หนิงเทียนยืนพึมพำด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งบนยอดห้องโถงหิน
การต่อกรกับเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองด้วยเสียงอันดังสนั่น สำหรับผู้บำเพ็ญในขอบเขตจิตหยั่งลึกนั่นคือการแสวงหาความตาย
แต่หนิงเทียนคิดว่านี่คือความสามารถ เขาไม่เพียงแต่ได้รับทักษะชำระล้างิญญาของชิงเยี่ยนเท่านั้น เขายังได้เรียนรู้ทักษะแปลงิญญาชั่วร้ายของเฮยเย่ามาอีกด้วย นอกจากนี้เขายังได้รับแสงิญญาหกพันดวงและปรับแต่งขวดหยกหยินหยาง นี่ราวกับฝันที่เป็จริง
มีเกาะเล็กๆ ดึงดูดสายตาของหนิงเทียนอยู่บนกิ่งก้านเหนือห้องโถงหิน ต้นไม้แห้งทอดยาวไปสู่ท้องฟ้าและพื้นโลก กิ่งแรกเป็ปราสาทหิน กิ่งที่สองเป็วังหิน และกิ่งที่สามเป็เกาะเล็กๆ
ทว่ากิ่งที่สี่กลับกลายเป็ประตูที่ประกอบด้วยรุ้งเจ็ดสี มีเมฆหมอกลอยอยู่เหนือประตู และไม่สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้
ด้วยอารมณ์ที่เหนือชั้น หนิงเทียนจึงรีบขึ้นไปและเข้าไปในเกาะเล็กๆ ทันที
แม้จะบอกว่าเป็เกาะเล็กๆ แต่อันที่จริงมีขนาดใหญ่มาก เกาะนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าห้าพันจั้ง บนเกาะมียอดเขาสามแห่ง ทะเลสาบ และพืชพรรณเขียวชอุ่ม
หนิงเทียนชอบที่นี่มาก เขาเชี่ยวชาญยุทธศาสตร์ครอง์ซึ่งใช้ในการตั้งอาณานิคมของิญญาทั้งหมด เขาจึงเข้าใจข้อมูลบนเกาะทันที คลื่นที่ทรงพลังและสั่นะเืิญญาทำให้เขาแทบจะหายใจไม่ออก
หนิงเทียนยิงสายฟ้าออกมาและขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือทะเลสาบระหว่างูเาทั้งสามลูก เขาเห็นหินหยกยื่นออกมากลางทะเลสาบ และบนนั้นมีคนนั่งอยู่
นี่เป็ิญญารูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ทั้งร่างเป็หิน เขานั่งอยู่บนหินหยก ั้แ่คอลงมาล้วนเป็หิน ใบหน้าก็กลายเป็หินเช่นกัน เขาเหลือเพียงลูกตาที่ยังคงเคลื่อนไหวได้เท่านั้น
หนิงเทียนค่อยๆ ร่อนกายลงมา เขามองิญญาประหลาดอย่างระมัดระวังแล้วถามว่า “ท่านเป็ใคร? ทำไมถึงมาปรากฏตัวบนเกาะแห่งนี้และเป็เช่นนี้?”
เมื่อิญญาประหลาดเห็นหนิงเทียน ดวงตาก็เริ่มฉายประกายแปลกๆ ราวกับคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นคนมีชีวิตอีกใน่ชีวิตของตน
“ชีวิตในวันเยาว์... เห้อ...” ิญญาประหลาดถอนหายใจ ดูเหมือนกำลังคร่ำครวญถึงอดีตของมัน
หนิงเทียนถามต่อ “ท่านดูทรงพลังนะ ทำไมถึงไม่ไปจากที่นี่เล่า?”
“เมื่อสิ่งที่คุ้นเคยในความทรงจำของเ้าไม่มีเหลืออีกแล้ว เ้าจะเข้าใจว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดความเหงาก็จะอยู่กับเ้าเสมอ”
หนิงเทียนขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบน้ำเสียงบูดบึ้ง เขามีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น และยังอยู่ในวัยหนุ่มที่มีจิตใจเบิกบาน “ในเมื่อไม่สำคัญว่าจะอยู่ที่ใด แล้วทำไมต้องมาตายที่นี่?”
“เพราะนี่คืออดีตที่ยังค้างคาของข้า”
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ข้าไม่รบกวนแล้ว ลาก่อน” หนิงเทียนไม่พบคำทั่วไปใดๆ ที่ควรใช้สนทนา ิญญาประหลาดนี้มีพลังมากและเขาไม่้ากระตุ้นมัน
“เป็เื่ยากมากที่มาถึงที่นี่ได้ มันเป็โชคชะตา เ้าอยู่สนทนากับข้าก่อนเถิด แล้วข้าจะให้ของขวัญอันล้ำค่าแก่เ้า” แสงริบหรี่ส่องประกายในดวงตาของิญญาประหลาด และ้าให้หนิงเทียนอยู่ต่อ
“อยากสนทนาเื่ใดหรือ?” หนิงเทียนยังคงลอยตัวกลางอากาศ เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้เลย
“คุยกับข้าหน่อยสิ พูดคุยเกี่ยวกับเ้า เกี่ยวกับโลก” นอกจากการขยับตาและการพูดแล้ว ิญญาประหลาดตนนี้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มานานแล้ว
หนิงเทียนไม่กล้าประมาท สนทนากับิญญาประหลาดจะต้องพูดคุยเกี่ยวกับดินแดนหยวนซิง หยวนซิว ซิงซิว และจือซิว “ท่านอยู่ในประเภทใด?”
ิญญาประหลาดยิ้มและพูดว่า “อันที่จริงความแตกต่างของ์มีหมื่นวิถียังไม่ชัดเจนนัก เช่นเดียวกับเ้า เ้ายึดหลักเส้นทางเต๋าพฤกษา ทว่าเ้ายังเชี่ยวชาญเส้นทางแห่งจิติญญาและเส้นทางิญญาด้วย เช่นนี้ควรแบ่งแยกอย่างไร?”
หนิงเทียนพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าเป็จื๋อซิว นี่คือรากฐานของข้า แล้วท่านเล่า?”
“ทุกสิ่งมาจากแหล่งเดียวกัน ข้าแทบจะเรียกได้ว่าเป็นักสู้เลยนะ”
“นักสู้?” หนิงเทียนตกตะลึง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินคำนี้
ิญญาประหลาดยิ้มและพูดว่า “นักสู้ทำให้์ตกตะลึง ทั้งยังอยู่อันดับหนึ่งในสามอันดับแรก”
“สามอันดับแรก นั่นไม่แข็งแกร่งมากหรือ?”
“เต๋าของแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง พวกเขาอาจเรียนรู้จากกันและกัน หรือเรียนรู้จากจุดแข็งของกันและกันเพื่อชดเชยข้อบกพร่องของตน ทั้งยังมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ในร่างเ้ามีทั้งเส้นทางเต๋าพฤกษา เส้นทางแห่งจิติญญา และเส้นทางิญญา ตัวเ้าจึงควรมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเื่นี้ ทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ไม่มีเต๋าที่มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง เพราะเต๋าสามารถเป็เต๋าได้แต่ก็ไม่ใช่เต๋า มันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทว่าก็ยังสามัคคีเป็หนึ่งเดียว”
หนิงเทียนพยักหน้าเห็นด้วย “ท่านพูดถูก มีทางแยกและความขัดแย้งระหว่างเต๋ากับเต๋า แต่เราจะหาเต๋าที่เหมาะสมกับเราที่สุดได้อย่างไร?”
ิญญาประหลาดยิ้มก่อนจะตอบ “ความเหมาะสมเป็เพียงคำชั่วคราว ตอนนี้เ้าอยู่ในจุดสูงสุดของขอบเขตจิตหยั่งลึกและคิดว่าเส้นทางที่เ้าเลือกนั้นถูกต้อง แต่เมื่อเ้าไปถึงขอบเขตเหนือเมฆาแล้วมองย้อนกลับไป เ้าอาจจะรู้สึกว่าตอนนั้นเต๋าในเวลานี้ไม่เหมาะกับเ้าอย่างแท้จริง”
“ท่านกำลังจะบอกว่าเต๋านั้นไม่คงที่หรือ?”
“ใช่ มีข้อจำกัดในกฎ ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน กฎที่แตกต่างกัน และใน่เวลาที่แตกต่างกัน เต๋าเป็สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ การมุ่งเน้นและขัดเกลาเป็ทางเลือกของคนจำนวนมาก แต่อย่าจำกัดอยู่เพียงเท่านี้ เ้าไม่สามารถมีเต๋าทั้งหมดอยู่ในร่างเดียว ถ้าเ้าทำเช่นนี้ เ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานมาก ฉะนั้นจงเลือกสรรให้ดี”
หนิงเทียนขอคำแนะนำอย่างจริงจัง ิญญาประหลาดตนนี้มีขอบเขตที่สูงมากและมีจิตใจที่สูงส่ง และเป็ประโยชน์อย่างมากในการฝึกฝนของหนิงเทียน
ทั้งสองฝ่ายมีบทสนทนาที่ดีมาก หนิงเทียนจึงค่อยๆ พูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกและความเข้าใจด้านการฝึกฝนของตนมากขึ้น
“สถานการณ์ของเ้าไม่เหมือนใคร หายากแม้ในสมัยโบราณ ไม่มีบรรพบุรุษให้เรียนรู้ หนทางข้างหน้าจึงเต็มไปด้วยอันตราย เ้ามีเส้นลมปราณฟ้าประทานทั้งเก้าและทักษะหนึ่งก้าวสู่์ โชคลาภเช่นนี้สามารถเรียกได้ว่าท้าทาย์ แต่บางจุดก็ยังไม่สมบูรณ์พอ เช่นทักษะโดยกำเนิดที่มีอยู่ในแผนที่จิติญญาทั้งเก้า ซึ่งเ้ายังต้องฝึกทักษะโดยกำเนิดของแต่ละสายซึ่งกินเวลา ทรัพยากร และพลังงานอย่างมาก เ้าไม่คิดจะทำให้มันง่ายขึ้นหรือใช้วิธีการปฏิบัติใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิมบ้างหรือ?”
หนิงเทียนสับสน “ยิ่งทักษะก้าวหน้าก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น หากทำให้ง่าย เช่นนี้จะไม่ส่งผลต่อพลังหรือ?”
“กระบวนการฝึกฝนและวิวัฒนาการเริ่มจากง่ายไปยากและจากยากไปง่าย นี่เป็กระบวนการกลับคืนสู่ธรรมชาติ ผู้คนจำนวนมากจะใช้ทางอ้อมมากมายในกระบวนการนี้ และถึงขั้นทำผิดในก้าวเดียว ผิดเป็ขั้นเป็ตอน สุดท้ายก็ล้มลงเมื่อผ่านไปได้ครึ่งทาง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือจะหลีกเลี่ยงการออกนอกเส้นทางอย่างไร? การรวมตัวครั้งใหญ่ของเ้าดูเหมือนจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เ้าใช้เพียงประตูสู่์ควบคุมประตูเต๋าอื่นเท่านั้นและยังไม่มีการรวมตัวกันอย่างแท้จริง นั่นเพราะเ้ายังไม่ถึงขอบเขต ในอนาคตขอบเขตของเ้าจะดีขึ้น การรวมตัวย่อมเป็กระบวนการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
“แล้วยามนี้ข้าควรทำอย่างไร?”
ิญญาประหลาดพึมพำ “เ้ามีความเชี่ยวชาญในเลขเก้าหลัก หากเ้าสามารถสร้างแบบจำลองของทักษะแต่ละทักษะที่เ้าได้เรียนรู้ และค้นหาสิ่งที่เหมือนกันและความแตกต่างของแต่ละส่วน เ้าย่อมมีความหวังในการรวมตัว”
หนิงเทียนเกาหัวแล้วพูดว่า “นี่มันเป็นามธรรมเกินไป มีอะไรที่เข้าใจง่ายกว่านี้หรือไม่?”
ิญญาประหลาดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าสร้างชุดเกราะต่อสู้ด้วยพลังิญญาหากมองดีๆ จะเห็นว่าชุดเกราะนี้แบ่งออกเป็สามส่วน นั่นคือส่วนศีรษะ ส่วนหน้าอกและท้อง และส่วนของแขนขา แต่ละส่วนมีรายละเอียดมากมาย เช่น ลายพระอาทิตย์ที่แขนซ้ายเป็ตัวแทนของหยางและความแข็งแกร่งที่สุด ลายพระจันทร์ที่แขนขวาเป็ตัวแทนของหยินที่นำไปสู่ความเย็น น่องซ้ายสลักลวดลายสายลมเป็ตัวแทนของพลังแห่งลม ขาขวาสลักด้วยูเา แม่น้ำ และดิน เป็ตัวแทนของเทพมารดรแห่งแผ่นดิน สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกัน และเมื่อจำเป็ต้องใช้มัน ทุกส่วนล้วนสามารถแสดงพลังออกมาได้ และเมื่อสิ่งเ่าั้ไม่จำเป็ มันก็จะเป็เพียงส่วนหนึ่งของชุดเกราะ”
ทันใดนั้นหนิงเทียนก็ตื่นขึ้นและพูดด้วยความประหลาดใจ “ข้าเข้าใจแล้ว! การรวมกันเป็เพียงจุดเริ่มต้นและการบูรณาการคือเป้าหมาย!”
หนิงเทียนผู้ได้รับกำไรมากมายนั่งลงข้างหินหยก เขาหลับตาแล้วนั่งขัดสมาธิทดลองอย่างจริงจัง
ิญญาประหลาดมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับมีความขัดแย้งในแววตาก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
หนิงเทียนไม่มีความคิดฟุ้งซ่าน เขาอยู่ในสภาวะไร้ตัวตน แผนที่จิติญญาทั้งเก้ามีความลึกลับในตนเอง แต่เป็เพียงส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น และสิ่งที่เป็รากฐานของเขาอย่างแท้จริงก็คือยุทธศาสตร์ครอง์
นี่เหมือนกับการขัดเกลาเกราะหนึ่งชิ้น ยุทธศาสตร์ครอง์เป็วัตถุดิบหลัก และแผนที่จิติญญาทั้งเก้าเป็เพียงลวดลายเท่านั้น
บงกชสีมรกต ต้นไม้แห้งเหี่ยว หญ้าต้นน้อย และเถาวัลย์เขียว สอดคล้องกับลำธารวงแหวน เปลวเพลิง เนินเขา และเสาลม สอดคล้องกับตา หู ปาก และจมูก และประตูมิติสอดคล้องกับศูนย์กลางของทะเลแห่งจิตสำนึก พวกมันร่วมกันสร้างร่างกายมนุษย์ที่สมบูรณ์ แต่ปัจจัยพื้นฐานมักจะขาดหายไปเสมอ
การรวมกันครั้งยิ่งใหญ่ก่อนหน้านี้มีพื้นฐานมาจากทักษะหนึ่งก้าวสู่์ของประตูสู่์ ซึ่งรวมแผนที่จิติญญาอันยิ่งใหญ่ทั้งเก้าเข้าด้วยกัน แต่ไม่ได้บูรณาการเข้ากับยุทธศาสตร์ครอง์อย่างสมบูรณ์
ยามนี้คำพูดของิญญาประหลาดทำให้หนิงเทียนตระหนักรู้ได้ทันที เขาตระหนักถึงความจริงต่อหน้าหินหยก และทั้งร่างของเขาก็กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สั่นะเืโลกหล้า
ในระหว่างกระบวนการนี้ พลันกล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตที่หลับใหลก็ตื่นขึ้นพร้อมเปล่งประกายความสุขอันสูงสุด ดูเหมือนมันจะมีความสุขกับการเรียนรู้ของหนิงเทียน
สิ่งที่หนิงเทียนเรียนรู้กำลังบูรณาการอย่างรวดเร็ว มือ เท้า และแขนขาล้วนเปล่งประกาย ดวงตา หู ปาก และจมูกของเริ่มร้อนขึ้น เส้นลมปราณและแผนที่จิติญญาทั้งเก้าเชื่อมโยงถึงกัน วัฏจักรดำเนินต่อไป ยามนี้มีเส้นสีทองส่องประกายตามิัของเขา อีกทั้งทั่วร่างกายยังเปล่งรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวที่บุกรุก์
ยันต์เต๋าอนันต์และวาโยพิโรธกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด วิชาแปลงิญญาผสานหม้อต้มสีดำชั่วร้ายและเตาหลอมิญญาเข้าด้วยกันจนน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ
หนิงเทียนใช้ยุทธศาสตร์ครอง์เป็พาหะเพื่อรวมทักษะพิเศษและพลังคาถาทั้งหมดในแผนที่จิติญญาทั้งเก้าเข้าด้วยกันเป็ร่างเดียว ยามนี้เขาเสร็จสิ้นการก้าวะโครั้งสำคัญแล้ว
แม้จะจำกัดอยู่ในขอบเขต และการบูรณาการระดับนี้เป็เพียงต้นแบบเท่านั้น แต่สิ่งนี้จะมีความสำคัญเป็อย่างยิ่งสำหรับการฝึกฝนของหนิงเทียนในอนาคต
เมื่อลืมตาขึ้น หนิงเทียนก็ะโกำหมัดขวา เสียงแตกร้าวของกระดูกราวกับสายฟ้าคำรามเสียดหู ทั้งยังเต็มไปด้วยพลัง
ิญญาประหลาดกล่าวชม “ด้วยรากฐานเช่นนี้ เ้าเพิ่งเริ่มมีคุณสมบัติในการครองโลกแล้ว”
หนิงเทียนกล่าวอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณท่านมาก หากท่านขออะไรข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
ิญญาประหลาดพูดอย่างมีความสุข “เมื่อเ้าโตขึ้นในอนาคต หากมีโอกาสโปรดช่วยข้าอีกครั้ง ตอนนี้ข้าจะให้ของแรกพบแก่เ้าก่อน”
หนิงเทียนตกตะลึงและพูดว่า “ของแรกพบแบบใด?”
“มีบางอย่างอยู่ในหินหยกด้านหลังข้า ข้ามอบมันให้กับเ้า”
“จะ...จริงหรือ? เช่นนั้นข้าขออนุญาต” หนิงเทียนยิ้มและรู้สึกว่าเขาสมควรได้รับมัน
“ลองสังเกตดูแล้วค่อยตัดสินใจว่าเ้า้ามันหรือไม่”
หนิงเทียนค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น เขาเดินไปวนไปยังด้านหลังิญญาประหลาดแล้วมองหินหยก ดวงตาจิติญญามองเห็นภาพในหินหยกได้ทันที
มันคือจี้หยกสี่เหลี่ยมโปร่งใสและมีร่างของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ภายใน ซึ่งมีความเหมือนจริงจนไม่รู้ว่าสลักภาพนี้ลงไปได้อย่างไร
หนิงเทียนรู้สึกงุนงงก่อนจะถามอย่างสงสัย “นี่คืออะไร?”
“ลมหายใจของทวยเทพ หลุดพ้นจากทุกข์ร้อยประการ”
หนิงเทียนอุทานอย่างใ “หากสวมมันจะคงกระพันต่อภัยพิบัตินับร้อยเช่นนั้นหรือ?”
ิญญาประหลาดยิ้ม “มันไม่ได้วิเศษเพียงนั้น แต่จี้หยกนี้สามารถสลายโซ่พันธะพันิญญาและความทุกข์ยากที่เป็ลางไม่ดี เช่นโศกนาฏกรรมโลงศพหยก”
หนิงเทียนได้ยินเกี่ยวกับโซ่พันธะพันิญญาเป็ครั้งแรกและเขาไม่รู้ที่มาของมัน แต่เื่โศกนาฏกรรมโลงศพหยกยังคงอยู่ในความทรงจำของหนิงเทียน
เมื่อสุ่ยหลิงพบกับสือจงเป่า นางระมัดระวังโลงศพหยกงามในมือของสือจงเป่าอย่างมาก สิ่งที่นางกลัวก็คือโศกนาฏกรรมโลงศพหยก
ไม่คิดเลยว่าจี้หยกลมหายใจของทวยเทพจากิญญาประหลาดจะสามารถแก้ไขโศกนาฏกรรมโลงศพหยกได้ มันต้องเป็ของดีอย่างแน่นอน
“เนื่องจากเป็ของจากผู้าุโ ข้าย่อมรับไว้ด้วยความเต็มใจ” หนิงเทียนรีบหยิบจี้หยกออกมาแล้วสวมไว้บนคอ ก่อนที่เขาจะรู้สึกถึงความเย็นที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย
“เอาละ จงกลับมาที่นี่อีกครั้งเมื่อเ้าเติบโตขึ้น”
“ผู้าุโไม่ต้องกังวล ข้าจะมาพบท่านโดยเร็วที่สุด” หนิงเทียนโบกมือลาและจากไปอย่างไม่เต็มใจ
ิญญาประหลาดมองหนิงเทียนจากไป ในไม่ช้ารอยแตกก็ปรากฏขึ้นบนร่างหินของเขา สักพักเขาก็ะโขึ้นมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ทะเลสาบระเหยไป ทั้งยังแยกูเาทั้งสามออกจากกัน ในดวงตาของเขามีภาพเหตุการณ์แปลกๆ ไหลเวียน
