ซีอ๋องอยู่ร่วมงานเลี้ยงชนะาเท่านั้น อีกสองวันต่อมาจึงออกเดินทางพร้อมหีบยาจำนวนมาก ยังมีเมล็ดพันธุ์ผักที่อวี้จิ่นใจดีมอบให้อีกหนึ่งหีบ ที่สำคัญทรงอยากกลับไปชำระความ กับสตรีชั่วที่ปองร้ายบุตรชายเพียงคนเดียวของตน ซึ่งตอนนี้นางกำลังตั้งตนเป็เ้าของตำหนักอ๋อง จนลืมไปว่านางเป็แค่ชายารองเท่านั้น
ข่าวลือที่แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เื่ฤกษ์มหามงคลที่มีขึ้น ในอีกสามสัปดาห์ต่อจากนี้ ทำเอาวังหลวงวุ่นวายจนเวียนหัว เพื่อเตรียมงานอภิเษกสมรสขององค์หญิงใหญ่ พระธิดาคนโปรดของฮ่องเต้ให้ออกมาดีที่สุด ห้ามขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว
ส่วนตระกูลเจียงถือว่าโชคดีมาก ที่อวี้จิ่นได้บอกมารดาไว้ก่อนหน้านี้ ทุกอย่างในจวนจึงพร้อมต้อนรับสะใภ้ใหญ่ หลังจบงานเลี้ยงวันถัดมายามปลายยามเฉิน ขบวนสินสอดนับร้อยหีบผูกด้วยผ้าสีแดง พร้อมสามหนังสือหกพิธีการนำไปส่งมอบให้กับฮองเฮา ก็ทยอยออกจากจวนตระกูลเจียงมุ่งหน้าไปยังวังหลวงทันที
ชาวบ้านสองข้างทางต่างหยุดมอง และเริ่มพูดถึงเื่สมรสพระราชทานอีกครั้ง ตระกูลใดที่รอจัดงานพร้อมแม่ทัพเจียง ต่างเร่งจัดเตรียมข้าวของเรือนหอ อาหารการกินที่ต้องใช้เลี้ยงแขกในงาน เผื่อว่าการแต่งงานในฤกษ์มหามงคลนี้ จะทำให้พวกเขามีหลานให้อุ้มโดยเร็ว
ทางด้านอวี้จิ่นนอกจากจะทำหน้าที่ตามปกติ แต่ที่พิเศษกว่าทุกครั้งคือการแจกจี้กิเลนห้อยกระดิ่ง สำหรับคู่บ่าวสาวที่จะแต่งงาน เพื่ออวยพรให้พวกเขามีทายาทสืบสกุล ยิ่งทำเช่นนี้ชาวบ้านชามเมืองหลวง ก็ยิ่งซาบซึ้งที่อวี้จิ่นรู้ใจพวกเขาในเื่ทายาท
“ขอบคุณท่านเทพธิดามากเ้าค่ะ”
“ทุกคนต่อแถวให้เป็ระเบียบ อย่าได้เบียดเสียดกันเกินไป ครอบครัวที่จะมีงานมงคลจะได้รับแจกทุกคน” ตงลู่ช่วยลูกจ้างดูแลการต่อแถวการรับแจกของเช่นกัน
“ข้าจะนำไปมอบให้ลูกสะใภ้พกติดตัว นางจะได้มีหลานให้ข้าอุ้มไว ๆ”
“เ้าก็คิดเหมือนกับข้า หรือจะนำไปแขวนไว้ที่หัวเตียงดีเล่า”
“ท่านเทพธิดาใจดีมีเมตตายิ่งนัก ได้ยินคนในโรงน้ำชาพูดกันว่า ว่าที่พี่สะใภ้กับน้องสามีเข้ากันได้ดี ดั่งพี่น้องคลานตามกันออกมาเชียวล่ะ”
“นี่ข้าน่ะอยากจะเห็นหลานชายหลานสาว ที่แม่ทัพใหญ่จะได้อุ้มจากบุตรชายคนโตเสียจริง แม่ทัพเจียงก็หน้าตาหล่อเหลา องค์หญิงใหญ่ก็งดงามล่มเมือง แล้วเด็กที่คลอดออกมาจะไม่งดงามได้รึ พวกเ้าว่าไหม”
“นั่นน่ะสิ อย่าว่าแต่แม่ทัพเจียงกับองค์หญิงใหญ่เลย ข้าว่าใต้เท้าฟู่กับท่านเทพธิดาก็ไม่น้อยหน้านะ ทั้งสองตระกูลต้องมีบุตรหลาน ที่หล่อเหลางดงามไม่ต่างกันแน่นอน”
“เ้าพูดมีเหตุผล แต่ลำดับต่อไปข้าว่านะ พวกเราควรไปซื้อยาบำรุงกันเถิด”
“ไอหยา หากเ้าไม่พูดข้าคงลืมเื่นี้ไปแล้ว รีบไปกันเถิดหากคนเยอะยาหมดพวกเราจะอดซื้อ”
“ไปเร็ว ๆ ๆ”
อวี้จิ่นที่นั่งแจกเครื่องรางมงคลอยู่ไม่ไกล ได้ยินเื่ที่ชาวบ้านพูดคุยกัน ก็ยกยิ้มทั้งดีใจและแอบเขินอาย ที่ชาวบ้านคาดหวังอยากเห็นบุตรของตนกับฟู่หลงเหยียน แม้แต่ตงลู่กับเฟยอินยังแอบคิดตาม พวกเขาอยากให้มีคุณชายกับคุณหนู ที่น่ารักยิ้มแย้มมากกว่าเงียบขรึมเหมือนเ้านาย
เนื่องจากการเตรียมงานไว้ล่วงหน้า ทำให้ทุกอย่างราบรื่นไม่มีสิ่งใดตกหล่น จนถึงเช้ามืดของวันสมรสพระราชทาน ภายในตำหนักขององค์หญิงใหญ่ มีสตรีรูปร่างงดงามสวมชุดสีแดงเพลิง มองตนเองผ่านกระจกทองเหลือง ซึ่งสะท้อนเงาใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มสีชาดอย่างลงตัว
เครื่องประดับล้วนเป็สมบัติตกทอดจากพระมารดา เหล่านางกำนัลบรรจงสวมลงบนพระเกศาอย่างเบามือ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว องค์หญิงใหญ่จึงเสด็จไปพบฮ่องเต้ เพื่อทูลลาพระบิดาที่คอยดูแลปกป้องมาโดยตลอด ทำเอาพระบิดาผู้เข้มแข็งน้ำตารื้น แม้แต่ฮองเฮาที่มาส่งในฐานะพระมารดายังน้ำตาคลอเช่นกัน
“เฟยเอ๋อร์ลูกพ่อ ถึงแม้เ้าจะแต่งเข้าจวนตระกูลเจียง แต่ฐานะของเ้ายังคงไว้ซึ่งตำแหน่งองค์หญิงใหญ่ เ้ายังคงเป็เชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์เช่นเดิม” ฮ่องเต้มิได้มีรับสั่งถอดพระยศของพระธิดาคนโปรด เื่นี้ถึงแม้จะสร้างความไม่พอใจให้เหล่าองค์หญิง แต่ฮ่องเต้มิได้ใส่พระทัย
“ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อ แม้ลูกจะมิได้อยู่ในวังหลวงแล้ว แต่จะพยายามมาเยี่ยมเสด็จพ่อบ่อย ๆ นะเพคะ ฝากเสด็จแม่ดูแลเสด็จพ่อให้เสวยมากสักหน่อยนะเพคะ” องค์หญิงใหญ่หันไปทูลขอความช่วยเหลือจากฮองเฮา
“เฟยเอ๋อร์ไม่ต้องห่วงเปิ่นกงจะกำชับฉีกงกง ให้จับตาดูฝ่าาอย่างใกล้ชิดที่สุด เปิ่นกงขอให้เ้ามีความสุข มีหลาน ๆ ให้ฝ่าาและเปิ่นกงอุ้มสักสองสามคนก็แล้วกัน”
“เพคะ ขอบพระทัยเสด็จแม่ที่ทรงเอ็นดูหม่อมฉันมาตลอด วันนี้ต้องทูลลาแล้วเพคะ”
หลังจากองค์หญิงใหญ่ทำความเคารพเสร็จ เป็่เวลาที่นางกำนัลาุโในวังหลวง ต้องพาเ้าสาวไปประทับรอเกี้ยวเ้าสาว ซึ่งยามนี้เ้าบ่าวกำลังเคลื่อนขบวนมาตามถนน
ประตูวังหลวงถูกเปิดออกอย่างยิ่งใหญ่ เสียงประโคมแตรและกลองดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เจียงหยวนอยู่ในชุดเ้าบ่าวสีแดง ยิ่งเสริมให้เขาดูหล่อเหลามากกว่าเดิม ด้านหลังมีเกี้ยวเ้าสาวสีแดงปักลายหงส์คู่ตัวใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางขบวน เจียงหยวนนำเกี้ยวเ้าสาวหยุดลงด้านหน้าตำหนักรับรอง ซึ่งด้านในมีเ้าสาวของตนรออยู่ เขาลงจากหลังม้าเพื่อรับตัวเ้าสาว กลับไปทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินที่จวนตระกูลเจียง
ยามเ้าสาวที่อยู่ในชุดสีแดงปักลายหงส์และดอกโบตั๋น ก้าวออกมาด้วยท่าทางสง่างามดั่งนางหงส์ ใบหน้านวลลออถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหน้าตามประเพณี แต่ความงามยังสามารถมองเห็นได้
“องค์หญิงกระหม่อมมารับพระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงที่เจียงหยวนเปล่งออกไป เป็เสียงที่เขาใช้สำหรับมารดาและน้องสาว แต่ยามนี้มีฮูหยินของเขาอีกหนึ่งคนที่จะได้ฟัง
“เหตุใดยังเรียกว่าองค์หญิงอีกเล่า”
“เอ่อ เช่นนั้นกระหม่อมขอเรียกพระองค์ว่า เฟยเอ๋อร์ นะพ่ะย่ะค่ะ”
“ฟังแล้วค่อยรื่นหูหน่อย รีบพาเฟยเอ๋อร์ขึ้นเกี้ยวเถิด อย่าได้เลยฤกษ์มงคลที่ดีที่สุดจะดีกว่า”
“พ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวเจียเฟยยื่นมือบางวางไว้บนฝ่ามือหนา ที่จากนี้ต่อไปเขาจะต้องรักและปกป้องนางด้วยชีวิต ยามขบวนเกี้ยวเ้าสาวออกจากวังหลวง เพื่อกลับจวนตระกูลเจียงซึ่งมีฟู่หลงเหยียน รับหน้าที่เป็องครักษ์อารักขาขบวนให้สหาย เขาก็ตกเป็เป้าสายตาของสตรีหลายคน
ทั้งนี้อวี้จิ่นยังนำเอาลูกอมหลากหลายชนิด เทใส่ตะกร้าให้เหล่าบ่าวไพร่ นำไปแจกให้กับชาวบ้านที่อยู่ชมขบวนของพี่ชาย เพื่อความเป็สิริมงคลต่อผู้ที่มาแสดงความยินดี นอกจากนี้ที่จวนยังมีของชำร่วย เป็จี้นำเต้าสลักยันแปดทิศ แขกที่มาร่วมงานต่างรีบเก็บเข้าอกเสื้อทันที
ภายในห้องโถงใหญ่ของจวน ถูกประดับด้วยตัวอักษรคำว่า ‘ซังฮี้หรือซวงสี่’ ตรงกลางโต๊ะพิธีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ้ามีเครื่องบูชาอย่างธูปเทียนและผลไม้มงคลทั้งสี่ชนิด ส้ม สาลี่ ทับทิม และองุ่น วางเรียงรายสวยงาม กลางโต๊ะมีป้ายบรรพบุรุษ ปักธูปสามดอกส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ กระจายไปทั่วโถงพิธี
ยามเ้าบ่าวและเ้าสาวถูกพาตัวเข้ามา บรรดาแเื่ต่างชื่นชมความเหมาะสม เปรียบเป็ดังกิ่งทองใบหยกอย่างแท้จริง เ้าบ่าวและเ้าสาวก้าวไปข้างหน้าช้า ๆ เพื่อเริ่มพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน สำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของพวกเขา
“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!” ซี่เหริน (ผู้ทำหน้าที่ดูแลเื่พิธีการในงานแต่ง) กล่าวเสียงก้อง เ้าบ่าวและเ้าสาวหันหน้าสู่ท้องฟ้า ก้มคำนับอย่างพร้อมเพรียง
“สองคำนับบรรพบุรุษ!” ทั้งคู่หมุนตัวหันหน้าไปที่โต๊ะบูชา คำนับอีกครั้งด้วยความเคารพ
“สามบ่าวสาวคำนับกันและกัน!” เ้าบ่าวเ้าสาวหันมาประจันหน้ากัน และก้มลงคำนับอย่างนอบน้อม สายตาของทั้งคู่สื่อถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้ง
จากนั้นคือการดื่มสุรามงคล ผูกผมเป็สามีภรรยาตามประเพณี เพื่อความสัมพันธ์ยืนยาวและมั่นคง การช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดชีวิต
“ส่งตัวเข้าหอ”
เมื่อเจียงหยวนส่งตัวเ้าสาวไปรอที่ห้องหอแล้ว เขายังต้องกลับมารับแขกในงานต่ออีก มีหลายคนคอยส่งจอกสุราให้ดื่ม คล้ายเป็การกลั่นแกล้งเ้าบ่าวเล็ก ๆ น้อย
ฟู่หลงเหยียนเห็นสหายถูกรุมล้อม จึงพาวิธีช่วยให้ได้กลับไปเข้าหอโดยเร็ว ด้วยการกระซิบบอกให้เจียงหยวนแกล้งเมามาย ก่อนที่ฟู่หลงเหยียนจะเรียกหลี่อี้มาช่วยพยุงสหาย และพาเขาไปส่งยังห้องหอทันที
อวี้จิ่นอยากช่วยพี่ชายบ้าง จึงให้ตงลู่บอกกับแขกว่า นางจะช่วยทำนายดวงชะตาโดยไม่คิดเงิน เพียงเท่านั้นสายตาทุกคู่จึงย้ายมาอยู่ที่อวี้จิ่นแทน บิดามารดาของทั้งสองคนเห็นเช่นนั้น ได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าไปมา เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ช่างเหมือนกันเสียเกิน ยิ่งฟู่หลงเหยียนที่ตามใจอวี้จิ่น ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดก็เห็นดีเห็นงามไปเสียทุกอย่าง
เจียงหยวนที่ได้รับความช่วยเหลือจากสหาย หยุดอยู่หน้าประตูห้องหอด้วยความประหม่า มือหนาค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไป นางกำนัลที่ติดตามมารีบออกจากห้องทันที เขาจึงเดินไปยังเตียงนอนที่มีเ้าสาว นั่งอยู่ตรงกลางเพื่อรอให้เขาเปิดผ้าคลุมหน้าของนาง
เมื่อนั่งลงข้าง ๆ เ้าสาว เจียงหยวนเอื้อมมือไปหยิบไม้คันชั่ง เปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงออกเผยให้เห็นดวงหน้าที่งดงาม ทำเอาเจียงหยวนแทบหยุดหายใจ เกือบหนึ่งลมหายใจเขาถึงหาเสียงตัวเองพบ
“วันนี้เฟยเอ๋อร์งดงามเสียจริง ขอบคุณที่เ้าไม่ปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้ พี่สัญญาจะรักและทะนุถนอมเ้า จะไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาสร้างปัญหา หรือทำให้เ้าเสียใจอย่างแน่นอน” เจียงหยวนพูดโดยจ้องมองร่างบางตรงหน้าไม่ละสายตา
“ขอบคุณท่านพี่เ้าค่ะ หากมีสตรีใดกล้ารังแกท่าน ข้าย่อมไม่อยู่เฉยเช่นกัน” จ้าวเจียเฟยคือผู้ใด หากมีสตรีหน้าไหนกล้าแย่งสามีของตน ก็ลองดูว่าจะพบจุดจบเช่นไร
“เฟยเอ๋อร์ท่านพ่อท่านแม่อยากอุ้มหลานแล้ว พวกเรามาช่วยกันทำหลาน ๆ ให้พวกท่านกันเถิด”
จ้าวเจียเฟยที่มองตาอันร้อนแรงของเจียงหยวน ก็รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่นจึงพยักลงเบา ๆ เจียงหยวนประคองใบหน้าของนางขึ้น ก่อนจะจูบลงบนหน้าผากมนไล่ลงมายังปลายจมูก ก่อนจะกดลงบนริมฝีปากอย่างนุ่มนวล และเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เจียงหยวนใช้มือข้างหนึ่ง ช่วยถอดเครื่องหัวที่เกะกะนั่นโยนออกไปอย่างไม่ใยดี
เขาใช้ลิ้นร้อนรุกไล่อยู่ในโพรงปากของร่างบาง นางจึงโต้ตอบอย่างเงอะงะแต่นั่นยิ่งทำให้เจียงชอบใจนัก ชุดเ้าบ่าวเ้าสาวถูกถอดออกไปจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า เจียงหยวนใช้ลิ้นร้อนลากผ่านทุกจุดบนร่างอันยั่วยวนนี้ เรียกเสียงครวญครางที่น่าไพเราะได้เป็อย่างดี ถึงแม้จะเขินอายแต่จ้าวเจียเฟยอยากให้สามีทำมากกว่านี้
“เฟยเอ่อร์ขอพี่ได้รักเ้าตอนนี้ได้หรือไม่ พี่จะพยายามไม่ให้เ้าต้องเจ็บมากนัก” ความ้าของบุรุษเพศ ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมนั้นอย่างชัดเจน
“อืม เหตุใดต้องถามเ้าคะข้าย่อมตามใจท่านพี่เ้าค่ะ” จ้าวเจียเฟยหลบสายตาร้อนแรงด้วยความเขินอาย
“ขอบใจเฟยเอ๋อร์ พี่จะทำให้เ้ามีความสุข”
“อ๊ะ ท่านพี่”
เพียงแค่ได้ยินรับความยินยอม เจียงหยวนก็พาฮูหยินหมาด ๆ ของตนเข้าสู่โลกแห่งกามารมณ์ เขาพานางไต่ขึ้น์หลายต่อหลายครั้ง เสียงดังที่ชวนสยิวทำให้คนเฝ้าอยู่ด้านนอก ต่างค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างจากบริเวณห้องหออย่างช้า ๆ กว่าเสียงภายในห้องหอจะเงียบลง ก็เข้าปลายยามอิ๋นไปแล้ว เห็นทีพิธียกน้ำชาคงต้องเลื่อนออกไป เพราะแม่ทัพเจียงช่างแข็งแรงสมกับตำแหน่งของเขาจริง ๆ
ด้านห้องโถงที่ใช้ต้อนรับแขกมากมาย ยามนี้เริ่มทยอยกลับจวนกันเกือบหมดแล้ว อวี้จิ่นจึงรีบขออนุญาตบิดาและมารดา ออกไปเดินเล่นด้านนอกที่มีการฉลองอย่างสนุกสนาน จากรับสั่งของฮ่องเต้ที่ทรงให้จัดงานนี้ขึ้น เพื่อเป็ของขวัญให้กับพระธิดาคนโปรดของพระองค์
“ท่านพ่อท่านแม่เ้าคะ ข้าขออนุญาตออกไปเดินเล่นข้างนอกได้หรือไม่เ้าคะ”
“ไปก็ไปได้แต่อย่าได้ซุกซนจนพลัดหลงกับตงลู่และเฟยอิน หากพ่อรู้ว่าเกิดเื่เช่นนี้จิ่นเอ๋อร์ต้องถูกลงโทษ” แม้จะเป็ห่วงแต่แม่ทัพใหญ่ยังเอ่ยอนุญาต เพราะรู้ดีว่าย่อมมีคนคอยตามไปดูแลบุตรสาวอยู่ดี
“ท่านลุงไม่ต้องห่วงจิ่นเอ๋อร์ ข้าจะไม่ให้เกิดเื่ที่เป็อันตรายเด็ดขาดขอรับ” ฟู่หลงเหยียนไม่มีทางปล่อยอวี้จิ่น ออกไปกับคนของตนเพียงลำพังอยู่แล้ว
“เช่นนั้นป้าฝากอาเหยียนดูแลน้องด้วยนะ อย่าตามใจให้มากนัก หากนางซุกซนก็รีบพากลับจวนเสีย” จางฮูหยินไม่มีทางเอ่ยห้าม และตอนนี้ยังเพิ่งจะผ่านงานมงคลของบุตรชาย นางคิดเตรียมงานแต่งของบุตรสาวไว้รอล่วงหน้าเช่นกัน
“ขอรับท่านป้า”
“ขอบคุณท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ พี่ชายฟู่ไปกันเถิดเ้าค่ะอย่าชักช้าสิเ้าคะ ข้าได้ยินชาวบ้านบอกว่าจะมีการจุดพลุด้วยนะเ้าคะ”
“หึ พี่รู้ว่าจะมีการจุดพลุ และยังรู้ด้วยว่าควรไปที่ใด ถึงจะมองเห็นพลุบนท้องฟ้าได้งดงาม”
“จริงหรือเ้าคะ!! ในเมื่อท่านรู้สถานที่พวกเราควรต้องรีบไปนะ”
“ได้สิ พี่จะพาจิ่นเอ๋อรไปเดี๋ยวนี้” ฟู่หลงเหยียนถูกมือบางยื้อยุด ให้เขารีบพานางไปให้ทันก่อนพลุจะถูกจุดขึ้น
ฟู่หลงเหยียนพาอวี้จิ่นขี่เ้าเสี่ยวหง ออกมานอกเมืองพร้อมพวกเฉินอู่กับสหายอีกสามคน แต่สถานที่การดูพลุของฟู่หลงเหยียน ทำเอาอวี้จิ่นถึงกับพูดไม่ออก เมื่อสถานที่ตรงหน้าก็คือ ตำหนักทำนายดวงชะตาของนาง
“พี่ชายฟู่เหตุใดถึงเป็ที่นี่ล่ะเ้าคะ”
“จิ่นเอ๋อร์ยังไม่เคยออกไปเดินเล่น บริเวณระเบียงบนชั้นสามกระมัง หากเ้าได้เห็นก็จะเข้าใจเอง”
“ชักช้าอยู่ใยรีบขึ้นไป้าชั้นสามกันเถิดเ้าค่ะ”
ด้วยความอยากรู้อวี้จิ่นเดินจ้ำอ้าวขึ้นบันได ท่าทางเร่งรีบจนลืมเหนื่อย แต่เมื่อได้เห็นภาพเมืองหลวงตรงหน้า ก็เข้าใจที่ฟู่หลงเหยียนบอกทันที
“ว้าวววว งดงามมากจริง ๆ เ้าค่ะพี่ชายฟู่ ข้าไม่คิดว่าอยู่ตรงนี้จะภาพของเมืองหลวง ที่ตระการตาน่ามองได้ถึงเพียงนี้”
“หึ ๆ ๆ คราวนี้เชื่อพี่หรือยังเล่า” ฟู่หลงเหมียนไม่อาจละสายตา จากความน่ารักสดใสของอวี้จิ่นได้ไปแม้แต่น้อย เพียงแค่ได้มองรอยยิ้มที่เผยออกมา ก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขได้โดยง่าย
“เชื่อแล้วเ้าค่ะ พี่ชายฟู่ไม่เคยพูดโกหกกับข้า ท่านรีบมายืนตรงนี้สิเ้าคะ อีกประเดี๋ยวพลุจะถูกจุดแล้วนะ” อวี้จิ่นกวักมือเรียกฟู่หลงเหยียน ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลให้มายืนข้าง ๆ ตนเอง
ฟู่หลงเหยียนเดินมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะเรียกอวี้จิ่นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง คล้ายกับมีเื่บางอย่างอยากจะพูดกับนาง
“จิ่นเอ๋อร์..”
“เ้าคะ ท่านเรียกข้าทำไมหรือ?”
“พี่มีบางอย่าง้าบอก เ้าช่วยรับฟังมันสักหน่อยได้ไหม”
“ท่าน้าบอกเื่อะไรหรือเ้าคะ” อวี้จิ่นถามกลับและมองใบหน้าหล่อเหลา ที่ยามนี้กำลังมีท่าทีที่จริงจัง
“ก่อนหน้าที่จะได้พบเ้าพี่เหมือนคนไร้หัวใจ เ็ปจากความผิดหวังในตัวของสตรีผู้หนึ่ง จึงปิดกั้นหัวใจตัวเองมาตลอดหลายปี แต่ในวันที่ได้ยินเสียงของเ้า ที่เพิ่งไปถึงเมืองเฉียนโจว หัวใจของพี่กลับเต้นแรงโดยไม่มีสาเหตุ ยิ่งได้ทำความรู้จักและอยู่ใกล้ชิดกับเ้า มันยิ่งทำให้พี่รู้ว่าชีวิตของพี่นับจากนี้ จะมีเจียงอวี้จิ่นเป็เ้าของแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น” สีหน้าแววตาของฟู่หลงเหยียนไม่ได้ล้อเล่น
อวี้จิ่นได้ยินเื่ราวที่ออกจากปากของฟู่หลงเหยียน ก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ คำพูดของเขาเ่าั้ รวมถึงการกระทำทุกอย่าง ล้วนเป็สิ่งที่ช่วยยืนยันได้เป็อย่างดี ว่าฟู่หลงเหยียนกำลังจะสารภาพรักกับนาง
“พี่รักเ้านะจิ่นเอ๋อร์ แล้วความรู้สึกของเ้าเล่า”
อวี้จิ่นรู้สึกถึงความรู้สึกอบอุ่นที่ลอยเข้ามาในใจ ดวงตาของนางจับจ้องไปที่ฟู่หลงเหยียน รู้สึกถึงความจริงใจในคำพูดของเขา
“ขะ ขะ ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้นกับพี่ชายฟู่เช่นกันเ้าค่ะ” น้ำเสียงของอวี้จิ่นตอบออกไปเบา ๆ แต่ถึงกระนั้นฟู่หลงเหยียนก็ยังได้ยินอยู่
ฟู่หลงเหยียนยิ้มกว้างขึ้น รู้สึกถึงความโล่งใจและความสุข ที่พลุ่งพล่านในหัวใจในยามนี้ เขาค่อย ๆ โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาของเขาจับจ้องไปที่ดวงตาของอวี้จิ่นอย่างลึกซึ้ง และเขาไม่ปล่อยให้อวี้จิ่นได้ตั้งตัว ก็กดจูบลงริมฝีปากอวบอิ่มน่ากัดของนางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงพลุที่ถูกจุดขึ้นมากมาย คล้ายเป็พยานให้กับความรักของคนทั้งคู่
ฟู่หลงเหยียนกินเต้าหู้อวี้จิ่น จนริมฝีปากของนางเริ่มบวมเจ่อเล็กน้อย จึงยอมหยุดและถอนริมฝีปากของตนออกไป ร่างบางถึงกับยืนไม่อยู่จนต้องพิงกับร่างสูงของคนพี่
“ล่วงเกินจิ่นเอ๋อร์แล้ว พี่คงต้องส่งแม่สื่อมาสู่ขอโดยเร็วสินะ”
“ฮึ ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วเ้าค่ะ หากพี่ชายฟู่ไม่ส่งแม่สื่อมาสู่ขอข้ากับท่านพ่อละก็..”
“หืม หาไม่แล้วเ้าจะทำอย่างไร?”
“หากท่านไม่ยอมมาสู่ขอ ข้าจะให้ท่านพ่อยกขบวนสินสอด ไปสู่ขอท่านที่จวนกั๋วกงด้วยตนเองน่ะสิเ้าคะ ท่านคือคู่วาสนาด้ายแดงของข้า ใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดแย่งท่านไปเป็สามีเด็ดขาด ฮึ” อวี้จิ่นตอบด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังอย่างมาก
“ฮ่า ๆ ๆ หรือว่าพี่จะรอให้จิ่นเอ๋อร์มาสู่ขอที่จวน เป็เขยแต่งเข้าดีหรือไม่” ฟู่หลงเหยียนไม่คิดว่าอวี้จิ่นจะคิดเื่นี้ออกมาได้
“ดีเ้าค่ะ เฮ้ยย!! ได้อย่างไรกันเ้าคะ ข้าไม่ได้ให้ท่านทำเช่นนั้นเสียหน่อย แต่ถ้าจำเป็ก็ไม่แน่เ้าค่ะ”
“พี่จะให้จิ่นเอ๋อร์ถูกผู้มองไม่ดีได้อย่างไร หลังจากนี้อีกสามวันพี่จะให้ท่านพ่อกับท่านแม่ มาทาบทามสู่ขอเ้าด้วยตนเอง”
“ข้าจะรอเ้าค่ะ”
ฟู่หลงเหยียนยังคงประคองร่างบางเอาไว้ มองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสีสันงดงามจากพลุจำนวนมาก เมื่อใดที่อวี้จิ่นกลายเป็คู่หมั้นของเขา บุรุษทั้งหลายในเมืองหลวงจะได้เลิกจับจ้องนางเสียที หากยังมีใครอยากลองดีเขาย่อมไม่ขัดศรัทธา ที่จะสั่งสอนให้รู้จักหลาบจำจนลืมไม่ลงแน่นอน
ไรท์ไม่เก่ง NC ขออภัยคุณรี้ดทุกท่านด้วยนะคะ
หากพบคำผิดหรือคำตกหล่นบอกไรท์ได้ค่ะ
เจอกันพรุ่งนี้ตอนจบนะคะ
ขอบคุณคุณรี้ดที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์มาก ๆ ค่า
