลังด่าตนเอง จึงะโเสียงดัง “ไอ้สารเลว! เ้าว่าใครเป็หมู!”
เมื่อเห็นว่าเข้าใจผิด ลู่เต้าจึงรีบอธิบาย “ท่านลุงอย่าโกรธเคืองไป ข้าไม่ได้พูดถึงท่าน”
เมื่อชายชราผมขาวได้ยินคำอธิบายของเขาก็ยิ่งโกรธ “เ้าเรียกใครว่าท่านลุง! ข้าชื่อซ่งไห่! อายุแค่สามสิบต้นๆ เอง!”
ลู่เต้าจึงมองดูอีกฝ่ายอย่างละเอียด เห็นว่าอีกฝ่ายแค่ผมขาวโพลนเท่านั้น ตอนแรกที่เห็นจึงคิดว่าเขาแก่แล้ว
ม้าแก่ถูกผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ที่นี่ดินดีน้ำชุ่มฉ่ำ บนพื้นเต็มไปด้วยหญ้าเขียวขจี มันจึงกินหญ้าอย่างไม่เกรงใจ
“พวกเ้าจะไปเมืองดอกไม้ไฟหรือ” ซ่งไห่เอ่ยถามพร้อมทำหน้าครุ่นคิด
“ถูกต้อง” ตู้เจิ้งฉุนยิ้ม
ซ่งไห่ส่ายหน้าห้ามปรามคนทั้งสอง “ข้าว่าพวกเ้าอย่าไปเลยจะดีกว่า”
ลู่เต้ารีบถาม “เหตุใดหรือ”
ซ่งไห่ชี้ไปที่ผมหงอกของตนเองด้วยสีหน้าหดหู่ “ก็ที่ข้ากลายเป็แบบนี้ก็เพราะที่นั่นอย่างไรเล่า!”
