อําเภอเหอไม่ใช่อําเภอที่ใกล้หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนที่สุด แต่อําเภอเหออยู่ใกล้กับเมืองเซียงมากที่สุด ที่นั่นเจริญรุ่งเรืองเป็อย่างยิ่ง ได้ยินว่าหางานได้ง่าย ค่าตอบแทนก็มากเช่นกัน
เมื่อก่อนหลี่เอ้อร์หลินไม่กล้าไปสถานที่ที่ห่างไกลขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะช่วยชาวประมงจับปลาในแถบตำบลชิงอวี๋ เพื่อหาเงินกินข้าวและหาปลาบ้าง ยามนี้น้องสาวคนเล็กแต่งออกไปที่หมู่บ้านหวังแล้ว คิดว่าหากมีเื่อันใดเกิดขึ้นที่อําเภอเหอ ครอบครัวของน้องสาวคนเล็กก็สามารถดูแลได้
ถังซื่อเห็นว่าิซื่อไม่เอ่ยคำใดออกมาสักคํา หลี่เอ้อร์หลินน่าจะหารือกับิซื่อมาก่อนแล้ว นางจึงกล่าวขึ้นว่า “เพิ่งจะฝนตกหนักขนาดนี้ เกรงว่าบนูเาจะมีโคลนถล่ม รออีกสองวันค่อยไป”
ภรรยาคนแรกของผู้เฒ่าหลี่ก็ถูกโคลนถล่มพัดจนเสียชีวิต เขาจึงรีบร้อนกล่าว “วันมะรืนค่อยไป”
ผู้าุโทั้งสองมีลูกหลายคน และให้ความสําคัญกับบุรุษมากกว่าสตรี สําหรับหลี่ชิงชิงที่หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยถึงนั้นไม่ได้สลักสำคัญอันใด
หลี่ต้าหลินยังเอ่ยขึ้นว่า “ไม่รู้ว่าชิงชิงไปอยู่ที่ตระกูลหวังจะมีความเป็อยู่อย่างไรบ้าง?”
“ย่อมดีกว่าอยู่ที่นี่เป็แน่ ดีกว่าหลายเท่านัก!” น้ำเสียงของเติ้งซื่อค่อนข้างสูงและดัง “ตระกูลหวังมีที่ดินมากมาย สามีของชิงชิงยังเป็บุตรชายคนโตแท้ๆ ของผู้เฒ่าหวัง ชีวิตความเป็อยู่ของชิงชิงจะลําบากได้หรือ?”
“หุบปาก” เมื่อหลี่ต้าหลินนึกถึงเื่ที่เติ้งซื่อจะเอาเสื้อผ้าของหลี่ชิงชิงที่กําลังจะแต่งออกไปก็พลันโมโหขึ้นมา เขาเหยียดมือออกไปหมายจะตีเติ้งซื่อ แต่ถูกผู้เฒ่าหลี่ถลึงตาห้าม เขาจึงลดมือลง ไม่สนใจเติ้งซื่ออีก พลางเอ่ยกับหลี่เอ้อร์หลินว่า “เ้าช่วยถามทุกข์สุขของชิงชิงให้ข้าที”
แม้ว่าหลี่ต้าหลินจะเป็บุตรชายคนโต แต่เงินในบ้านล้วนมอบให้ผู้เฒ่าหลี่สามีภรรยาแล้ว เขาไม่มีเงินเหลือติดตัว
ฝนข้างนอกหยุดแล้ว ทว่าบนชายคายังมีเม็ดฝนหยดลงมาอยู่ เห็นได้ชัดว่าแม้เป็เพียงเสียงแ่เบา แต่กลับกลายเป็เสียงอันดังในยามค่ำคืน
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็วันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไอชื้นในอากาศยังหนามาก ครอบครัวตระกูลหลี่รอจนถึงเที่ยงวันจึงนําพริกออกมาตาก พริกครึ่งหนึ่งนำไปขาย ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนำไปตากแห้งเพื่อรอขายในเหมันตฤดู
่บ่ายของวันก็มีข่าวร้ายจากหมู่บ้านออกมาว่า มารดาของหลี่ต้าโถวตกลงไปในหลุมส้วมของห้องสุขาและสิ้นใจแล้ว
หลี่ต้าโถวไม่สามารถนําศพของมารดาชราออกมาจากหลุมส้วมได้เพียงลําพัง เขาร้องห่มร้องไห้วิ่งไปขอความช่วยเหลือยังบ้านตระกูลหลี่ที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติห่างๆ
หลี่ต้าหลินและหลี่เอ้อร์หลินแต่งงานแล้ว ไม่กลัวผีหรือพวกสิ่งลี้ลับ พวกเขาจึงไปช่วยหลี่ต้าโถว
ครึ่งชั่วยามต่อมา หลี่เอ้อร์หลินกลับมาแล้ว และเรียกิซื่อผู้เป็ภรรยาไปอาบน้ำและสวมเสื้อโซ่วอี [1] ให้ศพมารดาชราของหลี่ต้าโถว
เสื้อโซ่วอีไม่ใช่ของมารดาชราของหลี่ต้าโถว แต่เป็ของผู้าุโจากบ้านอื่นในหมู่บ้าน หลี่ต้าโถวจ่ายเงินซื้อกลับมาใส่ให้มารดาชรา
หลังจากตรากตรำช่วยงานจนถึงเย็น หลี่ต้าหลิน หลี่เอ้อร์หลินและิซื่อก็กลับมาพร้อมกลิ่นเหม็นตุๆ ทั่วร่างกาย ไม่ได้อยู่กินอาหารเย็น
แต่หลี่ต้าโถวก็ได้มอบเงินให้หลี่ต้าหลินและหลี่เอ้อร์หลินคนละสิบเหรียญทองแดง ให้ิซื่อสิบห้าเหรียญทองแดงตามประเพณีที่ยึดปฏิบัติของท้องถิ่น
ในตอนที่หลี่ต้าโถวให้เงินนั้น คนในหมู่บ้านหลายคนล้วนเห็นแล้ว และเงินเหล่านี้ทั้งสามคนก็มอบให้ถังซื่อทั้งหมด
ถังซื่อหยิบเงินแปดเหรียญทองแดงออกมาจากสามสิบห้าเหรียญทองแดง มอบมันให้ผู้เฒ่าหลี่ “พรุ่งนี้เ้านำไปมอบให้หลี่ต้าโถว แล้วเ้าก็ไปกินงานเลี้ยงเสีย”
ประเพณีของท้องถิ่น ยามที่มีคนตาย โดยเฉพาะผู้าุโในบ้านตาย ที่บ้านต้องจัดเลี้ยงสุราและอาหาร
หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยขึ้นว่า “ท่านแม่ ท่านให้ข้ายี่สิบห้าเหรียญทองแดง พรุ่งนี้ข้าจะไปที่อำเภอ และยังต้องไปเยี่ยมน้องสาวด้วยขอรับ”
ถังซื่อลังเลเล็กน้อย
ิซื่อรู้ว่าถังซื่อจะเก็บเงินเอาไว้ แล้วนำไปจัดงานมงคลให้หลี่ซานหลิน ในใจพลันโกรธขึ้นมา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยาบและดัง “ข้ากับเอ้อร์หลินได้เงินยี่สิบห้าเหรียญทองแดง เอ้อร์หลินไปอำเภอเหอต้องเดินเจ็ดถึงแปดลี้ ไม่อาจถึงที่นั่นภายในวันเดียว ย่อมต้องมีเงินติดตัวไปด้วยเ้าค่ะ”
ถังซื่อให้หลี่เอ้อร์หลินเพียงยี่สิบเหรียญทองแดงเท่านั้น
หลี่เอ้อร์หลินรับเหรียญทองแดงมา แล้วกลับไปที่ห้องนอน เขาให้ิซื่อหกเหรียญทองแดง พลางเอ่ย “รอข้าไปหาเงินที่อำเภอเหอได้แล้ว กลับมาจะให้เงินเ้า”
ิซื่อหน้าตาน่าเกลียด น้ำเสียงก็ไม่น่าฟัง แต่รักหลี่เอ้อร์หลินยิ่งนัก นางยัดเงินหกเหรียญทองแดงคืนใส่มือของหลี่เอ้อร์หลิน “เ้าเอาไปใช้ระหว่างทางเถิด”
เสียงทะเลาะกันระหว่างเติ้งซื่อและหลี่ต้าหลินดังมาจากห้องข้างๆ นี่ไม่ใช่เพราะว่าถังซื่อให้เงินหลี่เอ้อร์หลินแต่ไม่ให้หลี่ต้าหลินหรอกหรือ เติ้งซื่อบ่นอย่างไม่พอใจหลายประโยค หลี่ต้าหลินรังเกียจฝีปากของเติ้งซื่อเป็ที่สุด ดังนั้นเขาจึงทะเลาะกับเติ้งซื่อ
หลี่เอ้อร์หลินเดินไปที่หน้าประตู แล้วเอ่ย “พี่ใหญ่ ไปกินข้าวที่ห้องครัวขอรับ”
หลี่ต้าหลินเหนื่อยล้าจากการทํางานสกปรกตลอด่บ่ายยิ่งนัก และยังมาทะเลาะกับภรรยา อารมณ์หดหู่อัดแน่นอยู่ในใจ เขากินอาหารเย็นสองสามคำก็เข้านอนแล้ว ปรากฏว่าคืนนั้นเขาเป็ไข้ตัวร้อน ทําให้คนตระกูลหลี่หวาดกลัวเป็อย่างยิ่ง
เติ้งซื่อโกรธมากจนร้องไห้ออกมา หากหลี่ต้าหลินเป็อะไรไป นางต้องกลายเป็แม่ม่าย แล้วจะเลี้ยงดูบุตรทั้งสี่คนอย่างไร?
โชคดีที่ถังซื่อจําได้ว่า หลี่ชิงชิงเคยกล่าวไว้ว่าไข้หวัดซางหานแบ่งออกเป็ไข้หวัดซางหานร้อน และไข้หวัดซางหานเย็น หากเป็ไข้หวัดซางหานเย็น ให้ดื่มน้ำขิงเพื่อขจัดความเย็นชื้น
หลี่ต้าหลินเป็ไข้หวัดซางหานเย็น
ถังซื่อต้มน้ำขิงร้อนด้วยใจเป็กังวลอย่างหาที่สุดมิได้ ก่อนจะรินใส่ชามสองใบใหญ่ให้หลี่ต้าหลิน
่กลางดึกไข้ของหลี่ต้าหลินก็ลดลงแล้วบางส่วน พอเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นไข้ก็ลดหมดแล้ว ทว่าร่างกายยังอ่อนแออยู่มาก
เดิมทีหลี่เอ้อร์หลินจะไปอําเภอเหอ แต่เพราะหลี่ต้าหลินป่วย จึงต้องเลื่อนออกไปหนึ่งวัน
เช้าตรู่ของวันที่สาม ผู้เฒ่าหลี่ให้หลี่ต้าหลินพักฟื้นอยู่ในบ้าน
ผู้เฒ่าหลี่ หลี่เอ้อร์หลินและหลี่ซานหลินหาบพริกหลายร้อยจินออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน เดินไปตามทางบนูเาสิบลี้ และข้ามสะพานอีกหลายแห่ง ระหว่างทางยังหยุดพักอยู่หลายครั้ง พวกเขาเดินจนหมดเรี่ยวแรง จนในที่สุดก็มาถึงตำบลแล้ว
หลี่เอ้อร์หลินส่งไม้คานให้ผู้เฒ่าหลี่ จากนั้นก็ออกเดินทางไปที่อําเภอเหอด้วยมือเปล่า
หากไม่ต้องหาบพริก ด้วยฝีเท้าของหลี่เอ้อร์หลิน ระยะเวลาหนึ่งวันก็สามารถเดินไปถึงหมู่บ้านหวังแล้ว แต่ว่าเขาต้องหาบพริกปีนูเาและยังต้องเดินทางไกล ทำให้ตอนนี้เขาหมดแรงแล้ว จึงตัดสินใจหาที่ค้างแรมเพื่อนอนพักสักหนึ่งคืน
เขาไม่ได้นำของกินมาด้วย และเงินยี่สิบห้าเหรียญทองแดงที่มีติดตัวก็เอาไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่น ดังนั้นเขาจึงนอนในอารามร้างหนึ่งคืน โดยปล่อยให้ท้องหิวอยู่อย่างนั้น
เป็เื่ปกติที่ยามคนจนเดินทางไปข้างนอกจะนอนท้องหิวและพักแรมในอารามร้าง
โชคดีที่คืนนี้ฝนไม่ตก เขานอนหลับสนิท ในห้วงความฝันของเขาล้วนมีแต่ของอร่อย ตอนที่ตื่นนอนน้ำลายก็ไหลเป็กองแล้ว
ตอนที่เขาออกจากอารามร้าง ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง เขารีบไปที่ริมแม่น้ำเซียง และซื้อปลาลิ่นสองสามตัวจากชาวประมงที่รู้จัก ใช้เชือกฟางร้อยผ่านเหงือกปลาแล้วถือเอาไว้
หลี่เอ้อร์หลินเคยทํางานให้กับชาวประมงแม่น้ำเซียงที่อยู่ใกล้กับตำบลชิงอวี๋มาก่อน จึงรู้ว่าปลาที่ชาวประมงเพิ่งจับขึ้นมาจากแม่น้ำ่เช้าตรู่นั้นจะมีราคาถูก
ปลาลิ่นของที่นี่สามจินราคาสิบเหรียญทองแดง หากไปถึงตำบลชิงอวี๋ หนึ่งจินราคาสี่เหรียญทองแดง สามจินจะเป็เงินสิบสองเหรียญทองแดง
ชาวประมงรู้จักกับหลี่เอ้อร์หลินจึงคิดราคาถูกลง เมื่อเป็เช่นนี้หลี่เอ้อร์หลินจึงใช้เงินสิบห้าเหรียญทองแดงในการซื้อปลาลิ่นห้าจิน
เงินจำนวนเท่านี้ หากเป็เนื้อก็ซื้อได้เพียงหนึ่งจิน หรือแม้จะซื้อไข่ไก่ก็ซื้อได้เพียงสองจินครึ่งเท่านั้น
มีแต่ต้องซื้อปลา และต้องซื้อที่ริมแม่น้ำเซียงในยามเช้าตรู่เท่านั้น ราคาถึงจะถูกขนาดนี้
หลี่เอ้อร์หลินถือปลาลิ่นที่ยังดีดดิ้นไปมา พร้อมกล่าวลาชาวประมงแล้วเดินทางไปยังหมู่บ้านหวัง ขณะที่หยุดพักระหว่างทาง เขาจําได้ว่าบ้านตระกูลหวังมีเด็กน้อยอยู่หลายคน จึงใช้ต้นกกและหญ้าที่ค่อนข้างแข็ง สานเป็ตะกร้าหนึ่งใบและตั๊กแตนสานสองสามตัว
เขานำตั๊กแตนสานใส่ลงในตะกร้า มือข้างหนึ่งถือตะกร้า ข้างหนึ่งถือปลาลิ่น
ไม่รู้ว่าเดินมานานแค่ไหนแล้ว เขาหิวจนทรวงอกติดแผ่นหลัง ในกระเพาะเกิดกรดไหลย้อน จนในที่สุดก็จวนจะถึงหมู่บ้านหวังแล้ว
เขาใช้ลำธารข้างถนนทางการในการล้างหน้า บ้วนปาก และจัดการผูกผมขึ้นใหม่ด้วยสายรัดผ้า
คนชราหลายคนในหมู่บ้านที่นั่งสนทนากันอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านหวัง เมื่อเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ทันที “เ้าหนุ่ม เ้าจะไปบ้านใดหรือ?”
หลี่เอ้อร์หลินเรียกสติกลับมา ตอบกลับด้วยเสียงอันดัง “ข้าจะไปบ้านหวังเฮ่า น้องสาวของข้าคือภรรยาของหวังเฮ่าขอรับ”
------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] โซ่วอี (寿衣) หมายถึง เสื้อผ้าที่เอาไว้สวมใส่สำหรับคนตาย ผู้สูงอายุในสมัยโบราณของจีนจะจัดเตรียมไว้ในตอนที่มีชีวิตอยู่ หรือชื่อมงคลเรียกว่า “เสื้ออายุยืน” สื่อความหมายโดยนัยว่าสุขภาพแข็งแรงและอายุยืน
