ลูกตาของผึ้งทองแทบจะถลน เมื่อครู่เขาเรียกตนว่าอย่างไรนะ เ้าผึ้งอย่างนั้นหรือ?
ผึ้งทองคำแทบอยากจะเอาตัวพุ่งเข้าชนกำแพง ตระกูลของพวกมันนั้นเป็ตระกูลสัตว์อสูรโบราณ อีกทั้งยังเป็สัตว์อสูรจากเขาโบราณ์ที่แสนน่ากลัวเป็อย่างมาก ทว่าเ้าเด็กมนุษย์นี่กลับเรียกมันว่าเ้าผึ้ง
ท่ามกลางสายตาตกตะลึง ผู้คนต่างจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามา เ้านี่บ้าบิ่นเกินไปแล้ว กล้าล่วงเกินผึ้งทอง รนหาที่ตายหรืออย่างไร
ผึ้งทองคำตวาดกร้าวเสียงแหลม “เ้าเดรัจฉาน ไปตายซะ ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้”
มันะเิโทสะ ั์ตาทั้งสองแดงก่ำด้วยความโกรธ ร่างสูงใหญ่ของมันเปล่งประกายแสงระยิบระยับ ปีกที่เบาบางขยับขึ้นทำเอาบริเวณโดยรอบสั่นไหว
แสงกระบี่น่ากลัวสองสายะเิพุ่งออกมาจากปีกของมัน ที่สำคัญแสงนั่นสามารถผ่าทะลวงูเาขนาดเล็กได้ มันพุ่งเข้าไปที่คอของเต้าหลิงหมายจะฟันหัวให้หลุดออกจากบ่า
ผู้คนโดยรอบใเป็อย่างมาก ขนาดแสงกระบี่ไม่ได้เล็งมายังพวกเขา มันยังทำให้รู้สึกเ็ปที่ิั เห็นได้ชัดว่าพลังการโจมตีนั้นแข็งแกร่งมากขนาดไหน
เต้าหลิงกำหมัด ิัแปรเปลี่ยนเป็สีทองแดง แขนทั้งแขนน่าเกรงขามมากขึ้น ลมปราณสีทองแดงะเิออกไปปะทะเข้ากับแสงกระบี่สีทองที่น่ากลัวทั้งสอง ทว่าชั่วพริบตาแสงกระบี่ที่คมกริบกลับถูกทำลาย
“อะไรกัน เขาสามารถทำลายแสงกระบี่ได้อย่างนั้นหรือ” มีคนกล่าวออกมาด้วยอาการตะลึงงัน พวกเขาอยากจะรู้นักว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็ยอดฝีมือมาจากสำนักไหน
ความเร็วของผึ้งทองคำพลันเพิ่มสูงขึ้น ปีกทั้งสองโจมตีออกไปอย่างรวดเร็ว แสงกระบี่ถูกปลดปล่อยออกไปไม่ต่างจากห่าฝน แต่ละเส้นแสงสามารถทำลายก้อนหินขนาดั์ได้ ซึ่งมันได้ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณฟ้าดิน
การโจมตีครั้งนี้รุนแรงเป็อย่างมาก มวลอากาศแตกสลายเป็ชั้นๆ ั์ตาของเต้าหลิงส่องประกาย เขานำกระบี่หักสามท่อนออกมา ด้วยไม่อยากจะเสียเวลากับที่นี่ เป้าหมายของเขาในตอนนี้ก็คือการเข้าไปหาของล้ำค่าที่อยู่ข้างใน
“นี่มัน” เด็กหนุ่มแขนขาดเช็ดเหงื่อเย็นที่ไหลลงมาจากหน้าผาก แต่เดิมทีเขาคิดว่าเต้าหลิงจะต่อสู้ชนะผึ้งทองคำ ทว่าหลังจากที่เห็นกระบี่หักในมือของเต้าหลิง เขาก็เกือบจะเป็ลมสลบไป
“ฮ่าๆ เ้าผียาจก ของล้ำค่าสักชิ้นก็ไม่มี” ผึ้งทองหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “แต่ยังคิดที่จะสู้กับข้าอีกอย่างนั้นหรือ เ้ากับข้ามันคนละชั้นกัน”
กระบี่หักสีดำสนิทดูแล้วเก่าแก่เป็อย่างมาก ทว่าของสิ่งนี้มีความเป็มาที่ไม่ธรรมดา เพราะมันถูกเสียบเอาไว้ข้างในเส้นทางสีทองของชั้นที่สิบ
พลังภายในร่างของเต้าหลิงเอ่อล้นทะลักเข้าสู่กระบี่ในมือ ฉับพลันกระบี่เล่มนี้ก็น่ากลัวขึ้นมา แสงกระบี่พุ่งทะลวงขึ้นท้องฟ้า สว่างจ้าจนไม่อาจลืมตามอง มิหนำซ้ำยังสว่างไสวยิ่งกว่าแสงกระบี่สีทองก่อนหน้านี้ของผึ้งทองคำหลายเท่า
ตูม ฟ้าดินสั่นะเื แสงกระบี่ที่ะเิออกมาทะลวงผ่าบรรยากาศ ชั่วพริบตา ฝนกระบี่สีทองก็ถูกทำลายทิ้งจนหมด ก้อนหินที่อยู่โดยรอบกระเด็นกระดอนก่อนที่จะแหลกสลาย
“อะไรกัน” หัวใจของผู้คนสั่นไหว สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อครู่พวกเขาคิดว่าของสิ่งนั้นเป็แค่ขยะ ทว่ามันกลับสามารถะเิพลังอานุภาพที่แข็งแกร่งออกมาได้ถึงขนาดนี้ พวกเขาต่างก็รู้สึกว่ามันจะต้องเป็ของล้ำค่าที่ผุพังอย่างแน่นอน
สีหน้าของผึ้งทองคำพลันอัปลักษณ์ แต่เดิมทีมันคิดว่าจะกำราบเด็กหนุ่มได้ในกระบวนท่าเดียว ทว่ากระบวนท่าทั้งสองของมันถูกเขาทำลายจนหมดสิ้น ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวก่อนที่จะแผดเสียงต่ำคำราม ปีกทั้งสองขยับโบกรุนแรงมากขึ้น
เดิมทีปีกของมันยาวแค่เมตรครึ่งเท่านั้น ทว่าจู่ๆ ในตอนนั้นปีกของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นราวกับปีกั์ที่แผ่สยายอยู่กลางท้องฟ้า อักขระเรืองแสงปรากฏขึ้นมา ดูแล้วบิดเบี้ยวทว่าคลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นกลับรุนแรงไร้ที่เปรียบ
ปีกั์ทั้งสองกระพือ สร้างลมพายุคลั่งให้บังเกิด แสงหวีดร้องของสายฟ้าดังสนั่น แสงกระบี่แปรเปลี่ยนเป็รุนแรงยิ่งขึ้น แต่ละเส้นแสงยาวหลายเมตร พลังที่บ้าคลั่งได้เอ่อล้นทะลักฟุ้งกระจายทั่วฟ้าดิน
นี่ก็คือวิชามหาอำนาจของผึ้งทองคำ แรงปีกทั้งสองทำเอาสรรพสิ่งรอบกายสั่นะเื พลังของมันแข็งแกร่งมาก ในภายภาคหน้าจะต้องสามารถบดขยี้อาวุธล้ำค่าได้แน่
“เปิด!” เต้าหลิงเปล่งเสียงคำราม ลมปราณภายในร่างเดือดขึ้น ร่างกายของเขากลายเป็สีทองแดง พลังรุนแรงทั่วร่างเอ่อล้นทะลักออกมา ฝ่าเท้าทั้งสองกระทืบลงพื้นพลางกระโจนออกไป
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มถือกระบี่ดิ่งเข้ามา ผึ้งทองคำก็แสยะยิ้มแล้วกล่าวต่อ “เ้ารนหาที่ตาย”
ปีกขนาดั์สั่นไหวขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น แสงกระบี่ทะลวงขึ้นฟ้า เต้าหลิงฟัวาดอาวุธออกไปโดยรอบ เพื่อทำลายแสงกระบี่สีทองแต่ละเส้น เขาพุ่งทะยานออกไปกลางอากาศ ผมยาวสีดำขลับปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง มือทั้งสองถือกระบี่เอาไว้ พลางใช้แรงแขนฟาดกระบี่ลงไป
วิ้ง กระบี่หักสามท่อนราวกับมีชีวิต ธาตุปีศาจถูกปลดปล่อยออกมาจากด้าม มันโจมตีแสงกระบี่ของผึ้งทองคำแต่ละเส้นอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับแม่น้ำดาราที่พุ่งเข้าปะทะ
“อะไรกัน” เด็กหนุ่มแขนขาดแผดเสียงร้อง เขารู้สึกได้ถึงความน่ากลัวจากกระบี่หักเล่มนี้
แสงแวบวาบปกคลุมทั่วผืนฟ้า ั์ตาของผึ้งทองคำพลันหรี่ลง ปีกทั้งสองผสานรวมเข้าด้วยกัน จากนั้นแสงกระบี่สีทองขนาดใหญ่ได้พุ่งออกมา
โดยรอบสั่นะเืทันควันที่แสงกระบี่ทั้งสองกระทบกระทั่ง พร้อมกับพลังรุนแรงไหลทะลัก เป็ผลให้มวลอากาศแต่ละชั้นแหลกเป็ผุยผง ก่อเกิดฝุ่นคละคลุ้ง
“เอาชีวิตของเ้ามาซะ”ผมสีดำของเต้าหลิงปลิวไสว ิัสีทองแดงส่องประกายแสงออกมา เขาเก็บกระบี่หักลงไป และทะยานออกไปด้านหน้าพร้อมปล่อยหมัด
“หาที่ตาย” ผึ้งทองคำเอ่ยเสียงเย็น ปีกั์ทั้งสองเหมือนกับมีด์ มันพุ่งฝ่าทะลวงห้วงอากาศ
ฝ่ายเต้าหลิงเหมือนกับอินทรี์สยายปีก เขาะโขึ้นไปแล้วปล่อยร่างให้ดิ่งร่วงตกลงมา ลมปราณเดือดพล่านไหลแล่นเข้าไปในกำปั้น ทั่วทั้งหมัดเปล่งแสงสว่างจ้าประหนึ่งดวงอาทิตย์กำลังแผดเผา มันซัดโจมตีเข้าใส่ปีกั์อย่างจัง เืไหลกระเซ็นสาดกระจาย หมัดทะลวงจนเป็รูโบ๋
ในขณะเดียวกัน ฝ่ามือของเขาก็จับไปที่ปีกั์ พลัง์ล้นทะลัก ลมปราณทั่วร่างคล้ายลุกโชนทั้งยังมีเสียงคำรามดังกึกก้อง เขาออกแรงกำลังแขนฉีกทึ้งปีกทิ้งครึ่งหนึ่ง
เืสาดกระจายร่วงหล่นลงมา ความเร็วของเต้าหลิงเพิ่มขึ้นทุกขณะ ฝีเท้าของเขาะโเหยียบปีกั์พลางม้วนตัวกลางอากาศ กำปั้นพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของผึ้งทองคำ หมายจะซัดหน้าของมันให้แหลก
“อะไรกัน” ผึ้งทองคำประหวั่นใ เหตุใดเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ถึงได้แข็งแกร่งมากขนาดนี้ มันััได้ถึงลมปราณร้อนแรงแผดเผาที่แผ่ซ่าน ส่งผลให้ร่างของมันสั่นเทาอย่างอดไม่ได้
มันรีบคายยันต์หยกออกมาก่อนที่จะกัดยันต์จนขาดสะบั้น
“แย่ละสิ” เต้าหลิงเบิกตากว้าง เขาััได้ว่ามีลมพายุขนาดใหญ่กำลังม้วนตัวหมุนวน เขารีบพุ่งไปด้วยความเร็วดุจเดียวกัน จากนั้นยื่นฝ่ามือออกไปอย่างว่องไว เป็จังหวะเดียวกับปรากฏการณ์แรงกดดันที่น่ากลัว
เต้าหลิงถลึงตากว้างเพราะรู้สึกว่าฝ่ามือกำลังจะะเิ เขาคำรามเสียงดัง ลมปราณภายในร่างะเิออก อักขระสีทองปรากฏขึ้นมาทั่วทั้งฝ่ามือ ในตอนนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าหนังสัตว์อสูรสีม่วงอันหนึ่งมาได้
ในตอนที่ดึงฝ่ามือกลับมา ผึ้งทองคำก็หายไปเสียแล้ว มันได้ใช้ยันต์หยกหนีเอาชีวิตรอดไป ฝ่ามือของเต้าหลิงมีเืไหลซึมเพราะถูกลมพายุโจมตีในตอนที่แย่งชิงกระเป๋าหนังสัตว์อสูร
มีคนที่ทำหน้าบิดเบี้ยว เ้านี่โลภมากเสียจริง ถ้าหากยันต์หยกแข็งแกร่งกว่านี้ละก็ เดาว่าฝ่ามือของเ้านั่นได้เละเป็เถ้าธุลีแน่
เต้าหลิงมองไปที่กระเป๋าหนังสัตว์อสูรสีม่วงด้วยความตื่นเต้นพลางก้าวฝีเท้าเดินเข้าไปข้างใน เขารู้สึกได้ว่าของสิ่งนี้เป็สิ่งที่เรียกว่ากระเป๋ามิติ ซึ่งมีมูลค่ามากล้น ทว่าจะต้องทำลายยันต์ผนึกก่อนจึงจะสามารถเอาของออกมาได้
ภายในโถงวิหารดารานั้นกว้างใหญ่ไพศาล บนท้องฟ้ามีดวงดาวลวงตาลอยเคว้ง ดูแล้วคล้ายกับมหาสมุทร์ที่เคลื่อนตัวอยู่
ภายในวิหารมีร่างเงาของคนขยับไปมา บนพื้นมีเศษเถ้าธุลีดำมอด เต้าหลิงที่เดินผ่านไป ใจของเขาก็สั่นไหว คนเหล่านี้น่าจะถูกเปลวเพลิงเผาตาย
ในตอนนั้นเอง เขาััได้ถึงคลื่นพลังความร้อนบางอย่าง ตรงหน้ามีแสงดวงดาวของเปลวเพลิงไหลร่วงลงมา ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ แต่ด้วยอุณหภูมิความร้อนที่สูงมากของมัน ไม่แปลกใจเลยถ้าหากมันจะสามารถทำให้แม่น้ำระเหยกลายเป็ไอได้
“ที่นี่อันตรายมากเกินไป มีเปลวเพลิงดาราร่วงตกลงมาสามารถแผดเผาคนให้ตายได้ ไม่รู้ว่าเปลวเพลิงเหล่านี้ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร” มีคนพูดกล่าว พลอยดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่รอบๆ เนื่องจากข้างในนี้มีคนหลายคนที่ถูกเปลวเพลิงเผาตาย
“เปลวเพลิงดาราเป็เปลวเพลิงนอกนภาชนิดหนึ่ง เปลวเพลิงชนิดนี้แสนรุนแรงร้ายกาจ ว่ากันว่าในสมัยโบราณที่สำนักซิงเฉินนั้นมีเพลิงนภาดาราอยู่กลุ่มหนึ่ง ดูเหมือนว่ามันจะสามารถวิวัฒนาการกลายเป็เพลิง์ได้ ทว่าหลังจากนั้นมันก็หายไป”
“ข้าก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าต้นกำเนิดของเปลวเพลิงพวกนี้เป็อย่างไร”
เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยที่กล่าวขึ้นรอบๆ เต้าหลิงก็เอามือลูบจมูก ถ้าหากหาต้นกำเนิดของเปลวเพลิงเจอ จะต้องเป็เื่ดีมากแน่
มีเปลวเพลิงแก้วเส้นหนึ่งปรากฏขึ้น มันได้ปกคลุมร่างของเต้าหลิงเอาไว้ ก่อนที่เขาจะก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างใน เปลวเพลิงดาราที่ร่วงหล่นลงมานั้นสุดจะคณนา และเขาก็ถูกเปลวเพลิงดาราเส้นหนึ่งโจมตีเข้าใส่
แสงของเปลวเพลิงแก้วลดน้อยลง เต้าหลิงจึงได้เปลี่ยนท่าประสานมือ เพื่อให้เปลวเพลิงแก้วแผดเผาขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นไม่นานมันก็กินเปลวเพลิงดาราลงไป
เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิลง ในใจตื่นเต้นสั่นไหว เขาไม่รู้ว่าจะสามารถหลอมเปลวเพลิงดารานี้ได้หรือไม่ เปลวเพลิงชนิดนี้พบเห็นได้ยากยิ่ง ถ้าหากสามารถหลอมมันได้ เปลวเพลิงแก้วจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
หลังจากนั้น เต้าหลิงก็รู้สึกปีติขึ้นมา เพราะเปลวเพลิงแก้วได้หลอมเปลวเพลิงดาราทิ้งไปจนหมด ในตอนนั้นเขาััได้ว่าหลังจากหลอมเปลวเพลิงดาราแล้ว มันทำให้เปลวเพลิงแก้วแข็งแกร่งมากขึ้นไม่น้อย
“เขาเป็นักปรุงโอสถอย่างนั้นหรือ” มีคนสังเกตเห็นร่างเงาที่ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงเหินเข้าไปข้างใน อีกทั้งเขายังไม่หลบหลีกเปลวเพลิงดาราแต่กลับกลืนกินมันเข้าไป หลังจากนั้นไม่กี่สิบลมหายใจร่างของเขาก็หายลับไปจากครรลองสายตา นั่นทำให้ผู้คนอิจฉาริษยา
เปลวเพลิงด้านในแข็งแกร่งร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเปลวเพลิงแก้วก็ยังคงตะกละตะกลามอยู่ มันกลืนกินเปลวเพลิงไปหลายสิบเส้น ทำให้เพลิงโอสถแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า
“เปลวเพลิงต้นกำเนิดอยู่ที่ไหนกันนะ” เขาเกาหัวพลางแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าที่มีภาพนิมิตของแม่น้ำดาราลอยคว้างอยู่ เขารู้สึกว่าเปลวเพลิงต้นกำเนิดอยู่ข้างบนนั้น
ในขณะที่เขาแหงนหน้ามองขึ้นไป ก็มีศพร่างั์ซึ่งชุ่มโชกไปด้วยเืตกลงมาตรงหน้าของเต้าหลิง
