สิบกว่าวันผ่านไปหลังจากที่พวกเขาติดต่อกันฉินเฟิงถามอย่างลวกๆ “พวกนายทำเื่ที่ฉันแนะนำให้ไปหรือยัง?”
“นายน้อยฉิน เราทำเสร็จไปนานแล้วครับ” เ้าผมยาวหัวเราะผ่านโทรศัพท์“ตอนที่เราได้เงินมา เราได้สร้างขุมพลังใหม่ภายในห้าวัน เราได้พื้นที่เล็กๆทางตอนเหนือมา ในไม่กี่วันนั้นเราแค่รอเพื่อให้นายน้อยฉินมาหาเราแต่เราก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไรจากคุณเลยตอนแรกเรากังวลว่านายน้อยฉินจะเป็คนยุ่งมากและเราก็เป็ห่วง เราเลยไม่ได้รบกวนคุณแต่ครึ่งเดือนมันก็ผ่านไปไวมาก ดังนั้นเราจึงโทรหาคุณเพื่อรายงานสถานการณ์”
“พื้นที่ใหม่ตรงไหนที่พวกนายไปได้มา?” ฉินเฟิงถามโดยตรง
“บาร์เฟยเทียนครับนายน้อยฉินเป็หนึ่งในถนนคนเดินที่เคยมีชื่อเสียงมากที่สุดทางตอนเหนือ”เ้าผมยาวกล่าวด้วยความภูมิใจ บาร์เฟยเทียนนี้เป็หนึ่งในธุรกิจที่ดีที่สุดในตอนเหนือมันไม่ง่ายที่จะยึดพื้นที่ตรงนี้มาดังนั้นนี่จึงแสดงให้เห็นว่าสามพี่น้องนี้ก็ค่อนข้างมีความสามารถอยู่เหมือนกัน
“โอเค งั้นฉันจะไปดู” ฉินเฟิงวางสายและปั่นจักรยาน 28 นิ้ว ไปบาร์เฟยเทียน
บาร์เฟยเทียนเป็บาร์ที่มีชื่อเสียงบนถนนคนเดินที่คึกคักในทางตอนเหนือตอนที่ฉินเฟิงยังอยู่มัธยมปลาย เขาเป็ลูกค้าขาประจำของบาร์นี้แต่พอเขาเข้ามหาวิทยาลัย รสนิยมของเขาก็สูงขึ้นเขาจึงไปสโมสรไฮโซแทนและยากที่จะไปสถานที่อย่างบาร์
ตอนนี้สามทุ่มกว่าแล้วซึ่งเป็่ที่ธุรกิจของบาร์ดีที่สุด ฉินเฟิงยืนอยู่นอกประตูบาร์เฟยเทียน เขาตระหนักว่าบาร์นี้เป็ที่นิยมขนาดไหนเมื่อเห็นผู้คนหลั่งไหลเข้าออกไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อเขาเดินเข้าไปในบาร์เฟยเทียนเขาก็ชะงักโดยเสียงเพลงโครมคราม แสงไฟฉูดฉาดส่ายไปมาและชายหญิงต่างสะบัดผมโยกตัวกันอย่างบ้าคลั่งฉินเฟิงรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปเมื่อสมัยมัธยมปลายตอนนั้นหลังเลิกเรียนเขาไม่กลับบ้านแต่ตรงดิ่งมาที่บาร์ และมันก็เป็บาร์ที่เขาเจอกับไป๋ชิงในเวลานั้น
มุมปากของฉินเฟิงโค้งขึ้นเขารู้สึกว่าบาร์นี้ไม่เลว
ตอนแรกเขาสำรวจรอบบาร์ก่อนและมองดูเหล่าลูกค้าที่หลั่งไหลกันเข้ามาและของตกแต่งของบาร์บาร์นั้นพลุกพล่านคึกคักและของตกแต่งก็เปลี่ยนไปจากเดิม มันทันสมัยมากขึ้นพื้นที่นี้เห็นได้ชัดว่าเป็หนึ่งในเส้นเืสำคัญสำหรับแก๊งหมาป่าใครจะรู้ว่าเ้าผมยาวและพี่น้องของเขาจะสามารถยึดมาได้ในอาทิตย์เดียว? ฉินเฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“นางผู้หญิงสำส่อน มันเป็โชคของแกที่พ่ออยากจะจีบและแกยังจะหลีกพ่ออีกเหรอ? นี่แกดูถูกพ่อเหรอหา?” ฉินเฟิงกำลังตรวจสอบสภาพของบาร์ แต่แล้วเสียงะโก็ดังมาจากด้านหลังเขาหันไปมองและพบชายห้าคนเปลือยแขนกับรอยสักกำลังล้อมผู้หญิงและก่อความวุ่นวาย
ผู้หญิงคนนี้ใส่ชุดวอร์มสีขาวง่ายๆผมของเธอมัดเป็หางม้าสั้นๆ เผยหน้าผากที่เรียบเนียนและน่าดึงดูดว่ากันว่าวิธีที่จะทดสอบสาวสวยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการมัดผมหางม้าและเปิดหน้าผากสาวสวยตรงหน้าเห็นได้ว่าสวยธรรมชาติโดยไม่มีมุมแย่เลย
เธอดูเหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความเยาว์วัยและแข็งแรงในตอนนี้แม้ว่าเธอจะยืนอยู่ท่ามกลางพวกนักเลงกลุ่มใหญ่ เธอก็ไม่ได้ดูกังวลมากนักเธอแค่มองไปที่พวกไม่มีอะไรดีอย่างเ็าและพูดชัดเจน “ใช่แล้วแม่กำลังดูถูกแกอยู่ แล้วจะทำไมวะ?”
เมื่อเธออ้าปากปากของฉินเฟิงที่ยิ้มอยู่ก็หุบลงทันที คุณไม่สามารถตัดสินคนเพียงแค่หน้าตาจริงๆความแตกต่างนี่มันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน
เพล้ง!
ในหมู่ชายที่เปลือยแขนโชว์รอยสักทั้งห้าชายมีรอยสักที่ดูเหมือนทั้งเสือและแมวคว้าขวดเบียร์เปล่ามาฟาดบนโต๊ะขวดแตกทันทีและเศษแก้วก็กระเด็นออกมาเขาถือขวดปากฉลามชี้หน้าไปที่สาวสวยและกล่าวมุ่งร้าย “บัดซบ ยายสำส่อนถ้าแกไม่เลียตัวพ่ออย่างเชื่อฟังวันนี้ พ่อจะกรีดหน้าแกให้กลายเป็ผีเลย!”
สาวสวยโกรธมากจนหน้าตาหมองคล้ำเธอกำหมัดอมชมพูเล็กๆ และกล่าวอย่างเ็า “ฝันไปเถอะ และไสหัวไปซะ!”
“เชอะ พ่อชอบคนนิสัยหัวแข็งอย่างแก ถ้าแกไม่อยาก งั้นวันนี้พ่อจะใช้กำลัง”ชายรอยสักเสือโกรธ เขาเอื้อมมือหมายจะไปตบสาวสวย
แต่เขาตบวืดและเสียงตบก็ดังออกมาจากหน้าของเขาเอง
สาวสวยคนนี้ไม่ใช่แค่เถื่อนเวลาด่าคนเธอว่องไว แม่นยำ และไร้ปรานีเวลาตบคนเธอไม่รอให้ชายสักเสือรู้สึกตัวและตบไปอีกดอก
เพียะ!
แม้ว่ามือของเธอจะขาวเนียนแต่การตบมันก็ยังเจ็บอยู่ ชายรอยสักเสือร้องแปลกๆ ออกมาทันทีและรู้สึกตัว “อีห่าพวกเอ็งทั้งหมดจัดการมันสิวะ ฉีกเสื้อนางร่านนั่นออกให้หมดแล้วโยนมันไปบนลานเต้นให้พวกผู้ชายทั้งหมดรุมโทรมมัน”
ชายทั้งห้าคนโกรธแต่สาวสวยคนนั้นโกรธยิ่งกว่า
เธอหยิบขวดเบียร์แตกจากมือของชายรอยสักเสือและแทงไปที่ท้องของเขาอย่างไม่ลังเลเืสดๆ ไหลออกมาเป็กอง เพื่อโชว์ออฟเ้าโง่คนนี้เลยไม่ใส่เสื้อตอนนี้เขาโดนสอนบทเรียนเืสาดแล้ว
“อ๊าก…อ..อีกะหรี่เอ๊ย กล้าดีอย่างไรมาแทงพ่อ รีบฆ่ามันเร็วๆ สิโว้ยข้าทนไม่ไหวแล้ว ข้าจะตายแล้ว!” ชายรอยสักเสือใแทบตายเมื่อโดนแทงเขากุมท้องและนั่งยองบนพื้นไม่ไหวติง
พี่น้องสี่คนที่เหลืออยู่วิ่งเข้าใส่ทันทีหนึ่งในนักเลงเตะไปที่ท้องของสาวสวย เธอเป็เด็กสาวที่ผอมบางอ้อนแอ้นเธอจึงกระเด็นมาล้มที่เท้าของฉินเฟิง
ทั้งสี่รีบมาเพื่อจับเธอสาวสวยซ่อนอยู่หลังฉินเฟิงและมองไปที่ทั้งสี่อย่างตื่นตระหนก
เมื่อทั้งสี่ขยับสาวสวยก็ขยับด้วยเมื่อทั้งสี่วนรอบฉินเฟิง เธอก็ทำด้วยเหมือนกัน มันเหมือนกับเล่นงูกินหางฉินเฟิงอยากจะถามจริงๆ ว่าถามความรู้สึกเขาหน่อยไหมว่าเป็อย่างไร
“แม่งเอ๊ย หลีกทางซิไอ้หนู ไปด้านข้างโน่นไป๊!”หนึ่งในพวกนั้นะโออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
หลังจากวิ่งไล่สาวสวยมาแรมปีคนพวกนั้นก็ระบายความโกรธใส่ฉินเฟิง หนึ่งในพวกนั้นต่อยไปที่หน้าฉินเฟิง
ปัง!
มันเป็เสียงทื่อและฉินเฟิงก็ยืนตรงแบบสบายๆ อย่างเดิม แต่ขณะเดียวกันชายที่้าจะต่อยฉินเฟิงก็กระเด็นออกไปและนอนอยู่ข้างชายรอยสักเสือเขาเจ็บมากจนร้องโหยหวนเหมือนผี
อีกสามคนที่เหลือที่กำลังจะวิ่งเข้ามาก็หยุดกะทันหันและมองฉินเฟิงด้วยความหวาดกลัวพวกเขาดูเหมือนกับว่าเห็นสัตว์ประหลาด พวกเขาอยู่ห่างจากฉินเฟิงไม่ถึงเมตรแม้จะอยู่ใกล้ขนาดนี้ พวกเขาก็ยังไม่เห็นวิธีที่ฉินเฟิงลงมือ
เขาไวเหมือนสายฟ้าแลบและการเคลื่อนไหวของเขาก็ธรรมดามาก
หมัดที่ปล่อยออกมาและกลับในไม่ถึงวินาทียังคว่ำชายโตเต็มวัยได้
“อ..ไอ้หนู อย่ามาหาเื่นะโว้ย พวกเราทุกคนล้วนมีเส้นสายในสังคมก..แกรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้” ทั้งสามจ้องตะลึงมาสักพักแต่พวกเขาก็แกล้งทำเป็ใจเย็นและจ้องฉินเฟิงด้วยท่าทีสูงส่ง
“ฉันไม่ได้หา ฉันแค่ยืนอยู่นี่ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ”ฉินเฟิงพูดด้วยท่าทีรู้สึกผิด
ทั้งสามมองหน้ากันและมีสีหน้าเยือกเย็นพวกเขาแกว่งหมัดไปที่ฉินเฟิงอีกครั้งพวกเขาเชื่อว่าฉินเฟิงไม่ได้ขยับเพราะพวกเขาก็ไม่เห็นมันขยับจริงๆ
มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วว่าอาเปียวนั่นจะกระเด็นได้อย่างไร
“ไอ้หนู ถ้าแกยังเสือกยืนขวางทาง พ่อจะ...”
ปัง!
อีกคนที่ตะคอกใส่ฉินเฟิงยังไม่ทันพูดจบประโยคก็กระเด็นไปเขาไปหล่นลงระหว่างชายรอยสักเสือและอาเปียว
ครั้งนี้แม้ว่าจะยังเหลืออีกสองคนที่ยังยืนเซ่อพวกเขาก็เข้าใจว่าฉินเฟิงเป็คนต่อยคนพวกนั้นแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่เห็นการเคลื่อนไหวของฉินเฟิงแต่พวกเขาก็ไม่กล้าสอนบทเรียนฉินเฟิงพวกเขารู้สึกว่าฉินเฟิงเหมือนปีศาจที่รู้เวทมนตร์ และนั่นทำให้เขาแค่ยืนอยู่เฉยๆและใช้ความคิดต่อยคน
“แม่ง พวกแกมาทำอะไรกันตรงนี้วะ? ไหนผู้หญิงที่พ่อบอกให้พวกแกไปจับ?”ชายรอยสักเสือนั่งยองบนพื้นมานาน เขาวิ่งไปหาฉินเฟิงทันทีเขาตระหนักว่าเศษแก้วมันแค่ทำให้ผิวถลอก แม้ว่ามันจะดูเหมือนเขาเสียเืเยอะแต่จริงๆ แล้วเขาไม่เป็ไร
“ลูกพี่ เรากำลังจะจับผู้หญิงแล้ว แต่ดันมีคนมาก่อปัญหา”ลูกน้องสองคนที่ยังเหลืออยู่พูดทันที
“ใครวะที่มันกล้ามาหาเื่พ่อคนนี้?” ชายรอยสักเสือตบท้องอย่างผ่าเผยเขาตบท้องโดนแผลตัวเองและงอตัวเป็กุ้งแห้งด้วยความเ็ปทันที “แค่กๆค..ใครหาเื่วะ? ออกมาเดี๋ยวนี้”
“มันครับ” ลูกน้องสองคนพูดพร้อมกันขณะชี้ไปที่ฉินเฟิง
คนพวกนี้ไม่ซื่อสัตย์ทั้งสองไม่กล้าขยับและโยนขี้ไปให้ลูกพี่ของพวกเขา ไม่ใช่ว่าลูกพี่ถูกทรยศอยู่เหรอ?
“ไอ้หนุ่ม แกกำลังหาเื่ใช่ไหม?” ชายรอยสักเสือจ้องฉินเฟิงอย่างเหี้ยมเกรียมและชี้ไปที่จมูกของตัวเองเขาถามด้วยความมั่นใจ “แกรู้ไหมว่าพ่อคือใคร?”
“พี่แมวแน่เลย” ฉินเฟิงพูดด้วยความจริงจัง
ชายรอยสักเสืองงเล็กน้อย“ใครบอกแกว่าข้าคือพี่แมว?”
“ก็เห็นมีรอยสักแมวตัวใหญ่อยู่บนแขน ถ้าไม่ใช่พี่แมวแล้วจะเรียกอะไร?”
“แมว? แหกตาดูดีๆ ซะว่าพ่อสักอะไร?” ชายรอยสักเสือโกรธมากจนอยากกระอักเืเนื่องจากฉินเฟิงไม่ใช่คนแรกที่พูดว่ารอยสักเขาเหมือนแมวตัวใหญ่
ดังนั้นเขาจึงพาพวกลูกน้องไปถล่มร้านสักโดยเฉพาะและกระทืบเ้าของร้าน
“แม่ง มาดูใกล้ๆ อีกที ถ้าแกพูดผิด พ่อจะฆ่าแก!”เห็นได้ชัดว่าเป็รอยสักเสือ แต่คนก็ยังบอกตลอดว่ามันเป็แมวชายรอยสักเสือโกรธมากจนอยากกัดคน
ตอนนี้เขาแม้แต่ลืมไปแล้วว่าฉินเฟิงมาหาเื่เขาอยากจะพิสูจน์ว่ารอยสักของตัวเองเป็เสือจริงๆ
ฉินเฟิงก้มไปดูใกล้ขึ้นเขาพูดอย่างตั้งใจ “ไม่ใช่แมวๆ เป็โดราเอมอนนี่เอง!”
“พี่แมว พี่โตแล้วนะ ทำไมยังสักโดราเอมอนไว้ที่แขนอีกล่ะ? พี่นี่รสนิยมใช้ได้นะเนี่ย”
สีหน้าของชายรอยสักเสือที่บานเหมือนดอกไม้เหี่ยวลงทันทีหลังได้ยินใบหน้าของเขาน่ากลัวและเต็มไปด้วยความเกลียดชังและกำปั้นแห่งความเคียดแค้นก็พุ่งไปยังฉินเฟิง
“ห่าเอ๊ย รอยสักของพ่อคือเส..”
ปัง!
เมื่อชายรอยสักเสือกำลังจะเข้า่สำคัญก็มีเสียงดังออกมา เขาลอยออกไปและตกลงที่ที่เขานั่งยองเมื่อกี้อย่างแม่นยำ
