กู้เฉียนเล่าด้วยแววตาเป็ประกายอย่างออกรส "พี่เถาจี้หยวนดูภายนอกเหมือนสุภาพบุรุษมาดนิ่งนะ แต่เื่กินนี่ดุยิ่งกว่าเสือโหยเสียอีก ดีที่แรงแกเยอะ กินเท่าไหร่ก็เอาไปใช้หมด ไม่งั้นเปลืองข้าวสุกแย่... นี่ขนาดอายุสามสิบสองเข้าไปแล้วยังหาเมียไม่ได้เลย คนบ้านเถาบ่นกันหูชา แกเลยไม่ค่อยอยากกลับเมืองหลวงไง พอกลับมาทีไรก็ชอบหนีมาขลุกอยู่บ้านผม ถึงผมจะเด็กกว่าแกเป็สิบปีแต่เราซี้กันจะตาย นี่แหละเหตุผลที่ผมต้องถ่อสังขารมาตามหาแกด้วยตัวเอง... อ้อ เกือบลืมเตือนไปอย่าง เขากับอี้เฉินไม่ค่อยจะลงรอยกันหรอกนะ เธออย่าหวังเลยว่าอี้เฉินจะซาบซึ้งที่เธอช่วยอาของเขา เผลอๆ ชื่อเธออาจจะขึ้นบัญชีดำหมอนั่นไปแล้วก็ได้"
ชูชิงทำหน้าปลงตก "ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะดีจะร้ายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ?" พูดจบเธอก็ชะงักไปนิด หรือเถาอี้เฉินจะพาลโกรธเธอที่ไปช่วยลุงต้าลี่จริงๆ? เธอจึงอดถามไม่ได้ "ว่าแต่... เถาอี้เฉินกับลุงต้าลี่ของฉันมีเื่บาดหมางอะไรกันคะ?"
กู้เฉียนเห็นปลาติดเบ็ดก็แกล้งทำท่าลึกลับ "เื่นี้... ความลับระดับท็อปซีเคร็ต บอกไม่ได้หรอก" (ความจริงคือเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน)
ชูชิงรู้ทันจึงแกล้งยั่วโมโห "บอกไม่ได้ หรือจริงๆ แล้วคุณไม่รู้กันแน่คะ? เมื่อกี้ใครนะเพิ่งโม้ว่าซี้ปึ้กกับลุงต้าลี่? ฉันว่านะ... สงสัยจะมีคนเก่งแต่ปาก"
กู้เฉียนถึงจะดูสำอางร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่เื่ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายยอมไม่ได้เด็ดขาด "ไม่ได้โม้เว้ย ผมกับลุงต้าลี่ของเธอซี้กันจริงๆ เดี๋ยวรอแกความจำกลับมาแกก็ยืนยันได้เองแหละน่า"
"งั้นคุณก็พิสูจน์ตอนนี้เลยสิคะ แค่บอกมาว่าพวกเขาทะเลาะกันเื่อะไร ถ้าเื่แค่นี้ยังไม่รู้ ก็เลิกคุยโวเื่อื่นเถอะค่ะ ฉันไม่เชื่อหรอก"
โดนจี้จุดเข้าจังๆ กู้เฉียนก็หมดทางแถ "ก็ได้ๆ ยอมรับก็ได้ว่าไม่รู้ ผมสนิทกับลุงต้าลี่จริง สนิทกับอี้เฉินด้วย แต่เื่บาดหมางของสองอาหลานคู่นี้มันเป็ปริศนาโลกแตก ไม่มีใครรู้สาเหตุแน่ชัดหรอก... เอาเป็ว่าเชื่อผมเถอะ เธอต้องรีบกล่อมให้ลุงต้าลี่กลับเมืองหลวงให้เร็วที่สุด ไม่งั้นซวยแน่ อาจจะโดนอี้เฉินตามมาราวีเอาได้"
"ฮะ? ตามราวี? นี่ฉันช่วยคนนะ ไม่ได้ไปฆ่าแกงใคร เถาอี้เฉินจะมาแก้แค้นฉันทำไม?"
ภาพความอำมหิตของเถาอี้เฉินในชาติก่อนผุดขึ้นมาในหัว ทำเอาชูชิงขนลุกซู่กลางอากาศร้อนๆ
"ฮัดเช้ย" จู่ๆ เธอก็จามออกมาเสียงดัง
"เป็หวัดเหรอ?" กู้เฉียนถามด้วยความห่วงใย
ชูชิงโบกมือปฏิเสธ "เปล่าค่ะ แค่สังหรณ์ใจว่าเถาอี้เฉินกำลังนินทา หรือไม่ก็กำลังวางแผนคิดบัญชีฉันอยู่แน่ๆ"
...
ณ อีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง เถาอี้เฉินนั่งอยู่ตามลำพังในห้องนอน แววตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ภายในใจสุมไปด้วยไฟแห่งความเกลียดชัง เขารังเกียจ 'เถาจี้หยวน' เข้ากระดูกดำ เกลียดจนอยากจะฆ่าให้ตายคามือ แต่เขาทำไม่ได้... เพราะคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับคนสำคัญคนหนึ่ง เขาจึงทำได้แค่ภาวนาให้ผู้ชายคนนั้นประสบอุบัติเหตุตายไปเองเสียให้พ้นๆ
เมื่อครู่เขาเพิ่งวางสายจากกู้เฉียน ได้รับข่าวว่าเถาจี้หยวนเกือบตายทีู่เาซิน แต่ดันรอดมาได้เพราะเด็กสาวที่ชื่อ 'ชูชิง' ช่วยไว้
อารมณ์ของเถาอี้เฉินปะทุขึ้นด้วยความสับสน ทั้งโกรธที่ชูชิงแส่ไม่เข้าเื่ แต่ลึกๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกติดค้างเธอ... โสมล้ำค่าที่เธอยกให้ฟรีๆ หยกประจำตระกูลที่เธอยอมคืนให้ง่ายๆ เขาอุตส่าห์ให้กู้เฉียนเอาหยกไปคืนเธอเพื่อตัดหนี้บุญคุณ กะว่าจะทางใครทางมันไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีก แต่์กลับเล่นตลก ส่งเถาจี้หยวนไปผูกเงื่อนตายให้เขาต้องไปพัวพันกับเธออีกจนได้
ตระกูลเถาติดหนี้ชีวิตชูชิงครั้งใหญ่ ท่านปู่สั่งคำขาดให้เขาเดินทางไปหมู่บ้านเป่ยซินเพื่อขอบคุณชูชิงและครอบครัวหลี่ด้วยตัวเอง... น่าขันสิ้นดี ท่านปู่รู้ดีที่สุดว่าเขากับเถาจี้หยวนเป็ตายไม่เผาผี แต่กลับส่งเขาไปทำหน้าที่นี้ นี่จงใจจะทดสอบความอดทนของเขาหรือไง?
ได้... คำสั่งท่านปู่ เขาจะทำตาม จะไปขอบคุณชูชิงและครอบครัวหลี่ให้จบๆ ไป แต่ความคับแค้นที่อัดอั้นอยู่ในอกนี้... มันต้องหาที่ระบาย
เถาอี้เฉินโยนเสื้อผ้าสองสามชุดลงกระเป๋าอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องท่านปู่เพื่อรับของขวัญขอบคุณ แล้วขึ้นรถเก๋งสีดำคันหรูขับพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ไป ภายใต้สายตาที่เฝ้ามองของชายชรา
เถาเทียนเต๋อถอนหายใจเฮือกใหญ่ ร่างชราเดินกลับเข้าไปในห้องนอน บนเตียงมีหญิงชราวัยเจ็ดสิบเศษนอนแน่นิ่ง เธอคือ 'เกิงหลาน' ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่เป็อัมพาต ไร้ความรู้สึกรับรู้ทางกายและสมอง
"อาหลาน... เ้าว่าครั้งนี้ข้าตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม?"
ไร้เสียงตอบรับจากภรรยา เถาเทียนเต๋อจึงพร่ำรำพันต่อด้วยความอัดอั้น "อาหลานเอ๊ย เ้าต้องอยู่กับข้าไปอีกนานๆ นะ ไม่งั้นตาแก่อย่างข้าคงไม่เหลือใครให้ระบายความในใจแล้ว... ข้าไม่เคยคิดเลยว่าบั้นปลายชีวิต เราต้องมาเจอกับความสูญเสียลูกชาย... ความเ็ปที่สุดของข้าคือการต้องเสียลูกชายคนโตไปตลอดกาล..."
นับั้แ่วันที่ได้รับข่าวร้ายเื่ลูกชายคนโต เกิงหลานก็ล้มป่วยจนกลายเป็อัมพาตั้แ่นั้นมา
...
ตัดกลับมาที่หมู่บ้านเป่ยซิน ชูชิงเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัย กู้เฉียนส่งเธอเสร็จก็รีบบึ่งรถกลับไปโรงพยาบาลทันทีเพราะไม่ไว้ใจความปลอดภัยของเถาจี้หยวน
ชูชิงตรงดิ่งไปบ้านยาย เล่าเื่ที่ลุงต้าลี่ยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และเื่ที่เขาเอ่ยปากอยากเป็ลูกบุญธรรมของตากับยาย
ฉินซูหลานกับหลี่ต้าเหวินที่ฝันอยากมีลูกชายมาตลอด พอได้ยินเข้าก็ตื่นเต้นดีใจ ซาบซึ้งในความกตัญญูของต้าลี่ แต่ก็รู้ดีว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขายังอยู่ จึงไม่อาจตกลงปลงใจได้ง่ายๆ
นอกจากนี้ ชูชิงยังเล่าข่าวดีเื่ที่หมอต่งปิ่งถูกจับกุม ทำเอาฉินซูหลานและทุกคนปรบมือสะใจกันยกใหญ่ มื้อนั้นยายทำบะหมี่เส้นสดให้หลานรักกิน ชูชิงกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเกือบจะลืมความกังวลเื่การแก้แค้นของเถาอี้เฉินไปเสียสนิท
หลังมื้ออาหาร ชูชิงบอกลายาย คว้ากระติกน้ำสะพายไหล่เตรียมขึ้นเขา หลี่ต้าเหวินเห็นหลานจะไปพอดี เลยชวนไปบุกเบิกที่ดินสิบหมู่ของต้าลี่บนูเาด้วยกัน โดยมีน้องเล็กอย่างฉู่เฉียนขอตามไปด้วย ส่วนฉินซูหลานเป็ห่วงปากท้องของต้าลี่ จึงอยู่บ้านรีบนึ่งหมั่นโถวข้าวโพดเตรียมไว้ไปเยี่ยมไข้
ไม่นานนัก ทั้งสามก็มาถึงที่ดินของต้าลี่บนูเาซิน ตาหลี่ให้ฉู่เฉียนนั่งเล่นบนโขดหินใต้ร่มไม้ ส่วนตัวเองลงมือถางที่ ชูชิงบอกว่าจะเดินลึกเข้าไปหาสมุนไพรและนัดเวลากลับมาก่อนพระอาทิตย์ตกดิน น้องสาวตัวน้อยอยากตามไปใจจะขาด แต่รู้ตัวว่าแรงน้อยจะเป็ภาระ จึงนั่งเฝ้าตาอย่างว่าง่าย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชูชิงมาถึงตาน้ำบนูเา เธอมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าปลอดคน จึงเปิดกระติกน้ำ กรอกน้ำพุธรรมชาติจนเต็ม แล้วแวบหายเข้าไปในมิติ
"นี่เ้ามิติ ฉันเอาน้ำพุมาแล้ว จะให้ทำยังไงต่อ? ราดลงไปบนพื้นเลยเหรอ?"
เสียงเด็กน้อยตอบกลับมา "ใช่ ราดลงไปที่หน้าตัวอาคารนั่นแหละ"
ชูชิงทำตามคำแนะนำ ทันทีที่สายน้ำััพื้นดิน ภาพมหัศจรรย์ก็บังเกิด ดินที่เคยแห้งแข็งกระด้างกลับฟูฟ่องนุ่มนวล ราวกับนาข้าวที่เพิ่งผ่านการพรวนดินมาอย่างดี
ชูชิงตาลุกวาว "มิติ แบบนี้ปลูกผักได้ไหม?"
"ไม่ได้... แต่ปลูกสมุนไพรได้"
"เยี่ยมเลย งั้นฉันจะออกไปขุดสมุนไพรมาลงดินเดี๋ยวนี้แหละ"
"เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน ฟังฉันพูดให้จบก่อน"
"โอเค ว่ามาสิ"
"การจะปลูกสมุนไพรในนี้ แม้จะปลูกได้ แต่เงื่อนไขค่อนข้างสูง ต้องใช้ 'ธาตุอาหาร' พิเศษ"
"ธาตุอาหาร? อย่าบอกนะว่าต้องให้ฉันไปหาขี้วัวมาใส่ปุ๋ย?"
"ที่นี่เป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้ามพูดคำหยาบคายอย่าง 'ขี้วัว' เด็ดขาด" เสียงเ้าหนูมิติดูขัดใจ "ฟังให้ดี... ธาตุอาหารที่ว่าคือ 'น้ำตาหนึ่งหยดของคนที่ฉันไม่สามารถอ่านความคิดได้'"
ชูชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นที่มุมปาก "น้ำตาของคนที่อ่านใจไม่ได้... งั้นก็ต้องไปหาลุงต้าลี่สิ"
