“ใครใช้ให้มึงเข้ามาหาลูกกู” หญิงสูงอายุมากศักดิ์ ชี้หน้าด้วยมืออันสั่นเทา
“ขะ..ข้าเอาสำรับมาให้คุณพระพายเ้าค่ะ” ร่างบางยกมือไหว้พลางตอบตะกุกตะกัก พระพายได้จังหวะ จึงพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนช้าๆ มองมารยาหญิงสาวอย่างตั้งใจ กิริยาฤาช่างแตกต่างจากเมื่อครู่มากมายนัก
“มึงมีหน้าที่รำ ใครใช้ให้มึงเอาสำรับมา”
“พี่สาเ้าค่ะ”
“มึง ไปตามอีสามาหากู” หญิงชราหันไปหาบ่าวอีกคนที่ตามมารับใช้ ในขณะที่กลิ่นจันทร์นั่งบีบน้ำตา ก้มหน้าตัวสั่นระริก พลางมองตามบ่าวที่วิ่งออกไป
ในขณะนี้เรือนหลวงไชยพิชิตร้อนเปลวไฟระอุไปทั่ว กลุ่มบ่าวไพร่ต่างจับกลุ่มนั่งพูดคุยกันถึงเื่นี้รวดเร็วดังสายฟ้า ดวงตาของอีสาเหลือบขึ้นเมื่อได้ยินข่าวจากบ่าวที่มาตาม คนห้าวๆ ถึงกับต้องบ้วนหมากในปากทิ้ง แล้ววิ่งไปหาเ้านาย ในเวลานี้หัวใจของอีสาเต้นระทึกดังกลองร้อยตัว
“มึงบอกกูมา ว่าทำไมจึงให้อีนางรำนี้ เอาสำรับมาให้ลูกชายกู กูเคยกำชับมึงนักหนา ว่าอย่าให้นางรำเข้าใกล้ลูกกู ทำไมยังขัดคำสั่ง” อีสาเข่าอ่อนร่วงลงไปกองกับพื้นสองมือพนมไหว้
“ขออภัยเ้าค่ะ ข้ายุ่งอยู่ในครัว ไม่มีใครว่าง อีกลิ่นจันทร์มันเสนอตัว แลข้ากลัวว่าคุณพระพายจะหิวเลยยอมเ้าค่ะ” อีสาพูดเสียงสั่น ด้วยรู้ในความผิดของตัวเอง
“ไม่จริงเ้าค่ะ พี่สาบังคับข้า หากข้าไม่ทำตามข้าก็จักเจ็บตัว แลพี่สานั่งเคี้ยวหมากอยู่เฉยๆ มิได้ยุ่งอันใด” อีสาหันขวับกลับมามองกลิ่นจันทร์ด้วยดวงตาที่แข็งกร้าวราวกับจะกินเืกินเนื้อ
“อีตอแหล มันกำลังปลดคุณเอื้องเ้าค่ะ” คุณเอื้องฟ้าฟาดมือใส่หน้าอีสาอย่างแรง ไปหนึ่งครั้งจนหน้าหัน พระพายพอมองออกว่ากลิ่นจันทร์มีส่วนพูดไม่จริงอยู่บ้าง จึงเข้ามาห้าม
“คุณแม่อย่าได้ถือโทษอีสามันเลย ใครทำอันใดย่อมรู้อยู่แก่ใจ” พลางวางสายตาตรงไปยังกลิ่นจันทร์ หมายให้หล่อนรู้ตัวและกลับใจ หากแต่อีกฝ่ายไม่ยอมสบตา
“ความผิดมึงอีสา กูจักลงโทษให้มึงมีหน้าที่เฉกเช่นชาย ไปขนฟืน แบกฟืน ทำนา เป็เวลาเจ็ดวัน แลให้งดข้าวเย็น”
“คุณเอื้องฟ้าเ้าคะ เมตตาบ่าวด้วย” อีสาถลาตัวเข้ามากอดที่เท้าของผู้เป็นาย
“กูเมตตามึง หาไม่ มึงได้โดนหวายกูหลังลาย ฤาจักเอาเช่นนั้น” คุณเอื้องฟ้าพูดพลางขยับเท้าออก
“ต่อไปนี้ข้าขอสั่งทุกคน ไม่ว่าบ่าวคนใดก็ตาม อย่าให้นางรำเสนอหน้าเข้าใกล้ลูกผัวข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะเฆี่ยนให้หลังลายไปสามวันเจ็ดวัน”
หลังจากคุณเอื้องฟ้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว บ่าวไพร่ทุกคนจึงพากัน แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามปกติ
กลิ่นจันทร์เดินจับใบหน้าของตัวเองเ ดวงตาเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ั้แ่เกิดลืมตาดูโลก ยังไม่เคยมีใครทำเช่นนี้ แม้แต่พ่อแม่ก็ตาม ร่างบางเดินฉับๆ เข้าไปยังห้องนอน พลางหายามาประคบบรรเทาอาการฟกช้ำ สองเข่าคู้ขึ้นเข้าหากัน
“อีคุณเอื้องฟ้ากูฝากไว้ก่อน มึงตบกูหลายครา หากถึงคราวกูบ้างกูจะเอาคืนให้สาสม” ดวงตาแข็งกร้าวของกลิ่นจันทร์บ่งบอกแรงอาฆาต ที่กำลังก่อตัวมากขึ้นทีละน้อย
