“นี่มันเวทมนตร์แบบไหนรึ?” เฉินเหยียนอู่ถามด้วยความสนใจ
เฉินอวี๋ที่ชะโงกดูน้ำที่เดือดอยู่ เขาก็พลางพูดว่า “นี่ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก ถังเหล็กนี้บรรจุแก๊สจากธรรมชาติที่ติดไฟได้”
แก๊ส?
มีพลังวิเศษเช่นนี้ซ่อนอยู่ด้วย?
“…”
เฉินเหนียนอู่ยิ่งใมากขึ้นไปอีก ว่านอกจากเวทมนตร์แล้ว ยังมีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงความเป็จริงจากความว่างเปล่าให้เป็วัตถุอื่นเช่นไฟได้
แน่นอน ว่าเฉินอวี๋ไม่กล้าอธิบาย เขาเคยเห็นพี่สาวและแม่พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้มาก่อน เรียกได้ว่าชุดความรู้ของโลกเวทมนตร์ค่อนข้างเชื่อในอำนาจและตำนานของเทพ ดังนั้นค่านิยมเื่ความคิดที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ แม่จึงเสียเวลาปูพื้นฐานแต่ก็ยังทำให้พี่สาวไม่สามารถเข้าใจ เฉินอวี๋ไม่มีความอดทนเหมือนแม่ ที่ต้องมาพูดเื่เดิมซ้ำๆ หรือมานั่งอธิบายอะไรที่ซับซ้อน
เขาตัดจบว่าเป็เพียงพลังงานอีกชนิดหนึ่ง และพี่สาวก็ค่อยๆ ทำท่าพยักหน้า ประดุจเข้าใจว่าน่าจะเป็พลังงานเช่นเดียวกับเวทมนตร์
หม้อดินเผ่าร้อนขึ้นและน้ำเริ่มเดือด เกี๊ยวที่ใส่ก็ส่งกลิ่นหอมพิเศษออกมา
เฉินต้าจ้องมองด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้า ลำคอของเขาขยับขึ้นลงขณะที่กลืนน้ำลายลงคอ
“มันคือก้อนอะไรเหรอ?” เฉินเหนียนอู่ถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง
เฉินอวี๋เอียงศีรษะและยิ้มให้นางพลางกล่าวว่า “สิ่งนี้เรียกว่าเกี๊ยวเนื้อ เกี๊ยวทำมาจากแป้งที่ห่อหมูสับและผัก ถ้าต้มหรือทอดด้วยน้ำเดือด เพียงกัดคำเดียว น้ำซุปเข้มข้นจะแตกกระจายทั่วลิ้น กลิ่นหอมก็ติดริมฝีปากและฟันไปทั้งวัน”
“เอื๊อก!!”
น้ำลายของเฉินอวี๋พลันไหลออกมาขณะพูด แถมสิ่งนี้ยังทำให้อิงเอ๋อและเฉินต้าที่นั่งยองๆ ยิ่งทรมานเข้าไปใหญ่ จนน้ำไหลแทบจะย้อยตกใส่หม้อจนเฉินอวี๋ต้องไล่ให้ทุกคนเลิกมองสักที
“เอาน้ำอัดลมไปกินก่อน”
“ถ้าต้มเสร็จแล้วเราค่อยกินพร้อมกัน”
บ้านใหม่ทั้งที จะไม่ฉลองก็ไม่ได้ นอกจากเกี๊ยวเนื้อที่เฉินอวี๋แลกมา น้ำอัดลมก็เป็สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เช่นกัน
“มันกินยังไงเหรอ?”
เมื่อมองไปที่กระป๋องสีแดงสด สิ่งแรกที่เฉินเหนียนอู่สนใจไม่ใช่การกินแต่คือวัสดุ เฉินอวี๋ก็เลยดึงสลักจนเกิดเสียง “ฟู๊” ออกมา ยิ่งพอเห็นว่ามันมีน้ำสีดำอยู่ข้างไหนเหมือนน้ำโคลน เกิดฟองเล็กๆ เหมือนยาพิษ เหนียนอู่ก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความกลัว ว่ากินไปแล้วนางจะชักดิ้นหรือเปล่า?
“ฮ่าฮ่า มันคือโค้กไม่ใช่ยาพิษ เป็น้ำหวานชนิดหนึ่งในโลกเก่าที่ข้าเคยอยู่ มันหวานนะลองชิมดูสิ”
เมื่อเห็นพี่สาวเกิดความกลัว เฉินอวี๋ก็รู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้น ตอนแรกไม่กล้าที่จะแตะ แต่พออิงเอ๋อกินแบบไม่กลัว เห็นดวงตาใสๆ ของนางเบิกกว้างและยกดื่มไม่หยุด จนเฉินอวี๋ต้องแย่งและห้ามจนนางงอแง
สุดท้ายด้วยความอยากลอง เฉินเหยียนอู่จึงลองชิมบ้าง และทันทีที่น้ำอัดลมไหลเข้าปาก นางก็ดื่มไม่วางอีก
มีเพียงเฉินต้าที่จิ๊บคำสองคำแล้ววางลงเท่านั้น เหมือนจะรู้สึกว่าน้ำอัดลมไม่ค่อยจะถูกปากเขาสักเท่าไหร่
อ๊าาาาาาาาาา!!~~~~
เสียงเรอไหลออกจากคอ
จนเฉินเหนียนอู่นึกถึงความฝันของน้องชายครั้งก่อนขึ้นได้ เขาเข้าใจผิดว่าแขนของนางคือน้ำอัดลม ทันใดนั้นก็เริ่มเข้าใจ ว่าทำไมน้องชายถึงละเมอฝันถึง
“โค้กอร่อยมาก ไม่แปลกใจเลยที่เ้าน้ำลายไหลเมื่อตอนนั้น” เฉินเหนียนอู่พูดขณะก้มดูกระป๋องในมือ แม้จะหมดแล้วแต่ตัวกระป๋องก็ยังเป็สิ่งที่น่าสนใจว่าทำจากแร่อะไร
“เกี๊ยวสุกแล้ว”
“เรามากินเกี๊ยวเนื้อหอมๆ ด้วยกันเถอะ”
เฉินอวี๋พลิกเกี๊ยวดู พบว่าสุกจนเนื้อนุ่มได้ที่ เขาจึงใช้ตะหลิวไม้เล็กๆ ตักเกี๊ยวใส่ชามใบใหญ่ ปิดไฟดับเตาแก๊สขอให้พี่ชายกลิ้งไปไว้ที่มุมห้อง
ซึ่งเป็เวลาเดียวกันที่มีเสียงบางอย่างดังมาจากลานหน้าบ้าน เฉินต้าจที่ออกไปดูก็พบว่าเป็พ่อและแม่ที่กลับมา
มือของแม่เต็มไปด้วยสิ่งของ เป็หมอนอิง ผ้าห่ม และของใช้ในชีวิตประจำวัน
ส่วนพ่อที่เดินตามหลังมา เขาแบกโต๊ะเล็กๆ ไว้บนศีรษะ มือแต่ละข้างถือไม้กระดานยาวหลายแผ่นและสะพายกล่องเครื่องมือ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนจึงรีบวิ่งไปช่วยรับของต่อจากพ่อและแม่
เฉินถั่วถงย้ายผ้าและเครื่องเรือนไปไว้ที่ห้องทางทิศตะวันตก เฉินอ่าวและเฉินต้าแบกไม้และของไปยังห้องใหญ่ที่ไม่มีหลังคา เฉินอวี๋เดินตามหลัง เห็นกล่องเครื่องมือที่ซื้อมาวางอยู่ เปิดดูพบว่าเป็เครื่องมือช่างไม้ที่เห็นใช้กันทั่วไป อย่างขวาน ค้อน กบไสไม้ เกลียวสว่านและสิ่ว
เฉินอ่าวที่ขอให้เฉินต้าช่วยเก็บแผ่นไม้และย้ายโต๊ะไปไว้ที่มุมกำแพง รอวันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มซ่อม หางตาก็เห็นเฉินอวี๋นั่งยองๆ อยู่ข้างกล่องเครื่องมือ จึงอธิบายอย่างหมดหนทางว่า
“ข้าเคยพูดกับแม่ของเ้า ว่าขอให้คนอื่นทำให้ก็ได้ แต่นางยืนยันที่จะซื้อเครื่องมือและ้าทำเอง โดยบอกว่านางไม่มั่นใจในฝีมือของคนเ่าั้สักเท่าไหร่”
“ท่านแม่ทำเฟอร์นิเจอร์เป็ด้วยรึ?” เฉินอวี๋หันหน้าไปทางลานบ้านด้วยความประหลาดใจ ที่ซึ่งเฉินเหนียนอู่กำลังตักน้ำให้แม่ล้างมือและหน้าอยู่
เฉินถั่วถงเงยหน้าเข้าไปในบ้าน หัวเราะเบาๆ ไม่ลืมเยาะเย้ยเฉินอ่าวว่า “พ่อของเ้าคิดว่าตัวเองหยิ่งผยองได้เพราะมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น เขาไม่รู้หรอกว่าค่าช่างไม้ในเมืองคิดราคาแพงขนาดไหน”
“อีกอย่าง แบบแปลนที่เ้าวาดนั้นไม่ค่อยพบเห็นในโลกนี้ ดังนั้นจึงเป็เื่ที่เข้าใจได้ว่าผู้คนจะคิดราคาที่สูงกว่าปกติ”
“แม่ทำด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า”
เื่นี้ ต้องย้อนกลับไปตอนที่พักในเมืองเล็กๆ ่ทำตัดเย็บชุด เฉินอวี๋แสดงความสามารถการออกแบบออกมาให้ทุกคนได้เห็น และพวกเฟอร์นิเจอร์ก็เป็หนึ่งในนั้นที่ร่างขึ้นตอนที่เขาว่าง พวกคนโบราณจะคิดหนักเพราะไม่เข้าใจหลักวิศวกรรมและการโยธา แต่นางคือพลเรือเอกยานรบ
ตราบเท่าที่มีวัสดุและเครื่องมือ แม้แต่การสร้างหุ่นยนต์ขึ้นก็ไม่เกินความสามารถของนาง แต่ในโลกโบราณที่ล้าหลัง ปราศจากเชื้อเพลิงฟิวชั่นนิวเคลีย ชีวิตนี้นางก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นมันบินขึ้นไปท้องฟ้าท่องอวกาศที่ไร้สิ้นสุดได้อีก
เมื่อนึกถึง อยู่ๆ นางก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่นางก็รีบทำใจให้ร่าเริง หันความสนใจของทุกคนพูดถึงเื่กลิ่นหอมตอนที่เข้ามาในบ้าน
“จริงสิ เหตุใดตอนที่แม่และพ่อเข้ามา ถึงมีกลิ่นหอมพิเศษ” คำพูดนี้พึ่งเตือนสติของทุกๆ คน อาจเพราะด้วยที่พวกเขาเป็ครอบครัว เป็ความผูกพันสั้นๆ เดือนเดียวแต่แน่นแฟ้น การที่เห็นพ่อแม่กลับมา จึงทำให้ทุกคนดีใจจนลืมเื่ความหิว
เฉินต้านึกถึงเกี๊ยวหอมๆ จึงกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น พลางพูดว่า “กินเกี๊ยว กินเกี๊ยว!”
ทุกคนรวมตัวกันที่พื้นบ้าน มองดูชามที่มีเกี๊ยวร้อนๆ วางอยู่
เกี๊ยวแต่ละชิ้นค่อนข้างใหญ่เท่าครึ่งฝ่ามือ เฉินเหนียนอู่แทบรอไม่ไหวที่จะลองชิม แต่นางกลับใช้ตะเกียบไม่เก่ง หลังจากพยายามอยู่นาน เกี๊ยวก็ยังคงดิ้นตกลงไปในชามเหมือนเดิม ทำให้นางทั้งกังวลและหงุดหงิดว่าทำไมถึงไม่มีช้อนและส้อม
โดยเฉพาะพอเห็นพ่อแม่และทุกคนกินเกี๊ยวแล้วสีหน้าดูมีความสุขมาก นางแทบจะร้องไห้ด้วยความอิจฉา ไม่ได้ัับรรยากาศความอร่อยนี้ไปพร้อมกับทุกคน
เฉินอ่าวจงใจเคี้ยวเกี๊ยวในปากจนเกิดเสียงดัง “จู๊บจั๊บ” แล้วหัวเราะเยาะเฉินเหนียนอู่ที่ดูงุ่มง่ามเพราะจับตะเกียบไม่อยู่
จนกระทั่งเฉินถั่วถงตบหัวเขาเบาๆ จนร้อง “จ๊าก” ออกมา พลันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองในตอนนี้เป็พ่อที่รักของทุกคน
“มา มา พ่อจะสอน ดูนี่ วิธีใช้ตะเกียบอะน่ะ มันไม่ใช่แค่จับให้แน่น แต่มันคือการใช้ความประณีตเพื่อควบคุม…” เฉินอ่าวสาธิตให้เฉินเหนียนอู่ดูอย่างจริงจัง
จนเฉินเหนียนอู่มองค้อนไปที่พ่อด้วยความไม่พอใจ ตั้งคำถามที่เจาะลึกออกมาว่า “ท่านพ่อ ขนาดแม่ยังป้อนเกี๊ยวให้อิงเอ๋อ แล้วทำไมพ่อไม่ป้อนลูกสาวให้กินสักคำก่อน แล้วค่อยเรียนรู้ทีหลังเมื่อกินอิ่ม?”
“…”
“…”
ทุกคนหัวเราะ ค่อนข้างเป็มื้อพิเศษที่อบอุ่น ถึงบ้านจะเล็กและผุพัง แต่เมื่ออยู่ด้วยกันพร้อมหน้าร่วมวงกินข้าว ทุกคนก็มองข้ามเื่เ่าั้มุ่งไปที่ความสุข
เฉินอวี๋เห็นก็รู้สึกคุ้มค่า ถ้าสักวันมีสมบัติและเก็บแต้มได้เยอะมากขึ้นกว่านี้ คงทำให้ทุกคนในบ้านไม่ต้องมาลำบากและกินอิ่ม
แม้ระบบจะไม่โกงหรือช่วยเหลืออะไรเขามากมาย แต่มันก็มีส่วนสำคัญต่อครอบครัวใหม่ของเขา อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธหรือขาดมันไปได้เลย
