“อย่ากังวล มันเป็ความผิดของกระหม่อม และกระหม่อมก็รู้ตัวแล้วว่ามีความผิด” เมื่อความทรงจำของจิ้งหยวนคนเก่าผุดขึ้น เขาก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ไม่สามารถแก้ตัวได้
โลกเดิมอายุ 21 ปีไม่ถือว่าแก่ แต่โลกนี้เหมือนว่าจะมีวัฒนธรรมที่เร่งรีบมีลูกมีบุตร ซึ่งก็พอเข้าใจได้เพราะนี่คือยุคโบราณที่เร่งให้ผู้คนสร้างครอบครัวเพื่อเพิ่มประชากร
“จริงรึ?”
องค์ชายอู่เค่อรู้สึกเหลือเชื่อเป็อย่างมาก ที่เห็นว่าพี่ชายคนนี้กล่าวออกมาด้วยใจจริงไม่ได้แสร้งทำเหมือนในอดีต
แต่หลังจากที่พูดคุยกันอีกนิดหน่อย องค์ชายสามก็อำลาขอตัวกลับวังเพราะยังมีงานค้าง ไม่กล้าอยู่นานปล่อยให้จิ้งหยวนได้มีเวลาพักผ่อนหย่อนใจ
เมื่อเห็นว่าองค์ชายออกพ้นประตูจวน จิ้งหยวนก็ะโลงจากเตียง รีบเดินตรงไปที่มุมห้องที่มีแจกันเครื่องเครือบตั้งอยู่ ซึ่งเขาได้เล็งมันไว้ั้แ่ลืมตาตื่น
แม้เขาไม่มีความชำนาญการประเมินของโบราณ แต่เขาก็คิดว่าฝีมือและความประณีตระดับนี้ต้องเป็ของล้ำค่า หากเอาไปขายก็คงได้หลายหมื่นหยวนเป็กอบเป็กำ
ไม่พอ จิ้งหยวนยังเดินดูของตกแต่งชิ้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็ม้าทองคำ เต่าหยก กำไลแขน ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็สินค้าฟุ่มเฟือยของชนชั้นสูง จนทำเอาจิ้งหยวนต้องถูมือไปมาน้ำลายหก ค้นพบเส้นทางแห่งความรวยที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
“หืม..ข้าได้รับโชคใหญ่ ของทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่เป็ของล้ำค่า หากเอาพวกมันไปขายในโลกสมัยใหม่ได้แล้วละก็….ก๊าก!!~กั๊ก!!กั๊ก!!..”
^^
จิ้งหยวนหัวเราะเหมือนคนโรคจิตอีกครั้ง ทำเอาสาวใช้คนหนึ่งที่ถือถาดน้ำล้างหน้าเดินผ่านต้องหยุด ก่อนจะสาวเท้าถอยกลับ แล้วเช้าวันต่อมานางก็ขอลาออกจากจวนจนทำเอาพ่อบ้านเต็มไปด้วยความมึนงง
“โอ้”
“เจ๋งแฮะ”
“แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่ามันจะหายอีกแล้วนะสิ”
ในห้อง
จิ้งหยวนที่เล่นกับลูกบาศก์ เขาก็ค้นพบว่ามันสามารถหายเข้าไปในหน้าอกของเขาได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเผลอลืมหรือทำหล่นที่ไหนอีก คงเป็เพราะตอนข้ามิติ ที่ทำให้ิญญาของเขาและลูกบาศก์เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็หนึ่งเดียว
แต่ที่ทำให้เขาประหลาดใจ คือลูกบาศก์นี้ยังมีพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ สามารถควบคุมเปิดฟังก์ชั่นป้องกันผลกระทบจากกาลเวลาได้ด้วย
เพราะจิ้งหยวนลืมเปิดใช้งานการป้องกันในตอนแรก มันจึงทำให้กาลเวลาและพื้นที่มิติทำลายร่างกายของเขาไม่มีเหลือ แต่เมื่อเปิดใช้การป้องกัน ผลร้ายของกาลเวลาและพื้นที่มิติก็จะถูกละเว้น ซึ่งหมายความว่าตราบใดที่ไม่ตั้งค่าป้องกันวัตถุ ของล้ำค่าเหล่านี้มันก็จะกลายเป็ของเก่ามีอายุ
หรือให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ไม่ว่าเขาจะใส่อะไรลงไปในลูกบาศก์ วัตถุใดๆ ในโลกนี้ก็จะกลายเป็ของมีค่าผ่านเวลาเป็พัน ๆ ปีต และหากตั้งค่าการป้องกัน ของที่อยู่ในลูกบาศก์ก็จะยังคงสดใหม่อยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนที่โยนเข้าไป
“เตรียมรถม้าให้ข้าหน่อยสิ”
“อากาศดีๆ แบบนี้อยากจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย”
“ไม่แน่อาการป่วยอาจจะดีขึ้น?”
คำพูดของจิ้งหยวนก็ทำเอาต้าเซี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ ลังเล เมื่อกี้องค์ชายสามพึ่งกำชับด้วยเสียงเข้ม ข่มขู่ว่าห้ามให้คุณชายของเขาไปไหนจนกว่าอาการจะหายดี
แต่เมื่อมองไปที่สีหน้าของคุณชายใหญ่ที่ดูไม่ออกว่าตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเอาไปเทียบกับคำสั่งของเชื้อพระวงศ์ซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจสั่งจับเขาเข้าคุกได้ตลอดเวลา ในฐานะคนธรรมดา ต้าเซี่ยนก็ตัดสินใจได้ไม่ยากว่าเขาควรจะเชื่อฟังและกลัวใคร
“เฮ้ย”
“เตรียมรถม้า”
“คุณชายใหญ่ของเราจะออกไปสูดอากาศข้างนอก”
“...”
เจ๋ง
ฉันชอบพ่อบ้านคนนี้นะ
^^
ในความจำ
อาณาจักรนี้ถูกเรียกว่าต้าชวี เมืองอันปิงคือเมืองหลวงของอาณาจักร มีประชากรมากถึงสามสิบล้านซึ่งนับว่าเยอะเมื่อเทียบกับยุคประวัติศาสตร์เดียวกันกับโลกอีกใบที่จิ้งหยวนจากมา
ระหว่างทางที่นั่งบนรถม้า จิ้งหยวนยังมองเห็นได้ว่ามีกลุ่มพ่อค้าจากดินแดนต่างๆ ปรากฏออกมาอยู่ประปราย แต่ก็ไม่มากพอที่จะเรียกว่าการค้าที่เฟื่องฟูสักเท่าไหร่ เหมือนว่าการค้าขายต่างแดนยังไม่ถูกเปิดให้เป็อิสระ แต่ก็ไม่มีข้อห้ามทำให้ยังเห็นคนจากต่างชาติเข้ามาค้าขายเพื่อหาช่องทาง
“ต้าชวียังไม่เปิดกว้างเื่การค้าเสรีสินะ”
จิ้งหยวนยิ้ม วัฒนธรรมของอาณาจักรนี้เหมือนจะไม่เน้นเื่ภาษีและการค้าขาย คนส่วนใหญ่ที่เดินตามถนนจึงมีแต่บรรดานักปราชญ์และบัณฑิต
จุดกึ่งกลางของเมืองคือวังหลวง อันเป็สถานที่ที่จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์อาศัยอยู่ ขณะที่นอกเมือง จะแบ่งพื้นที่ออกเป็แนวลานจัตุรัสไปยังทิศหลักสี่ทิศกว้างขวางด้านละเท่าๆกัน บ้านพักที่อยู่ที่อาศัยถูกปลูกที่ผังเมืองทางทิศตะวันออก ลากยาวไปถึงเขตเมืองเล็กทางตะวันตก
แต่ละเขตเมืองมีทั้งความยาวและความกว้างเท่าๆ กันทุกมุม โดยมีถนนหลวงกลางเมืองเป็จุดเชื่อมต่อใหญ่แล้วเชื่อเข้าด้วยถนนเส้นเล็ก สองข้างทางเรียงรายไปด้วยโกดังและร้านค้า จนทำให้ถนนหลวงกลายเป็พื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองและมีชีวิตชีวามากที่สุด
ตอนนี้ รถม้าของจิ้งหยวนแล่นอยู่ที่เขตเมืองรอบนอก และฉากข้างหน้าก็ทำให้เขาค่อนข้างแปลกใจ ที่เห็นว่าบ้านเมืองของอาณาจักรนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลเดินขวักไขว่ตามเส้นทางไม่เคยหยุด คาดคะเนคร่าวๆ ได้ว่าแค่เมืองหลวงแห่งนี้แห่งเดียวก็คงมีประชากรรวมๆแล้วคงไม่ต่ำกว่าสิบล้านคน
ซึ่งวัดได้จากภาพตรงหน้าของถนนหลวงที่ตัดกลางเมือง ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เห็นแต่เหล่าพ่อค้าแม่ขายส่งเสียงะโส่งแข่งขันสุดฤทะิ์สุดเดช ทุกหัวมุมของถนนก็ประปรายเต็มไปด้วยเหล่านักแสดงกายกรรมและงานโลดโผนแลกเงิน ถือว่าครึกครืนระดับหนึ่งแต่สินค้าที่วางขายมักเน้นไปที่ของป่าจนจัดได้ว่าเป็อะไรที่ค่อนข้างจำเจ
ก่อนที่เขาจะบอกให้คนม้าหยุด เพื่อที่เขาจะได้เดินลงไปที่ถนนเพื่อลุยประสบการณ์ข้างล่างด้วยตัวเอง
จิ้งหยวนในตอนนี้ไม่ได้แต่งตัวหวือหวาเต็มไปด้วยของประดับเหมือนเมื่อก่อน เขาแต่งชุดขาวถือพัดที่เรียบง่ายเหมือนบัณฑิตคนหนึ่ง แต่ด้วยเนื้อผ้าที่ยังคงเป็ผ้าไหมราคาสูง มันจึงเสริมภาพลักษณ์ที่สะอาดดูดีให้กับเขา ไม่ได้มีรูปลักษณ์เป็ท่านโหวจอมเสเพลที่คนในเมืองหลวงคุ้นชิน
รอบถนนสองข้างทาง มีสินค้าเก่าที่ไม่เคยเห็นทำให้เขาเวียนหัว ไม่ว่าจะเป็ผลไม้ป่า เมล็ดแตง ผ้าไหม เนื้อแห้ง นับได้ว่าเป็จุดสินค้าที่ไม่มีการแปรรูป สดจากธรรมชาติแท้ทุกอย่าง จนเขาที่มาจากโลกอนาคตก็ยังรู้สึกอัศจรรย์ใจ ที่แผ่นดินนี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารและของอาแกนนิกที่โลกอนาคตไม่ค่อยจะมีให้เห็นแล้ว
“โอ้วววว ทุกคนดูนั้นสิ”
ทันใดนั้น เสียงโห่ร้องของฝูงชนก็ดังขึ้น จากนั้นฝูงชนก็พากันเปลี่ยนทิศทางเดินเท้าเบียดกันไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง จิ้งหยวนเองก็เดินไหลมาตามขบวน หยุดเท้าลงตรงอาคารที่สวยงามหลังหนึ่ง โดยที่ทุกสายตาของทุกคน จะพากันมองขึ้นไปบนชั้นที่สองพร้อมๆ กันเป็จุดเดียว
ก่อนที่ในเวลาไม่นาน กลุ่มสตรีชุดผ้าโปร่งสีแดงก็ออกมาเต้นรำจนสะกดทุกสายตา
“โรงระบำพิรุณร่วงน่าทึ่งมาก ด้วยวิธีการดึงดูดลูกค้าเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงรุ่งและประสบความสำเร็จ”
“เพียงเปิดกิจการมาแค่ 3 ปี โรงระบำแห่งนี้ก็สร้างฐานลูกค้า จนกลายมาเป็หนึ่งในสามโรงระบำที่ใหญ่ที่สุด”
ที่ด้านล่างมุมถนน ขณะที่ผู้คนเพลิดเพลินไปกับการแสดง ชายหนุ่มรวมถึงพ่อหม้ายมากมายต่างก็พูดคุยแสดงความเห็นออกมาอย่างสนุกปาก
“สตรีที่เต้นระบำอยู่คือแม่นางฟ่านใช่หรือไม่ ว่ากันว่านางเป็คนจากเผ่าหู ความงามนี้สมกับคนจากแดนเหนือจริงๆ เสียดายที่อนาคตนางคงต้องตาต้องใจถูกคนใหญ่คนโตนำไปชุบเลี้ยง” ผู้คนที่อยู่ในอาคารและด้านล่างต่างก็พูดคุยกันอย่างออกรส บางคนเสียดาย บางคนอิจฉาและบางคนก็เต็มไปด้วยสีหน้าประหลาด ทำเอาคนที่ไม่เคยรู้จักหรือได้ยินสิ่งนี้มาก่อนริเริ่มสนใจและอยากจะรู้จักนางเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
“ข้าได้ยินมาว่า บุตรชายคนรองของเสนาบดีหยานแอบไล่ตามยอดคณิกาอันดับหนึ่งอย่างแม่นางลั่วยี่ นางเลือกแขกและแขกไม่สามารถเลือกนาง ทำให้ในแต่ละวันแทบจะไม่เคยมีใครเข้าใกล้แม่นางลั่วได้ถึง 5 ก้าวเลย"
“เมื่อคว้าน้ำเหลวทำให้นางสนใจไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็แม่นางฟ่านของโรงระบำพิรุณร่วง” ชายผู้หนึ่งในนั้นพูดขึ้น
“เ้าช่างรู้เื่ภายในเกี่ยวกับที่นี่มากเสียจริง ดูเหมือนว่าเ้าจะมาที่นี่บ่อยหรือเป็ลูกค้าขาประจำเป็แน่ ถึงได้รู้เื่คุณชายหยานเอี้ยนเป็อย่างดี” ใครบางคนก็พูดแซวขึ้น
“แค๊ก แค๊ก.. เ้าเงียบไปเลย ภรรยาข้าไปซื้อของอยู่ตลาดข้างหน้า มินานนางก็จะวกกลับมา อย่าพูดชี้ชั่วให้คนเข้าใจผิดกันสิ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
^^
^^
** ตำแหน่งและยศหากเทียบกับไทย
จักรพรรดิ = าา, พระมหากษัตริย์
อ๋อง = เ้าฟ้า, พระองค์เ้า
โหว = เ้าพระยา
จื๋อ = จมื่น
หนาน = หลวง/ขุน
