เซียวหนิงหลงกลับมาถึงจวนพร้อมบิดา ก่อนจะเข้าไปหารือวางแผนการเดินทัพ เขาสั่งให้ตันเจียงส่งจดหมายถึงเจียวมิ่งว่า ต้องปกป้องคนที่นั่นให้ดี กองทัพแคว้นฉู่กว่าจะเดินทางไปถึงชายแดน คงใช้เวลาถึงสามเดือนกำลังพลทหารที่ไปในครั้งนี้ มีจำนวนสองแสนห้าหมื่นนายที่เหลืออีกห้าหมื่นนาย บิดาได้มอบหน้าที่คอยเฝ้าระวังเมืองหลวงเอาไว้
ทางด้านตำหนักองค์ชายสาม เซียวเลี่ยงรุ่ยกำลังนั่งฟังคนของตน ที่ส่งไปสะกดรอยตามชินอ๋องรายงานเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ “เพล้ง!! ไม่ได้เื่ พวกไร้ประโยชน์เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ สะกดรอยมานานแค่ไหนแล้ว แต่ไม่เคยได้รู้ความลับของพวกมันสักอย่าง”
“องค์ชายโปรดระงับโทสะ กระหม่อมพยายามเข้าใกล้พวกมันแต่ไม่สามารถทำได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ หากเข้าใกล้อีกเพียงนิดเกรงว่าหน่วยลับที่คอยอารักขา คงจะสังหารพวกกระหม่อมไปแล้ว” องครักษ์ประจำตัวขององค์ชายสาม รายงานตามความจริงที่พบเจอหน่วยลับ
“ชินอ๋องมีวิธีอะไรในการฝึกหน่วยลับเ่าั้กันแน่ ถึงได้ไปมาไร้ร่องรอยไม่มีใครจับััลมหายใจได้เช่นนี้” ตัวเขาเองอยากมีกองกำลังที่แข็งแกร่งเช่นชินอ๋อง แต่ไม่ว่าจะค้นหาวิธีฝึกที่ดีเพียงใดกองกำลังที่แอบเลี้ยงดูเอาไว้ ก็ยังเทียบกับหน่วยลับนั่นไม่ได้แม้แต่น้อย
“องค์ชายหรือว่าการที่ท่านอ๋องกับซื่อจื่อ รีบมาเข้าเฝ้าฝ่าาจะสืบเื่ที่ท่านเสนาบดีเยี่ย ร่วมมือกับแคว้นตงหนานได้แล้วหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เพราะพักหลังมาท่านเสนาบดีเยี่ยเหมือนมีเื่ให้ครุ่นคิดตลอดเวลา
“ข้าคงต้องรีบไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่ เผื่อท่านตาจะส่งข่าวมาบ้าง” องค์ชายสามเริ่มกังวลตามที่องครักษ์บอกมาเมื่อครู่นี้ จึงคิดว่าไปพบพระมารดาคงได้ข่าวอะไรเพิ่มบ้างสักนิดก็ยังดี
ภายในตำหนักฮวากงของพระสนมเยี่ยซูเฟย ที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ แข่งขันกันชูช่อสวยงาม แต่เ้าของตำหนักกลับไม่ออกมาชื่นชมความงามนี้ เนื่องจากบิดาของพระนางให้คนมาส่งข่าวเื่สายลับ ที่หายตัวไปของแคว้นตงหนานเมื่อเดือนก่อน ขณะกำลังนั่งครุ่นคิดว่าเป็ฝีมือของผู้ใด เสียงโอรสของพระนางก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ถวายบังคมเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”
“รุ่ยเอ๋อร์ ทำไมถึงมาพบแม่ที่ตำหนักได้เล่า”
“เสด็จแม่ คนที่ข้าส่งไปสะกดรอยตามชินอ๋องกับซื่อจื่อ กลับมารายงานว่า่เช้าวันนี้พวกเขารีบเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ โดยไม่มีใครทราบว่าเป็เื่ด่วนอันใดพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายสามร้อนใจจึงรีบเอ่ยถามพระมารดา หากอีกฝ่ายล่วงรู้แผนการก่อกบฎพวกตนก็คงไม่อาจรอดไปได้
“แล้วคนของเ้าตามเข้าไปในตำหนักไม่ได้เลยหรือ” พระสนมเยี่ยซูเฟยคิดว่าคนขององค์ชายสามวรยุทธ์ก็ไม่ธรรมดาเหตุใดถึงตามเข้าไปไม่ได้
“ไม่มีใครสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้เลยพ่ะย่ะค่ะ คนของลูกเองยังถูกจับได้โดยองครักษ์เงาของเสด็จพ่อด้วยซ้ำ และบอกว่าองครักษ์เงาพวกนั้นมีวรยุทธ์ขั้นสูง พวกเขาไม่อาจจะััถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ข้างกายเสด็จพ่อเก่งกาจเช่นนี้ คงลงมือชิงบัลลังก์ไม่ง่ายเสียแล้ว
“นี่จะต้องเกี่ยวกับเื่สายลับแคว้นตงหนาน ที่ท่านตาของเ้าส่งข่าวมาบอกเป็แน่ พวกเราขาดการติดต่อกับพวกเขาไปเกือบสองเดือนแล้ว” หากพวกนั้นถูกจับได้พระนางกับบิดาต้องแย่แน่ ๆ
“เสด็จแม่!! เป็ความจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ ที่สายลับพวกนั้นขาดการติดต่อ แสดงว่ามีคนจับตัวสายลับไปแล้ว เพราะทางชายแดนเมืองหย่งจิน ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวของกองทัพแคว้นตงหนานเช่นกัน เสด็จแม่พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดีพ่ะย่ะค่ะ หากเราขาดการสนับสนุนจากกองทัพของทางนั้น แผนการชิงบัลลังก์คงต้องล้มเหลวเป็แน่” องค์ชายสามที่้านั่งบัลลังก์เป็ฮ่องเต้เพราะมีเสนาบดีเยี่ยและพระสนมเยี่ยซูเฟยคอยสั่งสอนมาั้แ่เด็ก ว่าตนเองนั้นเหมาะสมที่จะเป็ฮ่องเต้คนต่อไปของราชวงศ์เซียว
“เ้าอย่าเพิ่งร้อนใจไป ที่ผ่านมาพวกเราทำงานอย่างราบรื่นไม่มีผู้ใดระแคะระคายว่า เป็ฝีมือของพวกเราที่อยู่เื้ั ตอนนี้ยาพิษที่แม่ส่งไปให้ฝ่าา และรัชทายาทมาเกือบปีคงจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว คนที่แม่ส่งไปแฝงตัวในตำหนักเพิ่งนำข่าวมาบอกแม่ว่า ทั้งสองคนมีสภาพเหมือนคนป่วยอย่างช้าปีหน้า พวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน” พระสนมเยี่ยซูเฟยปลอบใจองค์ชายสาม และสร้างความมั่นใจว่าเขาจะต้องได้เป็ฮ่องเต้คนใหม่ของแคว้นฉู่
แต่พระนางไม่รู้เลยว่ายาบำรุง และอาหารที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้เซียวถิงเฟิงนั้น เป็ยาพิษชนิดเดียวกันกับที่พระนางใส่ในน้ำแกงให้ฝ่าา ความจริงแล้วพิษที่พระนางได้รับตอนนี้ กลับรุนแรงยิ่งกว่าเพราะอีกไม่เกินสองเดือนยาพิษจะเริ่มออกฤทธิ์ ทำให้พระสนมเยี่ยซูเฟยเกิดล้มป่วยแขนขาอ่อนแรง จนกลายเป็คนป่วยนอนติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
เซียวหนิงหลงยังคงหารือกับบิดาเื่วางแผนการรบ ตอนนี้แม้ทหารใต้บังคับบัญชาของบิดาจะแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่เซียวหนิงหลงคิดว่าควรให้ทหารทุกนายแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ จึงเสนอกับบิดาว่าจะนำน้ำวิเศษผสมกับน้ำเปล่า แจกจ่ายให้ทหารได้ดื่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และบางคนอาจจะบรรลุขั้นวรยุทธ์ที่ติดขัดมานาน ซึ่งเป็ผลดีมากกว่าผลเสีย ยามต้องต่อสู้กับทหารแคว้นตงหนาน ฝ่ายที่สูญเสียหนักย่อมไม่ใช่ฝั่งแคว้นฉู่อย่างแน่นอน
“ท่านพ่อ หากใช้น้ำสมุนไพรทหารของเรา ย่อมได้เปรียบกว่ามากนอกจากใช้เวลาไม่นาน ในการเอาชนะกองทัพของแคว้นตงหนาน ยังช่วยลดความสูญเสียกำลังทหารของฝ่ายเรา อีกทางหนึ่งนะขอรับ”
“พวกเราจะปล่อยให้การรบครั้งนี้ยืดเยื้อไม่ได้เด็ดขาด าต้องจบลงโดยเร็ว ซึ่งมีเพียงการตัดหัวแม่ทัพของพวกมันให้เร็วที่สุดเท่านั้น หากชักช้าพวกขุนนางชั่วในเมืองหลวง อาจลงมือก่อนที่พ่อกับเ้าจะกลับมาถึงได้” ชินอ๋องยังคงมีความกังวล เกรงว่าเสนาบดีกรมการโยธาและพรรคพวกจะลงมือตอนที่ตนไม่อยู่
“ท่านพ่อเองก็อย่าคิดมากเลยขอรับ ข้าให้ชุนชานส่งคนไปเฝ้าดูที่จวนแต่ละคนเอาไว้แล้ว หากพวกนั้นมีความเคลื่อนไหว ยามที่ท่านกับข้าไม่อยู่คนของเรา จะรีบส่งข่าวถึงเสด็จลุงทันทีขอรับ” เซียวหนิงหลงไม่ยอมปล่อยให้คนชั่วพวกนั้น ฉวยโอกาสลงมือได้ง่ายๆหรอก
“อืม เ้าจัดการได้รอบคอบดีมาก เย็นนี้คงต้องบอกเื่การเดินทางไปทำากับแม่และน้องสาวของเ้า หากไม่บอกแต่เนิ่น ๆ เดี๋ยวจะถูกงอนอีก เ้ากลับไปเตรียมตัวเถิดค่อยเจอกันตอนเย็นอีกที” คืนนี้คงต้องปลอบใจพระชายาคนงามเสียหน่อยแล้ว
จวนชินอ๋องนั้นกำลังเตรียมตัวออกเดินทางไปทำา แต่คนตระกูลอู๋ที่วางแผนการวีรบุรุษช่วยสาวงาม กำลังหาเื่ใหญ่ใส่ตัวเอง หม่าฮูหยินได้ส่งบ่าวของสามีไปจ้างอันธพาลในตลาดเอาไว้แล้ว
วันนี้เมื่อรถม้าของท่านหญิงเซียวกลับจากสำนักศึกษา พวกอันธพาลต้องไปดักรอใกล้ ๆ ถนน ที่เป็ทางกลับจวนชินอ๋อง เนื่องจากแถวนั้นไม่ค่อยมีผู้คนมากเท่าใดนัก เหมาะแก่การลงมือแต่อันธพาลพวกนั้นไม่รู้เลยว่า คนที่หม่ารั่วชิงให้ตนไปหาเื่จะเป็ถึงบุตรสาวของชินอ๋อง หรือพระนัดดาคนโปรดของฮ่องเต้
เมื่อเลยยามเว่ยรถม้าของท่านหญิงเซียวออกจากสำนักศึกษา มุ่งตรงกลับจวนในตอนนั้นเอง ที่พวกอันธพาละโออกมาขวางหน้ารถม้าเอาไว้ รถม้าที่หยุดกะทันหัน ทำให้ท่านหญิงเซียวกระแทกกับผนังภายในรถม้าเล็กน้อย สาวใช้ที่เห็นท่านหญิงถูกแรงเหวี่ยงของรถม้า จนได้รับาเ็จึงร้องถามท่านหญิงด้วยความเป็ห่วง
“ท่านหญิง!!! ท่านาเ็ที่ใดหรือไม่เ้าคะ รีบบอกบ่าวมาเร็วเ้าค่ะ” อาอินสาวใช้ข้างกายท่านหญิงเอ่ยถามด้วยความใ
“เกิดอะไรขึ้นด้านนอก เหตุใดรถม้าถึงหยุดกระทันหันเช่นนี้!” ท่านหญิงเซียวไม่ได้ตอบคำถามสาวใช้ แต่ะโถามคนบังคับรถม้าแทน เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
“ท่านหญิงขอรับ มีพวกอันธพาลขวางทางพวกเราไว้ขอรับ”
“นี่!! เ้าบ่าวชั้นต่ำรีบลงมาจากรถม้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะได้ขึ้นไปอยู่เป็เพื่อนสาวงามในรถม้าแทนเ้า” หัวหน้ากลุ่มอันธพาลจิกหัวเรียกคนบังคับรถม้า
“ใช่ เ้ารีบทำตามคำสั่งของลูกพี่พวกเราเดี๋ยวนี้ อย่าได้ทำตัวอิดออดถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
“ลูกพี่ เมื่อครู่ข้าเหมือนจะได้ยินเสียงสตรีถึงสองคน ดังออกมาจากรถม้าพวกเราแบ่ง ๆ กันได้หรือไม่สำหรับงานในครั้งนี้” ทุกทีต้องยอมให้ลูกพี่ได้เล่นกับพวกนางก่อนทุกครั้ง กว่าจะมาถึงมือพวกเขา
“ฮ่า ๆ ๆ มีถึงสองคนเชียวรึ วันนี้ข้าช่างโชคดีได้ลิ้มลองสตรีถึงสองคน พวกเ้าย่อมต้องทำตามกฏเหมือนเดิม” เื่อะไรเขาจะยอมลูกน้อง ของดีแบบนี้ต้องผ่านตนก่อนเป็คนแรก
และแล้วก็ถึงเวลาของผู้ที่ได้รับบทเป็วีรบุรุษ ต้องออกโรงมาช่วยสาวงาม อู๋เจี้ยนหาวรีบเดินออกไปพร้อมกับบ่าวติดตามอีกสิบคนทันที
“เ้าพวกอันธพาลช่างบังอาจนัก! กล้ารังแกคนยามกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ ไม่เกรงกลัวกฎหมายของแคว้นเอาเสียเลย หากไม่อยากถูกจับตัวส่งทางการจงรีบไสหัวไปซะ มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสกับพวกเ้า” อู๋เจี้ยนหาวพูดด้วยน้ำเสียงของผู้ที่ได้เปรียบด้านจำนวนคน
“เ้าเป็ใครมายุ่งอะไรกับเื่ของพวกข้า วันนี้สตรีทั้งสองคนต้องตามไปปรนนิบัติพวกข้าก่อน ส่วนเ้าจะมีปัญญาทำอะไรข้าได้งั้นหรือ” เงินที่จ้างพวกเขามาใช่ว่าจะมากมาย เมื่อเทียบกับสตรีที่ดูร่ำรวย อันธพาลอย่างพวกเขาย่อมละทิ้งเศษเงินของผู้จ้างวานได้ทุกเมื่อ หลังจากคิดถึงเงินทางที่จะได้จากคนที่อยู่ในรถม้า
“ข้าอู๋เจี้ยนหาวจะไม่ยอมให้พวกเ้าทำเื่ชั่วช้าได้ อาไช่จัดการพวกมันข้าจะไปช่วยท่านหญิงเอง” อู๋เจี้ยนหาวประกาศชื่อแซ่ของตนออกมาให้ทุกคนได้ยิน รวมถึงคนบนรถม้าก็เช่นกัน
“คุณชายตระกูลอู๋อย่างนั้นหรือ? พวกเขายังไม่ยอมถอดใจเื่ที่ ้าจะเกี่ยวดองกับบิดาของข้าอีกรึ” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงจะเป็แผนของคนตระกูลอู๋สินะ ปกตินางกลับจวนไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้สักครั้ง
“ท่านหญิงรีบลงมาจากรถม้าเถิด ข้าจะพาท่านกลับจวนเอง ตอนนี้บ่าวของข้าช่วยถ่วงเวลาไว้ให้แล้ว” แค่เ้ายื่นมือออกมาให้ข้าจับเท่านั้นแหละ ทุกอย่างย่อมสำเร็จตามแผน
“พวกเ้ารีบจัดการให้ข้าโดยเร็ว อย่าลืมเื่ที่เสด็จพ่อได้สั่งการเอาไว้ ข้าไม่อยากเสียเวลากลับไปทานของว่างที่จวน ป่านนี้ท่านแม่คงรอให้ข้ากลับไปจนนั่งไม่ติดแล้ว” ท่านหญิงเซียวที่ได้ยินอู๋เจี้ยนหาวพูดเช่นนั้น จึงเริ่มหงุดหงิดคนพวกนี้ช่างหน้าด้านหน้าทนจริง ๆ
สิ้นเสียงคำสั่งที่ดังขึ้นเพียงเสี้ยวลมหายใจ ด้านนอกรถม้าก็มีเสียงร้องโหยหวนดั่งคนที่กำลังเ็ปทรมาน หน่วยลับที่เซียวหนิงหลงให้ติดตามน้องสาวถึงสี่คน พวกเขาได้ลงมือจัดการทั้งอันธพาลและบ่าวของอู๋เจี้ยนหาว ทุกคนล้วนถูกตัดเส้นเอ็นที่มือและเท้า นับจากนี้พวกเขาจะกลายเป็คนพิการไปตลอดชีวิต นอกจากจะมีหมอเทวดาหรือเทพเซียนบน์ มาทำการรักษาถึงจะกลับมาเดินได้ดังเดิม
ส่วนอู๋เจี้ยนหาวเองถูกหนึ่งในหน่วยลับตบเข้าที่หน้าอย่างแรง จนฟันหลุดกระเด็นตามออกมา ไม่เพียงเท่านั้นเขายังถูกสันดาปที่ใหญ่ และหนาตีเข้าที่ข้อเท้าข้างขวา เสียงกระดูกที่แตกหักได้ยินอย่างชัดเจน
ต่อให้รักษาหายอู๋เจี้ยนหาวก็ไม่มีทางเดินเหมือนคนปกติได้อีกต่อไป ท่านหญิงเซียวจึงให้คนบังคับรถม้านำเงินหนึ่งตำลึงไปจ้างขอทานแถวนั้น นำเื่ที่อู๋เจี้ยนหาวาเ็ไปบอกกับตระกูลอู๋ เพราะชาวบ้านไม่กี่คนที่อยู่บริเวณนั้น ไม่อยากยุ่งกับเื่ของชนชั้นสูง พอทุกอย่างคลี่คลายพวกเขาก็หายไปจากที่เกิดเหตุทันที
