ไม่นานก็มีชายชุดดำผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาในรถม้า มันใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเอาไว้ทั้งหมด พลางจ้องมองจวีจื่อหลิงอย่างพิจารณาวูบหนึ่ง จวีจื่อหลิงเองก็จ้องมันอย่างไม่เกรงกลัวเช่นเดียวกัน
นี่มันเื่ใดกัน หรือว่าฉินเสวียนส่งคนมาลอบสังหารนาง?
“ฉินฮูหยิน เ้านายของพวกเราอยากเชิญท่านไปดื่มชาที่จวน เชิญไปกับพวกเราด้วย”
ชายชุดดำออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย และไม่ได้มีท่าทีคุกคามหมายจะสังหารแต่อย่างใด นั่นยิ่งทำให้จวีจื่อหลิงยิ่งงุนงงสงสัยเข้าไปใหญ่
คนผู้นี้ไม่ใช่คนของฉินเสวียนหรือ เช่นนั้นพวกเขาเป็คนของผู้ใดกัน?
“เ้านายของเ้าเป็ใคร?”
“เมื่อไปถึงท่านก็จะรู้เอง”
“ข้าไม่ไป!”
หญิงสาวตัดบทอย่างเ็า ชายชุดดำที่ได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็ฉายแววกระด้างขึ้นอย่างไม่ปิดบัง
“เช่นนั้นต้องขออภัยที่ล่วงเกิน!”
กล่าวจบชายชุดดำก็พุ่งเข้ามาและฉุดจวีจื่อหลิงลงจากรถม้าอย่างป่าเถื่อน เมื่อลงมาจากรถม้าแล้วจวีจื่อหลิงจึงเห็นว่ายังมีชายชุดดำอีกสองคนที่ยืนรออยู่ ซุนฉิงคิดจะวิ่งเข้ามาช่วยเ้านายตนแต่กลับถูกทุบตีจนสลบ จวีจื่อหลิงพยายามขัดขืน นางแทงมีดสั้นเข้าไปที่แผ่นหลังของชายชุดดำจนมิดด้าม มันเจ็บจนแหกปากร้องไม่เป็ภาษา แต่กลับไม่กล้าลงไม้ลงมือกับนาง
“ปล่อยข้า!”
“อย่าให้ข้าต้องใช้กำลังเลยฉินฮูหยิน ท่านยอมไปกับข้าแต่โดยดีเถอะ!”
จวีจื่อหลิงขัดขืนอย่างสุดกำลัง ในขณะที่กำลังยื้อยุดกันอยู่นั้น ชายชุดดำตรงหน้านางก็ถูกใครบางคนถีบจนกระเด็น จวีจื่อหลิงจึงเป็อิสระทันที นางรีบหันไปมองก่อนจะพบเข้ากับใบหน้าที่แสนคุ้นเคย
เป็เขา!
“น้องจือจือ เ้ากลับขึ้นไปบนรถม้าก่อน ทางนี้พี่หลิงจะจัดการเก็บกวาดให้เอง”
เซี่ยหลิงบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปจัดการกับชายชุดดำผู้นั้น จวีจื่อหลิงไม่มีเวลามาคิดสิ่งใดให้มากความ นางรีบวิ่งเข้าไปหาซุนฉิงและประคองสาวใช้กลับเข้ามาในรถม้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบยื่นนิ้วมือไปอังที่ปลายจมูกของซุนฉิง เมื่อเห็นว่าสาวใช้น้อยยังปลอดภัยดีนางจึงโล่งใจเป็อย่างมาก
ด้านเซี่ยหลิงก็รีบสั่งให้คนจับตัวชายชุดดำทั้งหมดกลับไปที่จวนองค์ชายสาม ทว่ากลับจับมาได้เพียงคนเดียว อีกสองคนที่เหลือกลับหนีรอดไปได้!
เดิมทีเขาคิดว่าฉินเสวียนร้อนใจอยากสังหารเมียตนเองจึงส่งนักฆ่ามา แต่ดูจากการต่อสู้ของชายชุดดำพวกนี้แล้ว ดูเหมือนจะเป็องค์รักษ์ในวังหลวงเสียมากกว่า
แต่ไหนแต่ไรมา คนที่จะสามารถใช้งานทหารองค์รักษ์ได้นั้นจะต้องเป็เชื้อพระวงศ์เท่านั้น ขุนนางไม่อาจใช้งานได้ เช่นนั้นแปลว่าชายชุดดำปริศนาสามคนนี้เป็คนของเชื้อพระวงศ์เช่นนั้นหรือ
แล้วพวกมันเป็คนของผู้ใดกันเล่า?
เกิดความสงสัยขึ้นมากมายในใจของเซี่ยหลิง เขาจับจ้องมองชายชุดดำอีกครั้ง แต่มันกลับหลบสายตาเขาอย่างรวดเร็ว
“จับตัวกลับไปก่อน ไว้ข้าเสร็จธุระแล้วจะกลับไปไต่สวนด้วยตัวเอง”
จิ่นหลานพยักหน้ารับคำก่อนจะสั่งให้คนรีบจัดการตามที่เซี่ยหลิงสั่ง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี เซี่ยหลิงก็เดินเข้ามาหาจวีจื่อหลิงในรถม้าทันที ยามนี้หญิงสาวหวาดระแวงไปหมดแล้ว นางกำมีดสั้นที่เปื้อนเืเอาไว้แน่น แววตาที่มองเซี่ยหลิงดูสับสนเป็อย่างมาก
ตอนนี้นางไม่อาจไว้ใจผู้ใดได้เลย รวมไปถึงชายหนุ่มตรงหน้านางผู้นี้ด้วย
เซี่ยหลิงเหลือบตามองมีดในมือของจวีจื่อหลิง ก่อนจะเอ่ย
“น้องจือจือ ข้าจัดการคนชั่วข้างนอกนั่นหมดแล้ว เ้าไม่ต้องกังวลไป”
จวีจื่อหลิงมองเซี่ยหลิงเหมือนมองเห็นผี คราวก่อนที่เจอกันเขาก็ทำให้นางประสาทเสียอยู่เลย ยามนี้ยังโผล่มาช่วยนาง อีกทั้งยังไม่เอ่ยถึงเื่ที่นางต่อยเขาสักคำ มันทำให้นางคาดเดาความคิดของเขาไม่ออก
“ลดมีดลงก่อนเถอะ เป็แม่นางน้อยอย่าเล่นของมีคมสิ ไม่น่ารักเลย”
ท่าทีไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของเซี่ยหลิงทำให้จวีจื่อหลิงคาดเดาจิตใจของเขาไม่ถูก หญิงสาวพยายามตั้งสติ ในสมองคิดไปไกลถึงขนาดที่ว่านักฆ่าพวกนั้นเป็คนของเซี่ยหลิง เขาส่งพวกนั้นมาเพื่อเอาคืนที่นางต่อยเขาใช่หรือไม่?
เซี่ยหลิงมีหรือจะมองไม่ออกว่ายามนี้จวีจื่อหลิงคิดสิ่งใดอยู่ เขายกมือขึ้นลูบจมูกตนเองพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พวกนั้นไม่ใช่คนของข้า ถึงแม้ข้าจะเมาไม่สร่าง ชอบใส่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย วันๆ ชอบเกี้ยวพาสตรีไม่เลือกหน้า แต่ว่าข้าไม่เคยทำร้ายสตรีเลยสักครั้ง ข้าน่ะคือยอดบุรุษพิทักษ์สตรี หากข้าเป็คนส่งเ้าพวกนั้นมา แล้วจะมาช่วยเ้าทำไมกันเล่า”
คำพูดของเซี่ยหลิงทำให้จวีจื่อหลิงได้สติกลับคืนมา เพราะความหวาดกลัวทำให้สมองของนางไม่คิดไตร่ตรองสิ่งใดให้ดี ในใจก็รู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่ง
“ขออภัย แล้วก็ขอบคุณท่านมาก”
