ท่าทีของอาเปียวผู้กำยำเป็แบบเดียวกับฉินเฟิงเป๊ะเขาแข็งทื่อในตอนแรกและก็ค่อยๆ รู้สึกตัว ทุกคนมาจากตรอกถนนดังนั้นเขาจึงเห็นความตั้งใจของทุกคนั้แ่แรกเห็น เขาส่ายหัวด้วยความเขินอายถ้าเขารู้ว่าจะมีคนในห้องมากมายขนาดนี้เขาคงไม่โม้เกี่ยวกับตัวเองให้เป็เื่เป็ราวขนาดนั้น
หลังจากนี้เขาจะอยู่ในตรอกถนนต่อไปอย่างไร?
“เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนในสมาชิกของแก๊งเหวินมาถึงแล้วรวมฉันด้วยแล้วก็มีสิบหกคน” หลิวเหวินจิ้งจริงจังเมื่อเห็นห้องที่อัดไปด้วยสมาชิกแก๊งเหวิน
“แม้ว่าจะดูเหมือนเรามีคนไม่มากมายแต่แก๊งเหวินของเราเป็กลุ่มใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ใครจะเข้าก็เข้าได้ถ้านายอยากจะเข้าร่วมนายต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันและการประเมินผลต่างๆมันไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยที่จะพูดว่านายจะต้องเป็ยอดฝีมือที่แท้จริงถึงจะสามารถอยู่รอดในความยากลำบากทุกสถานการณ์ได้…และพวกนายทุกคนก็เป็หัวกะทิในหมู่หัวกะทิยอดฝีมือหนึ่งในพันที่ฉันเลือกเองกับมือด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง
“วันนี้ พวกเราเหล่ายอดฝีมือสิบหกคนได้มารวมตัวกันในห้องเดียวกันครั้นเมื่อเราออกเดินทาง เราจะเขย่าโลกใต้ดินของเมืองเว่ยเฉิงถ้าเราสิบหกคนร่วมมือกันและสู้ด้วยกันโครงสร้างอิทธิพลของโลกใต้ดินในเมืองเว่ยเฉิงก็จะพลิกกลับบอสของแก๊งหมาป่าและแก๊งับินจะต้องฉี่แตกด้วยความกลัว...”
โอ้แม่เ้า!
เมื่อชายร่างใหญ่ทั้งสิบสี่คนได้ฟังคำโม้ของผู้หญิงที่อยู่ต่อหน้าเขาพวกเขาทุกคนแทบอยากจะออกไปะโตึกทันทีพวกเขาพบว่าพวกเขาไม่ได้รู้อะไรเลยในตรอกถนนพวกเขาไม่สามารถที่จะพูดจาใหญ่โตอย่างผู้หญิงคนนี้ได้
คนพวกนี้มึนงงเมื่อได้ยินหลิวเหวินจิ้งพูดเื่พลิกดินคลุมฟ้าด้วยมือเดียว
“คืนนี้ แก๊งเหวินของเราจะปล่อยบอสของแก๊งหมาป่าและแก๊งับินไปก่อนแม้ว่าเราจะมีพลังพอแล้วที่จะโค่นขุมพลังใหญ่ทั้งสองเป็ทะเลเพลิงในคืนเดียวแต่ในฐานะขุมพลังใหม่เราต้องรู้จักถ่อมตน...ฉันตัดสินใจว่าเราจะถ่อมตนและยึดแก๊งเฟิงมาก่อนเราจะไม่ให้พวกมันได้เตรียมตัวเมื่อยึดเขตแดนและดื่มเืเนื้อพวกมัน!”
“ทุกคนว่าไง พวกนายทุกคนมั่นใจไหม?”
หลังจากพูดปลุกใจจบชายเ่าั้ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกอยากจะไปต่อสู้เลยกลับกันพวกเขาแค่อยากจะหาอะไรมาอุดหูแทนพวกเขาไม่กล้าฟังหลิวเหวินจิ้งโม้ต่อเพราะกลัวว่ายายเด็กนี่จะโม้ข้ามโลกและพาแก๊งเหวินไปยึดครองกาแลคซี่แล้วก็ต่อด้วยจักรวาล
“แค่กๆ” ฉินเฟิงเป็คนแรกที่รู้สึกตัว หลังจากได้ยินคำพูดเ่าั้เขาก็รู้สึกเหมือนาเ็ภายในและไอสองทีเขายืนขึ้นและลากหลิวเหวินจิ้งออกจากห้องทันที
“ฉินเฟิง คุณทำอะไรน่ะ? ฉันกำลังปลุกใจทุกคนและจะพาพวกเขาไปเชือดคนอยู่นะปล่อยฉันกลับไป!” หลิวเหวินจิ้งขัดขืนในอ้อมกอดของฉินเฟิง
เพียงชั่วอึดใจฉินเฟิงก็แบกเด็กสาวคนนี้ขึ้นบ่าและยอมให้เธอเตะต่อยเขาเขาอุ้มหลิวเหวินจิ้งไปที่ห้องน้ำสาธารณะฝั่งชายในห้องโถงและจับเธอนั่งบนขอบหน้าต่าง
“ฉินเฟิง ทำไมคุณถึงพาฉันมาที่ห้องน้ำชายล่ะ?” หลิวเหวินจิ้งมองไปรอบๆและร้องด้วยความใ เธอใช้แรงทุบไปที่หน้าอกของฉินเฟิง “ปล่อยฉันนะคุณ้าจะทำอะไรกับฉันกัน?”
ฉินเฟิงกดหลิวเหวินจิ้งลงด้วยมือเดียวเพื่อกันไม่ให้เธอออกไปเขาใช้อีกมือหนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรออก
โทรศัพท์ถูกรับอย่างไว
“นายน้อยฉินครับ! มีคำสั่งอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงเคารพของเ้าผมยาวดังผ่านทางโทรศัพท์
“ล่าสุดนี้มีอะไรเคลื่อนไหวไหม?” ฉินเฟิงเข้าตรงประเด็น
“นายน้อยฉินครับครั้งล่าสุดที่คุณบอกว่าแก๊งเฟิงจะต้องขยายอิทธิพลและยึดครองเขตแดนรอบๆ ถนนคนเดินดังนั้นเราจึงไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรในเร็วๆ นี้ครับ”เ้าผมยาวกล่าวขณะที่สั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว เขานึกไม่ออกว่าทำไมจู่ๆนายน้อยฉินถึงโทรมาหา
“แล้วแก๊งหมาป่ามีอะไรเคลื่อนไหวหรือเปล่า?”
“แก๊งหมาป่าก็กำลังขยายอำนาจอยู่ครับ ั้แ่ที่เราสามพี่น้องเอาเขตแดนของพวกมันเพื่อสร้างอิทธิพลของเราไอ้เวรหวังเฉียงนั่นมันส่งคนกลุ่มหนึ่งมาใกล้ถนนคนเดิน หลายวันที่ผ่านมาพวกมันคอยสังเกตการณ์แก๊งเฟิงของเราเป็ระยะๆดังนั้นผมจึงกลัวว่าพวกมันอยากจะเคลื่อนไหวมาทางเรา”เ้าผมยาวพูดถึงบอสปัจจุบันของแก๊งหมาป่า
“ในกลุ่มนั้นมีคนกี่คน?” ฉินเฟิงกลอกตาเขามีความคิดดีๆ
“ร้อยกว่าคนครับและตอนนี้เราได้ยึดครองฐานที่มั่นของแก๊งหมาป่ามาหนึ่งในสามแล้วครับดูเหมือนว่าไอ้หวังเฉียงนั่นจะร้อนใจหลังจากที่พ่ายแพ้ไปและอยากจะแก้แค้นเราสามพี่น้องครับเวลานี้ผมกลัวว่ามันจะเป็การต่อสู้ที่ไม่สะอาด” ชายผมยาวกล่าวตามความจริง
“เอาล่ะ รวบรวมแก๊งเฟิงทั้งกลุ่มและรอคำสั่งฉันคืนนี้เรากำลังจะถล่มอิทธิพลนี้กัน!” ฉินเฟิงกล่าวทั้งหมดนี้อย่างไม่แยแสและวางสาย
หลิวเหวินจิ้งหยุดดิ้นและยอมให้ฉินเฟิงกอดเอวคอดกิ่วของเธอเธอมองฉินเฟิงอย่างยินดี “ฉินเฟิง คุณหาคนมาช่วยเหรอ? พวกเขามีคนเยอะใช่ไหม? ใช่ไหม?”
ฉินเฟิงอยากจะพูดจริงๆว่า “ยายโง่ เธอกำลังจะถูกผู้ชายสิบกว่าคนรุมโทรมอยู่แล้ว ยังจะมาฝันหวานอีก”
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาคิดเื่ภารกิจที่เกี่ยวกับหลิวเหวินจิ้งฉินเฟิงยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้า “ที่รัก มันเป็ครั้งแรกของแก๊งเหวินที่ได้เคลื่อนไหวเราต้องชนะและจะแพ้ไม่ได้ แน่นอนว่าฉันได้เรียกคนมาบ้างฉันจำเป็ต้องแน่ใจในความปลอดภัยของเธอ!”
หลิวเหวินจิ้งตื้นตันและโลดเต้นอย่างมีความสุขแล้วจู่ๆ เธอก็โอบคอของฉินเฟิงและจุ๊บไปที่ใบหน้าของเขา หลังจากหอมแก้มเขาเสร็จเธอก็รู้ตัวในสิ่งที่ทำลงไปและก้มหน้าอย่างเขินอาย
ปัง!
เวลานี้ประตูห้องน้ำชายถูกกระแทกและชายสิบสามคนก็แห่กันเข้ามาสายตาของพวกเขาไปเจอเข้ากับฉินเฟิงและจ้องเขาเหมือนกับอยากจะถลกหนังเขาทั้งเป็
“ข้ารู้อยู่แล้วข้ารู้อยู่แล้วว่าเอ็งมันต่ำช้าและมาแอบที่นี่เพื่อกินคนเดียว พี่น้องเรามาฆ่าไอ้เด็กนี่ด้วยกันเป็ไง?”
ชายผมแอฟโฟรสีม่วงเดินหน้าออกมาและจ้องฉินเฟิงอย่างมาดร้ายเขารู้ั้แ่แรกแล้วว่าฉินเฟิงไม่ใช่คนดีั้แ่ที่มันเข้ามาในห้องมันแกล้งทำเป็เซ่อตลอดเวลาและตอนนี้มันแม้แต่ลากหลิวเหวินจิ้งมาที่ห้องน้ำชายเพื่อเล่นกับเธอคนเดียว
ความซื่อสัตย์มันยังมีอยู่อีกหรือเปล่า?
“จัดการและฆ่าไอ้เด็กนั่นซะ!”
“ไอ้เวรเอ๊ย เอ็งอยากลัดคิวเหรอ? คืนนี้ข้าคือคิวที่หนึ่งโว้ยมาดูกันว่าข้าจะฆ่าเอ็งได้ไหม!”
ชายสิบสามคนไม่รู้จักกันแต่มาด้วยกันพวกเขาทุกคนมองฉินเฟิงอย่างกราดเกรี้ยวและเดินเข้าหาเขา เมื่อหลิวเหวินจิ้งเห็นดังนี้เธอจึงผลักฉินเฟิงออกไปและรีบมาข้างหน้าทุกคน“อย่าใจร้อนไปทุกคน เงียบและฟังฉันอธิบายก่อน”
“เราทุกคนเป็พี่น้องสมาชิกแก๊งเหวิน พวกเรามีมิตรภาพอันฝังลึกดังนั้นเราจะแชร์ความสุขและแบ่งเบาความทุกข์ด้วยกันเราจะสู้กันเองไม่ได้…ฉินเฟิงไม่ได้พาฉันมาที่ห้องน้ำอย่างที่พวกนายคิดเขาแค่โทรเรียกพี่น้องของเขาและพี่น้องของเขาก็กำลังจะช่วยพวกเราจัดการกับแก๊งเฟิงดังนั้นเราควรจะต้องขอบคุณฉินเฟิงสิ!”
หลังจากที่หลิวเหวินจิ้งอธิบายจบคนเ่าั้ก็โกรธมากขึ้น “แม่งเอ๊ย ถ้าเอ็งอยากกินคนเดียวยังพอว่า แต่นี่ยังพาพี่น้องเอ็งมากินด้วยกันอีกเรอะ? เอ็งนี่มันแย่กว่าสัตว์ซะอีก ไอ้เด็กนรก”
ชายผมแอฟโฟรสีม่วงทนไม่ไหวอีกต่อไปเขาเหวี่ยงหมัดเข้าไปหาฉินเฟิง ฉินเฟิงยืนตรงอย่างผ่อนคลายท่าทีของเขาสงบเหมือนน้ำเขารอให้หมัดของคู่ต่อสู้เข้ามาจนเกือบจะถึงปลายจมูกแล้วเขาก็ยกเท้าถีบเข้าไปที่ท้องของชายคนนั้นทันที
ด้วยเสียง“ผลัวะ” ชายหัวแอฟโฟรสีม่วงกระเด็นออกไปเหมือนนั่งจรวดต่อมาเขาก็กระแทกกับประตูห้องน้ำชายและร่วงลงกับพื้นอีกครั้งเขาเจ็บมากจนยืนไม่ไหว
สิบสองคนที่เหลือกำลังจะวิ่งเข้าไปหาแต่ก็หยุดชะงักทันทีพวกเขามองหน้ากันและไม่กล้าแม้แต่จะผายลม
คนเหล่านี้อยู่อย่างเลื่อนลอยในสังคมการต่อสู้จึงเป็เื่ธรรมดาสำหรับพวกเขาและเพราะพวกเขาสู้กันบ่อยจนรู้วิธีการตัดสินฝีมือการต่อสู้ของคนได้อย่างแม่นยำแม้ฉินเฟิงจะเตะแค่ครั้งเดียวและการเคลื่อนไหวก็เรียบง่ายมากจนเขาไม่จำเป็ต้องใช้แขนแต่ไอ้เ้าหัวแอฟโฟรถึงกับยืนไม่อยู่
พวกเขาเพิ่งเห็นฝีมือของฉินเฟิงและฝีมือของเขาก็บ้ามากจนพวกอันธพาลเหล่านี้จะไปยั่วโมโหไม่ได้!
“ไอ๊หยา ฉันบอกแล้วว่าอย่าสู้กัน ฉินเฟิงมีฝีมือที่สุดยอดมากเขาเป็ยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่คืนนี้แล้วาแรกของเราจะต้องกึกก้องไปทั่ว”
หลิวเหวินจิ้งเห็นว่าบรรยากาศแข็งๆเธอจึงเดินออกมาเพื่อคลายมัน เธอยืนต่อหน้าทุกคนและะโอย่างกล้าหาญ พร้อมกับยกมือขึ้นสูง“เอาล่ะ ในเมื่อสมาชิกทั้งหมดของแก๊งเหวินมารวมตัวกันแล้ว ไปจัดการแก๊งเฟิงกันเถอะฉันตัดสินใจแล้วว่าคืนนี้เราจะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายและยึดบาร์เฟยเทียนของแก๊งเฟิงมาให้ได้เราจะฉลองชัยชนะของเราที่บาร์กัน ไม่เมาไม่เลิก!”
ไม่มีใครปรบมือหรือเห็นด้วยหลังจากที่เห็นความแข็งแกร่งของฉินเฟิง พวกเขาทุกคนมีแผนว่าจะหนีตอนแรกพวกเขา้าจะเข้าแก๊งเหวินเพื่อตกสาวน้อยแต่ตอนนี้มีคนที่อยากหลิวเหวินจิ้งไว้คนเดียว อันธพาลคนอื่นๆไม่มีความกล้าที่จะท้าทายฉินเฟิงอีก
“เหวินจิ้ง ออกไปก่อน ฉันมีเื่ที่ต้องพูดกับพี่น้องพวกนี้”ฉินเฟิงรู้ว่าคนเหล่านี้ตั้งใจจะทำอะไร เขาจึงมองไปที่หลิวเหวินจิ้งด้วยความเ็า
เมื่อหลิวเหวินจิ้งเห็นสายตาดุดันของฉินเฟิงเธอก็รู้สึกกลัวและไม่เต็มใจเล็กน้อยที่จะทำตามแต่เธอก็ยังคงเดินออกจากห้องน้ำชายอย่างเชื่อฟัง เนื่องจากมันไม่ใช่ที่ที่เธอควรจะอยู่ั้แ่แรกแล้ว
เขารอให้หลิวเหวินจิ้งออกไปและเดินไปต่อหน้าทุกคนท่าทีเ็าของเขาเปลี่ยนไปทันที เขาหัวเราะแบบหยาบคาย “ว่ะฮ่าๆๆ โทษทีนะพี่น้องฉันตั้งใจจะเก็บไว้กินคนเดียวจริงๆ นั่นแหละ แย่หน่อยที่ฉันมาสายฉันจึงได้คนที่สิบห้า
“พอดีฉันรอนานไม่ไหวก็เลยเตรียมจะลงมือก่อน ทุกคนมีอะไรจะพูดไหม?”
โดยไม่ให้พวกอันธพาลตอบรับฉินเฟิงก็พูดต่อ “แต่ทุกคนก็แค่เป็คนตามข้างถนนและฉันจะไม่ทำให้สถานการณ์มันลำบาก คืนนี้ฉันจะแซงคิว พวกแกต้องให้ฉันก่อนและหลังจากฉัน พวกนายก็ค่อยทำตามที่ตั้งคิวไว้แต่แรกและเล่นกับยายเด็กโง่นั่นฉันไม่ยุ่งแน่นอน”
เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนพวกเขามีท่าทีหวาดกลัวเหมือนกับเจอศัตรูตัวฉกาจแต่ในเวลาต่อมาพวกเขาก็ปล่อยลมหายใจที่อัดอั้นอยู่ออกมาและยิ้มอย่างน่าเกลียดยิ่งกว่าที่อยู่บนหน้าของฉินเฟิง
