ตอนที่ 33
ตัณหาเปรียบเสมือนมีดที่จ่ออยู่เหนือศีรษะ
ใบหน้าของหม่าเยว่ดูแย่ยิ่งกว่ากินขี้เข้าไปเสียอีก เขาแค่นเสียงหยาบๆ ใส่
"ก็เธอเป็คนยั่วฉันก่อนเองแท้ๆ อย่ามาทำเป็นางเอกขี้คร้านทั้งที่สันดานมันเสียหน่อยเลย"
หวงลี่น่าถึงกับอึ้ง เธอขมวดคิ้วแน่นและเริ่มจมลงสู่ความคิด เธอไม่ได้ชอบไอ้หนุ่มกะล่อนอย่างหม่าเยว่เลยสักนิด ออกจะรังเกียจด้วยซ้ำ แต่ทำไมพอเข้ามาในห้องนี้... เธอถึงได้เป็ฝ่ายเริ่มถอดเสื้อผ้าก่อน แล้วอยากจะ
หวงลี่น่ารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เธอรีบคว้าเสื้อผ้ามาห่อกายแน่นพลางสั่นสะท้าน ั้แ่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ดูเหมือนทุกอย่างจะเริ่มควบคุมไม่ได้
กลางคืนมาเยือนอย่างรวดเร็ว โรงแรมค่อยๆ ถูกความมืดมิดปกคลุม ทางเดินที่ไร้ผู้คน จู่ๆ ไฟเซ็นเซอร์ก็สว่างวาบขึ้นมาเอง
“ตึก... ตึก...”
เสียงส้นเท้ากระทบพื้นดังจากที่ไกลๆ ค่อยๆ ใกล้เข้ามา และมาหยุดกึกลงที่หน้าห้อง 403
“เอี๊ยด—”
เสียงประตูเปิดออกดังเหมือนไม้ผุพังที่กำลังจะขาดใจ เงาดำของสตรีที่มีสรีระอ้อนแอ้นสะท้อนอยู่บนประตู แต่กลับไร้ร่องรอยของตัวคน
คอของเงานั้นค่อยๆ ยืดขยายยาวออกมา แล้วเลื้อยเข้าไปในห้อง
ท่ามกลางความมืด หม่าเยว่ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงรู้สึกคันที่ข้างหู เหมือนมีเส้นผมผู้หญิงมาเขี่ยไปมา ความรู้สึกซ่านๆ นี้ทำให้เขาร้อนรุ่มที่ท้องน้อย จากนั้นเขารู้สึกถึงััเปียกชื้นบนใบหน้า ราวกับมีลิ้นลื่นๆ กำลังเลียอยู่
“ท่านพี่... น้องหญิงมาอยู่เป็เพื่อนแล้วเ้าค่ะ”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยของผู้หญิงดังกระซิบข้างหู ชวนให้เคลิบเคลิ้มถึงกระดูก
“คนสวย... คุณสวยจริงๆ คุณสวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย”
ในสายตาของหม่าเยว่ เขาเห็นใบหน้าผู้หญิงคนหนึ่งรางๆ เส้นผมสีดำสนิทแผ่กระจายลงมาปรกหน้าเขา เขาทำหน้าเคลิบเคลิ้ม สูดดมกลิ่นผมของเธออย่างหลงใหล
ใบหน้าของผู้หญิงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ... เธอคือสาวงามที่อยู่บนภาพในคีย์การ์ดนั่นเอง
“ท่านพี่เคยบอกว่า หากได้ร่วมหลับนอนกับน้องหญิงสักครา ต่อให้ต้องตายก็ยอม... พูดจริงหรือเ้าคะ?”
ใบหน้าหยาดเยิ้มของเธอน่าหลงใหลจนิญญาแทบหลุดลอย ดวงตาปีศาจคู่นั้นมีสีแดงฉานหมุนวน ตอนนี้หม่าเยว่หน้ามืดตามัวเพราะราคะ ไม่มีสติจะมาคิดทบทวนความหมายในคำพูดของเธอ เขารีบพยักหน้าหงึกๆ แทบจะสาบานฟ้าดินเพื่อยืนยัน
“ชีวิตผม... ทุกอย่างของผม ผมยกให้คุณหมดเลย”
“คิกๆ งั้นน้องหญิงขอรับไปเลยนะเ้าคะ” หญิงสาวหัวเราะร่า
“เอาไปเลย อยากได้อะไรเอาไปให้หมด”
ลูกกระเดือกของหม่าเยว่ขยับขึ้นลง เขาแทบรอไม่ไหวที่จะโอบกอดเธอไว้ใต้ร่างเพื่อหาความสุข แต่ทว่าวินาทีต่อมา
ร่างกายของเขาแข็งทื่อทันที แขนที่โอบกอดผู้หญิงคนนั้นอยู่เริ่มสั่นเทา
“ท่านพี่... เป็อะไรไปเ้าคะ?” หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เส้นผมดำสนิทปรกใบหน้าที่ขาวซีดผิดปกติ
“ตะ... ตัวคุณ... ร่างกายคุณ...”
นิ้วมือของหม่าเยว่สั่นกึกๆ สิ่งที่เขาโอบกอดอยู่ในอ้อมแขนหาใช่ร่างกายผู้หญิงไม่ แต่มันคือ “ลำคอ” ที่ยาวเฟื้อย ความเย็นเยือกประดุจน้ำแข็งซึมผ่านฝ่ามือทำให้เขาเหมือนตกขุมนรกน้ำแข็ง เขาอยากจะสะบัดคอพ่อั์นั่นทิ้ง แต่ไม่มีความกล้าพอจะขยับตัว
“ท่านพี่รังเกียจน้องหญิงหรือเ้าคะ?”
มุมปากของผู้หญิงฉีกยิ้มไปถึงใบหู รอยแยกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนถึงกกหู กลายเป็รอยยิ้มที่วิปริตและสยดสยอง
หม่าเยว่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาแผดเสียงร้อง “อ๊าก!” ออกมาคำหนึ่ง สะบัดคอนั่นทิ้งแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งไปที่ประตูสุดชีวิต
ไฟเซ็นเซอร์ที่ทางเดินสว่างขึ้น แต่มันกลับเป็สีแดงฉานดั่งเื
“ท่านพี่... ท่านกลัวน้องหญิงหรือเ้าคะ?”
เสียงของผู้หญิงดังโหยหวนมาจากข้างหลังเขา
หม่าเยว่ขวัญเสียจนน้ำหูน้ำตาไหล เขาพุ่งไปที่ห้อง 404 ที่อยู่ติดกัน ทุบประตูเสียงดัง
ปัง! ปัง!
“เปิดประตู!” “เปิดประตูเร็วเข้า!” “ช่วยด้วย! ใครก็ได้เปิดประตูช่วยผมที!”
แต่ไม่ว่าเขาจะะโแค่ไหน ประตูห้อง 404 ก็ยังคงปิดสนิท ความหวาดกลัวและสิ้นหวังเข้าปกคลุมตัวเขา
“ท่านพี่... ท่านพี่... ท่านพี่...”
ผู้หญิงคนนั้นเรียกหาเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงที่เคยทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม ตอนนี้กลับกลายเป็มนต์เรียกิญญา
“อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามานะโว้ยยยย!”
หม่าเยว่หันไปมองข้างหลังแทบิญญาหลุดออกจากร่าง คอของผู้หญิงคนนั้นยืดออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ศีรษะสาวงามพุ่งตามหลังเขามาติดๆ
หม่าเยว่วิ่งรวดเดียวลงมาที่ทางเดินชั้น 3 พอเห็นประตูห้อง 301 เขาก็มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“เปิดประตู! ช่วยด้วย ช่วยผมด้วย!”
“ช่วยด้วย... ช่วยด้วย...”
“ขอร้องล่ะ เปิดประตูที!”
เขาทุบประตูอย่างไม่รู้จ็บจนมือโชกเื
“ท่านพี่ ท่านรับปากน้องหญิงไว้แล้ว ว่าทุกอย่างของท่านเป็ของน้องหญิง”
“อย่า... อย่าเข้ามา...”
ศีรษะของผู้หญิงคนนั้นมาหยุดอยู่ที่ข้างหูของหม่าเยว่ ปากที่ฉีกกว้างอ้าออก ลิ้นยาวสีแดงสดเลียเหงื่อบนหน้าของเขา
หม่าเยว่หมดแรงทรุดลงกับพื้น ร่างกายขยับไม่ได้เพราะความกลัวสุดขีด เขาเบิกตากว้างมองใบหน้าผู้หญิงที่ค่อยๆ แนบเข้ามา คอที่เย็นเยือกเหมือนงูลื่นๆ พันรอบคอของเขา
“กร๊อบ!”
ตามมาด้วยเสียงกระดูกแตกละเอียด คอของหม่าเยว่พับลงในองศาที่ผิดธรรมชาติ ลูกตาของเขาเบิกโพลนจนแทบหลุดออกจากเบ้า เืสีแดงฉานค่อยๆ ไหลออกจากตา หู จมูก และปาก...
ที่ทางเดินสีแดงคล้ำ... ลำคอที่ยาวเฟื้อยลากศพของหม่าเยว่ไปตามพื้น ก่อนจะหายวับไปที่หัวมุมบันได
วันรุ่งขึ้น
ที่พื้นที่พักผ่อนชั้น 1 ของโรงแรม เหล่าผู้เล่นมารวมตัวกัน
“หม่าเยว่ล่ะ?” เมื่อเห็นหวงลี่น่าเดินมาคนเดียว เวินอี้ก็ขมวดคิ้วถาม
หวงลี่น่าทำหน้ามึนงงและย้อนถามว่า: “ฉันตื่นมาก็ไม่เห็นหม่าเยว่แล้ว นึกว่าเขาลงมาก่อนซะอีก”
พอพูดจบ ใบหน้าเธอก็ซีดเผือด... หรือว่าหม่าเยว่จะเกิดเื่?
ตอนนั้นเอง ชิงหลี่เอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า: “เขาไป์แล้ว”
“เธอรู้ได้ไงว่าเขาตาย? เธอเห็นอะไรมาหรือเปล่า?” หวังถิงถิงถามด้วยความกังวล
ชิงหลี่ยักไหล่ เธอหยิบเบอร์เกอร์ไก่เผ็ดที่ซื้อมาจากร้านค้าระบบขึ้นมางับหนึ่งคำ ตามด้วยโค้กเย็นๆ อึกใหญ่ พอเห็นผู้เล่นคนอื่นเริ่มทำหน้าไม่สบอารมณ์ เธอก็เอ่ยออกมาคำเดียวเนิบๆ: “เดาเอา”
ผู้เล่นคนอื่น: “……” สายตาอยากฆ่าคนเริ่มปิดไม่มิดแล้ว
“ชิงหลี่ อย่าพูดเล่นสิ เพื่อนร่วมทีมหายไปคนหนึ่งนี่เื่ใหญ่นะ คำพูดเธอจะทำให้คนอื่นไขว้เขว จนพวกเราอาจจะพลาดโอกาสช่วยหม่าเยว่ที่เดีที่สุดไปนะ”
โจวย่าใช้คำพูดแบบ "นางเอกผู้ผดุงธรรม" โจมตีชิงหลี่ หวังจะให้ชิงหลี่กลายเป็เป้าสายตาของทุกคน
ชิงหลี่หัวเราะหึๆ เธอชี้ไปที่ลิฟต์ที่ปิดสนิทแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ: “ถ้าฉันเดาไม่ผิด หม่าเยว่น่าจะอยู่ในนั้นแหละค่ะ”
คำพูดของเธอทำเอาทุกคนช็อก! พนักงานบอกว่าลิฟต์เสียใช้งานไม่ได้ แล้วหม่าเยว่จะเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง?
“เธอรู้ได้ไง” โจวย่าขมวดคิ้วถาม
ชิงหลี่ยิ้มตาหยี: “ไม่ต้องสนหรอกค่ะว่าฉันรู้ได้ยังไง คุณบอกว่าจะไปช่วยคนไม่ใช่เหรอ ตอนนี้คนก็อยู่ตรงนั้นแล้ว ทำไมไม่เข้าไปล่ะคะ ถ้าพลาดโอกาสทองในการช่วยชีวิตหม่าเยว่ไป... คุณจะรับผิดชอบไหวไหมคะ?”
ประโยคที่ย้อนกลับไปเหมือนเปี๊ยบ ทำเอาโจวย่าหน้าชาจนเถียงไม่ออก!
