เมื่อออกมาจากออฟฟิศของหลิวิอวี้ หยางเฉินค่อนข้างที่จะสดชื่น แม้จะไม่รู้ว่าสองสาวคุยอะไรกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คลี่คลายไปได้เปราะหนึ่งแล้ว แม้จะมีท่าทีสงบนิ่ง แต่ในใจของหยางเฉินกลับรู้สึกวุ่นวายและไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแม้แต่น้อย
หยางเฉินเดินไปที่ลิฟต์และกดปุ่มจากนั้นก็รอลิฟต์ที่กำลังลงมา เมื่อประตูลิฟต์แง้มเปิดออก หยางเฉินเห็นเงาร่างผู้หญิงสองคนยืนในนั้นอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเงยหน้าขึ้นเขาก็เห็นหลินรั่วซีในชุดสีน้ำเงิน กับผู้ช่วยอู๋เยวี่ยอยู่ในลิฟต์อย่างเหมาะเจาะ
เมื่อเห็นหยางเฉินปรากฏตัวในชั้นของแผนกประชาสัมพันธ์ คิ้วของหลินรั่วซีก็เลิกขึ้นเล็กน้อย ไม่มีเหตุผลที่หยางเฉินจะต้องมาที่นี่อีก แม้จะสงสัยแต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมา
"จะเข้าก็รีบเข้า" เห็นหยางเฉินยืนตะลึงงันอยู่นาน อู๋เยวี่ยจึงต้องกระตุ้นเตือน
หยางเฉินเดินเข้าไปในลิฟต์ ยืนข้างๆ หลินรั่วซีอย่างเงียบเชียบ ภายในลิฟต์ที่เงียบสงบ หยางเฉินคิดว่าถ้าไม่พูดอะไรมันจะดูมีพิรุษมากเกินไป ดังนั้นจึงถามส่งๆ ไปว่า
"ประธานหลินไปตรวจงานมาเหรอครับ?”
"ประธานจะทำอะไรต้องให้นายมาสอดด้วยหรือไง?” อู๋เยวี่ยกล่าวสวนขึ้นทันควัน
หยางเฉินกล่าวเยาะเย้ยว่า
"คุณเป็แค่ผู้ช่วย ผมเป็ผู้อำนวยการสาขา คุณสิอย่ามาสอด?" ขนาดพระสงฆ์ยังไม่อาจอดทนได้ อู๋เยวี่ยโดนเช่นนี้ก็หน้าเสียไปเหมือนกัน แต่ก็รู้ตัวว่าไม่อาจพูดอะไรออกมาได้
"ไปรับ รองประธานคนใหม่" หลินรั่วซีตอบคำถามของหยางเฉินเสียงเบา
รองประธานคนใหม่? หยางเฉินรู้สึกสงสัย ั้แ่หลินคุนเสียชีวิตไป หุ้นทั้งหมดของเขาก็ถูกส่งมอบให้กับหลินรั่วซี หุ้นของอวี้เหล่ยทั้งหมดแทบจะตกเป็ของหลินรั่วซีแต่เพียงผู้เดียว แม้จะมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น แต่ก็เป็เพียงการอภิปรายเป็ทางการเท่านั้น ในความเป็จริงหลินรั่วซีเป็ผู้มีอำนาจสูงสุด และสามารถกำหนดรองประธานขึ้นได้ด้วยตนเอง
ใน่ที่หลินรั่วซีป่วยจนต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลไปสองสัปดาห์ โม่เชี่ยนนีทำหน้าที่รับผิดชอบงานของเธอได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนที่จะถูกย้ายไปเป็รักษาการรองประธานกรรมการบริหาร
เมื่อได้ยินคำว่ารองประธาน หยางเฉินก็เกิดความคิดแปลกๆ ขึ้นมา หรือว่าหลินรั่วซีคิดได้ แล้ว้าปลดแอก?
"ผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราที่ได้ร่วมมือกับมู่หยุน มีพนักงานของเราไปดูแลจัดการถึงฮ่องกง เพื่อความสะดวกในการติดต่อและจัดการเื่ต่างๆ" หลินรั่วซีอธิบายต่อ
ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกมาเร็วๆ นี้ อวี้เหล่ยจะได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ภาระงานจะเพิ่มขึ้น แต่ก็จะเกิดความไว้วางใจและสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอวี้เหล่ยและมู่หยุน
หยางเฉินฟังโดยไม่ได้พูดอะไร หกเดือนหลังจากนี้เขาและหลินรั่วซีจะหย่าร้าง สัญญาของหยางเฉินทำไว้กับมู่หยุนอาจเกิดผลกระทบได้ ปัญหานี้หยางเฉินคิดว่าต้องพูดคุยกับหลินรั่วซีเป็การส่วนตัว
เมื่อมาถึงชั้นล่าง หลินรั่วซีก็พาอู๋เยวี่ยตรงไปยังลานจอดรถอย่างเงียบเชียบ หยางเฉินเองก็ตรงไปที่ตึกฝั่งตรงข้าม เพื่อทำงานที่เขารักทันที
หยางเฉินเดินตรงไปยังออฟฟิศของหวังจี้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เธอกำลังง่วนอยู่กับเอกสารบางอย่างอยู่ และเมื่อเห็นหยางเฉินเดินเข้ามา เธอก็ลุกขึ้นยืน ยิ้มทักทายว่า
"สวัสดีค่ะประธานหยาง เจรจากับผู้กำกับหวงราบรื่นหรือเปล่าคะ?”
หยางเฉินนำ SD การ์ดออกจากกระเป๋าส่งให้หวังจี้พร้อมกล่าวว่า
"นี่ไง คุณลองเปิดดูสิ”
หวังจี้รับ SD การ์ดมาด้วยความสับสน จากนั้นนำไปใส่ในแล็ปท็อปแล้วเปิดไฟล์ในวิดีโอขึ้นมา ผ่านไปไม่นาน หวังจี้ก็ลุกลี้ลุกลนรีบปิดวิดีโออย่างรวดเร็ว! ใบหน้าเปลี่ยนเป็แดงก่ำ
"ประธาน... นี่หมายความว่า..."
"อย่าพูดถึงคนแซ่หวงอีกจะดีกว่า ผู้ชายที่อยู่ในคลิปนั่นคือผู้กำกับหวง และผู้หญิงที่กำลังนอนอยู่บนโซฟาคือเมียของเขา พวกเขาเล่นหนังสดให้ผมดูแถมยังให้ผมเป็ผู้กำกับให้อีก โชคดีที่เขาไม่ให้ผมพากย์เสียงให้ด้วย ผมทำเสียงผู้หญิงไม่เป็จริงๆ" หยางเฉินพูดขึ้นด้วยสีหน้าปวดร้าว
หวังจี้หลั่งเหงื่อเย็น ใบหน้าเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู
"ประธาน ฉันขอโทษด้วยนะคะ ครั้งต่อไปฉันรอบคอบกว่านี้... ไม่คิดเลยว่าผู้กำกับหวงจะเป็คนเช่นนั้น"
หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า
"หวังจี้ ก่อนที่คุณจะมาที่นี่ ได้เคยติดต่อกับคนในวงการบันเทิงบ้างหรือเปล่า"
"ฉันทำงานประชาสัมพันธ์มาบ้าง แต่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับวงการบันเทิงมากนัก" หวังจี้กล่าว
"ไม่เป็ไรหรอก หลังจากนี้ก็ระวังให้ดี ผมเป็ผู้ชายจึงไม่ค่อยสนใจเื่ความปลอดภัยเท่าใดนัก แต่อย่าลืมว่าถ้าเกิดเื่ขึ้นกับคุณ คุณเองนั่นแหละที่จะต้องเ็ป" หยางเฉินพูดแนะนำหวังจี้อย่างใจเย็น
หวังจี้ร่ำร้องออกมาในใจ เธอรู้สึกซาบซึ้งหยางเฉินจากก้นบึ้งของจิตใจ
"ขอบคุณประธานมากค่ะ"
หยางเฉินยิ้ม หยิบ SD ขึ้นมากล่าวว่า
"คุณอยากเก็บมันไว้หรือเปล่า?"
"ไม่แน่นอนค่ะ" หวังจี้โบกมือยุ่งเหยิง
หยางเฉินให้มือบดขยี้ SD การ์ดจากนั้นโยนทิ้งถังขยะอย่างไม่แยแส แล้วหันไปกล่าวกับหวังจี้ว่า
"ผมไม่คิดว่าคุณจะประมาท แต่โลกก็เป็อย่างนี้แหละ ต่อไปคุณต้องผ่อนคลายให้มากกว่านี้ ถ้างานที่ทำมันน่าอึดอัดก็บอกผม"
หวังจี้ยิ้มพลางกล่าวว่า "ขอบคุณมากนะคะ"
เมื่อเห็นว่าหวังจี้ไม่เป็อะไรแล้ว หยางเฉินก็ไม่้าหยอกล้อเธออีก หลังออกจากออฟฟิศของหวังจี้แล้ว หยางเฉินก็มุ่งหน้าไปยังสตูดิโอทำเพลงต่อทันที
เนื่องจากอวี้เหล่ยเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เริ่มมีนักลงทุนเข้ามา ที่นี่จึงมีสตูดิโอเป็ของตัวเองรวมไปถึงอุปกรณ์และเครื่องดนตรีมากมาย
หยางเฉินยังคงเป็ห่วงในตัวฮุ่ยหลิน เพราะเธอเก็บตัวอยู่ในูเาเป็เวลานาน การได้มาเห็นโลกกว้าง พบเจอคนแปลกหน้ามากมาย อาจทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
เมื่อมาถึงสตูดิโอ หยางเฉินเห็นจ้าวเถิงกับคนกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็ นักดนตรี โปรดิวเซอร์ พวกเขากำลังยืนฟังอะไรบางอย่างอยู่
ภายในห้องบันทึกเสียง หยางเฉินเห็นฮุ่ยหลินกำลังร้องเพลง บนศีรษะสวมหูฟังขนาดใหญ่เอาไว้ เสื้อยืดสีชมพูบาง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ และสีหน้าที่เหมือนกำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกบางอย่าง
จ้าวเถิงเห็นหยางเฉินเดินเข้าก็รีบสะกิดคนข้างๆ ก่อนกล่าวแนะนำชายหนุ่ม
"นี่คือประธานหยาง พวกคุณบางคนอาจจะยังไม่เคยเห็น ทักทายท่านประทานหน่อยสิครับ"
หยางเฉินหัวเราะจับมือกับพนักงานที่ทำงานเื้ัเ่าั้ ในขณะที่จ้าวเถิงกล่าวแนะนำตัวแต่ละคน แม้พวกเขาจะแปลกใจที่ผู้บริหารสูงสุดยังเป็คนหนุ่มอายุน้อย แต่ก็คิดว่าเขาอาจมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา
"ดูเหมือนน้องผมจะร้องเพลงได้ไม่เลวนะครับ" หยางเฉินเอ่ยถาม
นักดนตรีคนหนึ่งพยักหน้า "คุณฮุ่ยหลินน้องของประธานหรอกเหรอครับ พร์ของคุณฮุ่ยหลินไม่ธรรมดาจริงๆ ผมเคยเห็นผู้หญิงเสียงดีมามาก แต่มีน้อยคนนักที่สามารถดึงอารมณ์ได้แบบคุณฮุ่ยหลิน"
"ใช่แล้วครับ น้ำเสียงของคุณฮุ่ยหลินไพเราะมาก ปรับเื่คีย์และเสียงแหลมอีกนิดหน่อยก็สามารถร้องได้ทุกเพลงแล้ว" นักดนตรีอีกคนกล่าว
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขามองฮุ่ยหลินที่อยู่ในห้องบันทึกเสียงอย่างระมัดระวัง
เพลงที่ออกมาจากหูฟังเป็เพลงเก่าที่ไม่คุ้นเคย หยางเฉินเพิ่งมาอยู่จีนจึงไม่ค่อยรู้สึกเพลงมากนัก แต่ก็รู้ว่าฮุ่ยหลินที่มีน้ำเสียงสดใสและน่ารื่นรมย์เหมาะที่จะร้องเพลง คนที่ได้ฟังก็รู้สึกสบายใจ
หยางเฉินถอดหูฟังออกและพูดกับทุกคนว่า
"ผมคิดว่าเธอคงจะเหนื่อยแล้วล่ะ ให้เธอพักก่อนเถอะ ร้องเพลงมากไปเดี๋ยวคอก็พังกันพอดี"
"ฮ่าฮ่า ผู้อำนวยการ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากหยุดคุณฮุ่ยหลินหรอกนะครับ แต่คุณฮุ่ยหลินไม่ยอมหยุดร้องเลยต่างหาก เธอตั้งใจร้องเพลงจนเราไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะเธอเลย" โปรดิวเซอร์คนหนึ่งกล่าวติดตลก
ทันใดนั้นพนักงานต้อนรับเข้าวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน
"ท่านประธานอยู่ที่ไหนคะ!!"
"เกิดอะไรขึ้น" หยางเฉินหันมาถาม
หญิงสาวที่แผนกต้อนรับกล่าวด้วยความเคารพว่า
"ประธานคะ มีแขกกำลังรออยู่ที่ห้องรับแขกของบริษัทค่ะ เขาบอกว่ารู้จักกับประธานหยางและคุณฮุ่ยหลินด้วย"
สีหน้าของหยางเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นจึงสั่งให้พนักงานคนอื่นออกไปก่อน แล้วเดินตรงไปยังฮุ่ยหลิน เด็กสาวเห็นหยางเฉินเดินเข้ามา ก็หยุดร้องเพลงทันที ใบหน้ากลายเป็สีแดง เมื่อคิดว่าหยางเฉินต้องเห็นเธอร้องเพลงก็รู้สึกอายขึ้นมา
"พี่หยาง มาได้ไงคะ"
"มีบางคน้าพบกับเธอ" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฮุ่ยหลินกะพริบตากล่าวว่า
"ใครเหรอคะ? พี่สาวหรือเปล่า?"
หยางยิ้มยักไหล่ "ถ้าฉันเดาไม่ผิด ไม่น่าจะใช่คุณยายของเธอ แต่น่าจะเป็คุณปู่ของเธอมากกว่า"
