ถ้านางกล้าไปหาหลิวจือโม่แล้วจะมาที่นี่ทำไม
ถงว่านหรงะโอย่างเ็าอยู่ในใจ แต่ภายนอกพูดจาเหมือนเห็นแก่หลิวจือโม่ "พี่หลิวเตรียมตัวจะได้เป็ราชการ จะด่างพร้อยไม่ได้ เ้าเป็คนพูดเองจะดีที่สุด”
หลี่ชิงหลิงพลันรู้สึกหมดความอดทน ไม่อยากจะอยู่สนทนากับถงว่านหรงอีก
“ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแม่นางถงมีหน้ามาพูดแบบนี้กับข้าได้อย่างไร” นางกอดอกจ้องถงว่านหรงอย่างเ็า
“เ้าคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับจือโม่ จะถูกทำลายลงด้วยคำพูดไม่กี่คำจากเ้าหรือ”
หากความสัมพันธ์ของนางกับหลิวจือโม่เปราะบางขนาดนั้นจริง นางคงไม่เลือกแต่งงานกับเขา
แม้ว่าร่างกายจะเป็คนยุคโบราณ แต่จิตใจของนางยังคงเป็คนยุคใหม่
"เ้า… พูดไปพูดมาก็แค่เพราะเห็นพี่หลิวจะได้เป็ข้าราชการ ตัวเองก็จะได้เป็ภรรยาของข้าราชการเลยรั้งไว้ไม่ปล่อยล่ะสิ”
“แม่นางถงตลกจริงๆ แม่นางมาชอบเขาก็เพราะหน้าตาหล่อเหลา มีความรู้ อนาคตไกล เลยหาวิธีแต่งงานไม่ใช่หรือ”
หลี่ชิงหลิงอยากยอมแพ้จริงๆ หน้าหนาเหลือเกิน
ลูกสาวสภาพนี้ ไม่รู้อาจารย์ถงนิสัยเป็อย่างไร
ถงว่านหรงโดนเสียดสีจนหน้าแดงก่ำ เดิมทีนางคิดว่าตนออกโรงแล้วหลี่ชิงหลิงจะยอมถอย ไม่คิดเลยว่าจะโต้กลับจนนางพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า
วันนี้นางจะแพ้ให้กับสาวชาวบ้านหรือ?
ไม่ นางไม่ยอมแน่ นางไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
เด็กสาวหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ ไม่ให้หลี่ชิงหลิงจูงจมูก
“จากที่เ้าพูด คือไม่อยากถอยใช่ไหม” นางยิ้มเยาะ “ข้าว่าเ้าน่ะเป็คนที่เห็นแก่ตัวมาก ไม่สนใจอนาคตพี่หลิวเลย”
น่าเสียดายที่พี่หลิวไม่อยู่ เลยไม่ได้เห็นความเห็นแก่ตัวของคู่หมั้น
หากเห็นสภาพนี้ เขาคงเสียใจที่จะแต่งงานกับนาง
เห็นแก่ตัว? นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ยินคนพูดว่า นางเห็นแก่ตัว!
หลี่ชิงหลิงหัวเราะเบาๆ ก้าวสั้นๆ เข้าไปหาถงว่านหรง ถามคำถามหลายข้อด้วยรอยยิ้ม "ในเมื่อแม่นางถงไม่เห็นแก่ตัวก็ขอถามหน่อย เ้าอยู่ที่ไหนตอนพ่อแม่หลิวจือโม่จากไป เ้าอยู่ที่ไหนตอนที่พวกเขาสามพี่น้องกำลังจะอดตาย ตอนเจออันตรายใน่ลี้ภัย เ้า… อยู่ไหนนะ?” นางมองถงว่านหรงที่หน้าแดงสลับซีด รอยยิ้มบนหน้าจางหายไป “ตอนเกิดเื่พวกนี้น่ะ ข้าอยู่ข้างเขาตลอด ส่วนเ้า… ไม่รู้อยู่ที่ไหน”
นางเห็นปากของถงว่านหรงขยับจึงรีบชิงตัดหน้าอย่างรวดเร็ว "พูดไปแล้วเ้าก็แค่ชอบหลิวจือโม่ในปัจจุบัน ถ้าเ้าเจอหลิวจือโม่เมื่อหลายปีก่อนที่ผอมจนเหลือแต่กระดูก เ้าจะยังชอบเขาหรือ?”
หลี่ชิงหลิงกระตุกมุมปาก ถอยหลังมองถงว่านหรงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง "หลิวจือโม่คนปัจจุบันน่ะมาจากข้า ถงว่านหรง อยากมาชิงผลเก็บเกี่ยวแบบนี้ ต้องถามข้าด้วยซ้ำว่าข้ายอมหรือไม่"
ถงว่านหรงกำหมัดแน่นเสียจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ แต่นางไม่รู้สึกเจ็บเลย
นางทั้งโมโหและเสียใจ "ข้า... ถ้ารู้จักพี่หลิวมาก่อน ข้าก็จะช่วยเขาเช่นกัน"
น่าเสียดายที่ตอนนั้นนางไม่รู้จักเขา ถ้านางรู้จักเขาเร็วกว่านี้ คนที่ยืนข้างเขาตอนนี้คงจะเป็นาง
"โอ้ จริงหรือ?" หลี่ชิงหลิงเลิกคิ้วและหัวเราะ สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่เชื่อเลย
“ใช่...” ถงว่านหรงตอบอย่างหนักแน่น
ราวกับว่ามีแต่วิธีนี้ ที่จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็สงสัยว่าแม่นางถงจะช่วยเขาได้อย่างไร” หลี่ชิงหลิงพ่นถาม “ข้าจะไม่พูดเื่อื่น แค่พูดถึงภัยพิบัติสามปีก่อน เ้าจะช่วยเขาอย่างไร ต่อให้ช่วยได้ เ้าจะช่วยชีวิตน้องๆ ของเขาด้วยหรือไม่? เ้าคิดว่าครอบครัวของเ้าจะยอมหรือ?”
ตอนนั้นหลิวจือโม่ไม่ได้ไปเรียน ไม่มีโอกาสได้รับความสำคัญจากอาจารย์ถง เขาจะยอมให้ลูกสาวช่วยเด็กไร้ประโยชน์ได้อย่างไร
แม้ว่าเขาจะแสดงความเมตตาและตกลงที่จะช่วยเหลือพวกหลิวจือโม่ เกรงว่าก็คงจะให้เป็ทาส
ถงว่านหรงพูดไม่ออก ความจริงแล้ว... นางไม่มีทางช่วยหลิวจือโม่จากภัยพิบัตินั้นได้เลยจริงๆ
สามปีก่อนหลังเกิดภัยพิบัติ ครอบครัวพวกนางได้หนีไปหลบภัยในบ้านญาติที่เมืองหลวง พวกเขาจึงรอดชีวิตจากภัยพิบัติได้
พวกเขาต้องพึ่งพาผู้อื่นเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นพวกเขาจะมีความสามารถในการช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไร?
คำพูดของหลี่ชิงหลิงทำให้นางเ็ป ไม่สามารถปฏิเสธได้
“เ้า… ปากร้ายเช่นนี้ ถ้าคุณชายหลิวเห็นเ้ารังแกคุณหนูแบบนี้จะต้องเสียใจแน่ๆ” เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของถงว่านหรง เซี่ยเหอก็ทนไม่ได้ นางเดินออกมาด่าหลี่ชิงหลิงด้วยความโกรธ
นางรู้สึกจริงๆ ว่าคุณชายหลิว้าแต่งงานกับแม่นางหลี่เพราะบุญคุณ
ไม่เช่นนั้น ทำไมเขาถึงไม่ยอมแต่งงานกับคุณหนู?
มีเ้านายแบบไหนก็มีคนรับใช้แบบนั้นจริงๆ
หลี่ชิงหลิงไม่อยากพูดเื่ไร้สาระกับคนประเภทนี้
นางหันส้นเท้าและกำลังจะจากไป แต่คำพูดของเจิงเถียโถวทำให้นางนิ่งอยู่กับที่
“ถ้าหลิวจือโม่เนรคุณแบบนั้น ข้าคงหักขาเขาแน่” เจิงเถียโถวะโ “พวกเ้าคงไม่รู้หรอก เงินที่หลิวจือโม่ใช้ไปเรียน เถ้าแก่ข้าเป็คนจ่ายทั้งหมด ถ้าเถ้าแก่ไม่ให้ เขาคงไม่ได้ไปเรียนด้วยซ้ำ"
ในใจของเขา หลี่ชิงหลิงเป็ที่หนึ่ง หลิวจือโม่เป็ที่สอง
ถ้าเขาต้องเลือก เขาจะเลือกหลี่ชิงหลิงทันที
สิ่งที่เขาเพิ่งพูดก็เป็ความจริงเช่นกัน ถ้าเถ้าแก่รองกล้ารังแกเถ้าแก่ใหญ่ เขาจะหักขาของหลิวจือโม่จริงๆ
"เ้า… ไม่กลัวว่าเราจะไปบอกคุณชายหลิวหรือ? หา?”
“ไปสิ รีบไปบอกเขาเร็วๆ ข้าอยากให้รีบไปบอกด้วยซ้ำ!” เจิงเถียโถวโบกมืออย่างแรง ทำให้เซี่ยเหอโมโหจนหน้าดำสลับขาว
นางได้เห็นคนป่าเถื่อนเช่นนี้เป็ครั้งแรก
เซี่ยเหอประคองมือของถงว่านหรงด้วยความโกรธ "คุณหนูไปกันเถอะ อย่าคุยกับคนเถื่อนแบบนี้เลยเ้าค่ะ”
ไว้กลับไป นางต้องหาโอกาสฟ้องหลิวจือโม่
ถงว่านหรงมองหลี่ชิงหลิงนิ่ง พยักหน้า และปล่อยให้เซี่ยเหอประคองขึ้นรถม้า
ทันทีที่พวกเขาจากไป เจิงเถียโถวก็หันกลับมาก้มลงขอโทษหลี่ชิงหลิง เขาไม่ได้ตั้งใจจะหาเื่เถ้าแก่รอง
หลี่ชิงหลิงส่ายหัว หัวเราะ และบอกว่าไม่เป็ไร
นางรู้สึกขอบคุณที่เขาปกป้องตน!
“เถ้าแก่ ถ้าพวกมันยังกล้ามาอีก บอกข้าให้ไปจัดการได้”
เมื่อเห็นท่าทางของเจิงเถียโถวที่พร้อมจะทะเลาะ หลี่ชิงหลิงก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา "ได้ ถ้าพวกเขากล้ามาอีก ข้าจะให้ลุงไปจัดการ”
เจิงเถียโถวได้ยินการหยอกล้อในน้ำเสียงของหลี่ชิงหลิงแล้วก็หัวเราะพลางเกาหัว ก่อนจะบอกหลี่ชิงหลิงว่าเขาไปทำงานก่อน
หลี่ชิงหลิงพยักหน้าและพูดว่าไปเถอะ!
เมื่อเจิงเถียโถวจากไปแล้ว นางจึงฮัมเพลง หันหลังกลับเดินไปที่ลานวางไข่
ตรงกันข้ามกับหลี่ชิงหลิงที่มีความสุข ถงว่านหรงโกรธมากจนเจ็บหน้าอก
ไม่เพียงแต่นางไม่สามารถเกลี้ยกล่อม แต่นางยังโดนดูถูกอีกด้วย
แต่เล็กจนโต นางไม่เคยถูกดูถูกแบบนี้มาก่อน
เื่นี้ทำให้นางโกรธมาก
"คุณหนู หลี่ชิงหลิงนั่นอวดดีมาก เราต้องสั่งสอนเสียหน่อย” เซี่ยเหอพูดด้วยความโกรธ
ถงว่านหรงรินชาเสร็จจึงพูดอย่างใจเย็น “มีวิธีหรือ จะสั่งสอนอย่างไร”
"เอ่อ..." เซี่ยเหอคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าลงอย่างช่วยไม่ได้ "คุณหนูก็รู้ว่าสมองข้าไม่ค่อยดี ให้ข้าคิดเื่นี้สามวันสามคืนก็คงคิดอะไรดีๆ ไม่ออก”
นางเคาะหัวด้วยความหงุดหงิด ถ้าหัวของนางดีเหมือนตงเหมย นางคงมีความสุขแล้ว
เห็นสภาพเซี่ยเหอ ถงว่านหรงก็รู้สึกมีความสุขขึ้นเล็กน้อย
นางยันคาง คิดอยู่ครู่หนึ่ง "ให้คนขับรถม้าไปที่สถานศึกษา!" นางจะไปฟ้องตามที่หลี่ชิงหลิงว่า
นาง้าให้หลิวจือโม่รู้เกี่ยวกับการกระทำที่ชั่วร้ายและนิสัยของคู่หมั้น
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเซี่ยเหอก็เป็ประกาย "คุณหนูจะไปหาคุณชายหลิวเพื่อเปิดโปงการกระทำชั่วร้ายของคู่หมั้นหรือ"
นางสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคุณหนูอย่างแน่นอน
ใครใช้ให้หลี่ชิงหลิงหยิ่งยโสกัน นางควรได้รับบทเรียน
ถ้าคุณชายหลิวถอนหมั้นกับนางก็คงจะดีที่สุด
นางจะจุดประทัดเพื่อเฉลิมฉลองอย่างแน่นอน
"อืม ข้าทนปล่อยให้พี่ชายถูกหลอกแบบนี้ไม่ได้" ถงว่านหรงนึกถึงหลิวจือโม่ผู้สง่างามกับหลี่ชิงหลิงที่ปากคอเราะราย แล้วรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจว่าหลี่ชิงหลิงไม่ดีพอ
ภรรยาของเขาควรเป็สตรีที่รู้ศิลปะสี่แขนง สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเขาอย่างมีความสุขตลอดไป
"ใช่แล้ว คุณหนูทำถูกแล้ว" เซี่ยเหอเยินยอ จากนั้นยกม่านรถขึ้น และพูดกับคนขับ "ไปที่ประตูสถานศึกษา"
