“เสี่ยวอวี่? ใช่เ้าหรือไม่” ท่ามกลางผืนหมอก ลู่เต้ามองหากู่เสี่ยวอวี่ด้วยความร้อนรน
ทันใดนั้นก็ค่อยๆ มีเงาปรากฏขึ้นกลางหมอกสีขาว เมื่อหมอกควันจางหายไป กู่เสี่ยวอวี่ปรากฏกายอยู่กลางบ่อน้ำพุร้อน โดยมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบกาย!
แก้มทั้งสองข้างของนางแดงระเรื่อ และมองลู่เต้าด้วยสีหน้าเขินอาย “ทะ...ท่านอย่ามองข้าสิ!”
ลู่เต้ารีบหันหลังให้กู่เสี่ยวอวี่ แล้วถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ข้ากำลังฝันอยู่หรือไม่”
ด้านหลังมีเสียงเดินลุยน้ำดังขึ้นมา ลู่เต้าััได้ว่ามีคนกอดเขาจากด้านหลัง แผ่นหลังนั้นรู้สึกได้ถึงพื้นผิวอันนุ่มนิ่มสองก้อน
“ขออภัย…” กู่เสี่ยวอวี่กอดลู่เต้าแน่นขึ้น แล้วกล่าวอย่างรู้สึกผิด “ที่แท้ท่านเสียสละมากมายเพื่อข้า…”
“หากนี่เป็ความฝัน ก็อย่าให้ข้าตื่นเลย…” ลู่เต้าหลับตาลงอย่างเคลิบเคลิ้ม ความสนใจทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ัับนแผ่นหลัง เขาเพลิดเพลินกับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเงียบๆ
เขาบีบแก้มตัวเองอย่างแรง แต่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพราะความเ็ป
จู่ๆ กู่เสี่ยวอวี่ก็โน้มริมฝีปากมากระซิบกระซาบข้างหูลู่เต้า “ไม่ว่าท่านอยากทำสิ่งใดกับข้า ล้วนทำได้ทั้งสิ้น…”
เมื่อลมหายใจอุ่นๆ พัดผ่านใบหู ลู่เต้าก็รู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง เมื่อได้ยินคำพูดที่ยั่วยวนใจเช่นนี้ สัญชาตญาณดิบในใจก็ถูกปลุกขึ้น เขาหันกลับไปสารภาพรักด้วยเสียงหอบหายใจ “ข้า…ข้าชอบเ้า!”
“จริงหรือ” แต่สิ่งที่ตอบกลับเขากลับเป็เสียงทุ้มต่ำของบุรุษ
เมื่อลู่เต้าหันกลับไปมอง เขาก็ตกตะลึงเมื่อพบว่าคนที่อยู่ด้านหลังไม่ใช่กู่เสี่ยวอวี่! แต่เป็หงฝูที่เปลือยกายเช่นเดียวกับเขา!
“ได้รับความรักจากผู้มีพระคุณเช่นนี้…หงฝูผู้นี้ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้!” หงฝูใช้ปลายนิ้วอวบอ้วนเช็ดน้ำตาแห่งความปีติยินดีที่หางดวงตา
เืในอกของลู่เต้าพลุ่งพล่านจนเกือบจะกระอักเืออกมา! เขารีบผลักหงฝูออกไป แล้วกระวนกระวายมองไปรอบๆ “เสี่ยวอวี่เล่า เสี่ยวอวี่! เ้าอยู่ที่ไหน”
“ใครคือเสี่ยวอวี่” หงฝูถามอย่างงุนงง “มีแต่ข้าหงฝูมาโดยตลอด…”
ลู่เต้าไม่อยากฟัง เขาะโอย่างโมโหเพื่อกลบเสียงอีกฝ่าย “เ้าหุบปาก!!!!”
หงฝูที่ถูกตวาดกล่าวด้วยความน้อยใจ “ท่านผู้มีพระคุณ...เมื่อครู่ท่านมิได้กล่าวว่าชอบหงฝูผู้นี้หรือ”
“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!!! นี่ไม่ใช่เื่จริง!!!” ลู่เต้าปิดหูทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา
ด้วยความร้อนรน เขารีบมองหาทางออกจากห้องอาบน้ำ มองไปรอบๆ แล้วก็พบทางออก เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง คิดจะเดินฝ่าไอน้ำสีขาวไปที่นั่น
ทว่าเพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว หงฝูก็เข้ามาขวางหน้าเขาเอาไว้ พร้อมกล่าวซ้ำ “ท่านผู้มีพระคุณ...เมื่อครู่ท่านมิได้กล่าวว่าชอบหงฝูผู้นี้หรือ”
“เ้าหมอนี่คล่องแคล่วว่องไวเมื่อใดกัน” ลู่เต้าตกตะลึง “คิดไม่ถึงว่าจะมาขวางหน้าได้อย่างเงียบเชียบในเวลาอันสั้น!”
เขาหันกลับไปเพื่อเปรียบเทียบระยะทางคร่าวๆ แต่พอหันกลับไปก็ถึงกับตะลึง
เพราะไม่เพียงแต่มีหงฝูยืนอยู่ตรงหน้าเท่านั้น แม้แต่ตำแหน่งเดิมก็มีหงฝูยืนอยู่เช่นกัน กล่าวคือตอนนี้มีหงฝูสองคน และเปลือยกายทั้งคู่
“นะ...นี่มันเื่อะไรกัน” ลู่เต้าไม่เข้าใจ เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “หงฝูสองคน”
ไม่ ลู่เต้าช่างไร้เดียงสาเกินไป
หงฝูที่เปลือยกายโผล่ขึ้นมาจากน้ำ หรือปรากฏตัวขึ้นจากกลุ่มควันสีขาวไม่หยุดหย่อน ลู่เต้าไม่สนใจสิ่งใดแล้ว เขาพุ่งไปที่ทางออก แต่ก็สายเกินไปแล้ว ชายเปลือยกายมากมายขวางทางเขาเอาไว้เสมือนกำแพงมนุษย์
“ท่านผู้มีพระคุณ...เมื่อครู่ท่านมิได้กล่าวว่าชอบหงฝูผู้นี้หรือ” หงฝูทุกคนต่างก็พูดประโยคนี้ซ้ำๆ
ลู่เต้าถูกรายล้อมไปด้วยหงฝูมากมาย แต่พื้นที่จำกัด หงฝูกลับมีมากมายราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ไม่นานนัก อ่างอาบน้ำก็เต็มไปด้วยชายเปลือยกายที่พร้อมจะกลืนกินเขาไปจนหมด
ภายในห้วงภวังค์ ลู่เต้าที่ถูกฝันร้ายรุมเร้านอนตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น สีหน้าราวกับกำลังฝันว่าจมน้ำอย่างทรมาน
“ชะ...ช่วยด้วย...” ลู่เต้าละเมอ
ไป๋เสียนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงและเฝ้ามองอย่างเ็า เขาครุ่นคิดว่าควรจะเพิ่มความรุนแรงให้กับฝันร้ายของลู่เต้าอีกหรือไม่
“เอาให้หนักกว่านี้หน่อยก็แล้วกัน เผื่อว่าเขาจะได้เข็ดหลาบ” ไป๋เสียกำมือในอากาศ สีหน้าของลู่เต้าที่กำลังฝันร้ายก็ยิ่งทรมานมากขึ้น
ในที่สุดขอบฟ้าก็เริ่มสว่าง ไก่ตัวผู้ที่จวนสกุลหงเลี้ยงไว้ก็ส่งเสียงขันดังลั่นบนหลังคา
เมื่อลู่เต้าได้ยินเสียงไก่ขันในยามเช้าก็ผุดลุกขึ้นนั่งทันที บนใบหน้าที่ซีดเซียวมีรอยคล้ำใต้ตากว้างราวกับไม่ได้นอนหลับทั้งคืน น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด แก้มตอบลงไปมาก
สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากตื่นขึ้นมาคือรีบมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีหงฝูอยู่ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ต่อไปยังกล้าแอบดูความฝันของผู้อื่นอีกหรือไม่” ไป๋เสียถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“ไม่...ไม่กล้า...แล้ว...” ลู่เต้าผู้ร่างกายอ่อนแอทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้น
“ข้าคิดว่าเ้าคงไม่กล้าทำอีก มิเช่นนั้น ‘นรกพันหงฝู’ แห่งนี้จะมีที่ว่างสำหรับเ้าเสมอ” มุมปากไป๋เสียยกขึ้นเล็กน้อยด้วยแววตาเ้าเล่ห์ “ครั้งหน้าขังเ้าไว้หนึ่งวันหนึ่งคืนก็แล้วกัน”
ตลอดทั้งคืน ลู่เต้าต้องทนทุกข์กับการถูกเบียดเสียดจากชายเปลือยกายมากมาย ความหวาดกลัวฝังแน่นในใจ เขาตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว ต่อให้ตายก็ไม่กล้าแอบดูความทรงจำของไป๋เสียด้วยความอยากรู้อยากเห็นอีกต่อไป
ลู่เต้าส่ายหน้าราวกับลูกข่าง แสดงท่าทีว่าเขาจะไม่ทำผิดอีก พร้อมกับเสียงท้องร้องดังโครก
“ไม่ไหวแล้ว ท้องหิวเหลือเกิน...” ลู่เต้าพยายามยันตัวเองลุกขึ้นยืนพลางกล่าวว่า “ต้องไปหาอะไรกินแล้ว...”
ด้านนอกครัวจวนสกุลหง เหล่าพ่อครัวและคนรับใช้กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า บางคนกำลังผ่าฟืน บางคนกำลังตักน้ำ บางคนกำลังนวดแป้งขนาดใหญ่บนโต๊ะ ควันจากเตาฟืนลอยคลุ้งไปทั่ว ทุกคนต่างยินดีปรีดา
มีเพียงหงฮวาที่ยืนอยู่หน้าเตา มองหม้อเหล็กใบใหญ่ด้วยสีหน้าเหม่อลอย หม้อเหล็กใบนี้ส่องประกายแวววาว บนตัวหม้อไม่มีรอยไหม้เกรียม ส่วนผิวหม้อก็มีคราบน้ำมันเคลือบอยู่ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ของธรรมดา
หงฮวาลูบหม้อเหล็กใบใหญ่อย่างแ่เบาพร้อมกล่าวว่า “ท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าจะต้องแข่งขันแล้ว”
ในขณะที่นางหวังว่าถ้อยคำเ่าั้จะส่งไปถึงมารดาผู้ล่วงลับผ่านทางหม้อใบนี้ได้ ทันใดนั้นอุปกรณ์ทำครัวด้านหลังก็ส่งเสียงกุกกักดังขึ้นมา! หงฮวาใ รีบคว้าไม้คลึงแป้งขนาดเท่าข้อมือขึ้นมากุมไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ เดินไปตรงที่เกิดเสียง
“หนูหรือ”
เสียงยังคงดังขึ้นไม่หยุด แถมยังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หงฮวายิ่งหวาดกลัวขึ้นเรื่อยๆ นางเดินเข้าไปใกล้ เมื่อมาถึงโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยขนม นางก็พบว่าขนมถูกขโมยกินไปแล้ว!
ในเวลานั้น ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง ครัวก็ยังไม่ได้ก่อไฟ บรรยากาศโดยรอบจึงค่อนข้างมืดมิด
หงฮวามองเห็นเงาดำเคลื่อนไหวอยู่ข้างโต๊ะอย่างเลือนราง มันคาบขนมเปี๊ยะถั่วเขียวแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
“หนูตัวใหญ่นัก!” หงฮวาอุทานในใจ
นางกลัวว่าเสียงดังจะทำให้มันใ จึงยกไม้คลึงแป้งขึ้นทั้งสองมือ แล้วค่อยๆ เดินไปตรงที่หนูเพิ่งปรากฏตัว
หนูตัวใหญ่นั้นติดใจในรสชาติจริงๆ เพิ่งจะคาบขนมเปี๊ยะถั่วเขียวไปได้ไม่นาน ก็กลับมาขโมยขนมชิ้นอื่นบนโต๊ะอีก หงฮวาเห็นจังหวะเหมาะเหม็ง จึงเงื้อไม้คลึงแป้งขึ้นทุบลงไปอย่างแรงด้วยกำลังทั้งหมด หมายจะสังหารมันให้ตายในคราเดียว
“อ๊ากกกกกกก!” หนูตัวใหญ่กลับส่งเสียงกรีดร้องราวกับมนุษย์
