คำพูดของแม่สามีทำเอาหลี่ไหลฮวาโกรธจัดจนแผลระบม เจ็บจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ชูผิงเองก็าเ็ที่ขาจนลุกจากเตียงไม่ได้ ได้แต่ะโต่อว่าแม่ด้วยความคับแค้นใจ
ทว่าจางชุนฮวาผู้เจนจัดในเวทีละครดราม่ากลับไม่สะทกสะท้าน นางหลอกลูกชายคนโตมาทั้งชีวิต ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะจนมุมเพราะเด็กเมื่อวานซืนอย่างชูชิง แต่คนอย่างนางไม่มียอมรับผิดง่ายๆ แน่ นางจึงใช้วิธีเดิมๆ... แหกปากโวยวายกลบเกลื่อน
"ชูผิง นี่แกกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนฮะ ถึงกล้าขึ้นเสียงกับแม่บังเกิดเกล้า ปล้นอะไรกัน? เราคนบ้านเดียวกันนะเว้ย แม่จะปล้นลูกได้ไง ใช้สมองคิดซะบ้างว่าบ้านจนๆ ของแกมีอะไรให้แม่น่าปล้นนักหนา ก็บอกแล้วไงว่าเป็ฝีมือหนู ถ้าข้องใจนักก็ไปแหกปากด่าไอ้หนูพวกนั้นสิ"
เสียงแหลมปรี๊ดของนางดังทะลุเพดาน ราวกับเชื่อว่าใครเสียงดังกว่าคนนั้นชนะ ทว่านี่คือโรงพยาบาล ขืนปล่อยให้เอะอะโวยวายต่อไปคงโดนหมอพยาบาลไล่ตะเพิดแน่ ซึ่งนั่นก็เข้าทางจางชุนฮวาพอดี จะได้ชิ่งหนีแบบเนียนๆ
แต่ชูชิงรู้ทัน เธอพุ่งเข้าไปคว้าแขนย่าไว้แน่น
"เลิกพล่ามได้แล้วย่า หนูถามคำเดียว... ย่าจะจ่ายค่ารักษาพ่อกับแม่ไหม?"
แทนคำตอบ จางชุนฮวาง้างมือตบหน้าหลานสาว หลี่ไหลฮวาใแทบสิ้นสติ พยายามจะลุกจากเตียงไปห้าม แต่ชูชิงร้องห้ามไว้
"แม่ แม่นอนเฉยๆ ห้ามลุกนะ หนูไม่ยอมให้ย่าตีฝ่ายเดียวหรอก"
พูดจบ ร่างเล็กๆ ของชูชิงก็เบี่ยงหลบฝ่ามือย่าอย่างคล่องแคล่ว จางชุนฮวายิ่งโมโห ฟาดมือใส่ไม่ยั้ง "นังเด็กเปรต แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน? ยังจะหน้าด้านมาทวงเงินอีกเหรอ"
ชูชิงโยกตัวหลบซ้ายขวาอย่างว่องไว หากพ่อไม่อยู่ตรงนี้ เธอคงสวนกลับไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอต้องอดทน... เพื่อให้พ่อได้เห็นสันดานดิบของแม่ตัวเองให้เต็มตา
และแล้ว... เมื่อจางชุนฮวาง้างมือจะตบหลานเป็ครั้งที่สาม เสียงคำรามด้วยความเหลืออดของชูผิงก็ดังลั่นห้อง
"พอได้แล้ว แยกบ้าน ผมขอแยกบ้านเดี๋ยวนี้"
จางชุนฮวาชะงักค้าง นางไม่คิดว่าลูกชายคนโตที่แทบจะพิการจะกล้าเอ่ยคำนี้ออกมา แต่คนเ้าเล่ห์อย่างนางตั้งสติได้ไว นางแสยะยิ้มเ็า
"ได้... อยากแยกก็แยก แต่แยกไปแค่ทะเบียนบ้านกับตัวเปล่าๆ นะ สมบัติสักชิ้นแดงเดียวพวกแกอย่าหวังจะได้"
คำประกาศิตนั้นทำเอาชูผิงหน้าถอดสี เขามองขาตัวเองที่เข้าเฝือก มองภรรยาที่นอนเจ็บ ถ้าแยกบ้านออกไปตอนนี้โดยไม่มีเงินไม่มีที่ซุกหัวนอน... มันก็ไม่ต่างอะไรกับการพากันไปตายดาบหน้า
"แม่ครับ... นี่แม่กะจะบีบให้ครอบครัวผมอดตายเลยเหรอครับ?"
จางชุนฮวาเห็นช่องจึงรีบเปลี่ยนโหมดเป็แม่พระผู้แสนดี "โธ่... ลูกผิง แม่ไม่ได้บีบแกนะ แกนั่นแหละเป็คนขอแยกตัวเอง ดูท่าทางแกคงเสียใจที่พูดออกไปใช่ไหมล่ะ? เอาเป็ว่า... ถ้าแกเลิกพูดเื่แยกบ้าน แม่จะทำเป็ลืมๆ ไป แล้วแม่จะยอมไปบากหน้าขอยืมเงินชาวบ้านมารักษาแก..."
ชูผิงผู้ใสซื่อเริ่มลังเลกับข้อเสนอนั้น "เอ่อ..."
แต่ชูชิงไม่ยอมให้พ่อติดกับดักอีก เธอสวนกลับทันควัน
"แล้วเงินที่ยืมมา... ใครจะเป็คนใช้คืนคะ?"
จางชุนฮวาตอบแบบไม่ต้องคิด "ก็ต้องเป็พวกแกสี่คนพ่อแม่ลูกสิยะ"
ชูผิงตาสว่างวาบในทันที แม่บอกว่าเงินเก็บของเขาถูกหนูกินไปหมดแล้ว หมายความว่าเงินที่เขาหามาแทบตายหายวับไปกับตา แต่พอจะใช้เงินรักษาตัว กลับต้องให้เขาไปกู้หนี้ยืมสินแล้วหามาใช้คืนเองงั้นเหรอ? นี่มันตรรกะหน้าเืชัดๆ
"แม่ แม่ทำเกินไปแล้วนะ ผมกับไหลฮวาเจ็บตัวเพราะช่วยไอ้รองมันแท้ๆ ไหนแม่เคยรับปากว่าจะเอาเงินกงสีมาจ่าย..."
"หยุดพูดเื่เ้ารองเดี๋ยวนี้" จางชุนฮวาตวาด "เื่มันจบไปแล้ว อย่ามาฟื้นฝอยหาตะเข็บ ฉันจำไม่ได้ว่าเคยพูดอะไรแบบนั้น"
ชูผิงโกรธจนตัวสั่นระริก ชูชิงหัวเราะหึๆ ในลำคอ
"ย่าคะ... ย่าบอกว่าจบมันก็จบง่ายๆ งั้นเหรอ? ตราบใดที่พ่อกับแม่ไปแจ้งความเอาผิดอาชูฮุย คดีมันก็รื้อฟื้นได้เสมอนะคะ ย่าคงไม่อยากเห็นลูกรักไปนอนในคุกหรอกใช่ไหม?"
จางชุนฮวาหันขวับไปจ้องหน้าลูกชายคนโต "นี่แก... แกกล้าแจ้งจับน้องแท้ๆ เหรอ?"
ชูผิงกัดฟันกรอด "ถ้าแม่ให้ผมแยกบ้านออกไปแต่ตัว... ผมทำแน่ ผมจะแจ้งจับมันข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกาย ทำให้ผมพิการ..."
"ไอ้ลูกเนรคุณ แกกล้าเหรอ มานี่เลยนะ ฉันจะตีแกให้ตาย" นางถลาจะเข้าไปตบลูกชาย
ชูชิงพุ่งเข้าล็อกแขนย่าไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ขยับไม่ได้ดั่งใจ
"ก่อนฟ้ามืดวันนี้ ถ้าหนูไม่เห็นเงินสองร้อยหยวน ย่าเตรียมไปเยี่ยมอาชูฮุยในคุกได้เลย"
จางชุนฮวาดิ้นพล่าน "เอาสิ อยากแจ้งก็แจ้งไปเลย ลูกคนโตจะพากันไปตายดาบหน้า ลูกคนรองติดคุก ฉันจะถือว่าชาตินี้ฉันไม่เคยมีลูกเลยสักคน"
ชูผิงกับหลี่ไหลฮวาอึ้งจนพูดไม่ออก แต่ชูชิงกลับยิ้มเย็น
"ได้ค่ะย่า ในเมื่อย่าใจเด็ดขนาดนั้น พวกเราก็พร้อมส่งอาชูฮุยเข้าคุก... แต่สงสารก็แต่ 'ลูกในท้อง' ของว่าที่อาสะใภ้นี่สิคะ เกิดมาพ่อก็ติดคุก คงลำบากน่าดู"
จางชุนฮวาเบิกตาโพลง "ชูชิง แกพูดบ้าอะไร? หลานฉัน... หลานฉันอยู่ที่ไหน?"
ชูชิงทำท่าทางใสซื่อ "อ้าว... ย่าไม่รู้เหรอคะ? สองสามวันก่อนหนูเห็นน้าหลินฟางอ้วกแตกอ้วกแตน แถมเมื่อก่อนหนูก็เห็นอาชูฮุยพาน้าแกเข้าป่าละเมาะไปทำอะไรๆ กันตั้งหลายครั้ง หนูถามหมอแล้วนะคะ อาการอ้วกบวกประจำเดือนขาด... ท้องชัวร์ค่ะ ย่ารีบกลับไปเช็กให้ชัวร์ก่อนดีกว่าไหมคะ ค่อยตัดสินใจว่าจะไล่พวกเราไปแต่ตัวรึเปล่า"
ข่าวเื่ 'หลาน' ทำเอาสติสตางค์ของจางชุนฮวากระเจิง นางสะบัดแขนหลุดแล้วรีบพุ่งออกจากห้องผู้ป่วยโดยไม่สนใจจะทะเลาะกับใครอีก
"ย่าคะ ถ้าไม่ยอมให้แยกบ้านดีๆ พวกเราก็จะฟ้องอาชูฮุยเหมือนเดิมนะ จำไว้... ก่อนฟ้ามืด สองร้อยหยวนต้องถึงมือ"
ชูชิงะโไล่หลัง จางชุนฮวาไม่หันกลับมา แต่ชูชิงมั่นใจว่ายายแก่นั่นได้ยินชัดเจนทุกคำ
ทันใดนั้น พยาบาลคนหนึ่งเดินถือใบแจ้งหนี้เข้ามา "อ้าว ญาติคนเมื่อกี้กลับไปแล้วเหรอคะ? แล้วตกลงจ่ายเงินหรือยัง? ยอดค้างหนึ่งร้อยหยวนนะคะ ถ้าไม่จ่ายวันนี้หมอสั่งให้งดยาแล้วนะ"
ชูผิงกับหลี่ไหลฮวามองหน้ากันเลิ่กลั่ก กำลังจะเอ่ยปากขอผ่อนผัน แต่ชูชิงชิงพูดขึ้นก่อน
"จ่ายค่ะ เดี๋ยวเราจ่ายให้เดี๋ยวนี้เลย" เธอรับใบแจ้งหนี้มาอย่างมั่นใจ
พยาบาลเดินออกไป ชูชิงจึงหันมาเฉลยความจริงกับพ่อแม่
"เมื่อวานยายแอบยัดเงินสามสิบกว่าหยวนใส่ไว้ก้นถุงไข่ค่ะ หนูไม่ได้บอกเพราะกลัวพ่อกับแม่จะดุ กะว่าจะเอาไปคืนยายวันนี้ แต่ในเมื่อย่าใจดำขนาดนี้ ก็ขอยืมเงินยายมาหมุนก่อนแล้วกันนะคะ"
หลี่ไหลฮวาน้ำตาคลอเบ้า "ยามตกยาก... ก็มีแต่พ่อกับแม่ฉันที่พึ่งพาได้จริงๆ"
ชูผิงถอนหายใจเฮือก "ไหลฮวา... สามสิบหยวนมันไม่พอจ่ายหรอก เรากลับบ้านกันเถอะ พ่อว่าแม่คงไม่ส่งเงินมาให้แน่ๆ เราจะไปรบกวนบ้านคุณตาคุณยายอีกไม่ได้แล้ว..."
"พ่อคะ อย่าเพิ่งถอดใจสิคะ ฟังหนูให้จบก่อน" ชูชิงรีบพูดดักคอ "เมื่อเช้ามืดหนูขึ้นเขาไปขุดสมุนไพรมาขาย ได้เงินมาโขเลยค่ะ รวมกับเงินยายแล้ว จ่ายค่าหมอได้สบายๆ ส่วนค่าใช้จ่ายวันหลัง พ่อไม่ต้องห่วง..."
เธอเว้นจังหวะ ยิ้มอย่างผู้ชนะ
"ย่ารักอาชูฮุยยิ่งกว่าไข่ในหิน ยิ่งรู้ว่าหลินฟางท้องหลานรัก ย่าไม่มีทางยอมให้อาติดคุกหรอกค่ะ เงินสองร้อยหยวนต้องมาแน่ แล้วเราก็จะแยกบ้านกันอย่างถูกต้อง ต่อไปหนูกับน้องจะไม่ต้องโดนย่าตี พ่อกับแม่ก็รักษาตัวให้หายขาด แล้วค่อยหาเงินส่งพวกหนูเรียนสูงๆ... ดีไหมคะ?"
