แม่ม่ายต่งหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจ "ถูกต้องที่สุด"
หมอต่งเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "งั้นก็เอาตามที่เธอว่า ทำให้หลี่ไหลฮวามันพิการไปซะ"
"พี่คะ แล้วพี่จะลงมือยังไง? ให้ฉันช่วยไหม?"
"ไม่จำเป็ ฉันจัดการคนเดียวได้"
ชูชิงไม่รอฟังบทสนทนาต่อ เธอรีบหันหลังกลับไปเดินขายไข่ที่อื่นทันที ทว่าในใจตั้งมั่นแล้วว่า นับจากนี้ตราบใดที่หมอต่งยังเข้าเวรอยู่ เธอจะไม่มีวันห่างจากห้องพักของพ่อกับแม่เด็ดขาด
ชูชิงจำได้แม่นว่าหมอแซ่ต่งคนนี้ชื่อ 'ต่งปิ่ง' ในชาติก่อนเขาเคยถูกตัดสินจำคุกข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายจนต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพ คนพรรค์นี้ไม่สมควรถูกเรียกว่าหมอด้วยซ้ำ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ชูชิงกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย ฉินซูหลานยังไม่กลับบ้าน ยายยืนยันหนักแน่นว่าจะอยู่เฝ้าไข้ลูกอีกสักสองสามวัน หลี่ไหลฮวาขัดใจไม่ได้จึงต้องยอม และด้วยความกังวลว่าต่งปิ่งจะแว้งกัด ชูชิงจึงยืนกรานที่จะนอนเฝ้าที่โรงพยาบาลด้วยอีกคน
โชคดีที่มีเตียงว่างพอดี ชูชิงกับยายจึงเบียดกันนอนได้ แต่เพราะกลัวว่าแม่จะเครียด เธอจึงเก็บเื่ความแค้นของต่งปิ่งไว้เป็ความลับ
อาศัยจังหวะที่ปลอดคนในห้องน้ำ ชูชิงแอบวูบเข้าไปในมิติส่วนตัว ปริมาณอาหารในคลังยังคงเท่าเดิม ไม่ขาดไม่เกิน เธอเอ่ยถามขึ้นลอยๆ
"นี่เ้ามิติ... ต่งปิ่งคนนั้นกำลังจะทำร้ายแม่ฉัน ฉันจะจับเขาแบบคาหนังคาเขาได้ยังไง?"
เสียงเด็กน้อยตอบกลับมาทันควัน "ตอนนี้ฉันอ่านความคิดของต่งปิ่งได้แล้ว ทันทีที่เขาเข้าเวรพรุ่งนี้เช้า เขาจะแอบผสมยาแก้ปวดเกินขนาดลงในน้ำเกลือของแม่ท่าน และลดยาแก้อักเสบลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการสมานตัวของกระดูก เท่านั้นยังไม่พอ เขาจะอ้างเื่เปลี่ยนผ้าพันแผล แล้วฉวยโอกาสทำให้กระดูกที่หักเคลื่อนที่อีกครั้ง เพราะฤทธิ์ยาแก้ปวด แม่ท่านจะไม่รู้สึกเ็ปอะไรเลย แต่ผ่านไปไม่กี่วัน กระดูกก็จะเชื่อมต่อผิดรูป จนสุดท้ายแม่ท่านก็จะกลายเป็คนพิการ"
ชูชิงนึกแผนการออกทันที "ขอบคุณนะที่เตือน"
"ฉันไม่้าคำขอบคุณปากเปล่า ถ้าอยากขอบคุณจริงๆ ก็เอาน้ำพุจากข้างนอกมาพรมลงบนพื้นมิติให้ทั่วซะ"
"น้ำพุเหรอ? น้ำพุบนูเาซินได้ไหม?"
"ได้แน่นอน"
"ตกลง หลังจากกระชากหน้ากากต่งปิ่งได้แล้ว ที่แรกที่ฉันจะไปคือูเาซิน"
"ดี"
"นี่... เ้าเล่าความเป็มาของเ้าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?"
"ไม่ได้"
"บอกไม่ได้เหรอ งั้นขอถามอีกเื่... ตอนที่ฉันฝันเห็นตัวเองโดนะเิตายในชาติก่อน เถาอี้เฉินที่โดนลูกหลงตายไปด้วย เขาได้กลับมาเกิดใหม่เหมือนฉันหรือเปล่า?"
"ฉันเคยบอกไปแล้วไงว่าฉันอ่านความคิดเขาไม่ได้ ก็เลยบอกไม่ได้เหมือนกันว่าเขาเกิดใหม่ไหม"
"ก็ได้ๆ ฉันยังมีเื่อยากถามอีก..."
"โควตาตอบคำถามวันนี้หมดแล้ว วันหลังค่อยมาถามใหม่"
ชูชิงกระตุกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนใจ "เอาชนะไม่ได้จริงๆ สินะ ในถิ่นของนี้ เ้าเป็ใหญ่นี่นะ"
พูดจบเธอก็ออกจากมิติ เดินออกจากห้องน้ำไปล้างมือที่ก๊อกน้ำด้านนอก ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย
ประมาณสี่ทุ่มกว่า ขณะที่ชูชิงกับยายกำลังจะเอนตัวลงนอน เสียงกระซิบกระซาบของหวังฟางก็ดังมาจากหน้าประตู "คุณป้าคะ ชิงชิง... ออกมานี่หน่อยค่ะ"
ชูชิงและยายรีบลุกขึ้นทันที หลี่ไหลฮวากับชูผิงที่เพิ่งเคลิ้มหลับก็สะดุ้งตื่น ลืมตาโพลงถามขึ้นพร้อมกัน "เกิดเื่อะไรหรือเปล่า?"
หวังฟางเห็นว่าทุกคนตื่นกันหมดแล้ว จึงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ "เมื่อกี้ทางหมู่บ้านเป่ยซินโทรมาที่วอร์ด บอกว่าหาตัวต้าลี่ไม่เจอ เลยฝากมาถามพวกคุณว่าเห็นเขาบ้างไหม ถ้าเจอให้โทรกลับ ถ้าไม่เจอก็ไม่ต้องโทรค่ะ"
ฉินซูหลานหน้าซีดเผือด "ไม่เห็นเลย ถึงต้าลี่จะความจำเสื่อม แต่เขาจำทางแม่นจะตาย ไม่มีทางหลงทางแน่ๆ ต้องเกิดเื่ไม่ดีขึ้นแน่ ไม่ได้การละ... ฉันต้องไปตามหาเขา"
ชูชิงเองก็ร้อนใจ "ยายคะ ยายรีบไปตามหาลุงต้าลี่เถอะ ทางนี้หนูดูแลพ่อกับแม่เอง"
หลังเที่ยงคืนไปก็จะเข้าสู่วันใหม่ ต่งปิ่งอาจจะลงมือตอนไหนก็ได้ เธอทิ้งแม่ไปตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ชูผิงและหลี่ไหลฮวาเองก็เห็นดีเห็นงามให้รีบออกไปตามคน
ฉินซูหลานยืมไฟฉายแล้วรีบบึ่งออกจากโรงพยาบาล นางเดินส่องไฟตามหาตลอดเส้นทางจากตัวเมืองกลับไปยังหมู่บ้านเป่ยซิน แต่ก็ไร้วี่แววของต้าลี่ จึงตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน
เมื่อถึงบ้าน กลับพบเพียงชูเฉียนอยู่ตามลำพัง "เฉียนเฉียน ตาไปตามหาลุงต้าลี่หรือยังลูก?"
ชูเฉียนร้องไห้โฮ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา "ยังหาลุงต้าลี่ไม่เจออีกเหรอคะยาย? เขาเป็ลุงที่ใจดีที่สุดในโลกเลยนะ ยาย... เราไปช่วยกันตามหาเขาเถอะนะ"
ั้แ่เล็กจนโต ชูเฉียนไม่เคยได้รับความเมตตาจากลุงแท้ๆ อย่างชูฮุยเลยสักนิด กลับเป็ 'ลุงต้าลี่' คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันไม่กี่วัน ที่มอบความอบอุ่นให้เธอ ทั้งหาของอร่อยมาให้กิน ช่วยจับนกกระจอก ทำกังหันลมให้เล่น...
"ได้สิ" ฉินซูหลานจูงมือหลานสาวเดินออกไป "แล้วเฉียนเฉียนรู้ไหมว่าทำไมลุงต้าลี่ถึงหายไป? วันนี้เขาไปทำงานที่นาของผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่เหรอ?"
ชูเฉียนสะอื้นฮั่ก "ตาบอกว่า... ่บ่ายผู้ใหญ่บ้านรังเกียจที่ลุงต้าลี่กินจุ ก็เลยไล่ให้ลุงเข้าไปล่าสัตว์บนูเา ลุงต้าลี่ก็ไป... แล้วก็ยังไม่กลับมาเลย ผู้ใหญ่บ้านกลัวความผิดก็เลยรีบแจ้นมาฟ้องตานี่แหละค่ะ"
"งั้นเราขึ้นไปหากันบนูเา" ฉินซูหลานล็อกประตูบ้านแ่า จูงมือหลานมุ่งหน้าสูู่เาซินทันที
...
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ต้าลี่กำลังสับตีนแตกวิ่งหน้าตั้งไปทางหมู่บ้านเป่ยซิน เพราะมีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับไล่กวดเขามาติดๆ
ความจริงแล้วเขาไม่ได้เข้าไปในูเาซินเลยสักนิด ผู้ใหญ่บ้านเห็นแก่ตัวคนนั้นไม่ได้คิดจะเลี้ยงข้าวเขาจริงๆ หรอก แค่อยากหลอกใช้แรงงานเขาฟรีๆ ต่างหาก ยิ่งรู้แบบนี้ เขาก็ยิ่งไม่อยากทำตามใจเ้าหมอนั่น
ตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านยืนเฝ้าส่งเขาเข้าป่าก็จริง แต่พออีกฝ่ายเผลอ เขาก็แอบย้อนกลับวิ่งเข้าเมือง
ตั้งใจจะไปหาชูชิงกับทุกคนที่โรงพยาบาล เล่นด้วยสักพักแล้วค่อยกลับหมู่บ้าน
แต่ปัญหามันดันเกิดตรงนี้นี่แหละ... ทันทีที่เท้าแตะตัวเมือง จู่ๆ ก็มีรถเก๋งมาจอดเทียบ ผู้ชายคนหนึ่งลงมาจากรถ พยายามจะฉุดเขารถโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาไม่อยากไปด้วยเลยสะบัดจนหลุด แล้ววิ่งหนีเข้าตรอกซอกซอย ด้วยความกลัวว่าจะนำภัยมาให้พวกชูชิง เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะไปโรงพยาบาล
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง นึกว่าสลัดหลุดแล้ว แต่พอวิ่งออกมานอกเมือง รถคันเดิมก็ตามมาเจอเขาอีกจนได้ ต้าลี่หัวไวรีบนึกได้ว่า รถเก๋งขับเร็วแค่ไหนก็ขึ้นเขาไม่ได้ เขาจึงเบนทิศมุ่งหน้าสูู่เาซิน
หากชูชิงอยู่ที่นี่ เธอคงจำได้ทันทีว่าคนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับนั่นคือ กู้เฉียน
กู้เฉียนะโแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ "เฮ้ยเพื่อน หยุดวิ่งได้แล้ว ฉันรู้ว่านายแรงควาย วิ่งเร็วกว่าม้า แต่รถฉันมันก็ตามนายทันอยู่ดี เลิกโชว์ออฟได้แล้วน่า ขึ้นรถเถอะ เรากลับปักกิ่งกัน"
ต้าลี่วิ่งไปะโตอบไป "ฉันไม่รู้จักนาย เอารถนายออกไปให้พ้น"
กู้เฉียนเกาหัวแกรกๆ "ไม่รู้จักฉัน? จะบ้าเรอะ ฉันเพื่อนซี้ที่สุดของนายนะเว้ย"
"เพื่อนซี้ที่สุดของฉันคือชูชิง ไม่ใช่นาย"
กู้เฉียนหูผึ่ง เขาเพิ่งสืบมาได้ว่าเด็กสาวที่ขายโสมให้เขากับอี้เฉินชื่อชูชิงพอดี "อ้าว นายรู้จักชูชิงด้วยเหรอ? แจ๋วเลย ฉันก็รู้จักเธอเหมือนกัน"
"อย่ามาโกหก" ต้าลี่ไม่เชื่อน้ำหน้าหมอนี่สักนิด
กู้เฉียนเริ่มจนปัญญา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "พ่อแม่ของชูชิงนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอใช่ไหมล่ะ? ฉันพูดถูกไหม? หยุดวิ่งเถอะพ่อคุณ วันนี้รถฉันวนรอบเมืองตามจีบนายจนน้ำมันจะหมดถังอยู่แล้วเนี่ย"
"ไม่เชื่อ เว้นแต่ชูชิงจะมาบอกฉันเองว่ารู้จักนาย ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าฉันจะเชื่อ"
"ได้ ไม่มีปัญหา งั้นนายขึ้นรถมาก่อน เดี๋ยวพาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ"
