หยุนม่านเทียนสั่งให้เด็กกลุ่มนั้นรออยู่เื้ั โดยที่ตนจะเป็ฝ่ายเดินนำเข้าไปในถ้ำนั้นเพียงลำพัง เขาไม่รอช้า เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังทันที
“น้องหลง พวกเ้าทั้งสามคนต้องระวังตัวให้มาก หลบอยู่ข้างหลังข้าจะทำให้ปลอดภัยมากขึ้น”
หลงเหยียนพยักหน้า “วางใจเถิดพี่หยุน ท่านดูแลแค่เด็กๆ พวกนั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วงพวกข้าสามคนหรอก”
หลงเหยียนยืนอยู่ที่ด้านหลังสุดของขบวน ท่าทีรังเกียจของเด็กกลุ่มนั้นทำให้หลงเหยียนอยากจะอัดพวกเขาให้น่วม
‘เ้าพวกสวะ หยิ่งผยองเกินไปแล้ว มีพร์ล้ำเลิศก็จริง อย่างไรเสียเ้าเด็กพวกนี้ยังไม่เคยผ่านการต่อสู้ที่วัดความเป็ความตายมาก่อน ยิ่งเป็เื่ของปีศาจอสูรก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ฮึ! หวังว่าอีกเดี๋ยวพวกเ้าจะไม่ฉี่ราดเพราะกลัวปีศาจอสูรกันนะ’
หลงเหยียนตั้งตารอฉากสนุกๆ แล้ว
ไม่นานหลงเหยียนก็พบว่าหยุนม่านเทียนเดินไปที่ด้านหน้าสุดของขบวน จากนั้นก็มอบยาซ่อนิญญาแก่เด็กทั้งหลายคนละหนึ่งเม็ด ยาซ่อนิญญานี้ นอกจากจะซ่อนพลังิญญาในร่างกายได้แล้ว ยังซ่อนกลิ่นอายของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย
หลงเหยียนส่ายหน้าพลางบอกกับเด็กที่ยื่นยาสามเม็ดมาให้ตน “ขอบคุณ แต่พวกเราสามคนไม่ต้องใช้หรอก”
“ช่างน่ารังเกียจเสียจริง หากไม่เห็นแก่ศิษย์พี่หยุน ข้าไม่มีทางมาสนใจพวกเ้าหรอกนะ”
คนที่พูดกับหลงเหยียนเป็เด็กสาวที่น่าจะมีอายุไม่เกินสิบสี่ปีคนหนึ่ง เด็กคนนี้ดูละม้ายกับเว่ยเชียนมู่ไม่น้อย ไม่แน่ นางอาจจะถูกเลี้ยงดูราวกับไข่ในหินมาั้แ่เด็กเหมือนกัน ที่ออกมาในครั้งนี้ก็เพราะอยากจะหาประสบการณ์เพิ่มเท่านั้น
“ชู่ว... อย่าเพิ่งส่งเสียง ดูเหมือนข้างหน้าจะมีพยัคฆ์อินทนิลสองตัว และทั้งสองตัวก็เป็ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ทั้งคู่ พวกมันแข็งแกร่ง ทั้งยังดุดันและอำมหิตนัก ทุกคนระวังตัวให้ดี อย่าเดินเพ่นพ่านหรือไปไหนโดยพลการเด็ดขาด จะได้ไม่ทำให้พวกมันแตกตื่น”
“อะไรนะ? พยัคฆ์อินทนิลอย่างนั้นหรือ ข้าได้ยินท่านปู่เล่าว่าปีศาจอสูรประเภทนี้ถือเป็ปีศาจอสูรที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุดในบรรดาปีศาจอสูรระดับมายาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ฮือๆ ... น่ากลัวจังเลย”
“ชู่ว... ชู่ว... อยากตายหรือไร ศิษย์พี่หยุนสั่งให้เงียบอย่างไรเล่า”
“นั่นน่ะสิ บอกแล้วว่าห้ามพูด ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพวกมันจะได้ยินเข้า ถึงตอนนั้นพวกเราต้องไม่รอดกลับไปแน่”
“บอกแล้วไงว่าห้ามพูด ยังจะพูดอีก เอ่อ... ขอโทษที ข้าพูดอีกแล้ว” พูดจบ เด็กน้อยคนดังกล่าวก็รีบปิดปากตัวเองเอาไว้
หลงเหยียนที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ฟังบทสนทนา กับท่าทีที่ไร้เดียงสาของเด็กกลุ่มนี้ด้วยความรู้สึกขบขัน หนึ่งในนั้นหวาดกลัวจนถึงกับร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว
ที่ด้านหลังของหยุนม่านเทียน เด็กชายอายุสิบสี่ที่มีพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงหมอบซ่อนอยู่ที่หน้าถ้ำด้วยร่างสั่นเทา
“ศิษย์... ศิษย์พี่หยุน พวกเรากลับกันเถิด ปีศาจอสูรสองตัวนั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว ข้ากลัว”
“จะกลัวบ้าอะไร ตัวข้าบอกให้ไม่ต้องมา พวกเ้าก็ดันจะมาให้ได้ ทำให้ตัวข้าได้รับภารกิจพิเศษจากผู้าุโทั้งสิบ จำต้องพาพวกเ้ามาที่นี่แบบนี้ ในเมื่อมาแล้ว หากไม่ทำให้พวกเ้าได้เปิดหูเปิดตาสักหน่อย ตัวข้าจะกลับไปสู้หน้าพ่อแม่ของพวกเ้าได้อย่างไร?”
หยุนม่านเทียนกล่าวตำหนิ ขณะที่ดวงตากลับจ้องไปที่ปากถ้ำเบื้องหน้า ดูเหมือนปีศาจอสูรสองตัวนั้นจะมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย
“ไม่จริง! นี่พวกมันกำลัง... ตัวผู้ที่อยู่ข้างหลังยกเท้าหน้าไปทาบที่ก้นของตัวเมียอยู่นี่”
“เ้าจะไปรู้อะไร นี่เขาเรียกว่าการกายบริหาร”
“ใช่ที่ไหน ท่านพ่อเคยบอกข้าว่านี่คือการผสานส่วนที่นูนกับยุบเข้าด้วยกัน”
หยุนม่านเทียนโมโหมาก จึงใช้มือตบหัวเด็กสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดเต็มแรง “เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว นี่เขาเรียกว่าการร่วมรักต่างหาก!” นี่อาจเป็โอกาสที่ดีในการโจมตีพวกมัน เดิมทีเขาเตรียมจะสั่งให้เด็กๆ ปิดตาเอาไว้ ด้วยเกรงว่าพวกเขาจะเสียคน ไม่นานเขาก็คิดได้ว่าปีศาจอสูรทั้งสองตัวก็เป็แค่สัตว์เดรัจฉานเท่านั้น
เขาหันไปมองหลงเหยียนที่อยู่ห่างออกไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วพูดกระซิบใส่ “น้องหลง ข้าจะเข้าไปแล้วนะ” พูดจบก็ส่งสัญญาณมือให้บุกไปข้างหน้าทันที
เขาสั่งกับเด็กๆ ที่อยู่เื้ั “พวกเ้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ คอยสำรวจรอบๆ ให้ดี ด้วยพลังของข้าในตอนนี้ ข้าสามารถต่อสู้กับปีศาจอสูรหนึ่งในนั้นได้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เราต้องล่อให้ปีศาจอสูรหนึ่งตัวออกไปก่อน จากนั้นค่อยเข้าไปสู้กับปีศาจอสูรอีกตัว ห้ามให้พวกมันมองเห็นเราเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น หากตายขึ้นมาก็อย่าโทษข้าแล้วกัน รอให้ข้าทำให้ปีศาจอสูรหนึ่งตัวได้รับาเ็เพื่อลดพลังต่อสู้ของพวกมันลงก่อน พวกเ้าค่อยเข้ามาช่วยข้า นี่คือกลยุทธ์ในการต่อสู้ เราจะกำจัดมันทีละตัว เข้าใจหรือไม่? ศึกษาวิธีคิดเช่นนี้เสีย”
เด็กๆ กลุ่มนั้นพยักหน้ารับทราบ
หยุนม่านเทียนแอบย่องไปข้างหน้าแล้วแหวกหญ้าออกอย่างเงียบงัน จากนั้นก็มุดเข้าไปในพุ่มหญ้าโดยถือกริชคมกริบไปด้วย แค่ดูก็รู้แล้วว่ากริชเล่มนี้ไม่ธรรมดาแน่
หลงเหยียนกำหมัดแน่น
“เสี่ยวหลิง หากพี่หยุนมีอันตราย เ้าต้องปกป้องเด็กพวกนี้ให้ดี ข้ากับเ้าสิงโตน้อยจะพุ่งเข้าไปในถ้ำเพื่อช่วยพี่หยุนเอง”
“อืม วางใจเถิด!” เสี่ยวหลิงพยักหน้าตกลง
ทุกคนเริ่มมีท่าทีตื่นตระหนกและกังวล เด็กกลุ่มนี้ไม่เคยสู้ตายกับใครมาก่อน ย่อมหวาดกลัวเป็ธรรมดา
ไม่นานพวกเขาก็พบว่าหยุนม่านเทียนพลันลุกขึ้นยืน เขาส่งพลังไปที่มือ จากนั้นก็โยนหินก้อนหนึ่งออกไปข้างหน้า
ฟิ้ว...
หินที่แฝงไปด้วยพลังิญญาแข็งแกร่งย่อมเต็มไปด้วยแรงทะลุทะลวงเป็ธรรมดา เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น หินก้อนดังกล่าวก็พุ่งเข้าไปฝังอยู่ในร่างของปีศาจอสูรตัวผู้ที่กำลังยืนสองขาแล้ว
หลงเหยียนคิดว่าปีศาจอสูรตัวผู้จะสะดุ้งใแล้วรีบวิ่งหนีไปจากที่นี่ ทว่าในความเป็จริง ปีศาจอสูรตัวนั้นขยับร่างกายอย่างถี่รัวอีกหลายครั้งก่อนจะร้องคำรามออกมาราวกับได้รับความพึงพอใจและความสุขอย่างมหาศาล เมื่อทำเสร็จจึงหันกลับมามอง จึงสังเกตเห็นหยุนม่านเทียนที่อยู่ไม่ไกลแทบจะทันที
“โฮก!” กลิ่นอายแห่งพลังที่รุนแรงและบ้าคลั่งของมันทำให้หยุนม่านเทียนสะดุ้งเฮือก ยิ่งเป็เด็กกลุ่มนั้นยิ่งหวาดกลัวจนิญญาแทบจะหลุดออกจากร่างเลยทีเดียว
ทางด้านของปีศาจอสูรตัวเมียเอง เมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากตัวผู้เป็ครั้งสุดท้าย มันก็ยกเท้าหน้าขึ้นร้องคำราม แล้วพุ่งตรงมาที่หยุนม่านเทียนเช่นกัน
การเคลื่อนไหวของปีศาจอสูรขนาดั์ทั้งสองตัวทำให้ถ้ำขนาดใหญ่สั่นะเืขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อหยุนม่านเทียนหันกลับไปมองที่ถ้ำอีกครั้งก็พบว่าปีศาจอสูรทั้งสองตัววิ่งตามตนออกมาแล้ว
สิ่งที่เห็นทำให้เขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว โดยปกติแล้ว ในถ้ำจะมีปีศาจอสูรอยู่แค่หนึ่งตัวเท่านั้น เพราะอีกตัวต้องออกไปหาอาหารที่ข้างนอกนั่นเอง
กลับเห็นได้ชัดว่าปีศาจอสูรคู่นี้รักกันมาก จึงไม่ยอมแยกจากกันเช่นนี้ มันอยู่เหนือความคาดหมายของหยุนม่านเทียนโดยสิ้นเชิง
เขามีพลังระดับชีพธรณีขั้นต่ำ ทั้งยังมีพร์ที่เป็เลิศ ย่อมรับมือกับปีศาจอสูรหนึ่งตัวได้สบายอยู่แล้ว ทว่าตอนนี้กลับมีปีศาจอสูรไล่ตามเขาออกมาถึงสองตัว หยุนม่านเทียนรู้สึกคล้ายอยากจะหลั่งน้ำตาแห่งความขมขื่นออกมาเช่นนั้น ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่มีทางทำขายหน้าต่อหน้าเด็กกลุ่มนี้เด็ดขาด
เขาวิ่งปรี่ออกมาจากปากถ้ำ จากนั้นก็วิ่งออกมาที่ด้านนอกด้วยความเร็วสูง ทางด้านของปีศาจอสูรทั้งสองตัวเองก็ร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวแล้วไล่ตามมาไม่หยุดเช่นกัน
ไม่นานปีศาจหนึ่งในนั้นกลับหยุดร่างกายขนาดั์ของมันลง จากนั้นก็ร้องคำรามเสียงดังสนั่น แล้วหันกลับมามองที่เื้ัเสียอย่างนั้น
และแล้วมันก็พบกับหลงเหยียนพร้อมกับคนอื่นๆ สายตาที่ดุดัน ท่าทีที่กระหายเื กลิ่นอายแห่งพลังที่น่าสยดสยอง คมเขี้ยวที่แหลมคม ทั้งหมดนั้นทำให้เด็กกลุ่มนี้หวาดกลัวไปตามๆ กัน
เมื่อครู่ เด็กกลุ่มนี้ยังวางท่าผยองใส่หลงเหยียนอยู่เลย พอได้เห็นปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ กลับหวาดกลัวจนขาอ่อนเชียวหรือ
ไม่นาน เด็กสาวที่ละม้ายกับเว่ยเชียนมู่ก็ก้าวไปยืนอยู่ด้านหน้าสุดของขบวน
นางยกมือเท้าเอว
“ทุกคน ไม่ต้องกลัว ศิษย์พี่หยุนล่อปีศาจอสูรอีกตัวออกไปแล้ว ตอนนี้พวกเรารีบเร่งมือ ช่วยกันจัดการกับปีศาจอสูรตัวนี้กันเถิด”
หลงเหยียนประหลาดใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเด็กสาวคนนี้จะกล้าหาญไม่น้อย
เมื่อนางพูดด้วยเสียงดังฟังชัดจนจบ เด็กหนุ่มอีกหลายคนก็ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกัน
หยุนม่านเทียนที่อยู่ไกลออกไปมองเห็นเหตุการณ์ทางนี้แล้ว หากเด็กกลุ่มนี้ได้รับาเ็ หรือมีใครถูกฆ่าถูกกินไปละก็ เกรงว่าเขาเองก็ไม่สามารถอยู่ในตระกูลชั้นในได้อีกแล้ว เพราะเขาต้องถูกผู้าุโทั้งสิบลงโทษอย่างหนักแน่
หยุนม่านเทียนใเป็อย่างมาก เขากลัวเหลือเกินว่าเด็กกลุ่มนั้นจะได้รับาเ็
น่าเสียดายที่เขาเองก็ถูกปีศาจอสูรหนึ่งในนั้นเล่นงานจนปลีกตัวออกไปไม่ได้เช่นกัน
“โฮก!” ปีศาจอสูรออกแรงที่เท้าหลัง ส่งให้ร่างพุ่งเข้ามาเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูง ทะยานเข้าไปด้วยหวังว่าจะกัดทึ้งร่างกายของหยุนม่านเทียน
หยุนม่านเทียนเกร็งไปทั้งตัว เขาเตรียมตัวตั้งรับ ทว่ากลับถูกปีศาจอสูรตรงหน้ากันเอาไว้ทุกทาง ยามนี้ ต่อให้เขาอยากจะพุ่งเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายก็ทำไม่ได้อยู่ดี
“ดูเหมือนว่าข้าจะพลาดไปเสียแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าปีศาจอสูรสองตัวนี้จะฉลาดเช่นนี้ หากมีใครตายละก็ ข้าคง...”
ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว หยุนม่านเทียนรีบขับเคลื่อนวิชายุทธ์ขึ้น ส่งพลังไปที่ฝ่ามือพลางแทงกริชไปที่ปีศาจอสูรตัวนั้นอย่างไม่ลังเล ปีศาจอสูรพยายามกัดทึ้งและทำร้ายเขาไม่หยุด มันสามารถะโได้ไกลถึงห้าเมตรในคราเดียว ทั้งยังเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ร่างกายขนาดั์ของมันยังมีพลังป้องกันที่มากจนน่าหวาดผวาเหลือเกิน
--------------------
