ไป๋เฉินเดินตามเส้นทางเล็กๆคลับคล้ายกับทางเข้าถ้ำ จนกระทั่งมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่มีทางสามแพร่งแยกย้ายกันไป โดยที่สองข้างทางมีตะเกียงไฟวางอยู่เพื่อให้มีแสงสว่างในการมองเห็น
เมื่อเดินมาจนถึงจุดนี้ไป๋เฉินเองก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางใดต่อ เขาจึงตัดสินใจไถ่ถาม "เ้าตาแดง ข้าควรจะไปทางไหนต่อ?"
มารเก้าเนตรเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวอย่างไม่แน่ใจนัก "หากภูมิประเทศยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงั้แ่เมื่อ 1,000 ปีก่อน เส้นทางเป้าหมายของพวกเราคือต้นกำเนิดปราณแห่งความตาย เพราะฉะนั้นจงเดินไปทางขวาจนกว่าจะถึงทางตันที่ซึ่งเป็คุกใต้ดิน"
ไป๋เฉินพยักหน้าเบาๆก่อนจะพุ่งตรงไปด้วยความเร็วดุจดั่งเงา แม้นว่าเขาจะกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแต่กลับไม่มีเสียงฝีเท้าของเขาเล็ดลอดออกมามากนัก อย่างมากที่สุดแล้วการเคลื่อนไหวของเขามีเสียงฝีเท้าเพียงแค่ 15dB (เดซิเบล) เท่านั้นซึ่งการเคลื่อนไหวระดับนี้เทียบเท่ากับเสียงหายใจก็มิปาน
เส้นทางที่เขากำลังตรงไปนั้นเป็เส้นทางขรุขระไม่ราบเรียบอย่างที่คิด จนทำให้เขาต้องชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย
แต่เมื่อเขาพุ่งทะยานไปได้เพียงแค่ 30 ก้าว ที่ทางเลี้ยวข้างหน้า เขากลับมองเห็นเงาเลือนรางตะคุ่มๆออกมาจากมุมมืดนั้น
"พรึ่บ!"
ไม่ทันที่ไป๋เฉินจะได้มองเห็นตัวตนของเงานั้นพลันมีเข็มสีดำพุ่งตรงมายังไป๋เฉินอย่างกะทันหัน เข็มสีดำนั้นอยู่ห่างจากดวงตาของเขาเพียงแค่ 10 เิเ!
ไป๋เฉินสะดุ้งเบาๆ แต่ด้วยสัญญาณที่เฉียบแหลมในฐานะมือสังหาร เขาเอนคอไปทางซ้ายและหลบเงาเข็มสีดำไปได้อย่างฉิวเฉียด
เข็มนั้นมีมวลเบาจึงทำให้การขว้างแต่ละครั้งนั้นได้ความเร็วสูงสุด ไม่ว่าจะรูปร่างและแรงต้านก็ย่อมน้อยตามมา แต่โชคยังดีที่ไป๋เฉินสามารถรับรู้และตอบสนองได้ทันการณ์
แม้นว่าจะหลบไปได้อย่างหวุดหวิด แต่หางคิ้วของไป๋เฉินก็มีรอยแผลเส้นเล็กๆพร้อมกับเืที่ไหลออกมาเพียงหนึ่งหยด
ด้วยกระแสลมกระโชกเบาๆเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่มีสีหน้าเรียบเฉยราวกับคนไร้อารมณ์ปรากฏขึ้นตรงหน้าของไป๋เฉินเมื่อใดไม่ทราบได้ มาพร้อมกับกระแสปราณมืดมิดที่มีรูปลักษณ์คลับคล้ายกับกรงเล็บแทงตรงมายังลำคอของเขาโดยไม่มีความลังเลใจ!
ไป๋เฉินที่ต้องพบเจอกับการจู่โจมระลอกสองภายในเวลาเสี้ยวลมหายใจก็ตอบสนองโดยการพลิกร่างตีลังกากลางอากาศก่อนที่กรงเล็บนั้นจะทะลวงความว่างเปล่าไปโดยปริยาย
ชายหนุ่มในชุดสีดำประหลาดใจเล็กน้อยในปฏิกิริยาตอบสนองที่แสดงออกมา ทำให้มันจำต้องดึงกรงเล็บกลับคืนและแปรเปลี่ยนเป็การเหวี่ยงกรงเล็บฟาดฟันไปยังลำคอของไป๋เฉินอย่างฉับพลัน
ไป๋เฉินที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า มือขวาที่ยังว่างเปล่าเมื่อครู่กลับปรากฏกริชสีดำที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วที่แม้แต่สายตายังมองตามไม่ทัน
"ชริ้ง!"
เสียงกรงเล็บอันแหลมคมดุจและกริชสีดำสั่นพ้องบังเกิดกระแสลมโต้กลับ แต่ด้วยกระแสปราณที่หนาแน่นของชายหนุ่มทำให้กริชสีดำเล่มนั้นของไป๋เฉินถูกฟันขาดเป็สี่ท่อน!
ไป๋เฉินที่เห็นดังนั้นก็ตื่นตระหนก เขาทิ้งกริชในมือขวาโดยไม่ลังเลก่อนที่มือซ้ายจะพลันปรากฏกริชสีดำส่องประกายอีกหนึ่งเล่มด้วยความเร็วดุจภูติพราย พร้อมกับฟาดฟันเพื่อเบี่ยงเบนวิถีโค้งของกรงเล็บที่กำลังจะมาถึง
และในเวลาเดียวกันนั้นมือขวาที่เพิ่งจะทิ้งกริชไปก็กลับปรากฏกริชสีดำทมึนอีกหนึ่งเล่มที่กำลังกระซวกไปยัง่ท้องที่เปิดช่องโหว่ของชายหนุ่มตรงหน้าในเวลาเดียวกัน
การแสดงออกของชายหนุ่มเริ่มที่จะตื่นตระหนก มันถอยร่นกลับไปสามก้าวเพื่อหลบการโจมตีจากช่องท้องอย่างไม่ลังเล ก่อนจะรีดเค้นปราณสีดำทมึนน่าขนลุกและจ้วงแทงไป๋เฉินอีกครั้ง
ดวงตาโลหิตของไป๋เฉินส่องประกายด้วยแสงเย็น มือทั้งสองที่มีกริชเกาะกุมต่างก็ตั้งท่าในลักษณะไขว้เข้าหากันเพื่อตั้งรับการจู่โจมจากกรงเล็บอันเฉียบแหลม
"ชริ้ง!"
ทว่าการปะทะกันในครั้งนี้กริชของไป๋เฉินมิให้ถูกผ่าเนื่องจากว่าบนกริชมีพลังปราณสีเืกำลังปกคลุมอยู่จึงทำให้เกิดแรงสะท้อนจนชายหนุ่มจำต้องถอยร่นออกไปเกือบสิบก้าวหลังจากอวัยวะภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เมื่อถอยร่นออกมาตั้งหลักชายหนุ่มในชุดสีดำประหลาดใจเล็กน้อยในการตอบสนองการจู่โจมในแต่ละกระบวนท่าที่มาจากไป๋เฉิน
มันมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าหากมันใช้การลอบโจมตีอย่างกะทันหันผนวกเข้ากับจังหวะพุ่งเข้าหาศัตรูเพื่อปิดฉาก บุคคลนั้นคงจะกลายเป็ซากศพไปั้แ่กระบวนท่าที่สองแล้ว
เนื่องจากว่าอาวุธที่มันใช้ในการต่อสู้คือกรงเล็บปราณซึ่งเป็หนึ่งพลังที่เรียกได้ว่าไม่ต่างจากแขนและขาของมัน ซ้ำแล้วยังไม่มีมวลน้ำหนักจึงทำให้การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งนั้นคล่องแคล่วและเฉียบแหลม ซ้ำยังไม่มีแรงเสียดทานที่จะลดความเร็วของการจู่โจมในแต่ละครั้งลงได้
หากผู้ที่มันต่อสู้ด้วยเป็ผู้ที่ใช้กระบี่คงจะไม่มีใครสามารถตอบสนองและตอบโต้มันกลับมาได้เนื่องจากน้ำหนักของกระบี่จะทำให้การเคลื่อนไหวในขณะออกตัวนั้นเชื่องช้าเกินไปและมิอาจป้องกันความเร็วที่มาจากกรงเล็บปราณของมันได้
แต่กลับกลายเป็ว่าบุคคลที่มันเผชิญหน้ามีกระบี่อยู่ข้างกายก็จริง แต่เขากลับไม่ใช้กระบี่อย่างที่คาดไว้ ซึ่งนั้นทำให้ชายหนุ่มในชุดสีดำเกิดการสันนิษฐานคลาดเคลื่อนไปพอสมควร
ผลสรุปแล้วมันก็มิอาจเอาชนะไป๋เฉินลงได้ภายในระยะเวลาและจำนวนกระบวนท่าที่มันวางไว้จนจำต้องถอยร่นออกไปและปรับเปลี่ยนวิธีการต่อสู้เป็รูปแบบอื่นแทน
ชายหนุ่มที่ถอยร่นฝีเท้ากลับไปก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มันกล่าวต่อราวกับกำลังชมเชย "ฝีมือไม่เลว เ้าเป็คนที่สองที่รอดจากกระบวนท่าสังหารของข้าได้"
"เ้าเองก็ไม่เลว ที่สามารถทำให้ข้ามีาแบนใบหน้าได้" ไป๋เฉินยิ้มเยาะด้วยการแสดงออกที่ตื่นเต้นราวกับว่าเขาได้เจอคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมสำหรับการเผชิญหน้าและไม่ทำให้เขาเบื่อหน่าย
แม้นจะได้ยินเช่นนั้น แต่สีหน้าของชายหนุ่มนิ่งเฉยราวกับคนไม่สนโลก ก่อนที่มันจะกล่าวขึ้น "ข้ารู้ว่าเ้ามิใช่องค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ เพราะองค์จักรพรรดิไม่เคยใช้กริชในการต่อสู้ตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา และข้าเชื่อว่าหากเป็องค์จักรพรรดิที่ร่างของเ้าอยู่ เ้าคงจะตายตกไปั้แ่กระบวนท่าที่สองแล้ว"
"ฮี่ๆๆๆ เ้าอ่านสถานการณ์ได้อย่างเฉียบขาด และอีกอย่างเ้าถือได้ว่าเป็หนึ่งในสิบคนที่ข้ามิอาจมองผ่านด้วยสายตาในยามที่พบเจอกันคราแรกได้" ไป๋เฉินหัวเราะเบาๆอย่างไม่แยแส
"โอ้? ข้าควรจะเป็เกียรติหรือไม่?" สีหน้าของชายหนุ่มยังคงแข็งกระด้างในขณะกล่าว
"ฮี่ๆๆๆ ข้าถือว่านั่นเป็เกียรติสูงสุดที่เ้าได้รับคำชมจากปากของข้า" ไป๋เฉินหัวเราะคิกคักอย่างพึงพอใจ
แม้นว่าเขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับจตุรมารที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่ได้มีความตื่นตระหนกและหวาดกลัวแม้แต่น้อย หากแต่เืในร่างกายของเขากำลังเดือดพล่านด้วยความตั้งใจที่จะต่อสู้
[นานเท่าใดแล้วที่ข้าไม่ได้พบเจอกับบุคคลประเภทเดียวกันเช่นนี้]
ในความคิดของเขานอกจากไป๋ซวนแล้ว ชายหนุ่มชุดดำตรงหน้าก็เป็หนึ่งในนั้น
ชายหนุ่มในชุดสีดำที่กำลังโค้งตัวตระเตรียมก็เหยียดร่างกายขึ้นพร้อมกับหมอกควันสีดำที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของเขาบังเกิดกรงเล็บทมิฬอีกครา "ดูเหมือนเ้าจะมีความมั่นใจในตัวเองพอสมควร แต่ภารกิจของข้าที่ได้รับคือการจับเ้ากลับไปแบบมีชีวิต หากเ้าต่อต้านข้าอาจจะพลั้งมือไปบ้าง...เพราะฉะนั้นเ้าอย่าได้ถือโทษโกรธเคือง"
เมื่อได้ยินดังนั้นไป๋เฉินก็หัวเราะเสียงดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วทั้งถ้ำโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย "ฮ่าๆๆๆ! ช่างโอหังอะไรเยี่ยงนี้!"
มุมปากของชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้มราบเรียบ ดวงตาสีเทาที่มีเพียงความเบื่อหน่ายก่อนหน้ากลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ตั้งตารอไม่ต่างจากไป๋เฉินมากนัก "เ้ามิใช่เพียงร่างเปลือกทั่วไปที่องค์จักรพรรดิเลือกมาแก้ขัดจริงๆ ทักษะของเ้าค่อนข้างแข็งแกร่งพอสมควร"
"โอ้? งั้นรึ?" สีหน้าของไป๋เฉินเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ก่อนที่จะมีแสงสีแดงดุจโลหิตปรากฏขึ้นกลางขม่อม ตามมาด้วยอักขระ 血 ที่ค่อยๆปรากฏขึ้นให้เห็นชัด
"ซู่!"
คลื่นโลหิตแผ่ซ่านออกไปจากร่างสีดำของไป๋เฉินเข้าปกคลุมหลายสิบลี้ ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มตื่นตระหนกเล็กน้อย
ทันใดนั้นมือขวาที่อยู่ข้างตัวของไป๋เฉินค่อยๆยกขึ้นในลักษณะหงายมือ และในวินาทีนั้นเขาก็กำหมัดสุดแรงด้วยรอยยิ้มแสยะ
"พ๊วก!!!"
จู่ๆชายหนุ่มในชุดสีดำกระอักเืสีดำออกมาอย่างรุนแรง ครั้นััได้ถึงการไหลเวียนโลหิตในร่างกายที่แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
วินาทีต่อมาร่างของมันทรุดลงกับพื้นในทันที!
