บทที่ 126 ยาชิง์น้อย
แต่เมื่อตอนนี้ได้ยินที่ลู่เหว่ยจุนพูดเช่นนี้ หรือว่าทำเช่นนี้ไม่ได้? ลู่อวี่จึงลองถามไปว่า “ท่านพ่อ ยาอายุวัฒนะนี้หายากมากจริงๆ ในเมื่อมีคน้ามันจำนวนไม่น้อย เช่นนั้นใครให้ราคาสูงก็ได้ไป ท่านทำอย่างว่าคนพวกนี้จะทำอะไรตระกูลลู่ของเราได้?”
ลู่เหว่ยจุนส่ายหน้าอย่างไม่มีทางเลือก ลูกชายผู้นี้อะไรก็ดีไปหมด บางเวลาก็ฉลาดจนน่ากลัว แต่บางครั้งก็มีความคิดที่เชื่องช้าเสียจริง
“หากจัดการได้ง่ายเช่นนี้ ข้ายังต้องมาหลบอยู่กับเ้าที่นี่หรือ?”
หลบ? ในที่สุดลู่อวี่ก็เข้าใจสาเหตุแล้วว่าเหตุใดลู่เหว่ยจุนถึงวิ่งมาหาตัวเองถึงที่นี่ เขาทำได้เพียงพูดอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว “ท่านพ่อ มันร้ายแรงขนาดนี้เลยหรือ?”
ลู่เหว่ยจุนฮึดฮัดไม่พอใจ พร้อมกับกล่าวว่า “มันร้ายแรงกว่าที่เ้าคิดไว้!” จากนั้นก็เงียบไปสักพัก เมื่อเห็นลู่อวี่แสดงสีหน้าไม่เข้าใจ จึงได้แต่อธิบายไปว่า “พูดเช่นนี้ หากในภายภาคหน้าเ้าได้เป็ประมุข แล้วลู่หนานน้อยแต่งงานออกเรือนไปกับตระกูลเซี่ย ปกติหากตระกูลลู่มีเื่อะไรลู่หนานน้อยเองจะพยายามช่วยเ้าอย่างสุดความสามารถ แม้จะหลายปีหรือหลายสิบปีอาจไม่มีให้เห็นเลย แต่หากจู่ๆ วันหนึ่งเกิดวิ่งมาขอร้องยาอายุวัฒนะช่วยชีวิตที่มีมูลค่าเป็อย่างมากกับเ้าสักเม็ด แล้วยาอายุวัฒนะดันมีเพียงเม็ดเดียว เ้าจะจัดการอย่างไร?”
เมื่อลู่อวี่ได้ยินเช่นนี้ก็ทำตัวไม่ถูกไปเลยทีเดียว คิดอยู่ตั้งนานถึงได้เอ่ยออกมาว่า “เช่นนั้นข้าก็จะปรุงโอสถให้สักเตาหนึ่ง!”
ลู่เหว่ยจุนพูดด้วยความไม่พอใจ “วัตถุดิบยาล้ำค่านัก หากไม่มีวัตถุดิบเ้าจะเอาอะไรมาปรุงโอสถ?”
ลู่อวี่ถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปเลยทีเดียว เขาเข้าใจสิ่งที่ลู่เหว่ยจุนเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้แล้ว หลังจากที่ไม่รู้จะหาทางแก้อย่างไรจึงถามไปว่า “ท่านพ่อ หากเช่นนั้นเหตุใดท่านไม่ถามบรรดาท่านผู้เฒ่า? บางทีพวกเขาอาจจะมีทางออกได้!”
“พวกเขากำลังถูกญาติมิตร และสหายของตัวเองร้องขอยาอายุวัฒนะ หากมีทางออกคงจัดการไปนานแล้ว ตอนนี้สภาพของพวกเขาไม่ได้ดีไปจากทางข้าเลย!”
ลู่อวี่ขมวดคิ้วและกล่าวขึ้นว่า “คิดไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นด้วย ในเมื่อตอนนี้ก็ได้ป่าวประกาศออกไปแล้ว หลอมยาอายุวัฒนะออกมาได้สามเม็ดแต่นำออกมาวางจำหน่ายเพียงเม็ดเดียว เช่นนั้นก็เปลี่ยนแปลงยาก หากจะให้หลอมยาชิง์อีกเตาหลอมหนึ่ง ก็คงไม่มีวัตถุดิบมากพอแล้ว หากทำเช่นนี้ก็ไม่ง่ายเลย!” พูดจบเขาก็อดที่จะปวดหัวไม่ได้
ทันใดนั้นทั้งสองก็ตกอยู่ในความเงียบทันที ต่างคนต่างก็คิดหาวิธี
ทันใดนั้น ลู่อวี่ก็ถามออกมาอย่างทันทีทันใดว่า “ท่านพ่อ พวกเรายังเหลือวัตถุดิบที่จะปรุงยาชิง์อีกเท่าไรหรือ?”
ลู่เหว่ยจุนกล่าวตอบไปว่า “เื่นี้ข้าก็ไม่ค่อยจะแน่ใจ แต่คงไม่พอแน่ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะมีวัตถุดิบยา เตาหลอมหนึ่งเตาของเ้าจะสามารถหลอมยาอายุวัฒนะออกมาได้เท่าไรกัน? ไม่ต้องพูดถึงจำนวนคนที่มาร้องขอยาอายุวัฒนะที่อยู่ด้านนอกเลย ถึงแม้ญาติมิตรพวกนี้ที่มาร้องขอยาอายุวัฒนะจะไม่ใช่ตัวเลขจำนวนน้อยๆ!”
“เื่นี้ข้าย่อมรู้ แต่หากยาชิง์หลอมออกมาไม่ได้แล้ว พวกเราหลอมยาชิง์น้อยออกมาก็ได้ เพียงปรับเปลี่ยนสูตรยามันสักหน่อย แม้สรรพคุณของยาอายุวัฒนะที่หลอมออกมาได้จะสู้ยาชิง์ตอนนี้ไม่ได้ แต่ก็น่าจะปริมาณเป็ที่พึงพอใจในตอนนี้แล้วและบางทีอาจเหลืออยู่ด้วยก็ได้!”
ลู่เหว่ยจุนตาลุกวาวและเอ่ยถามขึ้น “ยังมียาชิง์น้อยด้วย? แล้วมันมีสรรพคุณอย่างไร?”
“สรรพคุณของยาชิง์สู้ยาชิง์ของจริงไม่ได้อยู่แล้ว สำหรับสรรพคุณนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ใช้ด้วย หาก้าเพียงเพิ่มอายุขัย แล้วสภาพร่างกายไม่เป็อะไร สามารถยืดอายุไปได้หนึ่งร้อยปี หรือสามารถมีอายุเพิ่มสิบกว่าปีหรือยี่สิบปี หากสภาพร่างกายไม่ดี คงมีอายุขัยเพิ่งห้าหกสิบปี เพราะอย่างไรเสีย ยาของ์น้อยนี้คือจุดอ่อนของยาชิง์ ส่วนรายละเอียดของสูตรยาข้ายังไม่ได้จัดจำแนก!”
ลู่เหว่ยจุนดีใจเป็อย่างมาก หากมียาชิง์น้อยนี้จริงๆ เช่นนั้นเขาก็จะจัดการทุกอย่างได้ง่ายขึ้น เพียงไม่รู้ว่า้าวัตถุดิบอีกเท่าไร หากคิดที่จะหลอมยาชิง์นี้ วัตถุดิบที่้า เขาก็จนปัญญาที่จะหามาให้ได้
ยาที่ลดกำลังลงของยาชิง์นี้ลู่อวี่ไม่เคยปรุงโอสถนี้มาก่อน แต่เขาเคยปรุงสูตรยาโอสถที่ลดสรรพคุณลงของยาอายุวัฒนะ ดังนั้นสูตรยาลดสรรพคุณลงของยาอายุวัฒนะครั้งนี้จึงไม่ใช่เื่ที่ยากเกินไป
ในขณะที่ลู่อวี่กำลังคำนวณสูตรยา ผู้เฒ่าหลายคนของตระกูลลู่ซ่อนตัวกันอยู่ที่นี่ด้วยความทุลักทุเล เพราะไม่มีทางเลือกจริงๆ เพราะมีหลายคนที่มาร้องขอยา แต่พวกเขาเอ่ยปากปฏิเสธไม่ได้จริงๆ แม้จะยอมมอบให้พวกเขา แต่ตระกูลลู่ก็มียาของ์เพียงหกเม็ดเท่านั้น ซึ่งมันไม่พอแบ่ง สำหรับยาอายุวัฒนะสามเม็ดที่อยู่ในมือลู่อวี่นั้น ใครก็อย่าได้แม้แต่จะคิดชิงไป
เมื่อบรรดาท่านผู้เฒ่ามาถึง ต่างก็ถอนหายใจกันอยู่สักพัก เมื่อเห็นลู่อวี่ไม่พูดไม่จาอยู่ในศาลาหลังเล็ก ดูเหมือนว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ลู่เหว่ยจุนกลัวว่าคนพวกนี้จะรบกวนเขา จึงเรียกคนพวกนี้ไปอีกด้าน และบอกกล่าววิธีของลู่อวี่ให้ฟังคร่าวๆ ทันใดนั้นก็ทำให้พวกเขาทั้งใและดีใจไปตามๆ กัน ยิ่งไม่กล้าเข้าไปรบกวนลู่อวี่แล้ว
เดิมที มันไม่ใช่เื่ยากเลยที่ลู่อวี่จะทำให้สรรพคุณของยาอายุวัฒนะขั้นสี่ลดกำลังลง แต่ปัญหาติดอยู่ที่เขาต้องปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบยาที่มีอยู่อย่างจำกัด และวัตถุดิบยาที่ใช้ก็ไม่ควรแพงเกินไป มิฉะนั้นต่อให้หาเจอก็เป็อะไรที่ห่างไกลยากที่จะแก้ไขปัญญาตรงหน้าได้
ดังนั้นลู่อวี่จึงใช้เวลาทั้งวันในการคำนวณเื่นี้ ใช้เวลาไปหนึ่งวันเต็มจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ลู่อวี่ถึงได้คิดคำนวณสูตรยานี้สำเร็จ หลังจากตรวจสอบดูอีกครั้งแล้วพบว่าไม่มีปัญหา ถึงได้เรียกคนที่รออยู่ข้างนอกเข้ามาหา จากนั้นก็ส่งมอบสูตรยาให้ ลู่เหว่ยจุน พร้อมทั้งขอให้เขาหาคนรวบรวมวัตถุดิบยาที่จำเป็ให้
ลู่หงิในตอนนี้ร้อนใจจนนั่งไม่ติดแล้ว ยิ่งเมื่อรู้ว่าประมุขไม่มีพร์ในการปรุงโอสถเลยด้วย ดูไปก็เท่านั้น จึงยื่นมือไปคว้าเอาสูตรยามา พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เื่นี้ให้ข้าจัดการเถิด เหว่ยจุน เ้ารีบไปดูด้านหน้าสิว่าเื่ราวเป็อย่างไรบ้าง วันนี้ทุกคนต้องเป็เ้าภาพที่ดี อย่าทำให้เกิดปัญหาอะไรแม้แต่น้อย!”
เมื่อลู่เหว่ยจุนได้ฟังก็ทำอะไรไม่ได้ เขาหันหลังแล้วเดินไปดูทันที
ลู่หงเซิ่งและคนอื่นๆ พากันถามลู่อวี่เกี่ยวกับสภาพของยาอายุวัฒนะใหม่ หลังจากที่ลู่อวี่คิดคำนวณสูตรยาอายุวัฒนะมาทั้งคืน แม้ว่าสภาพร่างกายจะไม่ได้เหนื่อยล้าจนหมดแรง แต่ก็ได้ใช้ความคิด สมาธิและปัญญาไปไม่น้อย แต่เพราะคนพวกนี้ล้วนเป็ผู้าุโ ดังนั้นหลังจากรวบรวมสมาธิ และอธิบายสภาพของยาชิง์น้อยให้ฟังคร่าวๆ อย่างอดทน ก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเอง
หากเป็ชาติที่แล้วเขาคงไม่ได้นอนอย่างแน่นอน แต่หลังจากกลับมาเกิดใหม่ เขาเลือกที่จะพักผ่อนบ้างเป็ครั้งคราว ทำจนเป็ความเคยชินนี้ และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นิสัยประจำตัว
ลู่หงิและคนอื่นๆ ไม่รู้เลยว่า การปรับเปลี่ยนสูตรยาเช่นนี้ โดยเฉพาะสูตรยาอายุวัฒนะยืดอายุขัยขั้นสี่ โดยลดสรรพคุณให้อ่อนกำลังลงในชั่วข้ามคืนนั้นมันท้าทาย์เพียงไหน เพียงรู้สึกว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับนายน้อยมันก็เป็เื่ปกติอยู่แล้ว เพราะใครใช้ให้เขาไปมีอาจารย์ผู้นั้นที่ลึกลับเช่นนั้นกัน!
แม้ว่าลู่อวี่จะสับเปลี่ยนวัตถุดิบยาที่มีมูลค่าไม่น้อย แต่ถึงจะเป็เช่นนี้ วัตถุดิบยาถูกแทนที่ก็ยังคงมีมูลค่านัก และไม่ใช่สินค้าประเภทที่สามารถพบเห็นได้ทุกที่ตามแผงลอยริมถนน ดังนั้นมันก็เลยไม่ใช่เื่ง่ายดายแม้แต่นิดเดียวในการเก็บรวบรวม หากด้วยภูมิหลังในปัจจุบันของตระกูลลู่อวี่เพื่อที่จะรวบรวมมาให้ได้ทั้งหมดนั้น มันก็ต้องใช้เวลาถึงสองวันกันเลยทีเดียว
่สองวันที่ผ่านมานี้ผู้คนที่เดินทางมาที่ตระกูลลู่ไม่ได้มีจำนวนเพิ่มมากนัก แต่สถานะของผู้ที่มาก็ยิ่งใหญ่โตลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ มีบางคนหากในแง่ของความาุโ ก็ยังสูงส่งกว่าผู้เฒ่าใหญ่อีกด้วยซ้ำ ทำเอาตระกูลลู่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ในการต้อนรับนี้
แต่โชคดีที่รวบรวมวัสดุทั้งหมดได้ ทำให้ลู่อวี่สามารถเริ่มหลอมยาอายุวัฒนะให้ทันที
เดิมทีการหลอมโอสถในครั้งนี้เป็เพียงยืดอายุขัยให้นักพรตในตระกูลลู่ที่กำลังจะสิ้นอายุขัย แต่ตอนนี้ผู้คนรู้กันไปทั่วแล้ว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างดีสักคน อาจทำให้เกิดเหตุริษยากันขึ้นมาได้ ซึ่งคนของตระกูลลู่ต่างก็รู้เื่นี้ดี แม้ว่าตระกูลลู่จะเป็หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ในเทียนตู แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกองกำลังหลักทั้งหมดในเทียนตูที่จะเข้ามาโจมตีได้
ตอนนี้ลู่อวี่ทำเพื่อลำบากเพียงครั้งเดียว สบายไปตลอด และไม่สามารถซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองได้อีกต่อไป ในอดีตเพื่อที่จะไม่ให้เปิดเผยความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุของตัวเอง จึงทำทุกอย่างทีละขั้นตอนช้าๆ เพื่อให้ตระกูลลู่ค่อยๆ ยอมรับพร์ในการเล่นแร่แปรธาตุของตัวเอง แต่เวลานี้การปรุงโอสถมันได้ส่งผลกระทบต่อตัวเขาแล้ว ดังนั้นเขาเลยไม่มีเวลาพอที่จะมาทำความเข้าใจ และฝึกฝนต่อไปได้ จึงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก หลังจากที่ทำความคุ้นเคยกันมานาน ก็เชื่อว่าแม้ว่าจะเปิดเผยวิธีการปรุงโอสถบางอย่างของเขาเอง มันก็ไม่น่าทำให้เกิดปัญหามากนัก
เมื่อชาติก่อนลู่อวี่ถูกขนานนามว่าปรมาจารย์โอสถ ย่อมต้องมีวัตถุดิบของจริงอยู่แล้ว เพียงฝีมือการปรุงโอสถ ต่อให้ไม่ใช้เตาหลอมยา เขาก็สามารถปรุงโอสถออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่หากทำเช่นนั้นมันก็ไม่มีประโยชน์ต่อเขา เปิดเผยความสามารถออกมามากเกินไปมันก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นลู่อวี่จึงระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ ตอนนี้ในเมื่อตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวเองออกมาให้ดูบ้าง ขนหน้าแข้งมันก็ไม่ร่วงหรอก
แต่เมื่อใช้ให้คนมาตั้งวางเตาหลอมยาสามเตาในห้องปรุงโอสถ ทำให้ลู่หงิคนปรุงโอสถขั้นห้าคนนี้ของตระกูลลู่รู้สึกเป็กังวลไม่น้อย นี่มันสถานการณ์วิเศษนัก ให้ตั้งวางเตาอบตั้งสามเตา หรือว่าจะหลอมรวมกันทั้งสามเตาเลยหรือ?
ลู่เหว่ยจุน และผู้เฒ่าทุกคนก็มึนงงกันไปเลยทีเดียว แม้ว่ายาอายุวัฒนะที่จะหลอมออกมาจะห่างชั้นกับยาชิง์ที่หลอมออกมาเมื่อสองวันก่อน ทว่าวัตถุดิบก็ล้ำค่าไม่น้อย อีกทั้งยังใช้ความพยายามอย่างมากในการรวบรวมวัตถุดิบเช่นกัน เวลานี้ก็ยังมีลูกศิษย์ขอตระกูลอีกหลายคนที่กำลังตามหาวัตถุดิบยาอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งยังเกิดการต่อสู้กันขึ้นจนได้รับาเ็ด้วย
หากเพียงนี้คงไม่เป็ไร แต่หากเกิดมีเตาหนึ่งที่ล้มเหลวขึ้นมา การสูญเสียนั้นย่อมทำให้พวกเขาเสียใจที่สุด
แต่ลู่อวี่กลับเพิกเฉยต่อสิ่งพวกนี้ เขาโบกมือให้ลู่หงิจัดการกับวัตถุดิบแล้วจัดวางให้เรียบร้อย จากนั้นก็จุดไฟทำการอุ่น ในขณะที่เขาก็นั่งขัดสมาธิและปรับพลังลมปราณของตัวเอง
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ลู่อวี่ก็เริ่มเตรียมยา กลั่น หลอม ควบแน่น เก็บยา และนำออกจากเตาก็ใช้เวลาไปทั้งหมดหกวันในการผลิตยา หลังจากจัดการครบชุด ก็ปล่อยตัวเองราวกับมีอิสระดุจเมฆที่ล่องลอยบนนภา ประดุจสายน้ำที่ไหลไปทุกที่ ไม่มีความรู้สึกเมื่อยล้า วางตัวเหมือนปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุทุกคนมองมาด้วยความตื่นตระหนกใ
นี่คือเตาปรุงโอสถสามเตาที่หลอมขึ้นมาในเวลาเดียวกัน คนอื่นไม่ว่าลู่หงิและลู่หงเซิ่ง ต่างก็มองจนตาแทบจะหลุดออกมา หากเป็พวกเขา คงเป็เื่ยากมากแล้วที่จะดูแลเตาปรุงยาสักเตาหนึ่งได้
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนยังไม่ได้รู้สึกอะไร โดยเฉพาะลู่หงิ เพราะทั้งคู่เป็คนปรุงโอสถขั้นห้าเหมือนกัน แม้ว่าเขาจะยอมรับว่าเขาไม่ได้เก่งกาจเท่าลู่อวี่ก็จริง แต่ต่อให้จะต่างกันไปไกลเพียงไหนก็ตาม มันย่อมต้องมีขีดจำกัด แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาต่างกันราวฟ้ากับเหวจริงๆ หากเปลี่ยนเขามาเป็ผู้ควบคุมการหลอมโอสถทั้งสามเตาหลอมนี้ คิดว่ายาอายุวัฒนะทั้งสามเตานี้คงพังแน่
ในขนาดที่ทุกคนกำลังอยู่ในอาการตกตะลึง ก็มีเมฆสีแดงปรากฏขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้าด้านนอก และคิดไม่ถึงว่ามันจะทอดยาวหลายร้อยลี้ปกคลุมเทือกเขาเทียนฉยงไว้ทั้งหมด มันค้างอยู่เป็เวลานาน สักพักไม่กระจายตัวหายไป ทำให้นักพรตจำนวนนับไม่ถ้วนที่เห็นเหตุการณ์นี้ใกันไม่น้อย
เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน ตระกูลลู่นี้เพิ่งหลอมยาชิง์ออกมาเตาหนึ่ง ในขณะที่เกิดทัณฑ์โอสถ และสัญญาณการยอมรับจาก์ขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ทุกคนลุ้นระทึก และแทบหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว ทว่าตอนนี้มันกลับมาอีกแล้ว ไม่รู้ว่าครั้งนี้หลอมอะไรที่ท้าทาย์ออกมากันอีก สัญญาณแห่ง์นี้มันไม่มีคุ้มค่าเลยหรืออย่างไร? หรือว่าตระกูลลู่กับ์มีสายสัมพันธ์เครือญาติเกี่ยวข้องกันหรืออย่างไร?
