อวี้ฉือหุ่ยแอบมองสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของนายท่าน ดวงตาของเขากลอกไปมาแล้วก็พูดว่า “ท่านแม่ทัพมีเื่ที่ต้องกำชับ เสื้อนวมรองเท้านวมส่วนใหญ่ยังไม่ได้ส่งมาเลย เมื่อถึงตอนนั้นค่อยให้แม่นางติงติดรถมาด้วยก็พอแล้ว”
หลังจากพูดจบ จมูกของเขาก็อดไม่ได้ที่จะขยับไปขยับมา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังดมกลิ่นของปลาที่อยู่ในหม้ออีกแล้ว
กงจื้อิมองด้วยความรู้สึกทั้งขบขันและโมโห เขาถูกจะกละคนนี้ก่อกวนจนสีหน้าโมโหของเขาคลายลงไปบ้าง
“ช่างเถอะ จัดโต๊ะเลย”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ” อวี้ฉือหุ่ยดีใจเป็อย่างมาก เขารีบกุลีกุจอยกหม้อทองแดงขึ้นมาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็เปิดกล่องข้าวแล้วหยิบกับข้าวออกมาวางด้วย
ในขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่นั้น ลุงอวิ๋นก็กำลังเร่งกลับมา เมื่อเห็นดังนี้จึงไล่เขาออกไป และปรนนิบัติรับใช้นายน้อยด้วยตนเอง
“นายน้อย ในห้องเก็บของของศาลาที่ว่าการมีผ้าไหมและของบำรุงร่างกายมากมาย พวกเราที่นี่ก็ไม่ได้ใช้ มิสู้ส่งกลับไปที่จวนสักหน่อยดีหรือไม่?”
กงจื้อิที่ได้รับคำเตือนจากผู้ดูแลาุโ ดวงตาของเขาทอประกายขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็ตอบออกมาว่า “หนังสุนัขจิ้งจอกขาวที่พวกเฟิงอีเอากลับมาเมื่อตอนฤดูร้อน อย่าลืมให้ร้านเย็บเสื้อเอาไปทำเป็เสื้อคลุมตัวใหญ่แล้วส่งกลับไปด้วย อีกอย่างถ้าในห้องเก็บของมีอะไรที่ใช้ได้ก็ส่งกลับไปให้หมด”
ลุงอวิ๋นที่ได้ฟังก็ยิ้มอย่างเบิกบานใจ และแน่นอนว่าเขาก็ไม่โง่เขลาถึงขั้นถามว่าส่งไปให้ใคร
หนึ่งนายหนึ่งบ่าวกินข้าวไปและคุยกันไปด้วยดูแล้วคึกคักเป็อย่างมาก แต่เ้าเคราเฟิ้มอวี้ฉือกลับน่าสงสารนัก เขาน้ำลายไหลออกมาจนจะกลายเป็แม่น้ำอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่นายบ่าวทั้งสองที่ไร้ความปราณีต่างก็เพิกเฉยต่อแววตาอาฆาตของเขา ไม่มีใครเอ่ยปากว่าจะแบ่งให้เขาสักถ้วยเลย!
คงไม่ต้องพูดถึงว่าเ้าเคราเฟิ้มน่าสงสารขนาดไหน แค่พูดถึงว่าติงเหว่ยกลับไปที่จวนสกุลอวิ๋นแล้วก็สั่งการโรงงานให้เร่งผลิตเสื้อคลุมนวมและรองเท้านวม วันรุ่งขึ้นก็เป็อย่างที่คาดไว้วันก่อนว่าหิมะจะตก แม้หิมะไม่ได้ตกหนักมาก แต่ก็ลอยไปมาตลอดทั้ง่เช้า ทำใหู้เาและพื้นดินต่างก็ถูกย้อมเป็สีขาวไปทั้งหมด
อันเกอเอ๋อร์ที่ตื่นเช้ามองผ่านช่องประตูไปดูสิ่งใหม่ๆ วันนี้เขาก็คิดหาวิธีว่าจะไปเล่นที่ไหน เฉิงเหนียงจื่อกลัวว่าเขาจะไม่สบายก็เลยกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จึงถูกเขาเตะไปสองที
ติงเหว่ยที่ได้ยินว่าพี่สะใภ้หยวนใช้ผ้าห่มห่อหุ้มไข่เอาไว้และฟักลูกเจี๊ยบออกมาได้หลายสิบตัว เมื่อครู่นี้ตอนที่นางไปตรวจโรงงานก็เลยเดินเลี้ยวไปดูมาสักหน่อย จากนั้นก็ให้รางวัลเป็ผ้าฝ้ายอย่างหนาไปพับหนึ่ง พี่สะใภ้หยวนดีใจจนแทบจะะโขึ้นมา
หลังจากที่นางเดินวนดูไปหนึ่งรอบแล้วกลับมาก็เห็นลูกชายกำลังงอแง ดังนั้นนางก็เลยจัดการอย่างหนัก นางคว้าไปที่ก้นอ้วนๆ ของลูกชายแล้วก็ตีเขาไปหลายที
เ้าเด็กอ้วนที่จู่ๆ ก็ถูกตี เขารู้สึกน้อยใจเป็อย่างมาก ก็เลยแหกปากร้องไห้ออกมาเสียงดัง
เฉียงเหนียงจื่อร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก นางอ้อนวอนอย่างสุดแรง “แม่นาง เป็เพราะข้าไม่ให้อันเกอเอ๋อร์ออกไปเล่น เขาถึงได้งอแงขึ้นมา ทั้งหมดล้วนเป็ความผิดของข้าเอง ท่านอย่าตีอีกเลย!”
ติงเหว่ยกลับไม่ยอม “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เขาเตะเ้าก็ถือว่าทำไม่ถูกต้องอยู่ดี อีกอย่างที่เ้าไม่ให้เขาออกไปเล่นก็เพราะหวังดีต่อเขา ดังนั้นต่อให้เขาจะยังเด็กสักแค่ไหนก็ไม่สามารถจะไม่รู้จักดีชั่วได้”
เฉิงเหนียงจื่อถึงแม้จะรู้ว่านายหญิงพูดมีเหตุผล แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะสงสาร นางกำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่ออุ้มอันเกอเอ๋อร์มาปลอบ ไม่นึกเลยว่าในความคิดของอันเกอเอ๋อร์นางกลายเป็คนไม่ดีเสียแล้ว ก็เลยเตะออกมาอีกหนึ่งที
ตอนนี้ติงเหว่ยเองก็โมโหขึ้นมา นางยกมือขึ้นเพื่อจะจัดการกับเ้าเด็กนิสัยไม่ดีคนนี้สักที และในขณะนั้นเองไม่นึกเลยว่าผู้ช่วยชีวิตของเ้าเด็กอ้วนก็กลับมาถึงพอดี
มีคนะโเสียงดังอยู่ในเรือน “อันเกอเอ๋อร์ร้องไห้ทำไมกัน อาจารย์ปู่กลับมาแล้ว!”
“เอ๋ ผู้าุโเหว่ยกลับมาแล้ว!” เฉิงเหนียงจื่อะโออกมาด้วยความดีใจ และหันไปยกมือเปิดประตูเรือนออก
แม้ว่าปกติแล้วผู้าุโเหว่ยจะหัวรั้นเหมือนเด็ก ขี้โมโหและเห็นแก่กินไปสักหน่อย แต่ผู้าุโกลับได้รับความเคารพจากทุกคน ใครปวดหัวตัวร้อนเป็ไข้ ผู้าุโเองก็ไม่เคยยโสโอหังแต่อย่างใด เขาเขียนตำรับยาให้ ไม่ว่าจะป่วยเป็โรคอะไร กินครบสามครั้งก็เห็นผลทันที
เมื่อสองเดือนก่อนต้าหวากินอาหารแล้วท้องเสีย ผู้าุโฝังเข็มให้ไม่กี่เข็มก็หยุดอาการท้องร่วงได้ เฉิงเหนียงจื่อก็เลยปฏิบัติต่อผู้าุโในฐานะผู้มีพระคุณนับแต่นั้นมา
ไม่รู้ว่าเป็เพราะประตูเปิดและเขาก็ได้เห็นหิมะในที่สุด หรือว่าเขาจำหน้าตาของอาจารย์ปู่ได้กันแน่ เขาจึงวิ่งออกไปราวกับปลาหนีชิว
ในไม่ช้าผู้าุโเหว่ยก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นในลาน “ฮ่าฮ่าฮ่า อันเกอเอ๋อร์ฉลาดเกินไปแล้ว คิดถึงอาจารย์ปู่แล้วใช่ไหม? บอกข้ามาใครรังแกเ้า อาจารย์จะจัดการให้เ้าเอง!”
ติงเหว่ยที่ได้ยินก็ทั้งขบขันและทำอะไรไม่ได้ นางรีบเดินออกไปคำนับผู้าุโ “ท่านอาจารย์มาแล้วหรือ เดินทางเหนื่อยหรือไม่ แล้วกินข้าวหรือยัง?”
อันเกอเอ๋อร์ั้แ่อายุยังน้อยก็รู้จักแค้นฝังใจ เมื่อเห็นว่าแม่ของเขาเดินเข้ามาก็กอดคอของท่านอาจารย์ปู่เอาไว้แน่น และอีกมือหนึ่งก็ไม่ลืมที่จะปกป้องก้นน้อยๆ ของเขาไว้ ติงเหว่ยที่เห็นก็ทั้งโมโหและขบขัน “เ้าเด็กดื้อ อย่าคิดว่าอาจารย์ปู่เ้ากลับมาแล้วข้าจะไม่กล้าตีเ้านะ หากเ้ากล้าเตะคนอื่นอีก ข้าจะ…”
“แล้วเ้าจะทำอะไร” ผู้าุโเหว่ยปกป้องหลานชายของเขา และเป่าหนวดเคราพร้อมถลึงตาด้วยความโมโห “เด็กอายุขวบเศษจะทำผิดอะไรหนักหนา เ้าลองตีให้ข้าเห็นอีกสิ!”
ติงเหว่ยไม่รู้จะทำอย่างไร นางยิ้มออกมาเจื่อนๆ แล้วพูดว่า “ท่านอาจารย์ ข้าจะสั่งสอนลูกข้า ท่านอย่าเข้ามายุ่งเลย”
“เ้าจัดการตนเองให้ดีก็พอ ส่วนอันเกอเอ๋อร์ข้าจะคอยจัดการเอง” ผู้าุโกลับไม่มีเหตุผล เขาอุ้มอันเกอเอ๋อร์และเดินไปทางห้องฝั่งตะวันออก “ไปกันเถอะ อันเกอเอ๋อร์ ไปดูว่าอาจารย์เอาของดีๆ อะไรมาให้เ้าด้วย”
หนึ่งคนแก่และหนึ่งเด็กน้อยพูดคุยหัวเราะกันและเดินจากไป ปล่อยให้ติงเหว่ยทำอะไรไม่ถูกเลยแม้แต่นิดเดียว ใครๆ ก็บอกว่าคนแก่รักเด็กเป็อย่างมาก เดิมทีนางก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่วันนี้ค้นพบแล้วว่าเส้นทางในการอบรมสั่งสอนลูกของนางคงลำบากไม่น้อย
เมื่อคิดได้ดังนี้ นางก็เลยไปที่ห้องครัวและคิดจะทำบะหมี่ในน้ำแกงร้อนๆ สักสองสามถ้วย เกรงว่าระหว่างการเดินทางมานี้ผู้าุโคงไม่มีเวลาหยุดพักกินข้าวร้อนๆ ตอนนี้เขาอยู่ที่บ้านแล้วก็ต้องตกรางวัลให้กะเพาะอาหารและลำไส้ของเขาสักหน่อย
ในไม่ช้า บะหมี่น้ำแกงกระดูกหมูครึ่งชามก็สุก โรยด้วยกุยช่ายเล็กน้อย ดมแล้วก็มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ติงเหว่ยเรียกให้อวิ๋นอิ่งที่นานๆ จะเขินอายบ้างเอาบะหมี่น้ำแกงกระดูกหมูไปส่งให้ซานอีที่เรือนนอกถ้วยหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ให้เอาไปให้ผู้าุโ
เป็อย่างที่คาดไว้ ผู้าุโกินจนสะอาดหมดจดอย่างรวดเร็วราวกับพายุ จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรและล้มตัวลงนอนหลับไปเลย
การนอนหลับครั้งนี้ยาวนานจนกระทั่งฟ้ามืดแล้วเขาก็ยังไม่ตื่น
ติงเหว่ยเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ และไปดูมาสองครั้ง นางเดาว่าผู้าุโคงจะเหนื่อยเกินไป นางก็เลยไปนอนอย่างสบายใจ
……
แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน นางที่กำลังหลับใหลอยู่จู่ๆ ก็ถูกคนที่อยู่ข้างเตียงเตาเรียกให้ตื่นขึ้นมา ดังนั้นนางจึงลุกขึ้นมานั่งด้วยความใ จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระซิบแ่เบาของอวิ๋นอิ่ง “แม่นาง ดูเหมือนว่าจะมีคนนอกเข้ามาในจวน ท่านรีบพาอันเกอเอ๋อร์ไปซ่อนก่อนเร็วเข้า”
“หา!” ติงเหว่ยใมากจนเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาในทันที ต่อให้นางจะเดาไม่ออกว่าใครจะเข้ามาในจวนกลางดึก แต่ว่าต่อให้ใช้เล็บนิ้วโป้งเท้าคิดก็ยังรู้ว่าต้องไม่ใช่คนที่มีเจตนาดีอย่างแน่นอน
นางพยายามสงบสติอารมณ์และรีบสวมชุดกระโปรง จากนั้นก็พลิกผ้าห่มออกมาและเอาไปห่อลูกชายที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่อย่างแ่า จากนั้นตอนที่นางกำลังจะออกไปจากประตูก็นึกถึงเฉิงเหนียงจื่อสามแม่ลูกขึ้นมา ดังนั้นจึงพูดว่า “ข้าจะไปที่ห้องหลักก่อน เ้าไปรับเฉิงเหนียงจื่อกับต้าหวาและเอ้อร์หวามาด้วย”
อวิ๋นอิ่งร้อนใจเป็อย่างมาก นางอยากจะปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว นางรีบตอบตกลงและจากไปอย่างรวดเร็ว
ติงเหว่ยอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมแขนและนั่งรออยู่ในห้องหลักครู่หนึ่ง จากนั้นก็เห็นเฉิงเหนียงจื่ออุ้มเอ้อหวาและพาต้าหวาที่มีสีหน้างัวเงียมา
พวกเขาเองก็ไม่มีเวลามาอธิบายให้ละเอียด อวิ๋นอิ่งเปิดทางลับใต้เตียงแล้วก็ส่งติงเหว่ยและคนอื่นๆ ลงไป
“แม่นาง พวกท่านรีบซ่อนตัวให้ดี ข้าจะไปรับพวกท่านในไม่ช้า”
“ตกลง พวกเ้าก็ระวังด้วย อย่าให้ได้รับาเ็เป็อันขาด”
อวิ๋นอิ่งรีบพูดกำชับและปิดประตูลับทันที ติงเหว่ยเองก็มีเวลาพูดกำชับแค่ประโยคเดียว และวิสัยทัศน์ของนางก็เปลี่ยนเป็มืดมิดไปหมดในทันที
ติงเหว่ยเห็นหน้าเฉิงเหนียงจื่อไม่ชัดเจน นางได้ยินแค่เสียงเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวไปมา ก็เลยเดาว่านางคงจะใกลัวจนตัวสั่น ดังนั้นจึงรีบพูดปลอบด้วยเสียงแ่เบาว่า “อย่ากลัวไปเลย มีท่านอาจารย์กับอวิ๋นอิ่งอยู่ด้วย เดี๋ยวก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
“ไม่ ไม่ แม่นาง...ข้า...ข้าไม่กลัว!”
เฉิงเหนียงจื่อกำลังกัดฟันไม่หยุด แต่ที่น่าประหลาดใจคือไม่ใช่เพราะว่านางกลัว แต่นางตื่นเต้นจนอยากจะคุกเข่าคำนับลงกับพื้น ต้องรู้ว่าการเป็บ่าวนั้นชีวิตขึ้นอยู่กับนาย หากว่ามีเื่เกิดขึ้นจริงๆ การยอมรับมีดแทนเ้านายก็ถือว่าเป็เื่ที่สมควร คิดไม่ถึงเลยว่าในเวลาที่อันตรายเช่นนี้นายหญิงกลับไม่ลืมพวกนางสามแม่ลูก บุญคุณในครั้งนี้เกรงว่าต้องให้พวกนางทั้งครอบครัวเป็วัวเป็ม้า [1] ไปตลอดทั้งชาติถึงจะตอบแทนได้หมด
ติงเหว่ยไม่รู้ว่าเฉิงเหนียงจื่อกำลังคิดเช่นนี้อยู่ และนางเองก็ไม่มีเวลาเหลือแล้ว นางรีบกอดอันเกอเอ๋อร์เอาไว้แน่น เ้าเด็กอ้วนเล่นกับท่านอาจารย์ปู่ของเขาอย่างบ้าคลั่งในตอนกลางวัน ยามนี้กำลังนอนหลับอย่างสนิท นางก็เลยรู้สึกโล่งใจ
“ไปกันเถอะ ที่นี่จะอุดอู้ไปหน่อย พวกเราไปที่ถ้ำบนูเาดีกว่า ที่นั่นกว้างขวางกว่า”
“ตกลง”
นายบ่าวทั้งสองพาลูกทั้งสามคนค่อยๆ เดินคลำหาทางผ่านอุโมงค์ที่มืดมิด พวกเขาเห็นเท้าไม่ชัดเจน และไม่รู้ว่าเดินสะดุดล้มไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก่อนจะถึงถ้ำบนูเาที่กว้างขวางในที่สุด
ติงเหว่ยใช้ความทรงจำของนางในการหาตะเกียงน้ำมันบนผนังอย่างยากลำบาก จากนั้นก็กะเทาะหินไฟเพื่อจุดไฟขึ้นมา และทั้งคู่ก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก
เฉิงเหนียงจื่อหันหน้ามองไปรอบๆ และรีบวิ่งไปหาอะไรมารองพื้นง่ายๆ นางลูบไปที่ฟางข้าวที่ไม่มีความชื้นอยู่และวางเอ้อร์หวาลงไป จากนั้นก็รีบวิ่งมารับอันเกอเอ๋อร์ไป
ติงเหว่ยเดินไปดูอีกมุมหนึ่งที่มีน้ำใสสะอาดอยู่ในโอ่ง แล้วก็ยังมีไก่รมควันกับแผ่นแป้งอบ ในที่สุดก็รู้สึกสบายใจขึ้นมามากขึ้น
ต้าหวาอยู่ในวัยที่รู้เื่แล้ว ตอนนี้ต่อให้แม่ของเขาไม่พูดเขาก็เดาออกได้ ไม่รู้ว่าเขาไปเอาไม้เท้าออกมาจากตรงไหนและพูดออกมาด้วยเสียงเล็กๆ ว่า “ท่านแม่ อย่าได้กลัวไปเลย ต้าหวาจะปกป้องท่านกับนายหญิงเอง”
“ดี ต้าหวาเป็เด็กที่มีแววจริงๆ เมื่อเ้าโตขึ้นแล้วจะต้องฝึกวรยุทธ์เพื่อปกป้องนายหญิงและคุณชายน้อย” เฉิงเหนียงจื่อวางอันเกอเอ๋อร์ลงบนฟางข้าวอย่างระมัดระวัง ต่อให้ผ้าห่มนั้นจะใหญ่พอที่จะใส่เอ้อร์หวาของนางเข้าไปด้วยได้ แต่นางก็ยังคงลังเล เกรงว่าจะทำให้คุณชายน้อยที่กำลังหลับสนิทอยู่หนาวเอาได้ ดังนั้นนางก็เลยไม่มีความคิดที่จะยัดลูกชายของนางเข้าไปด้วยเลยแม้แต่น้อย
ติงเหว่ยทนดูไม่ไหวอีกต่อไป นางก้าวไปข้างหน้าและดึงผ้าห่มขึ้นจากนั้นก็ยัดเอ้อหวาเข้าไปนอนหลับอย่างอบอุ่นด้วยกันข้างใน เมื่อนางหันกลับมาก็เห็นว่าเฉิงเหนียงจื่อกำลังพาต้าหวาคุกเข้าลงกับพื้นอยู่ข้างๆ กัน
“ทำอะไรกัน รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า!”
“แม่นาง” เฉิงเหนียงจื่อพาลูกชายคำนับให้ติงเหว่ยสามครั้ง น้ำตาของนางไหลลงมาอาบแก้มไม่หยุด “ชีวิตของพวกเราสามแม่ลูกได้ท่านปกป้องเอาไว้ ต่อไปไม่ว่าท่านจะสั่งให้เราทำอะไร ต่อให้ต้องตายพวกเราก็จะทำให้ได้”
“พวกเ้าทั้งครอบครัวอาศัยอยู่กับข้า ร่วมทุกข์ด้วยกันก็ต้องร่วมสุขด้วยกัน จะทิ้งพวกเ้าไว้ตามลำพังเวลาที่เกิดเื่ได้ยังไงกัน? รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า พื้่นมันเย็น!” ติงเหว่ยรีบดึงสองแม่ลูกขึ้นมา และพวกเขาทั้งสามคนก็นั่งลงบนกองฟางด้วยกันและคอยเฝ้าดูเด็กทั้งสองที่ยังนอนหลับอยู่ พวกเขาสบตากันโดยไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
้าปากถ้ำมีลมพัดเข้ามาเล็กน้อย ทำให้หนาวขึ้นมานิดหน่อย และทำให้ตะเกียงน้ำมันที่อยู่บนผนังสั่นไหวไปมาไม่หยุด ติงเหว่ยเงี่ยหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายนอก แต่น่าเสียดายที่โพรงไม้ของต้นไม้แห่งนั้นเล็กเกินไป นอกจากเสียงของลมแล้วก็มีแต่เสียงของลม ทำให้อดที่จะโมโหไม่ได้
“แม่นาง อย่าได้กังวลไปเลย ผู้าุโเหว่ยกลับมาแล้ว เขาเป็คนที่ฝีมือเก่งกาจจะตายไป!”
-----------------------------------------
[1] เป็วัวเป็ม้า 做牛做马 หมายถึง ถูกบังคับให้ทำงานอย่างหนัก และต้องคอยเชื่อฟังคำสั่งและการวางแผนของคนอื่น
