จ่างเกาเร่งฝีเท้าของตนให้เร็วขึ้นอีกเนื่องจากไม่อาจชักช้าได้ จนกระทั่งถึงจวนตระกูลกวนจึงเดินตรงไปยังห้องหนังสือ ที่เ้านายของตนมักใช้เวลาอยู่ที่นั่นเพื่อทำงานเสมอ
“ก๊อก ๆ ๆ นายท่านขอรับข้าน้อยจ่างเกา”
“หืม จ่างเการึรีบเข้ามาและเล่าให้ข้าฟังที ว่ามีความเคลื่อนไหวอันใดเกิดขึ้นบ้าง” ใต้เท้ากวนนั่งทำงานรอก็แทบไม่มีสมาธิในการทำงาน
“เรียนนายท่านเป็ไปตามที่พวกท่านคาดการณ์ไว้ เมื่อฉือตานถิงได้ทราบเื่ของคุณชายน้อยเหลียง นางกับสาวใช้ก็รีบไปที่จวนตระกูลเหลียง ทำทีนำยาบำรุงไปฝากและอยากเข้าเยี่ยมคุณชายน้อย แต่ถูกใต้เท้าเหลียงกับเหลียงรุ่ยหานคิดหาข้ออ้างไว้ได้ หลังจากขอเข้าเยี่ยมไม่สำเร็จนางจึงขอตัวกลับจวน และมีคำสั่งให้สาวใช้คนสนิทไปส่งข่าวกับใต้เท้าเจิง เกี่ยวกับตำหนักทำนายดวงชะตาของคุณหนูเจียง ส่วนตระกูลเหลียงนางจะให้คนของใต้เท้าฉือลงมือเองขอรับ” นี่เป็
ครั้งแรกที่จ่างเกาพูดได้ยาวกว่าทุกครั้ง
“นี่นางจิตใจอำมหิตถึงกับจะสังหารคนตระกูลเหลียง ไม่พอยังสมรู้ร่วมคิดกับสำนักพยากรณ์ ให้อีกฝ่ายส่งคนไปสังหารคุณหนูเจียงอีกคน ครั้งนี้สำนักพยากรณ์คงเหลือเพียงชื่อเสียแล้วกระมัง” ใต้เท้ากวนคาดไม่ถึงว่าฉือตานถิงจะร่วมมือกับสำนักพยากรณ์ได้
“นายท่านจะทำอย่างไรต่อไปกับเื่นี้ขอรับ เพราะมีสำนักพยากรณ์เข้ามาเพิ่มท่านคงจัดการได้ไม่ง่ายเป็แน่” หากไม่มีหลักฐานจริง ๆ คงยากจะทำลายสำนักนี้ลงได้
“เ้ารอข้าประเดี๋ยว เื่ของสำนักพยากรณ์คงต้องให้ใต้เท้าฟู่ลงมือ ส่วนข้ากับใต้เท้าถงจะจัดการเื่ของฉือตานถิง ข้าจะเขียนจดหมายแล้วเ้านำไปมอบให้กับใต้เท้าฟู่โดยเร็ว” ใต้เท้ากวนนึกถึงอำนาจในมือของฟู่หลงเหยียน ที่สามารถยื่นขอตรวจสอบการทำงานของขุนนางทุกคนได้ มีหรือฮ่องเต้จะไม่อนุญาตหากมีการสงสัยเกิดขึ้น
“ขอรับนายท่าน”
ใต้เท้ากวนลงมือเขียนจดหมายบอกข้อมูลที่จ่างเกาได้มา ลงในกระดาษตรงหน้าของตนผ่านการตวัดพู่กันไปมา ไม่นานจดหมายก็พร้อมส่งถึงฟู่หลงเหยียนแล้ว ใต้เท้ากวนสั่งให้จ่างเกาตามไปที่กรมอาญา หลังจากส่งจดหมายถึงมือของฟู่หลงเหยียน
เมื่อมีคนวางแผนคิดสังหารขุนนางในเมืองหลวง จะเป็เื่เล็กได้อย่างไรใต้กวนบอกกล่าวกับิ่ฮูหยิน และกำชับสาวใช้คนสนิทให้ดูแลนางแทนไปก่อน เนื่องจากตนเองมีงานสำคัญต้องไปจัดการ รถม้าตระกูลกวนจึงได้วิ่งตรงไปยังกรมอาญาทันที
ครั้งนี้จ่างเกาใช้ม้าในการไปส่งจดหมายยังตระกูลฟู่ เมื่อส่งมันถึงมือฟู่หลงเหยียนแล้ว ก็ควบม้าตามไปสมทบกับเ้านายที่กรมอาญา
ส่วนคนรับจดหมายได้คลี่กระดาษเพื่ออ่านข้อความด้านใน เพียงสายตาคมกวาดมองตามตัวอักษรที่เรียงรายตรงหน้า ก็บังเกิดความโกรธเกรี้ยวทันทีทันใด แม้แต่เฉินอู่ที่รอรับใช้ยังต้องรีบก้มหน้า ไม่กล้าสบตาที่คล้ายจะสังหารคนของฟู่หลงเหยียน
“ปัง!!! นางกล้าดีอย่างไรถึงอยากให้สำนักพยากรณ์ ส่งคนไปสังหารจิ่นเอ๋อร์ของข้า นางเอาความกล้านี้มาจากที่ใด!!” ฟู่หลงเหยียนนึกอยากจะนำตัวของฉือตานถิงมาเฉือนเป็ชิ้น ๆ
“นายน้อยจะมีเื่อันใดเกิดขึ้นกับคุณหนูเจียงหรือขอรับ แล้วสำนักพยากรณ์เข้ามาเกี่ยวกับเื่นี้ได้อย่างไร? ขอรับ” เฉินอู่ยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เ้านายพูดเท่าใดนัก
“หึ เ้าลองอ่านจดหมายที่คนของใต้เท้ากวนนำมาส่งให้ข้าดูสิ” ตอนนี้ฟู่หลงเหยียนพยายามระงับความโกรธขั้นสุด
เฉินอู่ค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาหยิบจดหมายขึ้นอ่าน และเป็เื่ที่คาดไม่ถึงว่า คุณหนูในห้องหออย่างฉือตานถิง จะถลำลึกให้กับเื่ของความรักที่ผิดหวังจนกู่ไม่กลับเช่นนี้
“นายน้อยนี่มัน!!! หากแม่ทัพใหญ่กับคุณชายเจียงทราบเื่ ไม่บุกไปทำลายสำนักพยากรณ์หรอกหรือขอรับ ทำไมนางถึงได้โยงมาหาเื่คุณหนูเจียงได้” เฉินอู่ไม่อยากนึกภาพสองพ่อลูกตระกูลเจียง ไปบุกสำนักพยากรณ์หากคิดส่งคนมาทำร้ายอวี้จิ่นเลยจริง ๆ
“เพราะเื่การทำนายที่แม่นยำของจิ่นเอ๋อร์ คงไปถึงหูของใต้เท้าเจิงที่ดูแลสำนักพยากรณ์แล้ว ต่อจากนี้ไปผู้คนจะหันไปนับถือนางแทน ด้วยความเมตตาที่นางไม่เรียกร้องเงิน นอกจากผู้คนจะมอบให้ตามกำลังที่มี และสิ่งที่นางทำนาย ล้วนเป็เื่ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของทุกคน แม้แต่ในอนาคตจะเป็อย่างไรนางยังมองเห็น แต่สำนักพยากรณ์ทำได้เพียงการคาดเดา และเล่นแร่แปรธาตุให้เกิดความอัศจรรย์ลับหลังผู้คนเท่านั้น ถ้าหากเป็เ้าจะเชื่อถือผู้ใดมากกว่ากันเล่าเฉินอู่” ไม่ช้าก็เร็วสำนักพยากรณ์ย่อมลงมือกับอวี้จิ่น เพียงแต่ครั้งนี้ฉือตานถิงช่วยเร่งให้มันเกิดเร็วขึ้นเท่านั้น
“หากเป็ข้าน้อยย่อมเชื่อถือคุณหนูเจียงมากกว่าสิขอรับ ตอนที่อยู่ในตำหนักของคุณหนูเจียง บ่าวเห็นมีวัตถุมงคลในตะกร้า ยังคิดว่าจะทำบุญกับคุณหนูเจียงสักเล็กน้อย นำมาพกติดตัวไว้น่ะขอรับ แหะ ๆ ๆ” ไม่ใช่แค่เฉินอู่คนเดียวที่อยากได้แต่อู๋จิ้งก็อยากได้เช่นกัน
“ในเมื่อใต้เท้ากวนกับใต้เท้าถงรับจัดการตระกูลฉือ เช่นนั้นสำนักพยากรณ์ย่อมเป็ข้าที่ต้องลงมือ ครั้งนี้พวกเราจะยังไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น ประเดี๋ยวเ้านำจดหมายของข้าไปส่งให้อาหยวน เื่ในจวนก็ให้อาหยวนและตงลู่ช่วยกันจัดการ แต่จะไม่สังหารคนร้ายทั้งหมดพวกเราจะปล่อยให้มันหลบหนี และรอเวลาเข้าจับกุมตัวยังสำนักพยากรณ์ทีหลัง” ฟู่หลงเหยียนคิดว่าแยกกันทำงานย่อมจับคนร้ายได้คาหนางคาเขา
“รับทราบขอรับนายน้อย”
ด้านในสำนักพยากรณ์เจิงจิ้นสือกำลังเดือดดาล จากเื่ที่ไต้ลี่เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการทำนายดวงชะตาของอวี้จิ่น
“บัดซบ!! เป็แค่บุตรสาวแม่ทัพใหญ่นั่งกินนอนกินก็ดีอยู่แล้ว นางจะวิ่งแจ้นออกมาเปิดตำหนักอะไรนี่ด้วยเหตุใดกัน” เจิงจิ้นสือเป็หัวหน้าผู้รับผิดชอบสำนักพยากรณ์แห่งนี้
“ใต้เท้าเจิงหากยังมีนางอยู่การกอบโกยเงินทอง จากพวกเชื้อพระวงศ์หรือเหล่าขุนนางและคหบดีทั้งหลาย ก็จะหายไปจนพวกเราไม่มีเงินเ่าั้มาเสพสุขอีกแล้วนะ” ไช่จิวซือเป็นักพยากรณ์ที่ทุกคนคิดว่าทำนายได้แม่นยำ อันที่จริงเขาจะอ่านตำราในหัวข้อที่แต่ละคนอยากให้ทำ จากนั้นค่อยพูดตามตัวอักษรในตำราออกไป ซึ่งตัวของไช่จิวซือมิได้มีความสามารถในการพยากรณ์แต่อย่างใด
“ใต้เท้าเจิงคุณหนูเป็ห่วงพวกท่านถึงให้บ่าวมาส่งข่าว ยามนี้ในเมืองหลวงทุกคนเอาแต่พูดถึงเื่ของคุณหนูเจียง ที่สำคัญพรุ่งนี้ยังมีคนที่ถือหมายเลขลำดับไว้ในมือ จะไปต่อแถวรอที่หน้าตำหนักของนางแต่เช้าด้วยเ้าค่ะ หากท่านยังปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปแล้วละก็ คงไม่มีใครมาจ้างพวกท่านไปทำพิธีที่จวนอีกแล้วนะเ้าคะ” ไต้ลี่ไม่ลืมสุมไฟให้ลนก้นใต้เท้าเจิง
“หึ ฝากขอบใจคุณหนูของเ้าด้วยเื่นี้ข้าจะจัดการเอง เ้ารีบกลับไปก่อนเถิดระวังอย่าให้ใครพบเห็นเข้าใจไหม”
“บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
คล้อยหลังไต้ลี่ หัวหน้าอย่างใต้เท้าเจิงจึงมีคำสั่งกับคนของตน เพื่อจัดการอวี้จิ่นและตำหนักของนางในคืนนี้ทันที
“ซาโฉว! จี๋เสียง!”
“ขอรับใต้เท้า”
“คืนนี้พวกเ้าสองคนพาลูกน้องไปสังหารนางเด็กนั่นเสีย จากนั้นเผาทำลายตำหนักของนางด้วย ข้าไม่อยากเห็นมันให้เป็เสนียดสายตา”
“รับทราบขอรับใต้เท้า!”
ทั้งซาโฉวและจี๋เสียงสุขสบายเพราะใต้เท้าเจิงมานาน ฉะนั้นไม่ว่าเ้านายจะสั่งให้ทำเื่ชั่วช้าเพียงใด พวกเขาสองคนย่อมไม่คัดค้านอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้าย ที่จะมีสำนักพยากรณ์ของแคว้นจ้าว ความโสมมที่ซุกซ่อนเอาไว้มานานจะถูกเปิดเผยต่อผู้คนเสียที
ณ จวนตระกูลเจียง
ภายในห้องรับแขกที่คนในครอบครัวยังนั่งพูดคุยกันต่อ มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่าที่ขอตัวกลับเรือน เพื่อไปนอนพักกลางวัน เมื่อผู้เป็ย่าไม่อยู่เจียงหยวนจึงถามคำถามกับอวี้จิ่น เกี่ยวกับยาที่ช่วยทำให้เหลียงจื่อซวนฟื้นจากการหลับใหล และอวี้จิ่นก็ยินดีตอบคำถามพี่ชายของตน เนื่องจากนางคิดว่ารอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางกว่านี้จะบอกเื่มิติกับทุกคน
“จิ่นเอ๋อร์น้องพี่ คือว่า..เ้ายาเม็ดที่ใช้รักษาให้กับหลานชายใต้เท้าเหลียง มันคือยาอันใดหรือถึงได้มีสรรพคุณวิเศษยิ่งนัก พี่ใหญ่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็ยาจากสมุนไพรที่นำกลับมาให้เ้า” แม้จะเป็สมุนไพรชั้นดีเพียงใดก็ไม่น่าปรุงยาวิเศษได้หากไม่ใช่เทพเซียน
“พ่อกับแม่ก็คิดว่ามันเป็เื่อัศจรรย์เกินไป ที่ยาสมุนไพรจะปรุงออกมามีสรรพคุณชุบชีวิตคนได้เช่นนี้ หรือว่าจิ่นเอ๋อร์มีเื่ลำบากใจที่ยังบอกพวกเราไม่ได้หรือไม่ลูกพ่อ” ที่แม่ทัพใหญ่ถามบุตรสาวเช่นนี้ เนื่องจากมีหลายอย่างที่เป็จุดน่าสงสัย
“ท่านพ่อฉลาดปราดเปรื่องสมกับเป็แม่ทัพใหญ่ ข้ายอมรับว่ายังมีบางเื่ที่บอกพวกท่านตอนนี้ไม่ได้เ้าค่ะ เื่นี้สำคัญมากขอเวลาให้ข้าอีกสักนิดนะเ้าคะ เมื่อถึงเวลาจะบอกทุกอย่าง และให้พวกท่านได้เห็นกับตาด้วยเ้าค่ะ” หากต้องบอกสิ่งที่นางอยู่ในยามนี้ นางคิดว่ายังเร็วเกินไปแม้จะมองเห็นความรักความจริงใจ แต่รอเวลาที่เหมาะสมมากกว่านี้จะดีกว่า
“เื่นี้พวกเราย่อมเข้าใจเ้าเป็อย่างดีนะจิ่นเอ๋อร์ พวกเรารอเ้ามาได้นับสิบปี ไฉนเลยกับเวลาที่เ้าขอพวกเราจะมอบให้เ้าไม่ได้ ทำในสิ่งที่เ้า้าต่อไปเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แม่เชื่อว่าพวกเราจะได้เปิดใจคุยกันอีกครั้ง” จางฮูหยินย่อมเข้าใจอวี้จิ่นระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ไม่สามารถบอกว่าทุกอย่างในยามนี้จะราบรื่นไปตลอด
“ขอบคุณพวกท่านที่เข้าใจเ้าค่ะ”
แต่ยังไม่ทันได้พูดถึงเื่ตระกูลเหลียงต่อ พ่อบ้านเจียงได้นำจดหมายเข้ามามอบให้เจียงหยวน โดยบอกว่าจดหมายนี้มาจากสหายของเขา
“ตึก ตึก ตึก นายท่านบ่าวขออภัยที่มารบกวน เพียงแต่ว่าเมื่อกี้เฉินอู่ ได้นำจดหมายจากคุณชายฟู่มาส่งให้คุณชายขอรับ” พ่อบ้านเจียงรายงานพร้อมยื่นจดหมายไปตรงหน้าให้กับเจียงหยวน
“ขอบใจพ่อบ้านเจียงท่านไปทำงานต่อเถิด”
“ขอรับคุณชาย”
ทุกคนพร้อมใจกันไม่ส่งเสียงรอให้เจียงหยวนเปิดอ่านจดหมาย จากสีหน้าที่ยิ้มแย้มก่อนหน้ากลายเป็บึ้งตึง คิ้วดุจกระบี่ขมวดมุ่นอย่างเคร่งเครียด พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงแผดลั่นอย่างลืมตัว
“สตรีชั่วช้า!!! จิตใจมืดบอดจนยากจะรักษาแล้วจริง ๆ”
“อาหยวน!! อาหยวน!! พี่ใหญ่!!”
“ในจดหมายบอกเล่าสิ่งใดกันแน่ เ้าถึงได้โกรธเป็ฟืนเป็ไฟเช่นนี้ อาหยวนสงบสติอารมณ์ลงก่อนเถิด” แม่ทัพใหญ่พยายามพูดให้บุตรชายลดความโกรธขึ้งจากอารมณ์รุนแรง บุตรชายของเขาไม่แสดงอารมณ์เช่นนี้ต่อหน้ามารดา นอกจากจะอยู่ในสนามรบฆ่าฟันศัตรูเท่านั้น
“นั่นสิลูกอาหยวนใจเย็นลงก่อนเถิด อย่าทำให้แม่กับน้องใเช่นนี้สิลูก อาเหยียนเขียนสิ่งใดมาบอกกับเ้างั้นหรือ ถึงได้มีท่าทีโกรธแค้นจนอยากฆ่าใครสักคน” จางฮูหยินเองก็ช่วยสามีพูดกับบุตรชาย เพราะนางกับอวี้จิ่นใกับเสียงของเขาจริง ๆ
“ขออภัยท่านพ่อท่านแม่แล้วก็เ้าด้วยนะจิ่นเอ๋อร์ แต่เื่ราวที่อาเหยียนบอกมาในจดหมายฉบับนี้ มันยากจะควบคุมความโกรธไว้ได้จริง ๆ ขอรับ เพราะเื่ที่จิ่นเอ๋อร์รักษาหลานชายใต้เท้าเหลียง ทำให้คนร้ายตัวจริงเคลื่อนไหวทันทีที่ได้ยินข่าวลือ และนางยังคิดจะลงมือสังหารคนตระกูลเหลียงทั้งหมด”
“ไม่ใช่เื่เล็ก ๆ เสียแล้ว นี่หมายความว่าเื่ที่อาเหยียนคาดเดาไว้ก็ถูกต้องสินะ แล้วเ้าจะโกรธไปทำไมกันเล่าอาหยวน?”
“จะไม่ให้ข้าโกรธได้อย่างไรกันขอรับท่านพ่อ ก็สตรีนางนั้นส่งสาวใช้ไปเป่าหูสำนักพยากรณ์ เกี่ยวกับการทำนายดวงชะตาของจิ่นเอ๋อร์ และเื่นี้เจิงจิ้นสือไม่มีทางปล่อยให้จิ่นเอ๋อร์มีชีวิตอยู่ต่อไปแน่ขอรับ” เจียงหยวนบอกถึงสาเหตุที่ตนโกรธออกมาอย่างรุนแรง
“หนอยยย! นางกล้าดีอย่างไร!! ถึงกับสุมไฟให้คนมาสังหารบุตรสาวของข้า” แม่ทัพใหญ่ก็ไม่ต่างจากบุตรชายเมื่อได้รู้สาเหตุที่แท้จริง
“คงเป็เพราะข้าทำให้แผนการของนางไม่สำเร็จกระมังเ้าคะ หากซวนซวนตายราชบุตรเขยกับองค์หญิงย่อมตรอมใจ”
“แต่พวกมันไม่มีวันทำร้ายจิ่นเอ๋อร์ได้สำเร็จหรอก เนื่องจากอาเหยียนบอกแผนการมาในจดหมายแล้ว ท่านพ่ออ่านดูเถิดข้าคิดว่าแผนนี้เข้าท่ามากทีเดียวขอรับ” เจียงหยวนยื่นจดหมายให้กับบิดาได้อ่าน
“อืม ไม่เลว พวกเราไม่จำเป็ต้องสังหารคนร้ายเสมอไป การจับเป็บ้างบางครั้งก็มีประโยชน์ต่อการสืบหาผู้อยู่เื้ั มีกฎหมายก็ใช้กฎหมายลงโทษเสียก่อน แต่ลับหลังใครจะแก้แค้นอย่างไรนั่นเป็อีกเื่ เ้าก็ทำตามแผนของอาเหยียนเถิด” แม่ทัพใหญ่เห็นด้วยกับแผนการที่ฟู่หลงเหยียนคิดออกมาในครั้งนี้
“จิ่นเอ๋อร์เ้ากลัวหรือไม่ มีคนคิดปองร้ายเอาชีวิตเ้าเชียวนะลูกแม่” จางฮูหยินเห็นบุตรสาวนั่งนิ่งไม่เหมือนพวกตนสามคน
“ท่านแม่เ้าคะทำไมข้าต้องกลัวด้วยเล่า ก็ในเมื่อเื่นี้มันย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้วนี่นา เพราะความน่าเชื่อถือของสำนักพยากรณ์จะลดลง และผู้คนหันมาพึ่งพาตำหนักทำนายดวงของข้าแทน ขึ้นชื่อว่าเป็สำนักมีชื่อมานานในราชสำนักพวกเขาไม่ยอมเสียหน้าหรอกเ้าค่ะ เื่นี้ข้ารู้แจ้งอยู่แก่ใจั้แ่คิดจะเปิดตำหนักขึ้นแล้ว แต่พวกท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ ข้ายังมีน้าตงลู่กับพี่เฟยอินพวกเขาสามารถปกป้องข้าได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ อ้อ พี่ใหญ่หลังจากขับไล่พวกที่ถูกส่งมาลอบสังหาร รบกวนท่านพาข้าไปสำนักพยากรณ์ด้วยนะเ้าคะ” เื่ที่เกิดขึ้นกับนางครั้งนี้ไม่ต้องทำนายก็เดาได้ไม่ยาก
“หืม เ้าจะไปที่นั่นทำไมหรือน้องพี่หรืออยากเห็น ว่าสำนักพยากรณ์เป็สถานที่เช่นไร?”
“จะคิดเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ แต่ความจริงคือข้าอยากรู้ว่าคนสำนักนี้ ใช้วิธีอันใดสำหรับการทำนายดวงหรือฤกษ์มงคลต่าง ๆ มากกว่าเ้าค่ะ”
“ตกลง พี่ใหญ่รับปากเ้าเช่นนั้นคืนนี้นอกจากตงลู่กับเฟยอิน พี่กับหลี่อี้จะไปอยู่ดูแลเ้าที่เรือนด้วย ส่วนที่เหลือรบกวนท่านพ่อจัดการด้วยขอรับ” เื่เล็กน้อยแค่นี้เจียงหยวนย่อมไม่ปฏิเสธน้องสาว
“อืม ไว้พ่อจะดูแลส่วนอื่น ๆ เอง ตงลู่ เฟยอิน พวกเ้าสองคนอย่าได้อยู่ห่างกายบุตรสาวข้าเด็ดขาด ทำตามแผนของอาเหยียนให้ดีก็พอ” แม้จะมั่นใจว่าบุตรสาวจะปลอดภัยแต่แม่ทัพใหญ่ก็ยังต้องย้ำเตือนอีกครั้ง
“ขอรับท่านแม่ทัพใหญ่/เ้าค่ะท่านแม่ทัพใหญ่” ทั้งสองคนต่างคิดในใจ ั้แ่คุณชายเจียงอ่านจดหมายของเ้านายตน อาการโกรธเกรี้ยวระดับนี้ย่อมเป็เื่คนในครอบครัว ถึงแม่ทัพใหญ่จะไม่ย้ำเตือน พวกตนก็ไม่กล้าละเลยหน้าที่เช่นกัน
“เอาล่ะเมื่อเข้าใจแผนการแล้วตอนนี้ควรแยกย้ายได้ น้องหญิงกลับเรือนไปกับมู่เสียก่อนเถิด จะได้พักผ่อนอีกสักหน่อย เ้าด้วยนะจิ่นเอ๋อร์ส่วนพ่อกับพี่ชายเ้ามีงานต้องสะสางเล็กน้อย”
“เ้าค่ะท่านพี่/เ้าค่ะท่านพ่อ”
ระหว่างทางเดินกลับเรือนอวี้จิ่นหยิบห่อกระดาษเล็ก ๆ ออกจากกระเป๋ามาสิบห่อยื่นให้องครักษ์ทั้งสอง ที่ทำหน้างุนงงกับสิ่งที่อวี้จิ่นยื่นมาให้ตรงหน้า
“เอ่อ มันคือสิ่งใดหรือขอรับคุณหนู”
“คุณหนูอย่าบอกนะว่าจะให้พวกเราสองคน ไปวางยาพิษคนที่คิดทำร้ายท่านหรือเ้าคะ?”
“ฮ้าย พวกท่านคิดไปถึงไหนกัน สิ่งนี้คือผงหอมมันสกัดมาจากสมุนไพรหายาก และที่ข้ามอบให้พวกท่านเพื่อใช้สำหรับจับตัวคนร้ายต่างหากล่ะเ้าคะ ยามที่พวกท่านต่อสู้กับคนร้ายให้สาดผงนี้ออกไป ไม่ว่าคนร้ายจะหลบอยู่ที่ไหนกลิ่นหอมนี้ย่อมช่วยหาตัวได้ไม่ยากเ้าค่ะ รับไปเร็วเข้า” อวี้จิ่นอธิบายประโยชน์ของผงหอมที่นางยื่นให้กับทั้งสองคน
“โอ้ว ยอดเยี่ยมมากขอรับคุณหนู เช่นนี้ก็ไม่ต้องวิ่งตามให้เหนื่อยแล้วสินะ” ตงลู่นึกถึงยามที่ตนตามจับคนร้ายกว่าจะพบเบาะแสก็ตามจนเหนื่อย
“คิ คิ คิ ไปพักผ่อนกันดีกว่าเ้าค่ะ ถึงเรือนของข้าแล้วเก็บแรงเอาไว้ต่อสู้กับคนร้ายกันเถิด”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
ด้านกรมอาญาและศาลต้าหลี่ก็ได้วางแผนรับมือ โดยมีจ่างเกาเป็หัวหน้านำเ้าหน้าที่มาคอยเฝ้าสังเกตการณ์ บริเวณรอบจวนตระกูลเหลียง หากพบเจอคนร้ายที่เริ่มลงมือจะส่งสัญญาณทันที เพื่อมิให้มีความสูญเสียเกิดขึ้น
ในเรือนของราชบุตรเขยเหลียงรุ่ยหาน มีองครักษ์ที่ติดตามองค์หญิงสามคอยดูแลอย่างเข้มงวด แม้แต่ยาที่คุณชายน้อยต้องดื่ม ผู้เป็บิดาต้องทำด้วยตนเองเท่านั้น เนื่องจากเขาต้องระวังทุกย่างก้าว ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ส่วนคนอื่น ๆ ในจวนได้รับคำสั่งห้ามออกจากเรือน ให้เก็บตัวอยู่เงียบ ๆ เมื่อคนร้ายลงมือเ้าหน้าที่จะได้จัดการอย่างสะดวก เพราะทุกคนพร้อมใจกันเชื่อฟังเ้านายเป็อย่างดี คนร้ายที่ลักลอบบุกเข้าจวนจึงถูกสังหารและถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด
