“ร้านนี้เป็ของเ้าเหรอ” คำถามของชายหนุ่มทำให้ซินหยางพยักหน้ารับตามมารยาท
“เ้าค่ะ”
“อากาศหนาวเช่นนี้ ข้าขอชาสองถ้วย อ่อ...เมื่อครู่เ้าบอกว่ามีขนมด้วยงั้นรึ มีขนมอะไรบ้าง” ซินหยางยิ้ม
“กุ้ยฮวา กับเถียนผิ่นเ้าค่ะ”
“ข้าไม่เคยได้ยินชื่อขนมพวกนี้ รสชาติเป็อย่างไร” ชายหนุ่มตั้งใจชวนคุย ก่อนนางจะยิ้มแล้วตอบคำถามอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ
“เช่นนั้น ข้าจะนำมาให้ชิมนะเ้าคะ” ว่าแล้วนางก็เดินกลับเข้าไปในร้าน ก่อนเฉียนอี้จะจับจ้องมองผู้เป็นายด้วยความแปลกใจ
“คุณชายมู่ เหตุใดท่านจึงสนใจนาง” คำถามของชายหนุ่มอวบอ้วน เอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ไม่นานนักขนมและชาก็ถูกซินหยางยกมาวางไว้ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“นี่คือขนมกุ้ยฮวากับขนมเถียนผิ่น เป็ฝีมือแม่ของข้า พวกท่านลองชิมก่อน ข้าไม่คิดเงิน” หิมะค่อย ๆ หยุดตกทำให้ซินหยางเงยหน้าหันไปมอง เผยแววตาเศร้าออกมาครู่หนึ่งก่อนจะเบี่ยงตัวเดินกลับไป ท่ามกลางสายตาของชายหนุ่ม ก้มมองขนมของนางแล้วหยิบเข้าปาก เขาเคี้ยวอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะยิ้มบางเบา
“ขนมหน้าตาประหลาด แต่รสชาติอร่อยเทียบเท่าของในวัง” เฉียนอี้พูดออกมาด้วยความพอใจ ก่อนคุณชายมู่หันมองไปยังหญิงสาวที่ยิ้มต้อนรับลูกค้าคนอื่น หากแต่สายตาของนางแฝงไปด้วยความโศกเศร้า เขามองกำไรหยกที่ห้อยติดกายนาง แล้วผุดความคิดบางอย่างขึ้นมาได้
“เฉียนอี้ เ้าหยุดกินแล้วออกไปสืบข่าวให้ข้าหน่อย ว่าแม่นางผู้นี้เป็ใคร” ชายหนุ่มอวบอ้วนที่ยัดขนมเต็มปากอึกอัก แล้วพูดออกมาด้วยความแปลกใจ
“เหตุใดท่านไม่ถามนาง นางก็อยู่ตรงนั้น!” ก่อนสายตาของคุณชายมู่จะจ้องเขม็งตรงมา ทำให้เขารีบกลืนขนมแล้วลุกขึ้นไปสืบข่าวตามคำสั่งทันที
หลังจากคืนเข้าหอ ฟางเหมยได้คุณชายหวงสมปรารถนาที่ตั้งใจ นางเฝ้าดูแลเอาใจใส่เขาทุกอย่าง ซ้ำยังได้รับการต้อนรับจากทุกคนด้วยความเต็มใจ ภายในจวนสกุลหวงที่กว้างขวางใหญ่โต มีบ่าวไพร่และบริวารจำนวนมากคอยดูแล หญิงสาวละจากการดูแลสามีมุ่งตรงไปยังนอกเมือง พร้อมด้วยหิมะที่ค่อย ๆ โปรยปรายลงมา
“พวกเ้ารอข้าอยู่ที่นี่”
“เ้าค่ะ” บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาน้อมกายลงเคารพ แล้วปล่อยให้ฟางเหมยเดินเข้าไปยังหลุมศพบิดาตามลำพัง นางค่อย ๆ วางดอกไม้ลง แล้วจับจ้องไปยังป้ายของบิดา พร้อมหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย
“ท่านพ่อ ตอนนี้ความฝันของข้าสำเร็จแล้ว ข้าและท่านแม่ได้อยู่จวนใหญ่โต มีบ่าวไพร่คอยดูแล เป็ที่ยอมรับของผู้คน ที่ท่านเคยบอกว่าความฝันของข้าไม่มีวันเป็จริง นั่นเพราะท่านไม่สามารถทำให้ข้ากับท่านแม่มีชีวิตที่ดีได้ แต่ตอนนี้ข้าและท่านแม่ทำมันได้แล้ว แม้จะต้องแลกกับความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกคู่นั้น แต่มันก็คุ้มค่า ท่านก็เห็น...” หญิงสาวพูดพลางยิ้มบางเบาออกมาด้วยความภูมิใจ
“ตอนเด็กท่านสอนข้าเสมอ ว่าให้เจียมเนื้อเจียมตัว ข้าไม่มีวันเทียบเคียงซินหยางได้ เพราะเราอยู่กันคนละฐานะ ข้าอยากให้ท่านเห็นว่าตอนนี้นางมีสภาพเป็เช่นไร ไม่ว่าจะเป็ฐานะของนาง ไม่ว่าจะเป็บิดาของนาง หรือแม้แต่คนรักของนาง ข้าก็ได้อย่างถูกต้อง ตอนนี้นางไม่ได้มีตำแหน่งเป็คุณหนูสกุลหลี่ แต่เป็เพียงแม่ค้าต่ำต้อยอยู่ในตลาด ท่านคอยดูต่อไปเถอะ ว่าจุดจบของนางจะสมเพชเพียงใด” ฟางเหมยพูดจบ ร่างของนางที่สวมชุดคลุมหนา บนเนื้อตัวตบแต่งด้วยเครื่องประดับราคาแพง เดินกลับออกไปท่ามกลางหิมะยังคงโปรยปรายลงมาเป็ระยะ
คุณชายมู่นั่งดื่มชาตามลำพัง ก่อนเอ่ยถามหญิงสาวเมื่อนางเดินผ่านไป
“แม่นาง ข้าขอถามหน่อย” ซินหยางหันกลับมายังลูกค้า แล้วยิ้มรับ
“คุณชายมีอะไรงั้นเหรอ”
“ชานี้ เ้ารับจากเถ้าแก่เฉียงมาใช่หรือไม่” ซินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วย่อตัวลงตรงข้ามกับเขา พลันมองถ้วยชาแล้วเอ่ยขึ้น
“คุณชายรู้ได้อย่างไร ว่าข้ารับชามาจากเถ้าแก่เฉียง” หญิงสาวทำตาแป๋ว มองตรงมายังเขา ก่อนชายหนุ่มยิ้ม แล้วตอบกลับ
“เหตุใดข้าจะไม่รู้ รสชาติชาของเถ้าแก่เฉียงเป็เอกลักษณ์ แต่ข้าได้ข่าวว่าเขาขึ้นราคาชา มาสักระยะแล้ว เหตุใดเ้ายังขายราคาเดิม” ซินหยางถอนหายใจแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ลูกค้าในร้านของข้า ส่วนใหญ่ก็เป็พ่อค้าแม่ค้าแถวนี้ เราต่างพึ่งพากัน ข้าไม่อยากขึ้นราคามากนัก โชคดีที่ขนมขายดีไม่ต่างจากชา ทำให้ข้าพอมีกำไรอยู่บ้าง” หญิงสาวหยุดพูด แล้วจับจ้องไปยังอีกฝ่าย พลันเอียงศีรษะเล็กน้อย
“ข้าไม่เคยเห็นหน้าท่าน ท่านไม่ใช่คนแถวนี้” ชายหนุ่มยกยิ้ม แล้วพยักหน้า
“พอดีข้าผ่านมาแถวนี้ เห็นว่าจวนสกุลหวงมีงานมงคล ก็เลยแวะชื่นชม แล้วก็มาพักที่ร้านของเ้า” เมื่อพูดถึงงานมงคลของสกุลหวง หญิงสาวก็เปลี่ยนสีหน้าลง ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยบางอย่างออกมา
“เื่ชา ข้าพอจะช่วยเ้าได้ เ้าสนใจหรือไม่” ซินหยางชะงักนิ่ง
“หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ”
“ข้าพอมีความรู้เื่ชาอยู่บ้าง ห่างจากนี่ไปยี่สิบลี้ ชาวบ้านแถวนั้นปลูกชากันมาก คุณภาพชาดีกว่าของเถ้าแก่เฉียง เพราะคัดส่งเข้าวังหลวงเป็หลัก ทั้งรสชาติ ความหอม และราคาจะทำให้เ้าสร้างกำไรได้มากทีเดียว” ซินหยางกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“เช่นนั้น ข้าต้องขอรบกวนคุณชายแล้วล่ะ” นางพูดพร้อมรอยยิ้มดีใจ ก่อนนางจะนิ่งเงียบแล้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“เหตุใดท่านจึงช่วยข้า” เขายิ้ม
“ข้ามีเหตุผลที่ช่วยเ้า แต่บอกตอนนี้ไม่ได้ เ้าสนใจความช่วยเหลือของข้าหรือไม่?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนหญิงสาวจะขบคิดในใจ
‘ชายผู้นี้ดูภายนอกเป็คนเปิดเผย ลักษณะผิวพรรณบ่งบอกว่าเขาอยู่ในตระกูลขุนนาง แต่เหตุใดข้าไม่เคยพบเขามาก่อน’
