หลังจากทุกคนกลับมาก็เกิดมรสุมในสถานศึกษาชางหวงทันที ไปหกคน ฝึกวิชาสี่เดือน หลังกลับมา ความสามารถของทุกคนก็อยู่ที่ขั้นเสวียนฟ้าสามชั้นฟ้าขึ้นไป ถึงขั้นมีคนย่างเข้าสู่ขั้นเสวียนฟ้าสี่ชั้นฟ้า
คือเซียวเฉิน!
ราชันศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสถานศึกษาได้หนึ่งปีกว่าคนนั้น
คิดถึงตอนที่เขาเพิ่งเข้าสู่สถานศึกษา มีความสามารถแค่ขั้นแรกกำเนิดหกชั้นฟ้า ตอนนี้มีความสามารถขั้นเสวียนฟ้าสี่ชั้นฟ้า ถึงขั้นสะกดซูเฉินเทียนที่เคยเป็อันดับหนึ่งบนผังชางหวงได้
พร์เช่นนี้คือมารร้ายแท้ๆ
มีคนบอกว่าพร์ของเซียวเฉินคือหนึ่งในหมื่น เป็อัจฉริยะคนที่สองในร้อยปีมานี้ของสถานศึกษาชางหวง
เนื่องจากอันดับหนึ่งคือเซียวหวง!
อายุยี่สิบห้าปี มีความสามารถขั้นเสวียนฟ้าหกชั้นฟ้าระดับสูงสุด อันดับที่หนึ่งพันสี่ร้อยสามบนผังบุตร์เขตเหนือ
เดิมทีพร์ของซูเฉินเทียนก็โดดเด่นเช่นกัน แต่ตอนนี้ยังด้อยกว่าเซียวเฉินและเซียวหวงอยู่บ้าง ถึงอย่างไร คนที่ฉายแสงก็เป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งที่สถานศึกษาชางหวงยอมรับ แต่ระยะนี้เซียวเฉินมีแนวโน้มว่ากำลังรุ่งโรจน์ถึงขั้นบดบังอัจฉริยะ
แต่ซูเฉินเทียนไม่ใส่ใจ เพราะเขาเพียงแสวงหาความสามารถเท่านั้น ไม่เห็นความสำคัญของชื่อเสียงจอมปลอม
เมื่อเซียวเฉินเหยียบย่างเข้าสู่สำนักนอกอีกครั้ง ก็เสริมหน้าตาให้ศิษย์ใหม่อย่างยิ่ง เพิ่งผ่านไปหนึ่งปี สถานศึกษามีคนเพิ่มขึ้นมากมาย
“เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”
เซียวเฉินถอนหายใจ คิดถึงตอนที่เขาเพิ่งเข้าสู่สถานศึกษา พริบตา เขาก็อยู่สำนักในแล้ว
เดินมองดูไปตลอดทาง มองศิษย์น้องชายหญิงที่เข้ามาใหม่ เซียวเฉินก็ทอดถอนใจ
ในเวลานี้เอง มีเสียงอ่อนๆ ดังขึ้นด้านหลังของเซียวเฉิน
“ขอเรียนถาม ท่านคือศิษย์พี่เซียวเฉินหรือ...”
เสียงอ่อนโยนแฝงความขลาดเขลา เซียวเฉินหันหน้าไปมอง เป็ศิษย์สตรีของสำนักนอกที่งดงามบอบบาง เซียวเฉินพยักหน้า รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเหมือนหวาดกลัวนิดๆ ใบหน้าจึงมีรอยยิ้มอ่อนโยนให้
“อืม ข้าเอง”
ใบหน้าของสาวน้อยมีรอยยิ้มทันที อวดฟันเขี้ยวเล็กๆ คู่หนึ่ง น่ารักน่าชัง แต่ใบหน้าแดงก่ำนิดๆ ดวงตาโตมองเซียวเฉินแล้วหลบเลี่ยง อยากจะพูดอะไรแต่ก็หยุดไว้ สุดท้ายยังรวบรวมความกล้ามองเซียวเฉิน
“ศิษย์พี่เซียวเฉิน ข้า...ข้าชอบท่าน...”
เซียวเฉินอึ้ง จากนั้นลูบศีรษะของศิษย์สตรีคนนั้น ยิ้มกล่าว “ขอบใจนะ แต่ตอนนี้เื่ที่สำคัญที่สุดของเ้าคือต้องพยายามฝึกวิชา เข้าใจหรือไม่?”
“อ้อ” สาวน้อยพยักหน้าแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณศิษย์พี่เซียวเฉิน”
เซียวเฉินยิ้ม จากนั้นหันกายเดินไปยังที่พักของพวกหลินคุน
ยังไม่ทันเข้าประตูก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศผิดปกติ
“หลินคุน ไว้หน้าแล้วอย่าได้ไม่รับ อาศัยพวกเ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสำนักเสวียนเรา หากฉลาดก็มอบหญ้าิญญาขั้นหกในมือเ้าออกมา ไม่เช่นนั้น วันนี้จะให้พวกเ้ารู้ถึงความร้ายกาจของสำนักเสวียน!”
จากนั้น เซียวเฉินก็ได้ยินเสียงเดือดดาลของหลินคุน
“เป็ไปไม่ได้ พวกเราได้หญ้าิญญาเสวียนมาก่อน ทำไมต้องให้พวกเ้าด้วย รีบไสหัวไปเสีย”
“พวกเ้าได้ก่อนหรือ พวกเราเก็บไว้แล้วลืมเอากลับไปต่างหาก พวกเ้าจึงได้มา แต่ตอนนี้พวกเ้าต้องมอบออกมา ไม่เช่นนั้น วันนี้จะทำให้พวกเ้านอนแบ็บไปหนึ่งเดือน!” มีคนร้องขึ้นอย่างเหิมเกริม
“หากพวกเ้ามีความสามารถก็ลองดู” เป็เสียงของสือเทียน
“หลินคุน สือเทียน อย่านึกว่าพวกเ้ารู้จักเซียวเฉินแล้วสามารถทำกร่างในสำนักนอกได้นะ ตอนนี้เซียวเฉินมีฐานะใด พวกเ้าคู่ควรเรียกพี่เรียกน้องกับผู้อื่นหรือ? ไม่ปัสสาวะออกมาส่องดูสารรูปตัวเองเสียบ้าง”
“สารเลว!”
แอ๊ด...
ในเวลานี้เอง ประตูด้านนอกถูกผลักให้เปิดออกกะทันหัน เซียวเฉินเดินเข้ามาแล้วมองคนเ่าั้ด้วยสายตาเ็า กล่าวว่า “ไสหัวออกไป ไม่เช่นนั้น ข้าจะหักขาของพวกเ้าเสีย”
ตอนแรก เหอหย่วนรู้สึกอึ้ง ต่อมามีสีหน้าน่าเกลียดและด่าทอเซียวเฉิน “เ้าสารเลว รู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร? ที่นี่ไม่มีเื่ของเ้า รีบไสหัวไปเสีย ไม่เช่นนั้น ข้าจะให้เ้าถูกหามออกไป ไสหัวไปสิ”
สายตาของเซียวเฉินเปล่งประกายแหลมคม
หลินคุนและสือเทียนที่อยู่ด้านข้างมีสีหน้าตื่นเต้น
“เซียวเฉิน เ้ากลับมาแล้ว”
เซียวเฉินพยักหน้า มองพวกเหอหย่วนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ข้าจะนับถึงสาม ไม่เช่นนั้น พวกเ้าต้องถูกหักขาคนละข้าง”
เหอหย่วนมองเซียวเฉินและพวกหลินคุนอย่างดูแคลน แล้วหัวเราะลั่น “หลินคุน พวกเ้าจะแสดงละครให้ใครดูกัน เขาคือเซียวเฉินหรือ?” ว่าแล้วก็ชี้เซียวเฉิน จากนั้นเอ่ยว่า “หากเขาคือเซียวเฉิน ข้าคงเป็เซียวหวง ฮ่าฮ่าฮ่า”
“นั่นสิ นั่นสิ อีกสักครู่จัดการเขาไปพร้อมกันเลย”
“ไม่รู้จักตายเสียแล้ว”
“...”
เซียวเฉินก็กำลังยิ้ม ยิ้มอย่างพึงพอใจ
“เ้ายิ้มอะไร?” เหอหย่วนเอ่ยอย่างโมโห
เซียวเฉินมองพวกเขาแล้วกล่าว “หัวเราะคนโง่อย่างพวกเ้า สามวินาทีผ่านไป พวกเ้ายังไม่หายหัวอีก ตอนนี้ถึงอยากไปก็ไปไม่ได้แล้ว”
จากนั้นมองหลินคุนและสือเทียน “พี่ใหญ่หลิน พี่ใหญ่สือ ปิดประตู อย่าให้พวกเขาออกไปได้”
หลินคุนและสือเทียนพยักหน้า สายตาที่มองพวกเหอหย่วนมีแววสงสาร
จากนั้นเซียวเฉินก็เคลื่อนไหว ปลดปล่อยสภาวะทั่วร่าง เผยความสามารถขั้นเสวียนฟ้าสี่ชั้นฟ้าออกมาทันที สีหน้าของพวกเหอหย่วนซีดเผือด
คนเบื้องหน้าคือเซียวเฉินจริงๆ...
“ศิษย์พี่เซียวเฉิน พวกเรามีตาแต่ไม่รู้จักเขาไท่ซาน [1] ขอให้ผู้ใหญ่ใจกว้างอย่างท่าน ปล่อย...”
เหอหย่วนยังพูดไม่จบก็รู้สึกเจ็บขา โลหิตสดเปียกชุ่ม เห็นกระดูกขาวโผล่ออกมา จากนั้น ในที่พักของหลินคุนก็มีเสียงร้องอนาถดังติดต่อกัน ทุกคนถูกเซียวเฉินหักขาหนึ่งข้าง พวกเขาลงไปร้องโหยหวนบนพื้น
เซียวเฉินมองพวกเขาด้วยสายตาเ็า
“หากคราวหน้ากล้ามาก่อเื่อีก ข้าจะทำให้พวกเ้ากลายเป็คนพิการ ไสหัวไป”
เอ่ยจบก็โบกมือ ก่อให้เกิดลมแรง พัดพวกเหอหย่วนลอยออกไป สายตาเกรงกลัวที่พวกเหอหย่วนมองหลินคุนแฝงแววอำมหิต และจากไปอย่างซึมเซา
“พี่ใหญ่หลิน พี่ใหญ่สือ เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?” เซียวเฉินไล่พวกเหอหย่วนไปแล้วสายตาก็มีแววซักไซ้
หลินคุนถอนหายใจ ไม่พูดไม่จา
หลินคุนเอ่ย “หลายวันก่อน พวกเราออกไปฝึกประสบการณ์ข้างนอก เจอหญ้าิญญาเสวียน สมุนไพริญญาขั้นหกเข้าพอดี พวกเราลำบากลำบนอย่างหนักจึงได้จากเงื้อมมือสัตว์ปิศาจมารักษาอาการป่วยของหลินหนิง แต่คนของสำนักเสวียนบอกว่าพวกเขาพบเห็นก่อน จึงมาเอาถึงที่นี่”
เซียวเฉินมีสีหน้าไม่น่ามอง
“หลินหนิงเป็อะไรไป?”
ตอนแรกเขายังรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขามาตั้งนานแล้วยังไม่เห็นหลินหนิง ที่แท้หลินหนิงเกิดเื่ คิดถึงตรงนี้ เซียวเฉินก็ขมวดคิ้ว
“เื่ในวันเดียวกัน ไปล่าสัตว์ ถูกสัตว์ปิศาจอสรพิษกัด จากนั้นหมดสติมาตลอด ดังนั้น ข้ากับหลินคุนจึงพยายามคิดหาวิธีเอาหญ้าิญญาขั้นหกมา หญ้าิญญาเสวียนสามารถยับยั้งพิษงูได้”
“พี่ใหญ่หลิน พวกเ้าพาข้าไปดูหน่อย”
เซียวเฉินกล่าว
มาถึงเรือนหลัง เห็นหลินหนิงนอนนิ่งดวงตาปิดสนิทอยู่บนเตียง ใบหน้าขาวซีดแบบไม่สบาย ทำให้คนเห็นแล้วปวดใจ
เซียวเฉินเดินไปยกมือของหลินหนิงขึ้นแล้วถ่ายทอดพลังเสวียนเข้าไป หลังจากนั้นเนิ่นนานก็กล่าวว่า “พิษงูอันทรงพลัง น่าจะเป็พิษงูเกล็ดมรกต”
“เซียวเฉิน เช่นนั้นเสี่ยวหนิง...”
หลินคุนเอ่ยอย่างตึงเครียด “งูเกล็ดมรกตไม่ถือว่าแข็งแกร่งในบรรดาสัตว์ปิศาจ แต่มีพิษร้ายแรงมาก สามารถทำให้คนหมดสติ และตายในภาวะหมดสติ”
เซียวเฉินยิ้มกล่าว “พี่ใหญ่หลิน พวกเ้าอย่าตึงเครียด หลินหนิงถูกพิษงูไม่กี่วัน ยังไม่ถึงขั้นกอบกู้ไม่ได้ ข้าช่วยนางได้ เื่นี้ไว้เป็หน้าที่ข้าเอง รับรองว่าจะคืนหลินหนิงที่ไม่บุบสลายให้เ้า”
ว่าแล้ว เซียวเฉินก็กรีดนิ้ว และหยดโลหิตของตนเองใส่ปากของหลินหนิง
โลหิตของเขามีสายเืหงสา หงสาคือสัตว์เทพ โลหิตของเขาย่อมสามารถสยบสัตว์ปิศาจระดับต่ำสุดในบรรดาสัตว์ปิศาจและถึงขั้นควบคุมพิษของงูเกล็ดมรกตได้
หลังจากหลินหนิงดื่มโลหิตของเซียวเฉินแล้ว สีหน้าและการหายใจของนางก็เริ่มดีขึ้นภายใต้การจับจ้องของหลินคุนและสือเทียน...
---
[1] มีตาแต่ไม่รู้จักเขาไท่ซาน หมายถึง หูตาคับแคบ รอบรู้จำกัด ไม่รู้จักบุคคลสำคัญ