ภายหลังทำความเข้าใจกับคนในตระกูลจางแล้ว ทุกคนก็ทำตัวกันตามปกติช่วยกันทำงานด้วยรอยยิ้มที่ออกจากใจ แต่ไม่นานกลับกลายเป็เสียงหัวเราะขึ้นมาแทน
เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยทำท่าทางประหนึ่งนายจ้าง ที่เดินเอามือไขว้หลังมองดูครอบครัวที่คอยดูถังเช่าจำนวนมาก ด้วยแสงแดดที่แรงพอสมควรอวิ๋นซีคิดว่าอีกสองวันคงแห้งสนิท จากนั้นนางจะนำมันไปขายในอำเภอหลินชุน
ส่วนเฟิงหยางที่ได้ตำราจากบุตรสาวก็ไม่รู้สึกเบื่ออีกต่อไป เพราะตำราเหล่านี้ล้วนน่าสนใจจนเฟิงหยางเกิดจินตนาการ ถึงขั้นคิดอยากลองทำตัวอย่างการสร้างบ้านอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ั้แ่จางซูเหยาได้ตำราทำอาหารและนำออกมาให้พี่สะใภ้ได้ดู ทั้งสองคนจึงช่วยกันรังสรรค์อาหารตามตำรา พอทุกคนได้ชิมก็พบว่ามันอร่อยกว่าอาหารที่เคยทำอย่างยิ่ง อร่อยจนอยากทำไปขายให้คนอื่น ๆ ได้กินของอร่อยเช่นนี้บ้าง
และยามสายของวันที่สี่ถังเช่าจำนวนมากก็ตากแห้งได้ที่ คนในบ้านตระกูลจางช่วยกันจัดวางมันลงในตะกร้าอย่างเป็ระเบียบ ทั้งหมดได้อยู่สองตะกร้าใหญ่กับหนึ่งตะกร้าเล็ก โดยวันนี้อวิ๋นซีกับท่านลุงอย่างจางเจิ้น รวมถึงพี่ชายอย่างจื่อหานจะนำไปขายในอำเภอหลินชุน
“ซีซียามไปถึงที่อำเภอแล้วอย่าได้ปล่อยมือจากท่านลุงนะลูก มีคนแปลกหน้ามากมายที่นิสัยชั่วร้ายปะปนอยู่ทั่วไปเ้าต้องระวังตัวให้ดี”
จื่อหานรู้ว่ามารดาเป็ห่วงน้องสาวมากเพียงใด จึงได้รับรองกับมารดาว่าตนจะดูแลน้องสาวอย่างใกล้ชิด “ท่านแม่ท่านวางใจเถิดข้าจะดูแลซีซีไม่ให้คลาดสายตา ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนข้าจะตามติดไม่ห่างขอรับ”
“ท่านแม่อย่าได้คิดมากเลยเ้าค่ะ ซีซีจะรีบขายสมุนไพรนำเงินมาให้พวกท่านโดยเร็วนะเ้าคะ วันนี้ทุกคนจะได้เห็นตำลึงเงินจำนวนมากจากการขายสมุนไพรล้ำค่าแน่นอนเ้าค่ะ” อวิ๋นซีย่อมรับรู้ถึงความไม่สบายใจของมารดา และรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรเมื่อไปถึงอำเภอหลินชุน ท่าทางตื่นเต้นที่จะได้ทำการค้ามิได้ปกปิดความซุกซน เพื่อให้คนในครอบครัวสบายใจเลยสักนิด
จางเจิ้นเป็อีกคนที่รับปากน้องสาวว่าจะดูแลหลานให้ดีด้วยเช่นกัน “อาเหยาเ้าอย่าเป็กังวลไปเลย ซีซีกับหานเอ๋อร์ไปกับพี่ย่อมปลอดภัยอยู่แล้ว ไว้พวกเราจะซื้อเนื้อกลับมาให้เ้ากับพี่สะใภ้ทำอาหารนะ”
“เ้าค่ะพี่ใหญ่”
“เอาล่ะ ๆ อาเจิ้นเ้ารีบพาหลาน ๆ ไปขายสมุนไพรเถิด หากสายกว่านี้แดดจะร้อนจนเกินไปเดี๋ยวหลานข้าจะป่วยไข้เอาได้” ผู้เฒ่าจางตัดบทสนทนาเพื่อให้บุตรชายกับหลานทั้งสองเดินทางเข้าอำเภอหลินชุนเสียที
“ขอรับท่านพ่อ /ขอรับท่านตา /เ้าค่ะท่านตา”
สามคนลุงหลานพากันไปขึ้นเกวียนวัวของคนในหมู่บ้าน ที่พอมีเงินซื้อเกวียนวัวไว้ไปรับบุตรหลานที่สำนักศึกษาในตำบล และใช้มันเพื่อหาเงินเล็กน้อย ๆ ด้วยการรับและส่งชาวบ้านนำของไปขาย หรือการซื้อสิ่งของจำเป็ในครอบครัว
การนั่งเกวียนวัวไปยังอำเภอหลินชุนครั้งแรกของสองพี่น้อง มีชาวบ้านที่นั่งไปด้วยหลายคนเอ่ยถามจางเจิ้น ว่าเด็กทั้งสองคนคือผู้ใดเพราะพวกเขาเห็นว่าจางเจิ้นดูแลทั้งสองคนเป็อย่างดี
คำตอบที่จางเจิ้นมีให้ผู้คนในหมู่บ้านเดียวกันย่อมตอบไปตามจริง ว่านี่คือหลาน ๆ ของตนที่ย้ายมาจากหมู่บ้านหวงถู และไม่ปิดบังเื่ที่น้องสาวกับน้องเขยแยกบ้าน รวมถึงตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลลำเอียงเช่นนั้น
“ฮ้ายยย ช่างเห็นใจครอบครัวน้องสาวเ้าจริง ๆ ที่ต้องพบเจอคนแย่ ๆ ดีแล้วล่ะที่กล้าตัดสินใจกลับมาหมู่บ้านของเรา ขืนยังอดทนต่อไปเกรงว่าจะร้ายมากกว่าดี หลานของเ้าทั้งสองคนจะได้ไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กเสียทีนะ”
“ขอบคุณท่านป้าหูที่เอ็นดูหลาน ๆ ของข้าขอรับ”
อวิ๋นซีเห็นว่าคนในหมู่บ้านบนเกวียนวัวไม่มีใครใช้คำพูดไม่ดีกับตน จึงเชื่อว่าพวกเขาเป็คนที่จิตใจดีอยู่ไม่น้อย เมื่อได้พบเจอคนดี ๆ แน่นอนว่าในอนาคตนางย่อมช่วยเหลือคนเหล่านี้ให้อยู่ดีกินดีให้ได้
นั่งเกวียนวัวมาได้เพียงสองเค่อก็มาถึงประตูทางเข้าอำเภอหลินชุนแล้ว อวิ๋นซีเห็นท่านลุงที่เป็เ้าของเกวียนวัว เก็บเงินทุกคนเพียงสองอีแปะนั่นหมายความว่า ความเห็นอกเห็นใจของคนในหมู่บ้านชิงสุ่ยนั้นดีมากเพียงใด
“เอาล่ะทุกคนพวกเ้าไปจัดการธุระของพวกเ้าให้เรียบร้อย รอจนพวกเ้ากลับมาจนครบข้าถึงจะกลับหมู่บ้านนะ”
“ไอหยา ตาเฒ่าลู่เ้าไม่ต้องย้ำบ่อย ๆ พวกข้าล้วนจำได้อยู่แล้วน่า ว่าแต่ตัวเ้าเองก็ควรไปจัดการเื่ที่เมียของเ้าสั่งไว้เร็ว ๆ เถิด”
“นั่นน่ะสิ ขืนเ้าจัดการได้ไม่ดีระวังจะหูขาดล่ะเฒ่าลู่ ฮ่า ๆ ๆ”
“หนอย เ้าพวกนี้ข้าพลาดแค่ครั้งเดียวก็เอามาล้ออยู่ได้ ไป ๆ ๆ”
จางเจิ้นมิได้ร่วมการหยอกล้อกับชาวบ้านคนอื่น ๆ เขาจับจูงหลานทั้งสองคนไปจ่ายค่าผ่านประตูเข้าอำเภอ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังร้านสมุนไพรทันที แต่ร้านสมุนไพรที่จางเจิ้นพาหลาน ๆ ไปนั้น พวกเขากลับได้รับการต้อนรับที่ไม่ดีั้แ่หน้าร้าน
“สวัสดีน้องชายไม่ทราบว่าเถ้าแก่ของเ้าอยู่ที่ร้านหรือไม่ พอดีข้ามีสมุนไพรชั้นดีมาเสนอขายอยากพบเถ้าแก่โดยตรงน่ะ”
ลูกจ้างของร้านสมุนไพรหยูถังใช้สายตามองจางเจิ้นลามไปถึงเด็กน้อย เมื่อเห็นสภาพการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีซีดจาง ก็ไม่คิดจะให้การต้อนรับทั้งยังไล่ไปให้พ้นหน้าร้านอีกด้วย
“เหอะ ดูจากเสื้อผ้าของพวกเ้าจะมีปัญหาหาสมุนไพรล้ำค่ามาได้อย่างไร อย่าได้โกหกเพื่อหลอกขายสมุนไพรกับร้านของเราจะดีกว่า ไป ๆ ๆ ร้านของเราไม่ต้อนรับชาวบ้านจน ๆ สกปรกอย่างพวกเ้าหรอก”
“น้องชายเหตุใดถึงต้องพูดจาดูถูกพวกข้าด้วยล่ะ อีกอย่างในมือของข้าเป็สมุนไพรล้ำค่าจริง ๆ แค่เพียงเถ้าแก่ของเ้าได้เห็นก็จะรู้เอง” จางเจิ้นยังคงประนีประนอมเพื่อจะขายสมุนไพร
อวิ๋นซีเห็นว่าร้านนี้แม้แต่ลูกจ้างยังเย่อหยิ่ง ผู้เป็เ้าของคงมีนิสัยไม่ต่างกันนักจึงกระตุกชายเสื้อผู้เป็ลุง และใช้คำพูดสวนกลับไปอย่างถือดีในเมื่อร้านนี้ไม่รับซื้อนางก็ไปร้านอื่นได้
“ท่านลุงเ้าคะหากร้านนี้เลือกต้อนรับแค่คนมีฐานะ เช่นนั้นพวกเรานำมันไปขายร้านอื่นกันเถิดเ้าค่ะ ซีซีไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีร้านที่ยินดีซื้อสมุนไพรของเรา ไว้ร้านอื่นมีชื่อเสียงจากสมุนไพรที่เรานำมาเมื่อใด พวกเขามาคิดเสียใจทีหลังก็ไม่มีประโยชน์แล้วเ้าค่ะ”
จื่อหานที่เก็บอารมณ์โมโหเอาไว้ก็เงยหน้ากล่าวสนับสนุนคำพูดของน้องสาวอีกคนเช่นกัน “ใช่ขอรับท่านลุง ต่อให้ขายไม่ได้พวกเราก็นำกลับไปบำรุงร่างกายท่านตาท่านยายได้ ร้านที่ชอบดูถูกผู้อื่นอีกหน่อยคงไม่มีลูกค้าไปเองขอรับ”
“ได้ ลุงเชื่อที่พวกหลานพูดเรานำมันไปขายที่ร้านอื่นกันเถิด”
“ไปเ้าค่ะท่านลุง ครั้งนี้ซีซีจะมองหาร้านสมุนไพรให้ท่านเองเ้าค่ะ”
เมื่อร้านแรกล้มเหลวเพราะลูกจ้างไม่ต้อนรับ อวิ๋นซีจึงเดินนำอยู่ด้านหน้าใช้สายตาของตนสอดส่องหาร้านสมุนไพรร้านใหม่ เพราะนางเชื่อว่าในอำเภอที่กว้างใหญ่ย่อมมีทั้งคนดีคนเลวปะปนกันไป ขอเพียงค้นหาคนดีแม้ไม่เต็มสิบส่วนก็ยังดีกว่าพบเจอคนเลว
เพียงแต่ร้านสมุนไพรที่อวิ๋นซีพาพี่ชายและท่านลุงของตนเข้าไปครั้งนี้ กลับกลายเป็โชคดีอีกครั้งของทั้งสามคน เนื่องจากเถ้าแก่เ้าของร้านได้รับใบสั่งจากคนที่คุ้นเคย ในการตามหาสมุนไพรบำรุงร่างกายที่อยู่ในมืออวิ๋นซีพอดี
