ใต้เท้าถงที่ได้ยินรับสั่งจากฮ่องเต้ จึงต้องอยู่รอขบวนเสด็จ ไปยังกรมอาญาทีหลัง ทางด้านเจียงหยวนกับฟู่หลงเหยียน ก่อนจะนำกำลังไปจับตัวเซี่ยเยว่เสี่ยงที่จวนตระกูลตู้ ได้กำชับให้ตงลู่และเฟยอินพาอวี้จิ่นกลับจวนเพื่อพักผ่อนก่อนพวกตน
“จิ่นเอ๋อร์ กลับจวนไปพร้อมตงลู่กับเฟยอินก่อนนะ พวกพี่สองคนจะจัดจการเื่ต่อจากนี้เอง” เจียงหยวนกลัวว่าน้องสาวจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
“เชื่อฟังตามที่อาหยวนบอกเถิด ฝ่าาเสด็จไปด้วยพระองค์เอง เซี่ยเยว่เสี่ยงไม่มีทางรอดพ้นโทษปะาชีวิต เ้าน่าจะรู้อยู่แล้วถูกต้องหรือไม่เล่า” ฟู่หลงเหยียนก็เป็ห่วงอวี้จิ่นไม่น้อยกว่าคนเป็พี่ชาย
“เ้าค่ะ ถ้าพวกท่านทำงานเสร็จ ต้องรีบกลับจวนไปพักผ่อนเช่นกันนะเ้าคะ”
“อืม” เจียงหยวนรับคำจากน้องสาว ส่วนสหายก็ทำเพียงพยักหน้าเท่านั้น และทั้งสองรอส่งอวี้จิ่นกลับจวนเสียก่อน เนื่องจากเจียงหยวน้าให้เซี่ยเยว่เสี่ยง ได้รับผลของการกระทำของนางโดยเร็ว
“ไปเสี่ยวหงพาข้ากลับจวน พวกเราจะได้อาบน้ำให้สบายเสียที” อวี้จิ่นก้มลงไปพูดข้างหูของเสี่ยวหง และมันก็รับคำสั่งของนางเสียด้วย
ฮี้ ๆ ๆ พรืด ๆ กุบกับ ๆ ๆ
“เฮ้อ ถ้าข้าจะรู้สึกอิจฉาน้องสาวตนเองจะผิดไหมอาเหยียน”
“ผิด! แค่คิดเ้าก็เป็คนผิดแล้ว หึ”
“นี่ ๆ ๆ เข้าข้างข้าบ้างก็ได้นะอาเหยียน ข้าเป็สหายของเ้านะ”
ฟู่หลงเหยียนตอบโดยไม่ต้องคิดอันใดมาก เพราะในยามนี้ตัวเขาย่อมเข้าข้างอวี้จิ่นเท่านั้น ทั้งสองเลิกล้อเล่นและกลับมาสนใจงานตรงหน้า ขุนนางหนุ่มอนาคตไกลนำกำลังคนไปถึงจวนตระกูลตู้ ไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินเข้าจวนจนบ่าวไพร่ใ วิ่งไปรายงานเ้านายของตนให้วุ่น เมื่อสามีออกไปทำการค้าขายยังต่างเมือง ตู้ฮูหยินจึงต้องออกมารับหน้าขุนนางทั้งสองแทนสามี
“นายท่านตู้อยู่หรือไม่ข้า้าพบ เนื่องจากมีกิจธุระที่สำคัญมากกับตระกูลตู้” ฟู่หลงเหยียนรับทำหน้าที่จากสำนักตรวจการ
“ใต้เท้าทั้งสองตอนนี้สามีของข้าไปทำการค้า ไม่ทราบว่ามีเื่สำคัญอันใดเช่นนั้นรึ พวกท่านพอจะบอกกับข้าแทนได้หรือไม่ ข้าเป็ฮูหยินของนายท่านตู้เ้าค่ะ”
“สามีของตู้ฮูหยินมีอนุภรรยา นามว่าเซี่ยเยว่เสี่ยงใช่หรือไม่?”
“ชะ ชะ ใช่เ้าค่ะ” ตู้ฮูหยินตอบฟู่หลงเหยียนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“หึ นางมีความผิดฐานทำร้ายเชื้อพระวงศ์ หากฮูหยินไม่อยากให้ตระกูลตู้ตกบ่อโคลนไปด้วยก็ส่งตัวนางออกมาโดยเร็วเถิด”
“อะไรนะ!! นี่นางใจกล้าถึงขั้นทำร้ายเชื้อพระวงศ์เชียวรึ พ่อบ้านตู้รีบไปนำตัวอนุเซี่ยมาพบใต้เท้าเดี๋ยวนี้”
“ขอรับฮูหยิน”
“เชิญใต้เท้าทั้งสองนั่งรอสักประเดี๋ยว เรือนอนุเซี่ยอยู่ไม่ไกลพ่อบ้านตู้ย่อมพาตัวมาได้ทันทีเ้าค่ะ” ตู้ฮูหยินมีหรือจะเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเื่คอขาดบาดตายเช่นนี้
ฟู่หลงเหยียนส่งสัญญาณมือเรียกเฉินอิ่น และบอกให้นำกล่องไม้ขนาดเล็ก ที่ซุกซ่อนอยู่ในตู้เก็บเสื้อผ้าของนางออกมา เนื่องจากสิ่งนี้เป็หลักฐานที่จะใช้มัดตัวเซี่ยเยว่เสี่ยงอีกหนึ่งอย่าง อาผิงสาวใช้ส่วนตัวของเซี่ยเยว่เสี่ยง นำความกลับมารายงานเ้านายด้วยท่าทีร้อนรน ด้วยขุนนางทั้งสองเจาะจง้าตัวเ้านายของตน
“อี๋เหนียง ๆ ๆ แย่แล้วเ้าค่ะ”
“แย่อะไรของเ้าอาผิงพูดให้มันกระจ่างหน่อยสิ” เซี่ยเยว่เสี่ยงที่นั่งมองกระถางดอกไม้ ทำสีหน้าไม่พอใจกับนิสัยของสาวใช้คนสนิท
“อึก เมื่อครู่บ่าวแอบดูที่เรือนใหญ่มีขุนนางมาสองคน และบอกว่าให้ฮูหยินเอกส่งตัวท่านออกไป หากไม่อยากให้ตระกูลตู้ต้องเปื้อนโคลนไปกับท่าน” อาผิงรีบพูดทั้งที่ยังเหนื่อยอยู่เช่นนั้น
“เหตุใดถึงมีขุนนาง้าพบข้า มีใครคิดจะกุเื่ใส่ร้ายข้าอีกงั้นรึ”
อาผิงยังมิทันได้ตอบคำถามของเ้านาย ก็มีเสียงของพ่อบ้านตู้ดังขึ้นเสียก่อน “ไม่มีผู้ใดคิดใส่ร้ายท่านทั้งนั้น เชิญอี๋เหนียงตามข้าไปพบขุนนางทั้งสองที่เรือนใหญ่ ถ้า้าทราบความผิดควรถามใต้เท้าทั้งสองเอง”
พ่อบ้านตู้มาถึงเรือนของเซี่ยเยว่เสี่ยง ทันได้ยินคำพูดของนางที่คิดว่าถูกผู้อื่นกลั่นแกล้ง แม้จะเป็เช่นนั้นในเมื่อนายท่านตู้มีอนุหลายคน พวกนางย่อมต้องเรียกร้องความสนใจ เพื่อให้ตนเองกอบโกยเงินทองให้ได้มากที่สุด
“เชอะ ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถิดพ่อบ้านตู้ ถึงอย่างไรข้าก็ขึ้นชื่อว่าเป็เมียของนายท่าน ท่าท่างเย่อหยิ่งอย่าได้นำมาใช้กับข้า จะนำทางพาข้าไปที่เรือนใหญ่ได้หรือยัง” เซี่ยเยว่เสี่ยงมักจะกดข่มพวกบ่าวไพร่อยู่เสมอ ทั้งที่ตำแหน่งของตนมิได้สูงส่งอันใด
“หึ เชิญ”
หลังเ้าของเรือนออกไปเฉินอิ่นจึงทำตามคำสั่งที่ได้รับทันที เมื่อนางเดินตามพ่อบ้านตู้มาถึงเรือนใหญ่ ยังไม่ทันได้ทำความเคารพฟู่หลงเหยียนก็มีคำสั่งให้จับตัวของนาง และพากลับไปยังกรมอาญาอย่างรวดเร็ว
“คารวะ..”
“จับตัวเซี่ยเยว่เสี่ยงกับสาวใช้เอาไว้ และนำตัวกลับไปยังกรมอาญาเดี๋ยวนี้” เสียงที่ดุดันของฟู่หลงเหยียน ทำเอาคนในจวนหวาดกลัวหัวหดกันหมด
“เดี๋ยว!! นี่มันเื่อันใดกันทำไมต้องจับตัวข้า แล้วยังต้องไปที่กรมอาญาอะไรนั่นอีก จะไม่อธิบายให้ทราบหน่อยรึใต้เท้า” เซี่ยวเยว่เสี่ยงไม่ยอมไปง่าย ๆ ถึงกับตั้งคำถามกับฟู่หลงเหยียน
“หึ เื่อันใดงั้นหรือ เมื่อสองปีก่อนเ้าทำความผิดใหญ่หลวงไว้ ยามนี้กลับลืมเลือนทำเป็จำมันไม่ได้เชียวรึ” ฟู่หลงเหยียนจ้องเขม็งไปที่เซี่ยวเยว่เสี่ยง
“สะ สองปีก่อนงั้นหรือ” เซี่ยเยว่เสี่ยงได้ยินเช่นนั้นก็แทบล้มทั้งยืน
“นำตัวพวกนางสองคนไปได้แล้วอย่าให้ฝ่าาทรงรอนาน” เจียงหยวนเห็นสีหน้าของเซี่ยเยว่เสี่ยง ก็รู้ทันทีว่านางนึกถึงสิ่งที่ได้ทำลงไป
“ขอบคุณตู้ฮูหยินที่ให้ความร่วมมือ” ฟู่หลงเหยียนไม่ลืมกล่าวกับตู้ฮูหยิน ที่มีอาการคล้ายจะเป็ลมเข้าไปทุกที
“หยะ หยะ ยินดีที่ได้ช่วยเหลือใต้เท้าเ้าค่ะ”
ชาวบ้านที่ตามติดยังคงมีอยู่เพราะ้ารู้ว่า เกิดเื่อันใดขึ้นอีกครั้งในเมืองหลวง แม้ต้องเดินกลับไปกลับมาก็ยอมทำ เซี่ยเยว่เสี่ยงกับสาวใช้ถูกนำตัวมายังกรมอาญา ซึ่งบัดนี้ฮ่องเต้ทรงประทับรอเพื่อทำการไต่สวน ขุนนางบางส่วนส่งคนสนิทมาสังเกตการณ์ เมื่อเข้ามาถึงในห้องพิจารณาคดี ร่างของเซี่ยเยว่เสี่ยงและสาวใช้ถูกลากเข้ามา ไม่ต้องบังคับให้คุกเข่าพวกนางก็รู้ดีว่าต้องทำเอง
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา ขอจงทรงพระเจริญเพคะ”
สายพระเนตรเย็นเยียบของฮ่องเต้ จับจ้องไปยังเซี่ยเยว่เสี่ยงเขม็ง และตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงไปด้วยโทสะที่เดือดพล่าน “อยู่ต่อหน้าเจิ้นเช่นนี้เ้ายังไม่สารภาพอีกหรือ?”
เซี่ยเยว่เสี่ยงสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อได้ยินเสียงฮ่องเต้ตรัสกับนาง แต่นางยังคงนิ่งเงียบไม่มีคำตอบด้วยไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนสืบข่าวที่ขาดหายไปได้ ใต้เท้ากวนก้าวเท้าออกมาข้างหน้า และเขาได้พูดประโยคหนึ่งกับเซี่ยเยว่เสี่ยง
“บังอาจลักพาตัวองค์หญิง เ้าไม่รู้หรือว่าโทษนี้หนักถึงตาย? และเ้ายังส่งพระองค์ไปตระกูลเดิมของมารดา เพื่อทรมานองค์หญิงด้วยการให้ลดองค์ไปเป็สาวใช้อีก” ใต้เท้าถงถามกับเซี่ยเยว่เสี่ยงซึ่งเป็คำถามง่าย ๆ ด้วยนางเป็น้องสาวต่างมารดา ที่เข้าวังมาเยี่ยม
ซู่เจี๋ยฟวงกุ้ยเฟยอยู่บ่อยครั้ง นางจะไม่รู้ได้อย่างไรเกี่ยวกับโทษเหล่านี้
ในห้องพิจารณาคดีบรรยากาศเงียบสงบ จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ ทันใดนั้นเจียงหยวนก็นำตัวคนตระกูลล่ายเข้ามา ยามที่เซี่ยเยว่เสี่ยงเห็นญาติฝ่ายมารดา นางยิ่งตกตะลึงแม้นางไม่ยอมพูด แต่ญาติพี่น้องที่ไม่อยากถูกลงโทษเหล่านี้ ย่อมโยนทุกอย่างมาที่นางทั้งหมด
“ตุบ ฝ่าาโปรดเมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมไม่เคยรู้ว่านั่นคือองค์หญิง เพราะหลานสาวของกระหม่อมส่งไปให้ และบอกเพียงว่าซื้อตัวนางที่ยอมขายตัวเป็ทาส ฝ่าากระหม่อมไม่รู้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ” ล่ายชงอวี้ชิงแก้ต่างให้ครอบครัวของตน
“ท่านพ่อของกระหม่อมพูดความจริงพ่ะย่ะค่ะ พวกเราไม่รู้ว่าคนที่หลานสาวส่งไปให้จะเป็ผู้สูงศักดิ์ ฝ่าาเป็หลานสาวตัวดีของกระหม่อม ที่คอยย้ำในจดหมายว่าต้องใช้งานให้หนัก ทำผิดเพียงเล็กน้อยก็ต้องได้รับโทษไม่มีข้อยกเว้นพ่ะย่ะค่ะ” ล่ายชงซ่านผู้เป็น้ากล่าวสารภาพต่อฮ่องเต้
“ปัง!! เซี่ยเยว่เสี่ยงมาถึงขนาดนี้แล้ว เ้ายังไม่ยอมสารภาพความผิดของตนอีกรึ” ฮ่องเต้ทรงฟังตระกูลล่ายพูดแก้ตัวยิ่งทำให้ทรงกริ้ว
“ทูลฝ่าา ในกล่องไม้นี้เป็จดหมายที่นาง และตระกูลล่ายใช้ติดต่อพูดคุยตลอดสองปีที่ผ่านมาพ่ะย่ะค่ะ” ฟู่หลงเหยียนก้าวออกไปยื่นกล่องไม้ให้กับฉีกงกง
ฮ่องเต้ทรงรับจดหมายมาเปิดอ่าน เพียงฉบับแรกก็ทรงทนไม่ไหว “เซี่ยเยว่เสี่ยงเ้าเป็บุตรอนุภรรยาอยู่ในจวนอันมีเกียรติ เจิ้นย่อมรู้ดีเื่ความริษยาของพี่น้องแต่เ้าจะเอาแต่โทษผู้อื่นไม่ได้ ที่คนรักของเ้าต้องถูกปะา มิใช่เพราะเ้าหรอกรึที่คอยเป่าหู
อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่าหวงกุ้ยเฟยมีนิสัยร้ายกาจจนอาลักษณ์ที่ทำงานเพื่อดูแลครอบครัว ตัดสินใจทำเื่ผิด ๆ สร้างเื่เท็จเพื่อให้เ้าน่าสงสารจนพบจุดจบคือโทษปะา” ฮ่องเต้ทรงจดจำเื่นี้ได้อย่างดี
“ไม่จริง! ทุกอย่างเป็เพราะหวงกุ้ยเฟย! ไม่ว่าจะทำสิ่งใดผู้คนก็เอาแต่ชื่นชมนาง แล้วหม่อมฉันที่พยายามทำอย่างเต็มที่ กลับไม่มีผู้ใดกล่าวชื่นชมหรือมองเห็นแม้แต่น้อย ใช่! ทุกอย่างต้องโทษหวงกุ้ยเฟยคนเดียวเท่านั้น ฮ่า ๆ ๆ” เซี่ยเยว่เสี่ยงไม่คิดยอมรับความจริง ว่าที่คนรักของตนต้องตายเป็เพราะผู้ใด
“ดี! ในเมื่อเ้าคิดไม่ได้ก็จงรับโทษที่ก่อไว้เถิด ทหาร!! นำตัวนางไปปะาโดยใช้วิธีห้าม้าแยกร่าง นำชิ้นส่วนไปโยนเป็อาหารของสัตว์ป่า ส่วนตระกูลล่ายแม้ไม่รู้ว่านั่นคือองค์หญิง แต่การกระทำที่เลวร้ายเกินจะให้อภัย ลงโทษโบยคนละสามสิบไม้ เนรเทศไปเป็ทาสที่ชายแดน สิ่งที่ทำกับองค์หญิงใหญ่เช่นไร จงสั่งให้ทหารทำเช่นนั้นกับตระกูลล่าย หากมีใครตกตายจงนำศพไปทิ้งในป่าลึก ไม่ต้องฝังหรือเผาใด ๆ ทั้งสิ้น ” หลังจากทรงลงโทษคนที่ทำร้ายธิดาคนโปรดฮ่องเต้เสด็จกลับวังหลวงทันที
“ฮือ ๆ พวกข้าไม่ผิดเป็เพราะเ้านางหลานตัวซวย!! พวกข้าไม่น่าช่วยเหลือเ้าเลยให้ตายเถิด เป็ตัวซวยทั้งแม่ทั้งลูก” ล่ายฮูหยินทั้งร้องไห้และกล่าวโทษหลานสาว
“ถ้าไม่มีข้ากับท่านแม่ พวกเ้าจะมีกินมีใช้เช่นทุกวันนี้รึ!! หัดสำนึกบุญคุณเสียบ้างสิ บุตรหลานที่เหลือของพวกเ้าที่เอาแต่งอมืองอเท้าคงเป็คนดีมากกระมัง ถุ้ย!” เซี่ยเยว่เสี่ยงยังคงไม่สำนึกจนวาระสุดท้ายจริง ๆ
การลงโทษปะาคนที่ทำร้ายองค์หญิงใหญ่ ผู้รับผิดชอบดำเนินการไม่ใช่ใครที่ไหน ยังเป็ใต้เท้าถงแห่งกรมอาญาเช่นเดิม ใต้เท้าถงไม่มีรั้งรอให้ถึงวันใหม่ ชาวบ้านที่ได้รู้ความจริงต่างโกรธแค้นและยกย่อฮ่องเต้ที่เป็บิดาผู้รักและห่วงใยบุตร ถึงจะรู้ดีว่ามีความลำเอียงก็ตามที แต่องค์ชายองค์หญิงพระองค์อื่น ๆ ก็มิเคยน้อยหน้าผู้ใด ยามต้องจัดพิธีอภิเษกหรือตกรางวัล ย่อมได้รับการปฏิบัติที่สมพระเกียรติเช่นกัน
นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ชื่นชมอวี้จิ่น ซึ่งเดิมทีก็ถูกยกย่องว่าเป็หมอดูเทวดาอยู่แล้ว ยิ่งทวีคำชื่นชมและอยากให้นางทำหน้าที่แทนสำนักพยากรณ์ จึงได้รวมตัวกันยื่นความ้าไปยังกรมพิธีการ ให้เสนอเื่นี้ต่อฮ่องเต้ แต่ทุกคนก็ไม่ลืมฟู่หลงเหยียนและเจียงหยวน
ที่ใส่ใจคำทำนายของอวี้จิ่นจนช่วยองค์หญิงได้สำเร็จ
เมื่อองค์หญิงใหญ่กลับคืนฐานันดร จึงเป็ที่หมายตาของขุนนางบางคน ที่เริ่มจะหลงใหลในอำนาจทำตัวเป็เสนาบดีจินคนที่สอง หวังเพิ่งบารมีจากองค์หญิงใหญ่ส่งเสริมอำนาจของตน แต่น่าเสียดายกับแผนการชั่วร้ายเหล่านี้ ถูกองค์หญิงใหญ่ดับความหวังของพวกเขา
ด้วยพระองค์เอง ส่วนดวงิญญาของซู่เจี๋ยหวงกุ้ยเฟย หลังจากเห็นว่ายามนี้พระธิดากลับคืนสู่วังหลวงอย่างปลอดภัย จึงปลดห่วงแห่งความทุกข์ที่มีลงได้ถึงเวลาที่ดวงิญญาของพระนาง จะต้องเป็ไปตามกงล้อแห่งกรรม อย่างที่ควรจะเป็หลังจากสิ้นพระชนม์ได้เสียที
