หวังเิชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงดังขึ้นทันที "บอกมา ใครกล้าดีมาข่มเหงหลานสาวคนโตของฉัน? ฉันจะช่วยเธอเอาคืนให้เอง!"
รอยยิ้มของฮวาเจาหวานล้ำขึ้นอีกหลายส่วน ลุงที่ได้มาฟรีๆ คนนี้ดูท่าทางไม่เลวเลยทีเดียว
"เมื่อวานเย่เซินเอาสินสอดมาให้ฉัน เป็พวก ‘สามสิ่งหมุน หนึ่งเสียง’ แต่เพราะฉันกับปู่ไม่อยู่บ้าน พวกมันก็เลยถูกครอบครัวของปู่สามฉันเอาไปซ่อนไว้หมด แล้วก็ไม่คิดจะคืนให้ฉันด้วย" ฮวาเจาบอก
หวังเิถึงกับอึ้งไปอีกครั้ง ตอนแรกเขาคิดว่าที่ฮวาเจาพูดว่าถูกข่มเหงคงเป็เื่ทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างคนรุ่นเดียวกัน แต่ที่ไหนได้ กลับเป็เื่ร้ายแรงขนาดนี้!
ญาติแท้ๆ กลับยึดสินสอดไปเสียได้? ใครเจอแบบนี้ก็ต้องโกรธจนเืขึ้นหน้าเป็แน่!
ยิ่งไปกว่านั้น นี่มัน ‘สามสิ่งหมุน หนึ่งเสียง’ เชียวนะ นั่นมันของหายากที่ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่กัน
นี่มันญาติประสาอะไรกัน? ช่างน่าชิงชังเสียจริง
"ฉันจะพาคนไป... ไม่ได้สิ ปู่ของเธอไม่ให้ฉันติดต่อกับเขา ไม่ให้ฉันไปที่หมู่บ้านของพวกเธอ พาคนไปไม่ได้จริงๆ" หวังเิพูดอย่างจนปัญญา "งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวเธอพาน้องจ้าวกับพวกอีกสักสองสามคนกลับไป เอาของพวกนั้นกลับคืนมาให้ฉัน!"
หวังเิเบิกตากว้างขึ้น "ถ้าพวกมันไม่คืนให้ ก็ให้น้องจ้าวจับพวกมันกลับมาให้หมด!"
‘สามสิ่งหมุน หนึ่งเสียง’ รวมกันแล้วราคาไม่ใช่ถูกๆ นะ จักรยาน เครื่องเย็บผ้า และนาฬิกา แต่ละอย่างราคาเฉลี่ยก็ราวๆ 200 หยวน ส่วนวิทยุอาจจะถูกกว่าสักหน่อย อยู่ที่ 100 กว่าหยวน รวมๆ กันแล้วก็ 700 กว่าหยวนได้เลยนะ โทษฐานนี้ถึงขั้นติดคุกได้เลยทีเดียว!
"ขอบคุณคุณลุงมากเลยค่ะ!" ฮวาเจาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"เอ้อๆ นี่เป็สิ่งที่ลุงควรทำอยู่แล้ว" หวังเิพูดพลางถอนหายใจ "ชีวิตของพวกเธอตอนนี้มันก็... เฮ้อ! กลับไปเกลี้ยกล่อมปู่ของเธอด้วยนะ ลุงกับป้าของเธอเมื่อก่อนก็ไม่ได้อยากจะตัดขาดความสัมพันธ์กับคุณจริงๆ นี่ ที่เป็แบบนั้นก็เพราะสถานการณ์มันบีบบังคับ พวกเขาเสียใจมาตลอดหลายปีนี้แล้ว อยากให้ปู่ของเธอให้อภัยพวกเขา แล้วกลับไปอยู่ด้วยกันที่เมืองหลวง"
คราวนี้เป็ทีของฮวาเจาที่เบิกตากว้าง นี่มันเื่อะไรกัน? ลุงกับป้า? ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ไม่มีสิ่งมีชีวิตพวกนี้อยู่เลยนี่นา!
ไม่เคยมีเลย ไม่แม้แต่นิดเดียว
ความทรงจำที่เธอได้รับมานั้นครบถ้วนดี ั้แ่เ้าของร่างเดิมเกิดจนกระทั่งตาย ทุกสิ่งที่เคยเจอ แม้กระทั่งสิ่งที่เ้าของร่างเดิมลืมไปแล้ว ก็ยังคงอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธอและถูกเธอรับรู้ได้
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ยังมีภาพของพ่ออยู่ เธอยังจำได้ว่าพ่อบอกว่าเขาเป็ลูกชายคนเดียว ตอนอายุ 1 ขวบ แม่ก็ถูกศัตรูฆ่าตาย ฮวาเฉียงก็เลยโกรธแค้นและเข้าเป็ทหาร
แล้วลุงกับป้ามาจากไหนกัน?
ฮวาเฉียงกลับบ้านมาหลายปี ก็ไม่เคยพูดถึงเื่นี้ให้เ้าของร่างเดิมฟังเลย
ฮวาเจาควบคุมสีหน้าได้ดีเยี่ยม แม้จะเบิกตากว้างแต่ก็หุบกลับมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว แล้วพูดด้วยท่าทีที่สงบ "ปู่เป็ห่วงฉันมาก คุณคงไม่ทิ้งฉันไปอยู่เมืองหลวงหรอกค่ะ"
"จะทิ้งเธอได้ยังไงกัน? บ้านลุงกับป้าของเธอเป็บ้านหลังใหญ่โต พวกเขาก็เคยบอกกับฉันว่ายินดีต้อนรับเธอให้ไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องห่วง พวกเขาไม่ทิ้งเธอหรอก!" หวังเิกล่าว "แถมสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ที่เมืองหลวงก็...."
สำหรับอาการป่วยของคุณผู้นำเก่าแล้ว คงไม่มีทางรักษาให้หายได้
แต่ถ้าก่อนตายได้อยู่กับลูกๆ ก็คงเป็เื่ดีแล้วกระมัง?
"ปู่ของเธอก็แค่ยังคงโกรธเื่ในอดีตเท่านั้นแหละ" หวังเิถอนหายใจ "แต่เมื่อก่อนทั้งเป่ากั๋วและซูหลาน ก็แค่ทำท่าทีให้เห็นเท่านั้นเอง หากพวกเขาไม่ตัดขาดความสัมพันธ์กับปู่ของเธอ ทุกคนในครอบครัวอาจจะถูกโยงเข้าไปด้วย"
มีชื่อแล้ว ฮวาเป่ากั๋ว? ฮวาซูหลาน?
ฮวาเจาก็พอจะจินตนาการถึงที่มาที่ไปได้บ้าง ใน่เวลาที่วุ่นวายในอดีต เื่แบบนี้มีให้เห็นอยู่ถมไป
ปู่ของเธอที่เป็ถึง "ระดับกรม" กลับต้องกลับมาทำไร่ทำนาที่บ้านนอก แสดงว่าเมื่อก่อนต้องเจอเื่ใหญ่เข้าให้แล้ว
ยามมีภัยต่างคนก็ต่างเอาตัวรอด ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคู่สามีภรรยาเท่านั้น ลูกๆ ก็หนีเอาตัวรอดได้เช่นกัน แถมปีกกล้าขาแข็งกว่าอีกด้วย
แต่ไม่รู้ว่าสองคนนี้โผล่มาจากไหนกันแน่ เป็ญาติแท้ๆ หรือญาติบุญธรรม?
"ปู่ไม่ค่อยพูดถึงเื่ในอดีตกับฉันค่ะ พูดทีไรก็โกรธทุกที" ฮวาเจาถามอย่างอยากรู้ "ลุงกับป้าของฉันอายุเท่าไหร่กันคะ แล้วแม่ของพวกเขา..."
หวังเิก้มหน้าคิดเล็กน้อย เขาทนไม่ได้จริงๆ ที่จะปล่อยให้คุณผู้นำเก่าต้องโดดเดี่ยวเดียวดายในยามที่ใกล้จะสิ้นลม โดยมีแค่หลานสาวคนเดียวคอยดูแล ยิ่งไปกว่านั้นหลานสาวคนนี้ก็แต่งงานแล้ว คงไม่มาอยู่บ้านเดิมได้ตลอด เย่เซินไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาแล้วพาตัวเธอไป
ถ้าถึงตอนนั้นคุณผู้นำเก่าจะทำอย่างไร? ดังนั้นแม้ว่าในอดีตจะเคยมีเื่บาดหมางกันมากมาย เขาก็ยังหวังให้พ่อลูกได้กลับมาอยู่ร่วมกัน
การบอกเื่นี้กับฮวาเจาอาจเป็เื่ดี เผื่อเธอจะช่วยพูดเกลี้ยกล่อมได้บ้าง
"ลุงของเธออายุน้อยกว่าฉัน 2 ปี ปีนี้อายุ 38 ส่วนป้าของเธอปีนี้อายุ 36" เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "แม่ของพวกเขา แม่เลี้ยงของเธอ เป็คนที่ปู่แต่งงานด้วยตอนอายุ 30 เป็ลูกสาวของผู้นำเก่าของคุณ เมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยเหตุผลบางอย่าง ปู่ของเธอกับพ่อตาเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แล้วก็ทะเลาะกับคนในครอบครัวจนแตกหัก คุณก็เลยกลับมาอยู่บ้านเกิดคนเดียว"
"อ๋อ" ฮวาเจาพยักหน้า ที่แท้ก็เป็เพราะความเห็นไม่ตรงกัน
"แล้วตอนนี้ครอบครัวแม่เลี้ยงของฉันเป็ยังไงบ้างคะ?" ฮวาเจาถาม
ปู่กลับมาอยู่บ้านนอกแล้ว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็ผู้ชนะ แต่ 10 ปีที่ว่าก็ใกล้จะจบลงแล้ว ผู้ชนะก็จะกลายเป็...
สถานการณ์น่าเป็ห่วงจริงๆ ตอนนี้พวกเขาไม่ควรกลับไป!
อุตส่าห์ยืนหยัดมาจนใกล้จะได้รับชัยชนะอยู่แล้ว ถ้ากลับไปตอนนี้แล้วถูกเข้าใจผิด แล้วถูกกำจัดซ้ำอีกครั้ง มันจะไม่น่าเสียใจแย่เหรอ?
"ครอบครัวแม่เลี้ยงของเธอ..." หวังเิหยุดอีกครั้ง แม้ว่าข้างบนจะยังไม่มีคำสั่งลงมาอย่างเป็ทางการ แต่เท่าที่เขาได้ข่าวมา สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก
เขากลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้ว ฮวาเจาจะเอาไปบอกที่บ้าน ทำให้ฮวาเฉียงต้องเป็กังวล
"พวกเขาสบายดีทุกคน" หวังเิบอก "กำลังรอให้พวกเธอไปอยู่ด้วยกันอยู่นะ"
ไปอยู่ด้วยกันเพื่อไปเป็ตัวประกันหรือเปล่า?
เธอไม่ไปหรอก
น้องจ้าวเปิดประตูเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว ยื่นเงิน 15 หยวนให้ จากนั้นก็เหลือบมองฮวาเจาแล้วมองไปทางหวังเิอย่างเก้ๆ กังๆ "คุณผู้บัญชาการครับ เมื่อกี้ผมห้ามไม่ทัน ปล่อยให้คนจากสหกรณ์เอาถั่วงอกไปชิมกันคนละหน่อยครับ แต่แค่หน่อยเดียวนะครับ! พวกเขารู้ว่าถั่วงอกนี่เป็ของคุณ ก็เลยไม่กล้าเอาไปเยอะ แค่ฝากมาบอกว่าอยากรู้ว่าคุณได้ถั่วงอกจากไหน อยากจะขอซื้อด้วยครับ"
หวังเิหัวเราะออกมา "นายกลับไปบอกพวกนั้นว่าไม่ต้องถามว่ามาจากไหน รอฉันกินจนเบื่อแล้วค่อยให้พวกนั้นก็แล้วกัน"
"แล้วก็อีกอย่าง นาย พาลูกน้องไปสัก 10 คน ไปกับฮวาเจา แล้วเอาของที่เป็ของเธอคืนมาให้หมด! ถ้าพวกนั้นไม่คืนให้ ก็จับพวกมันกลับมาให้ฉัน!" หวังเิสั่ง
"รับทราบ!" น้องจ้าวตอบรับ แล้วรีบออกไปตามคนทันที
ฮวาเจาก็จะออกไปเหมือนกัน เธอจะออกไปใช้เงิน เธอต้องซื้อถั่วเขียวมาเพิ่มกำลังการผลิต
"เดี๋ยวก่อน" หวังเิเรียกเธอไว้ "หนูฮวา เมื่อกี้เธอว่าวันนึงผลิตถั่วงอกได้ 10 กระสอบ นี่เื่จริงเหรอ?"
"แน่นอนสิคะ ถ้ามีถั่วเขียวพอ" ฮวาเจาบอก "ที่จริงการเพาะถั่วงอกมันง่ายมากค่ะ"
"เอ้อๆ" พอได้ยินว่าเื่จริง หวังเิก็ยิ้มจนแก้มปริ ส่วนเื่วิธีการเพาะถั่วงอกนั้น เขาไม่สนใจหรอก เขาสนใจแต่เื่การกินถั่วงอกเท่านั้น
"มาๆ ดูนี่สิ ถั่วเขียวพวกนี้พอไหม?" หวังเิยกกระสอบป่านขนาดใหญ่ออกมาจากข้างหลังโต๊ะทำงาน
"100 ชั่ง! จะเพาะถั่วงอกได้เท่าไหร่ครับ?" หวังเิถาม
"1,200 กว่าชั่งได้มั้งคะ" ฮวาเจาตอบอย่างถ่อมตัว
ปกติแล้วถั่วงอกที่ใช้ปุ๋ยเคมีเร่ง จะเพิ่มปริมาณได้ประมาณ 11 เท่า ส่วนที่เธอใช้พลังงานเร่งนั้น ถ้าควบคุมดีๆ ก็ได้ประมาณ 12-13 เท่าเลยทีเดียว
"ดีๆๆ รีบเอาไปให้หมดเลย! เพาะถั่วงอกเสร็จแล้วก็เอามาให้หมดนะ!" หวังเิเร่ง
แผนกของพวกเขาหน้าที่หลักคือการจัดตั้ง ควบคุม และฝึกฝนกองกำลังป้องกันตนเอง ่นี้มีภารกิจฝึกซ้อมพอดี มีกองกำลังป้องกันตนเองหลายร้อยนายมาฝึกรวมกันที่นี่ พวกเขาจึงต้องดูแลเื่อาหารการกิน
เหล่าชายฉกรรจ์ที่กินเก่งพวกนั้น กินถั่วงอกวันละ 500 กว่ากิโลสบายๆ
"ได้เลยค่ะ!" ฮวาเจายิ้มตาหยี "ฉันเอาถั่วเขียวไปก่อนนะคะ ค่าใช้จ่ายค่อยหักจากถั่วงอกทีหลัง" เธอไม่ชอบเอาของคนอื่นมาฟรีๆ
พอได้ยินคำนั้น หวังเิก็ยิ่งสบายใจ เมื่อก่อนมีข่าวลือว่าหลานสาวของฮวาเฉียงเป็คนยังไงต่างๆ นานา พวกนั้นตัดสินคนจากหน้าตาจริงๆ! เห็นว่าหลานสาวของเขาหน้าตาไม่ดี ก็เลยพูดจาไม่ดีใส่
แต่ที่ไหนได้ หลานสาวของเขาเป็คนฉลาดหลักแหลมขนาดนี้! เสียดายก็แต่ว่าอ้วนไปหน่อย... แถมยังอ้วนมากเสียด้วย
