แม้ว่าจะน้อยครั้งมากๆ ที่เหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์แห่งเมืองแซมบอร์ดจะได้เข้าร่วมาแบบปะทะกันตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นนี้ แต่หลังจากที่พวกเขาได้ดื่มเครื่องดื่มที่ผสม 'น้ำยาฮัลค์' เข้าไป ร่างกายของพวกเขาก็มีการปรับเปลี่ยนอย่างเงียบๆ ความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่มพูนมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้น่าจะชดเชยในด้านประสบการณ์การทำาที่พวกเขาขาดไปได้ แม้ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับทหารเมืองแบล็กสโตนที่มากด้วยประสบการณ์ แต่อัศวินบรอนซ์เซนต์ทุกคนต่างแสดงฝีมือในการต่อสู้ที่น่าเกรงขามออกมา โล่เหล็กที่หนักกว่าหนึ่งร้อยจินและขวานขนาดั์ในมือที่พวกเขาถือมันได้อย่างสบายๆ เหมือนกำลังถือฟางข้าวที่ไร้น้ำหนักไว้ ยามที่พวกเขาสะบัดขวานฟาดฟันศัตรู ทหารเมืองแบล็กสโตนต่างก็ถูกฟันแขนขาดทันที
ชิ้ง!
ทุกที่ที่คมขวานวาดผ่าน ไม่ว่าจะเป็ทหาร โล่หรือชุดเกราะก็ถูกฉีกขาดเป็ชิ้นๆ เหมือนกับกระดาษแผ่นบางๆ
ฮู้ว!
โล่ถูกดันจนกระเด็น ทหารหลายสิบถึงกับลอยละลิ่วดุจว่าวสายป่านขาด ไม่อาจต้านทานได้ พวกเขาต่างกระอักเืออกมาเป็ทางในขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ
นี่คือที่สุดของการปะทะ!
นี่คือการเผชิญหน้าระหว่างพลังกับพลังอย่างดุเดือด!
การต่อสู้ในครั้งนี้ เหล่าทหารเมืองแบล็กโตนเป็เพียงคนธรรมดา ไม่มีใครเลยที่จะต้านทานการโจมตีของเหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์เมืองแซมบอร์ดทั้งห้าสิบนายได้
ทหารที่อยู่ด้านข้างทั้งหมดเหมือนหนูท่อกำลังโดนราชสีห์เหยียบ ั้แ่เริ่มต้น การต่อสู้ครั้งนี้มันก็ไม่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว มันเป็การฆ่าล้างบางอยู่ฝ่ายเดียว แม้ว่าทหารเมืองแบล็กสโตนจะมีจำนวนคนมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การออกแบบถนนในป้อมปราการให้มันแคบแบบนี้กลับกลายเป็ฝันร้ายของพวกเขา เมื่อก่อนพวกเขาอาศัยภูมิประเทศเช่นนี้มาบีบคั้นศัตรูที่เข้ามารุกราน แต่ตอนนี้ ภูมิประเทศเช่นนี้กลับจำกัดจุดได้เปรียบของพวกเขา ด้วยการนำของแลมพาร์ดและยอดฝีมือทั้งหกคน พวกเขาเหมือนเครื่องตัดหญ้าที่ไร้ความปรานี ใบมีดอันแหลมคมบุกไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ทหารแบล็กสโตนตอนนี้เหมือนหญ้าต้นเล็กๆ ที่ไร้ทางดิ้นรนหนีไปได้ พวกเขาทำได้แค่กรีดร้องโหยหวนก่อนจะล้มลงไปทีละคน...
“หมัด...สาย...ฟ้า!!!”
แสงสว่างแสบตาปรากฏขึ้นบนหมัดของแลมพาร์ด แสงสว่างที่เจิดจ้านี้เหมือนแสงพระอาทิตย์ก็ไม่ปาน ชั่วพริบตาเหล่าทหารเมืองแบล็กโตนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างแสบตาจนไม่อาจลืมตามองได้อีก ทันทีที่พวกเขาปิดตาลง ร่างของบุรุษผมสีแดงก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเขา หมัดที่มองไม่เห็นก็พุ่งเขามาปะทะร่าง ก่อนที่พวกเขาปลิวออกไปประหนึ่งผ้าป่าน จากนั้นก็มีเสียงดังโผละขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ร่างของพวกเขาพลันะเิออก กลายเป็ละอองฝนเืตกลงไปในทั่วพื้นที่
“คลื่น...ยม...โลก...เซ...กิ...ชิ...กิ!!!”
หลังจากพัศดีโอเลเกร์ผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนร่างกายแล้ว ร่างของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับูเาเนื้อ พัศดีโอเลเกร์กู่ร้องออกมา ไขมันทั้งร่างเริ่มสั่นะเื เหล่าข้าศึกเห็นเพียงเขาโค้งตัวลงไปกระหน่ำชกบนพื้นดินอย่างรุนแรง เสียงดัง ‘ตูมๆๆ’ เป็ชุดไม่หยุด มีรอยปริแตกเป็ทางยาวประหนึ่งใยแมงมุมกระจายออกมา โดยมีหมัดของเขาเป็ศูนย์กลาง
วินาทีต่อมา คลื่นช็อคเวฟที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ปรากฏขึ้นจากด้านหน้า เสียงแหลมคมจำนวนนับไปถ้วนดังขึ้น ทหารแบล็กสโตนที่อยู่ภายในรัศมียี่สิบเมตรจากร่างของพัศดีโอเลเกร์ราวกับถูกแช่แข็ง การกระทำทุกอย่างพลันหยุดชชะงัก เมื่อสายลมพัดเข้ามา สิ่งที่เลวร้ายที่เกิดขึ้น รอยแตกจำนวนมากปรากฏขึ้นบนร่างของเหล่าทหารแบล็กสโตน รอยปริแตกยิ่งเพิ่มยิ่งขยายวงกว้าง จนในที่สุด อาวุธทุกอย่างที่อยู่ในมือไม่ว่าจะเป็โล่ ดาบ ชุดเกราะ หรือแม้กระทั่งขน กระดูก เนื้อหนังของพวกเขาก็มีเสียงแตกดังโผละขึ้นมา กองเืกระดูกจะร่วงลงพื้นเหมือนกองทราย
นี่เป็ทักษะสังหารใหม่ที่พัศดีโอเลเกร์ได้รับมาจากซุนเฟย คลื่นยมโลกเซกิชิกิ!
กำปั้นทั้งสองที่แฝงไปด้วยพลังของคลื่นพลังและพละกำลังทั้งหมดได้ถ่ายเทจากหมัดลงสู่พื้นดิน จากนั้น เส้นทางคลื่นพลังพิเศษก็จะชักนำให้เกิดคลื่นความถี่สูงที่มองไม่เห็นออกมา นี่เป็คลื่นช็อคเวฟที่น่าสะพรึงกลัว คลื่นที่มองไม่เห็นนี้สามารถบดขยี้วัตถุแข็งๆ ได้ในพริบตา มันคือสมหายใจแห่งความตายที่ไม่ว่าใครก็ป้องกันไม่ได้!
ลงมือเพียงครั้งเดียว ด้านหน้าของพัศดีโอเลเกร์ก็ปรากฏกองกระดูกเปื้อนเืที่ผสมผงเหล็กถึงสี่สิบหกกอง
ช่างเป็ฉากที่น่าสะพรึงกลัว
คัมภีร์ 'คลื่นยมโลกเซกิชิกิ' สร้างขึ้นมาในตอนที่ 'โหมดมือสังหาร' ของซุนเฟยเลเวล 28 เขาค้นหาเส้นทางการไหลเวียนชี่แท้ในร่างที่มีลักษณะคล้ายๆ กับเส้นทางคลื่นพลัง จากนั้นก็ศึกษาค้นคว้าข้อมูลคัมภีร์คลื่นพลังธาตุดินที่ได้มาจากแหวนมิติของนักเวทระดับสี่ เอแวนส์ ในขณะเดียวกันก็ใช้ทักษะคำสาปร้ายแรงบางส่วนของ 'โหมดเนโครแมนเซอร์' มาสร้างเป็คัมภีร์ชนิดใหม่ขึ้นมา
ซุนเฟยตั้งชื่อคัมภีร์คลื่นพลังนี้ว่า 'คลื่นยมโลกเซกิชิกิ' เลียนแบบชื่อท่าไม้ตายของแคนเซอร์ เดธมาสค์ หนึ่งในสิบสองโกลด์เซนต์ และมันก็เหมาะกับพัศดีโอเลเกร์มาก ก่อนหน้านี้พัศดีโอเลเกร์เคยเป็คนไม่ดีมาก่อนและยังทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสังหารและศพอยู่เป็ประจำ ทำให้ร่างของเขาแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย คัมภีร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพัศดีโอเลเกร์ ซุนเฟยได้มอบคัมภีร์เล่มนี้ให้แก่โอเลเกร์เมื่อสิบห้าวันก่อน เพื่อเป็รางวัลปูนบำเหน็จให้แก่พัศดีโอเลเกร์สำหรับการทำงานหนักอย่างการสร้าง ‘โรงงานกระดาษ’ และการวางระบบท่อระบายน้ำ นี่เป็ครั้งแรกที่พัศดีโอเลเกร์ได้ลองใช้ทักษะใหม่ที่ตัวเองฝึกฝน และผลของมันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
ด้วยระดับคลื่นพลังและพละกำลังทางกายภาพของเขาในตอนนี้ ทักษะดังกล่าวสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวภายในระยะเวลาอันสั้น และต้องใช้เวลาสักพักในการฟื้นฟู
แต่เพียงครั้งเดียวก็ทำให้เหล่าทหารแบล็กสโตนหวาดผวาอย่างง่ายดาย ไม่มีใครกล้าออกไปขวางหน้าชายร่างอ้วนคนนี้
แน่นอนว่า พวกชอบโชว์ไม่ได้มีแค่โอเลเกร์คนเดียว 'สองอสูรกาย' พอล เพียร์ซและดิดิเย ดร็อกบาก็ไม่ยอมน้อยหน้าพัศดีโอเลเกร์ ในขณะที่โอเลเกร์ใช้ 'คลื่นยมโลกเซกิชิกิ' ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่สองอัศวินโกลด์เซนต์ได้โชว์ฝีมือ!
“เอ็กซ์...คา...ลิ...เบอร์!!!”
น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวดังออกมาจากปากของอัศวินโกลด์เซนต์แคปริค่อน แขนของเขาเปล่งแสงสีทองออกมาก่อนจะกลายเป็ดาบสีทอง เพียงดาบนั่นตวัดเบาๆ คลื่นดาบที่ไม่มองเห็นก็ถูกฟันออกไปตามแนวนอนอย่างเงียบๆ
ฉัวะ!
ทหารแบล็กสโตนที่อยู่ภายในรัศมียี่สิบเมตรด้านหน้าของเขา ไม่ว่าจะเป็อาวุธ ชุดเกราะหรือแม้แต่ร่างของพวกเขาต่างก็ถูกคลื่นดาบฟันเป็สองส่วน แม้กระทั่งกำแพงที่อยู่ข้างๆ ของพวกเขาก็ยังถูกคลื่นดาบที่มองไม่เห็นฝากรอยดาบเป็ทางยาว ทหารแบล็กสโตนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แม้กระทั่งความรู้สึกเ็ปใดๆ ก็ไม่มี พวกเขาพยายามวิ่งไปด้านหน้า แต่อนิจจา มีแค่ส่วนล่างเท่านั้นที่วิ่งไป ในขณะที่ส่วนบนของพวกเขายังอยู่ที่เดิม...
“เกรท...ฮอร์น!!!”
ร่างของอัศวินโกลด์เซนต์ทอรัสดร็อกบาพุ่งไปด้านหน้า ส่วนหัวของเขาเปล่งแสงสีทองอร่าม ก่อนจะปรากฏหมวกเกราะเหล็กสีทองที่มีเขาคู่ั์ที่งดงามขึ้นมา เพียงชั่วพริบตา พลังส่วนขาของดร็อกบาก็พลันะเิออก ร่างของเขาพุ่งไปด้านหน้าเร็วขึ้น ทันทีที่เขาปะทะกับพวกทหารเมืองแบล็กสโตน ร่างของพวกมันต่างกระเด็นออกไปราวกับถูกห้าม้าแยกร่าง ส่วนหัว แขน ขา และลำตัวต่างกระเด็นออกไป...
แค่การพุ่งชนธรรมดาๆ ก็สามารถพุ่งไปด้านหน้าได้ไกลถึงสามสิบกว่าเมตร และคร่าชีวิตทหารเมืองแบล็กสโตนได้ถึงหกสิบกว่าคน
เมื่อเห็นฉากที่น่าเหลือเชื่อพวกนี้ เด็กหนุ่มร่างผอมบางลูก้าและชายชราโซลาที่อยู่ตรงกลางวงล้อมป้องกันของเหล่าเทศกิจเมืองแซมบอร์ดต่างพากันสั่นสะท้านด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ตอนนี้ร่างของพวกเขาสั่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เืในกายพลุ่งพล่านไม่หยุด ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ยินชื่อเสียงความแข็งแกร่งของาาเมืองแซมบอร์ดลอยเข้าหูอยู่บ่อยครั้ง ทำให้พวกเขาต่างกอดความหวังอันริบหรี่พวกนี้ไว้แน่น เป็แรงใจเพียงอย่างเดียวที่ทำให้พวกเขาอดทนต่อความโหดร้ายจากน้ำมือของพวกศัตรู พวกเขาต่างจินตนาการถึงความแข็งแกร่งของกองทัพที่อยู่ภายใต้การควบคุมของาาแซมบอร์ดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่คาดไม่ถึงว่าจะได้มาเห็นกับตาแบบนี้!
แข็งแกร่ง!
แข็งแกร่งมาก!
ความแข็งแกร่งระดับนี้ มันเกินกว่าที่ทาสเมืองแซมบอร์ดอย่างพวกเขาคิดไว้เสียอีก!
ชายชราโซลาอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมา โอ้พระเ้า พระองค์ช่างเมตตาพวกเรานัก ในที่สุดพระองค์ก็ประทานาาที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่คนนี้มาปกป้องพวกเาาวเมืองแซมบอร์ด ความสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันนี้ราวกับเป็ภาพลวงตา ชายชราโซลาและลูก้าจึงพากันขยี้ตาซ้ำๆ เพื่อพิสูจน์ว่า สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเป็ความจริงไม่ใช่ภาพความฝันอย่างที่แล้วๆ มา พวกเขาเฝ้ามองพวกปีศาจที่เคยข่มเหงรังแกและฆ่าฟันเพื่อนร่วมชาติของพวกเขาราวกับเป็แค่สัตว์เดรัจฉาน จ้องมองความหวาดกลัวของพวกมัน จ้องมองพวกมันตายทีละคนด้วยความสุขใจ ให้พวกมันได้รับรู้ถึงความกลัวที่พวกเขาเคยพบ ให้พวกมันได้รู้สึกเ็ปเหมือนอย่างที่พวกเขาเคยรู้สึก! ชายชราโซลาและลูก้าเบิกตากว้าง เฝ้าดูฉากพวกนั้นอย่างเงียบงัน
พวกเขารู้สึกเดือดพล่าน ยามที่จ้องไปที่ร่างของเด็กหนุ่มที่ช่วยพวกเขา ร่างเงาของาาเมืองแซมบอร์ดกำลังหมุนควงเป็พายุเฮอริเคน เส้นแสงหนึ่งม่วงหนึ่งเขียววูบไหวอยู่กลางอากาศ ทุกที่ที่พายุนี้พัดผ่าน ร่างของทหารเมืองแบล็กสโตนก็ถูกฟันขาดออกเป็สอนส่วนในพริบตา แม้แต่ยอดฝีมือระดับดาวที่เย่อหยิ่งที่สุดของทหารแบล็กสโตน ยังไม่อาจต้านทานพลังของาาเมืองแซมบอร์ดได้แม้แต่คนเดียว!
สิบก้าวสังหารหนึ่ง พันเมตรไม่มีเหลือ!
นี่คือาาที่ไร้เทียมทาน!
“ยิงธนู...รีบยิงธนูสิวะ...”
เสียงตวาดแหลมๆ ด้วยความโกรธลอยออกมาจากกำแพงูเาทั้งสองฝั่ง เสียงตวาดนั่นปลุกสติให้เหล่าพลธนูแบล็กสโตนให้กลับคืนมา ทำให้พวกเขาต่อต้านความหวาดกลัวในหัวใจก่อนจะเริ่มเหนี่ยวสายคันธนู
“าาแบล็กสโตน เ้ารอไม่นานหรอก ข้าจะไปหาเ้าถึงที่เลย!”
เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวโกรธของซุนเฟยดังขึ้น ร่างของเขาหมุนเร็วขึ้นก่อนจะพุ่งไปทางทิศที่มีเสียงตวาดลอยออกมา ขวานคู่ม่วงเขียวหายไป เหลือเพียงแต่หมัดที่ระดมชกไปที่กำแพงนั่นอย่างรุนแรง!
ในตอนนี้ นอกจากจะจัดการตัดหัวพวกหัวหน้าทหารแบล็กสโตนบางส่วนที่อาจเป็ภัยคุกคามต่อยอดฝืมือของเขาจนหมดสิ้นแล้ว ซุนเฟยยังกวาดสายตาหาที่ซ่อนของาาเมืองแบล็กสโตนอีกด้วย เขามั่นใจว่า ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ คนที่โเี้อย่างาาแบล็กสโตนจะต้องซ่อนตัวคอยบัญชาการกองทัพของตัวเองอยู่ในมุมมืดแน่ๆ ในตอนที่เจอกันเมื่อเช้า ซุนเฟยพอจะจดจำเสียงที่น่าสะอิดสะเอียนของมันได้ เสียงที่ะโออกมาเมื่อครู่ ซุนเฟยมั่นใจเต็มร้อยว่าต้องเป็มันแน่ๆ!
ตูม!
หมัดคู่ที่น่าเกรงขามที่จู่โจมลงไปบนกำแพงหินพลันะเิออกมากลายเป็หลุมลึกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตรกว่าๆ เศษก้อนหินจำนวนมากร่วงลงไปบนพื้น เผยให้เห็นถึงห้องลับที่ซุกซ่อนไว้ คนที่อยู่ด้านในตายคาที่ทันที
ซุนเฟยกวาดสายตามอง นอกจากศพของพวกทหารเมืองแบล็กสโตนหลายสิบศพแล้ว ก็ไม่พบร่องรอยของาาแบล็กสโตน
แต่อย่างไรก็ตาม ในห้องนั้นมีวงเวทเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายอยู่ และมันก็ถูกพลังในตอนที่ซุนเฟยะเิห้องนี้ทำลายไปแล้ว
เพียงเท่านี้ ซุนเฟยก็เข้าใจในทันทีว่า วงเวทนี้คงเหมือนลำโพงหรือโทรศัพท์ในโลกเก่า ที่สามารถส่งผ่านคำพูดของคนที่อยู่อีกที่หนึ่งมายังที่หนึ่งได้...เสียงของาาแบล็กสโตนเมื่อครู่นี้คงดังออกมาจากวงเวทนี้อย่างแน่นอน
“าาแซมบอร์ด เ้ากล้าโจมตีป้อมปราการเมืองแบล็กสโตน ช่างท้าทายกฎหมายของราชอาณาจักรยิ่ง หึฮึๆๆ อย่าได้ใจนักเลย ไม่ช้าก็เร็วเ้าจะต้องถูกลงโทษ!”
เสียงาาเมืองแบล็กสโตนดังก้องกังวานทั่วหุบเขา
“ถุย! เ้ากล้าสังหารคนของข้า ข้าจะล้างบางเมืองของเ้า...” ซุนเฟยตวาดออกมาอย่างโมโห “ในตอนที่ประชาชนเมืองแซมบอร์ดนับพันคนถูกเ้าสังหารอย่างเหี้ยมโหดแล้วโยนลงไปในหลุมด้านหลังป้อมปราการ ตอนนั้นเ้าเห็นกฎหมายของราชอาณาจักรเซนิทอยู่ในสายตาหรือไม่? อาณาจักรแบล็กสโตนจะต้องชดใช้หนี้เืนี้ให้แก่ข้า ข้าาาอเล็กซานเดอร์ขอสาบานด้วยเกียรติของราชวงศ์แซมบอร์ด ข้าจะสังหาราาแบล็กสโตน ข้าจะล้างบางเมืองแบล็กโตน ไม่เช่นนั้นข้าไม่ขออยู่เป็คน!”
----------
