บทที่ 16
คุณเห็นผีงั้นเหรอ?
“แน่นอนว่าจริงค่ะ” หลินซีหันกลับมามอง “แต่ว่า คุณต้องเพิ่มเงินนะ”
ซุนเทียนหลงรีบถาม “เท่าไหร่ครับ?”
หลินซีชูห้านิ้ว “ห้าสิบ... เอ๊ย ห้าร้อยหยวนค่ะ”
ซุนเทียนหลงพยักหน้าพัลวัน “ได้ครับๆ ไม่มีปัญหา!”
เมื่อเห็นพวกเขากำลังจะเดินไป บรรดาคุณตาคุณยายก็รีบถาม “อาจารย์จ๊ะ จะกลับมาอีกไหม?”
หลินซีโบกมือ “รอฉันสิบนาทีค่ะ”
ทั้งคู่เดินมายังมุมอับที่ค่อนข้างมืดและเย็นเยียบ ซุนเทียนหลงเริ่มกลัวจนตัวสั่นไม่หยุด แม้ว่าคนที่เขากำลังจะเจอนั้นคือพ่อแท้ๆ ของตัวเอง แต่ตอนนี้พ่อกลายเป็ผีไปแล้ว แค่นึกว่าจะต้อง "เจอผี" เขาก็แทบจะฉี่ราด
หลินซีหยิบชามสีขาวใบหนึ่งออกมา เทน้ำลงไปจนเต็มแล้ววางไว้บนพื้น จากนั้นก็หยิบตะเกียบไม้สามอันยื่นให้ซุนเทียนหลง
“คุณถือตะเกียบให้ตั้งตรงในน้ำ แล้วเรียกชื่อพ่อคุณไปเรื่อยๆ พอตะเกียบตั้งขึ้นมาได้เอง เมื่อนั้นคุณจะเห็นพ่อของคุณค่ะ”
ซุนเทียนหลงสั่นยิ่งกว่าเดิม พูดจาตะกุกตะกัก “อา... อาจารย์ครับ ผะ... ผมต้องทำเองคนเดียวเหรอ...”
“เร็วเข้าค่ะ” หลินซีผลักหลังเขาเบาๆ
โลกคนเป็และคนตายถูกกั้นขวางไว้ นี่คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้คนเป็และคนตายได้สื่อสารกัน วิธีอื่นน่ะมีไหม? มี... แต่ต้องเพิ่มเงินมากกว่านี้
ซุนเทียนหลงสั่นสู้ พร่ำเรียกไม่หยุด “พ่อครับ... พ่อ... ผมเทียนหลงเอง พ่อครับ...”
เขาใช้สองมือที่สั่นเทา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปักตะเกียบลงในน้ำ สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น! ตะเกียบตั้งตรงแหน็วได้เองโดยไม่มีใครถือ!
ทันใดนั้น ใบหน้าซีดเผือดก็ลอยเด่นขึ้นมาในน้ำ ดวงตาสีดำสนิทคู่หนึ่งจ้องเขม็งมาที่เขา ซุนเทียนหลงเสียงสั่นเครือ “พ่อ... พ่อครับ... ใช่พ่อจริงๆ ใช่ไหม?”
ซุนรุ่ยถลึงตาใส่ลูกชาย “ไอ้ลูกเวร! แกไปกราบไหว้เผากระดาษเงินกระดาษทองให้ใครก็ไม่รู้ ฉันเรียกแกมาที่หลุมศพตั้งหลายครั้ง แกก็ไม่ยอมมาหาฉันสักที!”
“พ่อครับ ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าหลุมนั้นไม่ใช่พ่อ...” ซุนเทียนหลงรีบขอโทษขอโพยน้ำตาซึม
ฮือๆ ใครมันจะไปตรัสรู้ได้ล่ะว่าพ่อมาเข้าฝันเพื่อบอกว่ากราบผิดหลุม!
ซุนเทียนหลงพยายามรวบรวมสติ “พ่อครับ ผมจะรีบกลับบ้านเกิดไปหาที่อยู่ใหม่ที่สบายกว่าเดิมให้พ่อนะครับ”
ซุนรุ่ยตอบ “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น แค่ไปถางหญ้าบนหลุมฉันให้เรียบร้อย แล้วก็อุดรูที่มีน้ำไหลซึมเข้าไปด้วย อยู่มาตั้งหลายปีฉันไม่อยากย้ายที่หรอก”
“ครับๆ พ่อ” ซุนเทียนหลงสงสัยเล็กน้อย “แต่พ่อครับ... ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมพ่อยังไม่ไปเกิดอีกเหรอครับ?”
ซุนรุ่ยคำรามลั่น “ไม่ใช่เื่ของแก! รีบกลับบ้านเกิดไป เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้าย แล้วขวา แล้วซ้ายอีกที หน้าหลุมศพฉันจะมีต้นท้ออยู่ต้นหนึ่ง”
“รับทราบครับพ่อ”
สิ้นคำพูด ตะเกียบทั้งสามก็ล้มลง ใบหน้าในน้ำหายวับไป ซุนเทียนหลงทรุดลงไปกองกับพื้น เกือบจะเตะชามน้ำคว่ำ เขาใจนแทบสิ้นสติ “อาจารย์ครับ ขอโทษครับ ผมเกือบทำของวิเศษของอาจารย์พังแล้ว”
“ไม่เป็ไรค่ะ” หลินซีเก็บชามแล้วเดินจากไป “ที่จริง... มันก็แค่ชามพลาสติกธรรมดานี่แหละค่ะ”
ชามใบนี้เธอหยิบติดมือมาตอนกินโจ๊กเมื่อเช้า ไม่นึกว่าจะได้เอามาใช้งาน ซุนเทียนหลงปาดเหงื่อเย็นๆ มองตามหลังหลินซีด้วยความเลื่อมใส “อาจารย์... วิชาอาคมช่างล้ำลึกจริงๆ”
หลินซีกลับมาที่แผงและดูดวงต่ออีก 5 คิว ซึ่งเป็เื่ทั่วไปอย่างการเรียน งานแต่งงาน หรือปัญหาครอบครัว เธอชูมือขึ้น “ดวงสุดท้ายของวันนี้ค่ะ ดูเสร็จจะปิดแผงแล้ว”
“อาจารย์ครับ! ช่วยผมด้วย!”
หลิวหยาง จ่ายเงินค่าครูเสร็จก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “อาจารย์ครับ ผมสงสัยว่าที่บ้านผมจะมี 'ของ' (สิ่งไม่ดี)”
หลินซีพิจารณาเขา “คุณเห็นผี หรือฝันเห็นผีคะ?”
“เปล่าเลยครับ” หลิวหยางขมวดคิ้ว “แต่่นี้ผมดวงซวยสุดๆ ออกจากบ้านเหยียบขี้หมา นกถ่ายรดหัว ดื่มน้ำยังสำลัก เมื่อวานกลับบ้านยังล้มลงเองเฉยๆ เลยครับ”
เขาถกขากางเกงให้ดูรอยเขียวช้ำ “ดูสิครับอาจารย์ ขาผมช้ำไปหมดแล้ว”
เขาลดเสียงต่ำลงถาม “อาจารย์ครับ ที่บ้านผมมี 'ผีนำความซวย' มาเกาะหรือเปล่าครับ?”
หลินซีส่ายหัว “บนตัวคุณไม่มีไอหยินของผีเลย ไม่ใช่ฝีมือผีหรอกค่ะ”
หลิวหยางตาโต “เป็ไปไม่ได้ครับ!”
คนมุงในใจคิดทันที: นั่นไง... มาอีกคนแล้ว ไอ้พวกที่บอกว่าเป็ไปไม่ได้ เดี๋ยวอาจารย์ก็ตบหน้าสั่นหรอก
“พ่อหนุ่ม เชื่ออาจารย์เถอะ”
“อาจารย์ไม่เคยพลาดหรอกนะ” บรรดาคุณตาคุณยายตอนนี้กลายเป็ติ่งหลินซีไปเรียบร้อยแล้ว
หลิวหยางไม่สนใจเสียงรอบข้าง เขาเล่าต่อด้วยความอัดอั้น “อาจารย์ครับ ไม่ใช่แค่ผมนะ พ่อแม่ผม หรือแม้แต่พ่อตาแม่ยายผม ่นี้ซวยกันหมดเลย แม่ผมเดินเคล็ดจนปวดหลัง พ่อผมล้มแขนหัก เข้าโรงพยาบาลกันหมด พ่อตาแม่ยายไม่เป็ไรมากแต่ไก่ที่บ้านตายเรียบอย่างไร้สาเหตุ”
“ที่สำคัญที่สุดคือภรรยาของผมและลูกที่ยังไม่ได้เกิด...” เขาเล่าถึงตรงนี้ก็น้ำตาคลอ
“ผมกับเสี่ยวหม่านแต่งงานกันมาห้าปี เพิ่งจะมีลูกเมื่อสองเดือนก่อน ทุกคนดีใจมากเตรียมของรอรับขวัญหลาน เสี่ยวหม่านถึงกับลาออกจากงานมาบำรุงครรภ์โดยเฉพาะ แต่จู่ๆ... เธอก็แท้งลูกในบ้านตอนนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเลยครับ”
หลิวหยางยืนยันหนักแน่น “อาจารย์ครับ ถ้าไม่ใช่ผี ก็ต้องมีคนจงใจปองร้ายบ้านผมแน่ๆ!”
หลินซีเริ่มเห็นต้นตอของปัญหา “คุณ ภรรยาคุณ พ่อแม่คุณ และพ่อตาแม่ยาย... ทุกคนอยู่ในบ้านหลังเดียวกันหมดเลยเหรอคะ?”
หลิวหยางตอบตามตรง “พอเสี่ยวหม่านท้อง พ่อแม่ผมก็มาช่วยดูแล ส่วนพ่อตาแม่ยายเอาไข่ไก่พื้นเมืองมาเยี่ยมแล้วค้างคืนนึงครับ”
หลินซีขมวดคิ้ว “ปัญหาอยู่ที่ตัว 'บ้าน' ของคุณค่ะ”
หลิวหยางอึกอัก “ไม่น่าใช่นะครับ ผมซื้อบ้านหลังนี้มาสามปีแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาเลย”
หลินซีอธิบาย “พ่อตาแม่ยายคุณอยู่แค่คืนเดียวเลยโดนผลกระทบน้อยที่สุด ยิ่งใครอยู่ในบ้านหลังนั้นนานเท่าไหร่ ปัญหาก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น ภรรยาคุณอยู่ตลอดเวลาเลยอาการหนักที่สุด”
“อาจารย์คาดว่าฮวงจุ้ยบ้านคุณมีปัญหา หรือไม่ก็ไปปะทะกับสิ่งอัปมงคลเข้า วิธีที่ง่ายที่สุดคือทิ้งบ้านหลังนั้นแล้วย้ายที่อยู่ค่ะ”
หลิวหยางใจหายวาบ “อาจารย์ครับ ช่วยผมด้วยเถอะครับ!” เขาทำงานหนักหลายปีเพื่อสร้างรากฐานในเมืองหลวงจนซื้อบ้านหลังนี้ได้ การจะให้เขาทิ้งบ้านไปตอนนี้มันเหมือนฆ่าเขาชัดๆ
“อาจารย์ครับ มีวิธีอื่นไหมครับ?”
“มีแน่นอนค่ะ” หลินซีตอบเรียบๆ “ฉันจะไปดูผังบ้านคุณด้วยตัวเอง เพื่อดูว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนแล้วค่อยแก้ฮวงจุ้ยค่ะ”
“ขอบคุณครับอาจารย์!” หลิวหยางรีบแสดงเจตจำนง “ขอแค่แก้ปัญหานี้ได้ จะเสียเงินเท่าไหร่ผมก็ยอมครับ!”
หลินซีลุกขึ้น “ไปกันเถอะค่ะ คิวสุดท้ายพอดี ดูฮวงจุ้ยเสร็จฉันจะได้กลับไปกินข้าวบ้าน”
หลิวหยางรีบนำทางไปที่รถเพื่อพาอาจารย์ไปดูฮวงจุ้ยที่บ้าน...
อีกด้านหนึ่งของถนนของเก่า... สำนักเต๋อเต๋าถัง
เฉียนฟู่กวง จ้องมองออกไปนอกประตูตาแทบถลน “คนหายไปไหนหมด? บอกฉันมาสิ คนหายไปไหน!”
ลูกสมุนผมทองตอบเสียงอ่อย “ไปกองอยู่ทางโน้นหมดเลยครับ”
“อีเด็กนั่นมันมีวิชาจริงๆ สินะ!” เฉียนฟู่กวงสบถด่า “แล้วไอ้คนที่ฉันสั่งให้ไปป่วนคราวก่อนล่ะ หายหัวไปไหน?”
ลูกสมุนแตะรอยแผลที่หัวตัวเอง “อาจารย์เฉียนครับ... อู๋เต๋อมันบอกว่ามัน 'บรรลุ' แล้วครับ แล้วมันก็ต่อยผมซะน่วม เตือนผมว่าอย่าไปยุ่งกับอาจารย์คนนั้นอีก”
“แถมมันยังเปลี่ยนชื่อแล้วด้วยครับ บอกว่าอย่าเรียกมันว่าอู๋เต๋อ (ไร้คุณธรรม) ให้เรียกมันว่า อู๋ชี่เต๋อ (ละทิ้งสิ่งเลวร้าย) แทนครับ!”
เฉียนฟู่กวงด่าลั่น “ไร้ค่า! ไอ้พวกขยะ!”
ลูกสมุนเสนอไอเดีย “งั้นส่งคนอื่นไปพังแผงมันดีไหมครับ?”
“พังพ่อแกสิ!” เฉียนฟู่กวงถีบก้นลูกสมุนไปทีนึง “ตำราพิชัยาซุนวูกล่าวไว้ว่า ในสถานการณ์แบบนี้เราต้อง 'ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว' รอให้อีเด็กนั่นมันพลาดเอง แล้วเราค่อยนั่งรอรับผลประโยชน์นิ่งๆ!”
ลูกสมุนรีบชูนิ้วโป้งให้ พร้อมยิ้มประจบ “อาจารย์เฉียนช่างปรีชายิ่งนักครับ!”
