เมื่อเห็นสถานการณ์จบลงและกลับสู่สภาวะปกติ ฉินเยว่ฉานเข้าประคองร่างฉินเหยียนอย่างเร็วรี่ "ท่านพ่อ ท่านเป็อย่างไรบ้าง?"
ฉินเหยียนโบกมือบางเบาก่อนจะเช็ดรอยโลหิตที่มุมปากออก "ไม่เป็ไร ข้าสบายดี"
ร่างกายของฉินเหยียนรู้สึกเบาหวิวราวกับก้อนเมฆ ระดับการบำเพ็ญค่อยๆฟื้นฟูกลับมาอย่างเชื่องช้าราวกับว่าอาการป่วยของเขาหายเป็ปลิดทิ้งในชั่วพริบตา
ก่อนที่เขาจะเบือนสายตาไปในทิศทางร่างสีดำของไป๋เฉินหมายจะไถ่ถามเื่ราวเื้ัทั้งหมด
แต่กลับกลายเป็ว่าร่างสีดำของไป๋เฉิน หลวนซิงและหลิวอี้หลิวได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ต่อให้ฉินเหยียนขยายประสาทััก็ไม่พบการมีอยู่ของบุคคลทั้งสามอีกต่อไปราวกับว่าหายไปในอากาศธาตุอย่างไรอย่างนั้น...
สีหน้าของฉินเหยียนมีความสับสนลึกๆ 'คนผู้นั้นเป็ใครกันแน่? เขามีโอสถที่แก้อาการเจ็บป่วยของข้าได้อย่างไรกัน?'
'เป็ไปได้ไหมว่าแท้จริงแล้ว อาการเจ็บป่วยของข้าเป็ฝีมือของคนผู้นั้น'
ฉินเหยียนอดไม่ได้ที่จะตั้งสมมติฐานภายในใจ
ั้แ่ร่างสีดำเข้ามา ทุกอย่างก็ดำเนินการไปอย่างราบรื่นเสียยิ่งกว่าราวกับว่ามีการวางแผนการั้แ่แรกเริ่ม บุคคลนั้นได้อ่านเหตุการณ์และมองผ่านการตอบสนองของฏได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าสถานการณ์จะเป็ไปอย่างที่เขาคิด
หลังจากไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ั้แ่การตายของฉินิหยวน หยางลั่วและบุกรุกของฉินฟงและตระกูลหยางจนถึงขณะนี้ ฉินเหยียนเพิ่งจะเข้าใจโดยพลันว่าตนเป็เพียงหมากตัวหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการแสดงละครเท่านั้น
ดูเหมือนพวกเขากำลังเต้นแร้งเต้นกาอยู่บนฝ่ามือและไม่ต่างจากหุ่นเชิดที่โดนร่างสีดำชักจูงอยู่
สิ่งนี้ทำให้ฉินเหยียนอดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดเมื่อตระหนักว่าเขาเป็เพียงหมากและตัวแสดงในบทละครหนึ่งเท่านั้น
จนฉินเหยียนอดไม่ได้ที่จะปวดหัวจนต้องกุมขมับ 'ข้าคิดไม่ออกจริงๆ ว่ามีบุคคลที่มีสติปัญญาน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ในเมืองเทียนหยุนั้แ่เมื่อใด'
ฉินเฉิงควงหอกพาดไปด้านหลัง เขาเดินเข้าใกล้ฉินเหยียนไถ่ถามด้วยความกังวล "น้องรอง อาการของเ้าเป็อย่างไร?"
ฉินเหยียนหลุดจากภวังค์พลันส่ายศีรษะเบาๆเป็การตอบกลับ "พี่ใหญ่ แล้วท่านกลับมาที่นี่ได้อย่างไร? มิใช่ว่าท่านได้เดินทางออกไปยังเมืองเตี้ยนเทียนมิใช่หรือ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! หากมิใช่เพราะม้วนกระดาษแผ่นนั้นของไป๋เฉิน ข้าคงไม่รู้ว่าฉินฟงและหยางลั่วจะกระทำการเช่นนี้" ฉินเฉิงไม่ลังเลเลยที่จะยกยอไป๋เฉินสุดฤทธิ์สุดเดช
"โอ้? แผนการทั้งหมดนี้เกิดจากไป๋เฉินงั้นรึ?" ฉินเหยียนขมวดคิ้วอย่างหนัก ราวกับว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
แม้แต่ฉินเยว่ฉานก็อ้าปากค้างอย่างมึนงง ทั้งหมดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไป๋เฉินได้อย่างไร?
ฉินเฉิงพยักหน้าก่อนจะล้วงม้วนกระดาษที่พับหลายทบมอบมันให้แก่ฉินเหยียน
เนื้อหาใจความภายในมีอยู่ว่า : ขณะนี้ลุงฉินได้รับาเ็จากอาการป่วยอย่างกะทันหัน และเป็่เวลาที่ตระกูลฉินตกอยู่ในความระส่ำระส่าย หากท่านรู้อยู่แก่ใจว่ามีผู้ใดกำลังทำลายตระกูลฉินจากภายใน ท่านจงปล่าวประกาศและบอกกล่าวว่าท่านจะออกจากเมืองเทียนหยุนไปเพื่อสรรหาสมุนไพรมารักษาข้า และในเมื่อตระกูลฉินไร้การป้องกัน ผู้ก่อฏจะปรากฏตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... แต่ข้าขอบอกไว้หนึ่งประการ ท่านควรรวบรวมกองกำลังของท่านทั้งหมดไว้ทันทีหลังจากออกไปเพราะฏจะเริ่มแผนการหลังจากนั้น และข้าเองก็มิอาจทราบได้ว่ากองกำลังของผู้ก่อฏมีมากเพียงใด แต่หากท่านไม่ปราบปรามฏเสียตอนนี้โอกาสที่ตระกูลฉินจะคงอยู่ในอันดับหนึ่งคงเป็เพียงความฝันลมๆแล้งๆที่รอวันล่มสลาย... หากท่าน้าให้ตระกูลฉินพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น จงทำตามที่ข้าบอกกล่าวแต่โดยดี
ฉินเหยียนและฉินเยว่ฉานที่ได้เห็นลายมือของไป๋เฉินที่บอกเล่าเื่ราวเป็ฉากทัศน์ก็อดไม่ได้ที่จะมึนงง
ในวันที่ไป๋เฉินได้รับตำแหน่งผู้นำตระกูลชั่วคราวและยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้แก่ฉินเฉิง เนื้อหาภายในนั้นไม่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรหรือการรักษาอาการของไป๋เฉินแต่อย่างใด หากแต่มีอนุมานการดำเนินการที่จะก่อฏของฉินฟง ภายในม้วนกระดาษมีแรงจูงใจและเหตุผลของการกระทำในครั้งนี้เพื่อเป็การชี้โพรงให้กระรอก
ปรากฏว่าการออกจากเมืองเทียนหยุนของฉินเฉิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับไป๋เฉินทั้งสิ้น
และทุกอย่างก็เป็ไปตามที่ไป๋เฉินคาดการณ์ทุกประการ
เมื่อผนวกสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน จึงทำให้ฉินเหยียนสงสัยว่าไป๋เฉินมีส่วนรู้เห็นและรู้จักกับร่างในหน้ากากไหมสีดำผู้นั้นหรือไม่?
แต่บุคลิกของไป๋เฉินและร่างสีดำนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อนึ่งเป็บุคคลที่เรียบง่ายและมีรัศมีเป็มิตรอยู่ตลอดเวลา และอนึ่งกลับเป็บุคคลที่มีเจตนาเข่นฆ่าปกคลุมรอบกายอย่างน่าขนลุก
ไม่ว่าจะมองในมุมใดคงเป็ไปไม่ได้ที่ไป๋เฉินจะเป็ร่างสีดำผู้นั้นในความคิดของฉินเหยียน
แต่แตกต่างกับฉินเยว่ฉานที่นางอดไม่ได้ที่จะภาคภูมิใจด้วยแววตาเป็ประกาย "ไป๋เฉิน...พยายามช่วยเหลือพวกเราตระกูลฉินอยู่ตลอดเวลา"
"ท่านผู้นำ!"
"ผู้าุโ!"
"ท่านลุง!"
จู่ๆมีเสียงเพรียกหาดังขึ้นนอกประตูหลายเสียงสอดประสานกัน เผยให้เห็นเหล่าผู้าุโของตระกูลฉินทั้งหมดวิ่งกรูกันเข้ามาด้วยสีหน้าตาตื่น
เมื่อเหล่าผู้าุโกรูเข้ามาและมองเห็นฉากตรงหน้า ฝีเท้าทั้งหมดก็หยุดชะงัก พวกเขาทั้งหมดอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อ
บนพื้นหินมีร่างไร้ิญญาของฉินฟงซูบผอมราวกับศพตายซากไร้การตอบสนอง และศีรษะของหยางลั่วและร่างกายที่แยกกันไปคนละทิศคนละทางด้วยแววตาสิ้นหวัง
ผู้นำการก่อฏทั้งสองตกตายไป บัดนี้วิกฤตภายในตระกูลฉินได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์
ฉินถิงกลืนน้ำลายอย่างไม่เชื่อ "พี่ใหญ่ พี่รอง สถานการณ์สิ้นสุดลงแล้วหรือ?"
"ตระกูลฉินปลอดภัยแล้ว" ฉินเฉิงยิ้มเล็กยิ้มน้อยพลันพยักหน้า ก่อนจะกล่าวถามเฉินถิงที่เข้ามาพร้อมกับเหล่าผู้าุโ "ถิงถิง สถานการณ์ด้านนอกเป็อย่างไร?"
"ผู้าุโตระกูลหยางรวมถึงกองกำลังทั้งหมดได้ถูกพวกข้าสังหารหมู่ไปทั้งหมด" ฉินถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิที่ได้ก่อคุณประโยชน์ให้แก่ตระกูลฉิน
ทว่าคำตอบนั้นทำให้ฉินเฉิงและฉินเหยียนตกตะลึง
"หืม? จะเป็ไปได้อย่างไร อย่างน้อยหยางเหวินโจวไม่ควรที่จะตายมิใช่หรอกหรือ?" ฉินเฉิงขมวดคิ้ว
หยางเหวินโจวมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับปราณลึกลับขั้น 3 หากมันรู้ว่าจะพ่ายแพ้และสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี สิ่งแรกที่มันจะทำคือการหลบหนีมิใช่หรือ?
ฉินถิงเกาแก้มอย่างประหลาดใจเช่นกันและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "เอ่อ... ในตอนแรกข้าก็คิดเช่นนั้นเพราะแม้แต่ผู้าุโสามเองก็มิอาจสังหารหยางเหวินโจวลงได้ แต่ทว่าร่างกายของพวกตระกูลหยางแสดงอาการแปลกๆออกมา"
"อาการแปลกๆ? เ้าหมายความว่าอย่างไร?" คิ้วของฉินเหยียนมุ่นลงในขณะถาม เขามีลางสังหรณ์ในใจ
ฉินถิงอธิบายถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าโดยละเอียด "ตระกูลหยางทุกคนมีอาการหายใจติดขัดและไม่สามารถขับปราณในการต่อสู้ได้ ซ้ำแล้วการเคลื่อนไหวของพวกมันก็เชื่องช้าเสียยิ่งกว่าเต่า พวกเราทั้งหมดจึงได้สังหารพวกมันลงได้อย่างง่ายดาย"
ฉินเหยียนที่ได้ยินยิ่งทวีความสงสัยขึ้นไปอีกขั้น อาการที่แสดงออกมานั้นเหมือนกับตัวเขาเองทุกประการเลยมิใช่หรือ?
ฉินเฉิงพยักหน้าแม้นจะไม่เข้าใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรทุกอย่างก็จบลงด้วยดี
เขาพลันถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า "พวกเราได้สูญเสียสมาชิกไปมากมายเพียงใด?"
ผู้าุโลำดับที่สามก็ก้าวขึ้นมาและตอบว่า "มีเพียงผู้าุโฉินซื่อเท่านั้นที่ตายไป นอกเหนือจากนั้นไม่มีผู้ใดได้รับาเ็สาหัส พวกเราเองก็เพียงแค่ถูกคุมขังไว้ก็เท่านั้น"
"อะไร!?" คราวนี้ฉินเหยียนและฉินเฉิงอุทานอย่างไม่เชื่อ
ผลลัพธ์ที่ปรากฏทำให้ฉินเหยียนและฉินเฉิงอ้าปากค้างไปอีกครั้ง การก่อฏในครั้งนี้ศัตรูมีกองกำลังกว่า 400 นายปิดกั้นเส้นทางของตระกูลฉินทุกทิศทาง แต่กองกำลังของฉินเฉิงมีเพียงแค่ 30 นายเท่านั้น ซ้ำแล้วตัวของฉินเฉิงเข่นฆ่าเพื่อเปิดทางไปแค่บางส่วนเท่านั้น!
แล้วในขณะที่ฉินเฉิงเข้ามาภายใน กลุ่มฏเกือบ 400 นายกลับตกตายด้วยฝีมือของผู้าุโตระกูลฉินและกองกำลังไม่ถึง 40 คนได้อย่างไร?
ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่มีทางเป็ไปได้! นั่นหมายความว่าต้องมีใครบางคนคอยช่วยเหลือพวกเขาอยู่อย่างลับๆ
