“ซ่าๆ!”
ธารลาวาไหลขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนเกือบจะจมแท่นบูชาได้อยู่แล้ว
ตามมาด้วยิญญาอัคคีที่กรูกันเข้ามาที่แท่นบูชาเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนล้อมพวกจั๋วอวิ๋นเซียนกับถังจิ่วเอาไว้
“เสี่ยวเซียน รีบคิดหาวิธีเร็ว! ทุกครั้งพวกเราก็ติดที่ตรงนี้ ิญญาอัคคีฆ่าอย่างไรก็ไม่หมด จนสุดท้ายก็ถูกลาวากลืนกิน”
เมื่อได้ฟังคำเตือนของถังจิ่ว จั๋วอวิ๋นเซียนอดขมวดคิ้วไม่ได้ “ิญญาอัคคีเหล่านี้น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากส่วนลึกของลาวา จึงโผล่ออกมาไม่จบไม่สิ้น นอกจากพวกเราจะสามารถดับลาวาทั้งสายได้…”
ดับลาวาทั้งสายหรือ? นี่ข้าได้ยินผิดไปหรือไม่!
ถังจิ่วทนไม่ไหวจนต้องกลอกตามองบน ูเาไฟลูกใหญ่ปานนี้ พวกเขาไม่มีความสามารถขนาดนั้น ต่อให้เป็ผู้แข็งแกร่งระดับกายาศักดิ์สิทธิ์ก็เกรงว่าจะทำไม่ได้กระมัง!
ขณะกำลังใช้กระบี่ฟาดฟันิญญาอัคคี จั๋วอวิ๋นเซียนหันมาถามซ้ำอีกครั้ง “ถังจิ่ว เ้ารู้หรือไม่ว่าทำอย่างไรถึงจะผ่านบททดสอบ?”
ก่อนซากโบราณสถานแห่งนี้จะได้รับการฟื้นฟู วิธีผ่านด่านนั้นง่ายมาก เพียงต้องทวนกระแสค่ายกลที่ไม่สมบูรณ์ของแท่นบูชา ก็สามารถทำลายทั้งูเาไฟได้แล้ว แต่ตอนนี้เห็นทีจะไม่เหมือนกัน…การทำลายูเาไฟเกรงว่าจะเกิดหายนะที่น่ากลัวยิ่งกว่า
ถังจิ่วเปิดใช้ยันต์เกราะพลางส่ายศีรษะพร้อมกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้มีคนเคยลองทำลายูเาไฟแล้ว ผลสรุปคือลาวาทะลักออกมาจากนั้นก็ถูกส่งกลับออกไปทันที การท้าทายครั้งนั้นจึงล้มเหลวไป”
จั๋วอวิ๋นเซียนครุ่นคิดเล็กน้อย ไม่ต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้นัก “ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็ผนึกโบราณ”
ถังจิ่วกับเสี่ยวเนี่ยนตกตะลึง “สถานที่ผนึกหรือ? หมายความว่าอย่างไร?”
จั๋วอวิ๋นเซียนฟาดฟันกระบี่ตามใจนึก เขาต่อสู้ไปด้วยอธิบายไปด้วย “ในยุคโบราณมีเทพปีศาจทรงพลังสร้างหายนะแก่โลก แต่กลับมิอาจกำจัดมันให้สิ้นซากได้ จึงสร้างวิชาผนึกขึ้นมา เพื่อสะกดเทพปีศาจเอาไว้ตลอดกาล…หรือก็คือูเาไฟกับแท่นบูชานี้ มีไว้เพื่อสะกดบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว เพียงแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ประสิทธิภาพค่ายกลผนึกจึงอ่อนแอลงเรื่อยๆ ถึงได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้”
“เก่งกาจขนาดนั้นเลยหรือ?”
เสี่ยวเนี่ยนใมาก นางได้รับความรู้มาไม่น้อยเลย
“อย่าเพิ่งคุยกันได้หรือไม่!”
ลาวาใกล้จะท่วมแท่นบูชาแล้ว ถังจิ่วจึงะโอย่างร้อนรน “อวิ๋นเสี่ยวเซียน…ไม่สิ! นายท่านอวิ๋น เ้ารีบคิดหาวิธีสิ! สถานที่ผนึกอะไรพวกนี้ อย่าว่าแต่ให้วางผนึกใหม่เลย แม้แต่อักขระพวกเราก็ไม่เข้าใจ!”
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าว “ไม่จำเป็ต้องเข้าใจ ขอแค่ใช้เป็ก็เพียงพอแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไรหรือ?”
“หมายความอย่างที่พูด”
เมื่อกล่าวจบจั๋วอวิ๋นเซียนใช้พู่กันสะกดิญญาวาดลงไปสิบกว่าครั้ง ทำให้แผนผังค่ายกลผนึกทำงานทันที ลาวาค่อยๆ ไหลกลับไป รวมทั้งิญญาอัคคีที่มาอย่างไม่จบไม่สิ้นก็ถูกพลังของแท่นบูชาสะกดเอาไว้ด้วย
“นั่นคืออะไร!”
ถังจิ่วตัวแข็งทื่อพลางพึมพำด้วยความมึนงง “นี่…จัดการได้ง่ายเช่นนี้เลยหรือ? ข้าเห็นภาพลวงตาใช่หรือไม่!”
“ไม่…ไม่ใช่ภาพลวงตา!”
เมื่อครู่เสี่ยวเนี่ยนมองดูอย่างละเอียดจึงกล่าวอธิบายแทนจั๋วอวิ๋นเซียน “เมื่อครู่พี่อวิ๋นเสี่ยวได้วาดอักขระไปร้อยตัวเพื่อกระตุ้นพลังของค่ายกลผนึก มิเช่นนั้นพวกเราคงล้มเหลวไปแล้ว”
“ใช่ๆ เสี่ยวเซียนน่าเกรงขามนัก พลิกสถานการณ์จากแพ้เป็ชนะ…แบบนี้ก็ผ่านแล้วสินะ”
ถังจิ่วรู้สึกผ่อนคลายลงจึงนั่งลงบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า และหอบหายใจเฮือกใหญ่
“ลุกขึ้นมาถังจิ่ว มันยังไม่จบเสียหน่อย!”
จั๋วอวิ๋นเซียนส่งเสียงเรียกพลางมองลงไปใต้ลาวาด้วยสายตาหนักอึ้ง
จั๋วอวิ๋นเซียนสามารถกระตุ้นค่ายกลจากแท่นบูชาได้ ไม่ได้แปลว่าเขาเก่งกาจกว่าปรมาจารย์ค่ายกล ที่จริงแล้วเขาวางค่ายกลไม่เป็ด้วยซ้ำ…เพียงเพราะก่อนหน้านี้เขาศึกษาค่ายกลของแท่นบูชามาอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังเคยซ่อมแซมแผนผังค่ายกลผนึกที่สุสานโบราณมาก่อน เหมือนกับว่าเขารู้คำตอบก่อนจะไปสอบ เพียงแค่ทำตามที่รู้มาก็เท่านั้น
“ฮึม ฮึม ฮึม!”
พื้นดินสั่นไหว แท่นบูชาสั่นะเื
ถังจิ่วกับเสี่ยวเนี่ยนใมาก พวกเขาจะมัวแต่พักผ่อนไม่ได้แล้ว จึงรีบลุกขึ้นมาจากพื้น
“เสี่ยวเซียน นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือ? เ้ากระตุ้นค่ายกลแล้วหรือ? ทำไมถึงสั่นไหวรุนแรงเช่นนี้! หรือว่าผนึกเกิดปัญหาขึ้น?”
ถังจิ่วกับเสี่ยวเนี่ยนมองลงไปใต้แท่นบูชาตามจั๋วอวิ๋นเซียน ลาวากำลังถอยไปจริง แต่พวกเขากลับรู้สึกใจสั่นอย่างรุนแรง เหมือนใต้ลาวายังมีตัวตนที่ชั่วร้ายและน่ากลัว อีกทั้งมันยังอยากจะออกมามากด้วย
“ระวัง มันกำลังมาแล้ว!”
จั๋วอวิ๋นเซียนเพิ่งพูดจบก็มีศีรษะที่เป็เปลวเพลิงขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาจากส่วนลึกของลาวา ดุร้ายน่ากลัว โเี้อำมหิต ราวกับเป็เทพปีศาจจากนรก
“นี่มันตัวอะไรกัน!”
ถังจิ่วรู้สึกขาอ่อนแรง ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวเนี่ยนยังอยู่ด้านข้าง เกรงว่าเขาคงล้มลงนั่งพื้นไปแล้ว
“มันคือปีศาจอัคคี เทพปีศาจที่เป็เ้าแห่งเขตเพลิงลาวาในตำนานเทพโบราณ”
จั๋วอวิ๋นเซียนรู้สึกโชคดียิ่งนัก ตำราที่เขาอ่านล้วนไม่ได้เสียเปล่า ปีศาจอัคคีตัวนี้ก็คือหนึ่งในเทพปีศาจที่มีการจดบันทึกเอาไว้ใน ‘บันทึกเื่อัศจรรย์ในยุคโบราณ’ มันคือร่างแปลงของเพลิงหายนะ
“นายท่านอวิ๋น เวลานี้ไม่ต้องโอ้อวดแล้ว ข้ารู้ว่าเ้ารู้ทุกเื่! เ้าบอกมาเลยว่าพวกข้าต้องทำอย่างไร! ก้อนเนื้อสามชิ้นอย่างพวกเรายังไม่พอขัดฟันของมันด้วยซ้ำ”
ถังจิ่วพูดไม่หยุดจนปากแห้ง จิตใจสั่นกลัว ส่วนเสี่ยวเนี่ยนก็ใจนพูดไม่ออก!
ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าทุกอย่างที่นี่ล้วนเป็ภาพลวงตา ตัวเองไม่มีทางตายจริงๆ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเช่นนี้ เรียกได้ว่าน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตาย! เพราะ…ปีศาจอัคคีโผล่มาแค่ครึ่งศีรษะ ขนาดก็ใหญ่กว่าแท่นบูชาแล้ว!
จั๋วอวิ๋นเซียนครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นจึงหันมาถามว่า “ถังจิ่ว ยังจำคำถามที่ข้าถามเ้าก่อนหน้านี้ได้หรือไม่?”
“ประโยคไหน…หรือ!”
ถังจิ่วเผยใบหน้ามึนงง เขาจำไม่ได้แม้แต่น้อย
จั๋วอวิ๋นเซียนก้มมองปีศาจอัคคีด้านล่างแล้วกล่าวว่า “ตอนนั้นข้าเคยถามเ้าว่าถ้าตกลงไปแล้วจะเป็อย่างไร…”
ถังจิ่วกล่าวอย่างไม่ลังเล “แน่นอนว่าต้องตาย!”
“ถังจิ่ว เสี่ยวเนี่ยน...ถ้าพวกเ้าเชื่อข้าก็ตามข้ามา!””
เมื่อกล่าวจบจั๋วอวิ๋นเซียนชูกระบี่ขึ้น ะโพุ่งไปใต้แท่นบูชา
กระบี่ราวแสงสว่าง กายดุจดวงดารา แข็งแกร่งเด็ดเดี่ยว กล้าหาญชาญชัย!
“อวิ๋นเสี่ยวเซียน…”
ถังจิ่วตกตะลึง จากนั้นกัดฟันกล่าวว่า “ตายก็ตาย ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ตายจริง คิดเสียว่านี่เป็แค่ฝันร้าย!”
“ปีศาจอัคคีอะไรนั่น! พี่จิ่วขอสู้ตายกับเ้า! ฆ่า…”
เสียงะโดังลั่น ถังจิ่วเก็บยันต์เกราะกลับไป เขาชูกระบี่ขึ้นพุ่งตามจั๋วอวิ๋นเซียนไป
“พวกท่าน…จะ…”
เสี่ยวเนี่ยนพึมพำกับตัวเอง นางรู้สึกจี๊ดที่จมูกเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อเห็นท่าทางกล้าหาญชาญชัยของถังจิ่ว ความกลัวในใจของเสี่ยวเนี่ยนจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความอบอุ่นทันที การมีสหายที่ซื่อบื้อเช่นนี้ สำหรับเด็กสาวที่มีสถานะอย่างนางแล้ว เป็เื่ที่โชคดีมากจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นนางมักรู้สึกว่าอวิ๋นเสี่ยวเซียนจะไม่กระทำอย่างไร้เป้าหมาย บางทีอาจจะมีวิธีจริงๆ!
เมื่อคิดได้เพียงเท่านี้ เสี่ยวเนี่ยนก็ะโลงจากแท่นบูชาอย่างไม่ลังเล
……
“โครม!”
“ตูม ตูม ตูม…”
แสงทั้งสามหายไปในศีรษะของปีศาจอัคคี ไม่มีสิ่งกีดขวางแม้แต่น้อย
เงาของทั้งสามคมจมหายไปในคลื่นความร้อนที่ดุเดือดกับหมอกควันอันเลือนราง
“วิ๊ด…”
ปีศาจอัคคีกู่ร้องโหยหวน พลังชีวิตค่อยๆ หายไป…ท้ายที่สุดศีรษะค่อยๆ กลายเป็หิน และแตกสลายเป็ผุยผง
ูเาไฟทั้งลูกเงียบสงบลงอีกครั้ง ลาวาก็หยุดนิ่งตามไปด้วย
