เสียงฟ้าร้องะเิสนั่นสั่นะเืทั่วฟ้าดิน พลังฟ้าดินสี่ด้านต่างสั่นไหวขึ้นมา ชัดเจนว่าสั่นะเืด้วยเสียงะเิจากฟ้าร้อง หากคลื่นเสียงสั่นรุนแรงยิ่งกว่านี้ ก็อาจจะทำให้คนสิ้นลมหายใจอย่างไม่ทันรู้ตัว
ทั่วร่างเกิดเปลวเพลิงสีแดง สองแขนของเด็กหนุ่มโอบล้อมไปด้วยเปลวไฟ ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากออกมา “นี่มันเสียงกลองสายฟ้า์ ที่เป็นิมิตทางกาย น่ากลัวจริงๆ”
“ใช่ ข้าเคยฟังผู้าุโในตระกูลคุยกัน ในขั้นหลอมกายาหากสามารถฝึกจนสำเร็จละก็ จะเกิดนิมิตขึ้นภายในกาย ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เห็นกับตา!”
“ข้าได้ยินมาว่าใต้หล้านี้มีวิชามหาอำนาจวิชาหนึ่ง ชื่อว่าเสียงกลองสายฟ้า์ ว่ากันว่ามันเป็คลื่นเสียงมหาอำนาจที่ยากจะหาพบ ไม่รู้ว่านิมิตนี้จะทำให้ฝึกฝนพลังอานุภาพของมันได้หรือไม่”
คนกลุ่มหนึ่งจากหลากตระกูลต่างเข้ามามุงดูเงาหนึ่งที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าด้วยความตะลึง รอบตัวเขานั้นพันโอบล้อมด้วยเมฆหมอก พลังชีวิตบริสุทธิ์ระเหยออกมาจากกายที่มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น
นี่เป็สิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง เมื่อร่างกายฝึกสำเร็จในขั้นหนึ่ง ก็จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดและเกิดนิมิตขึ้นมา
เต้าหลิงตกตะลึงไปเล็กน้อย เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับนิมิตที่อยู่ในร่างหายไป หมัดของเขากำแน่น ในตอนนั้นเขาััได้ถึงพลังที่หมุนวนอยู่ในกายอย่างต่อเนื่อง!
“สุดยอด กายาศักดิ์สิทธิ์น่ากลัวมากจริงๆ มันสามารถซึมซับพลังธาตุในหอคอยผ่านจิตเข้าสู่ภายในร่างของข้าได้” เขากำหมัดแน่นอย่างตื่นเต้น คุณสมบัติกายเช่นนี้ช่างสุดยอดจนหาที่เปรียบไม่ได้
เขารู้สึกคุ้นเคยกับพลังของหอคอยผ่านจิตนี้ เมื่อลองปล่อยความรู้สึกเพื่อทดสอบอย่างละเอียดดู ก็รู้สึกราวกับเป็หนึ่งเดียวกับพลังรอบตัว อีกทั้งแรงกดดันที่ถาโถมลงมาเบาบางลงไปมากเลยทีเดียว!
“หากเป็เช่นนี้ ข้าก็จะสามารถปรุงโอสถได้แล้วสิ!” ั์ตาเต้าหลิงเบิกกว้างอย่างดีใจ นักปรุงโอสถ้าธาตุในกายสองธาตุคือไม้และไฟ ซึ่งตอนนี้เขามีครบหมดแล้ว
“หากข้าฝึกธาตุไม้ในร่างให้แข็งแกร่งขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องปรุงโอสถได้ไม่ยากแน่” เต้าหลิงเม้มปาก ก่อนจะยันกายขึ้นทอดมองสายตาออกไปอย่างแน่วแน่ ถึงเวลาตามหาประตูที่ขึ้นไปสู่ชั้นเจ็ดแล้ว!
ตอนนี้แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาก็ไม่สะดุ้งะเืแล้ว พลังธาตุไม้ในชั้นเจ็ดจักต้องเข้มข้นกว่าชั้นหกนี้หลายเท่าเป็แน่!
คนในกลุ่มที่เฝ้ามองเต้าหลิงอยู่นั้นมองหน้ากันไปมา จนในที่สุดบุรุษที่ทั่วร่างโอบล้อมด้วยแสงจากเปลวไฟก็กล่าวขึ้นอย่างไม่ใคร่มั่นใจนัก “เขาคิดจะขึ้นไปชั้นเจ็ดอย่างนั้นหรือ?”
“เป็ไปไม่ได้ แรงกดดันในชั้นเจ็ดนั้นน่ากลัวยิ่งนัก เมื่อหลายวันก่อนข้าลองขึ้นไปรอบหนึ่ง พอข้าย่างเท้าเข้าไป ยืนตะลึงได้ชั่วครู่ก็ฝืนไปต่อไปไม่ไหวแล้ว”
“ใช่แล้ว ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถขึ้นไปได้ คงมีเพียงแค่องค์หญิงน้อยเท่านั้นกระมัง ที่สามารถขึ้นไปได้โดยไม่สะทกสะท้าน” ผู้คนโดยรอบต่างก็ผงกหัวเห็นด้วย คนที่จะสามารถขึ้นไปยังชั้นเจ็ดได้นั้น จะต้องเก่งกาจอย่างมาก
เต้าหลิงเดินวนเวียนอยู่ในชั้นที่หก ในชั้นนี้มีหมอกควันจำนวนมากทำให้วิสัยทัศน์แย่ลง อีกทั้งพื้นที่ยังกว้างขวาง ทำให้เขาต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามจึงจะหาประตูเจอ!
ในจังหวะที่เขาก้าวฝีเท้าเข้าไป ทั่วทั้งร่างก็พลันหนักอึ้ง ขาสองข้างเหมือนกับกำลังจมอยู่ในดินเหนียว กระดูกในร่างต่างส่งเสียงออกมาราวกับว่าจะะเิ
“แรงกดดันรุนแรงอะไรเช่นนี้!” เต้าหลิงตกตะลึงกับแรงกดที่ถาโถมเข้ามา เขารู้สึกหนักอึ้งยิ่งนัก พลังโดยรอบที่ถาโถมเข้ามากดทับร่างเขานั้นช่างบ้าคลั่งราวกับคลื่นใหญ่ซัดสาด!
เขาสูดลมหายใจลึก ในระหว่างที่เขากำลังขับเคลื่อนวิชาอยู่นั้น พลังธาตุไม้ก็พรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ความเ็ปในกายก็ผ่อนลงไปไม่น้อย แต่ทว่าแรงกดดันที่ยังนับว่ารุนแรงอย่างมาก ทำให้เขาหายใจได้อย่างยากลำบาก
พลังิญญาหนาแน่นลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศรอบๆ บนพื้นก็มีแต่แอ่งหลุมเว้าลงไป ราวกับว่าเคยมีการต่อสู้เกิดขึ้น ในตอนนั้น หนังตาของเต้าหลิงก็กระตุกขึ้น เขามาถึงสวนสมุนไพรเก่าแก่แห่งหนึ่ง ทว่ากลับต้องผิดหวัง เพราะในสวนนี้ไม่มีอะไรเหลือเลย หากเป็เมื่อก่อนจะต้องมีสมุนไพรล้ำค่าอยู่แน่ ช่างน่าเสียดายที่โดนขุดไปหมดแล้ว
“อืม ชั้นนี้มีของล้ำค่าแต่กลับถูกคนขุดเสียว่างเปล่า ที่เหลือก็แค่ชั้นแปด ชั้นเก้า หรือไม่ก็ชั้นสิบใช่แล้ว ชั้นสิบ!”
ั์ตาเต้าหลิงพลันลุกโชน ชั้นที่สิบไม่เคยมีผู้ใดขึ้นไปได้ ไม่แน่ว่าบนนั้นอาจจะมีสุดยอดของล้ำค่าอยู่ก็เป็ได้!
ในระหว่างที่เดินมา เต้าหลิงก็พลันเม้มปากอย่างเสียดาย เขาเห็นทุ่งสมุนไพรอยู่มากมาย ทั้งยังมีพระราชวังขนาดเล็กตั้งอยู่สองสามหลัง จินตนาการไม่ออกเลยว่าที่แห่งนี้เมื่อในอดีตกาลนั้นเป็สถานที่เช่นใด เหมือนกับเป็พระราชวังของผู้ที่แข็งแกร่ง แต่ว่าน่าเสียดายที่ของล้ำค่าในนี้ล้วนแต่ถูกขุดออกไปหมดแล้ว
สำรวจได้ชั่วครู่ ทั่วร่างของเขาก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เขานั่งขัดสมาธิลงดูดซับพลังรอบด้านที่ไร้ขีดจำกัด เพื่อชดเชยพลังที่เขาเสียไป และเตรียมพร้อมสำหรับการกลั่นหลอมพลังกายในชั้นนี้
ราวครึ่งชั่วยามผ่านไป เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะได้ยินเสียงร้องของผู้หญิง นั่นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก เท่าที่รู้ ในตอนนี้สำนักซิงเฉินกำลังรับสมัครศิษย์ใหม่ทำให้มีคนเข้ามาที่นี่น้อยมาก
เขายันกายลุกขึ้นเดินไปตามเสียง แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือกันเหยา
สภาพของกันเหยาสะบักสะบอม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง บนเสื้อมีรอยแผล คิ้วดำขมวดเป็ปม มุมปากมีคราบเืไหลลงมา ั์ตาเยือกเย็นจ้องเขม็งไปยังอสูรโบราณที่อยู่ตรงหน้าสองตน
อสูรหนุ่มเสื้อคลุมสีเงินยาวตนหนึ่ง ปลดปล่อยไอเย็นออกมาทั่วร่าง บนหน้าผากมีเขางอกออกมาสองอัน รูปร่างบึกบึนแข็งแรง พลังแข็งแกร่งมาก เขาแผดเสียงกล่าวออกมาด้วยความดุดันว่า “กันเหยา ส่งของนั่นมาให้ข้าซะ!”
กันเหยาที่ได้ของล้ำค่าลึกลับมาจากศิลาเทพยุทธ์ ทำให้ทั่วเมืองชิงโจวสั่นะเื ผู้คนล้วนแต่คาดเดาถึงสิ่งของล้ำค่าที่นางได้ไป ถึงขั้นทำใหุ้์บางตนคิดทำเื่ชั่วช้า พวกเขาทั้งสามตนได้รวมหัวกันวางแผนแย่งชิงของที่นางได้รับจากศิลาเทพยุทธ์ ทว่าไม่คาดคิดว่าจะถูกนางฆ่าตายไปก่อนหนึ่งตน
“ฝันไปเสียเถอะ คิดหรือว่าจะจัดการข้าได้ง่ายๆ” กันเหยาโกรธมาก มือเรียวสวยกำหมัดแน่นพลางดูดซับพลังชีวิตบริสุทธิ์โดยรอบเข้ามาเพื่อรักษาาแ
ัคะนองน้ำส่งเสียงดุดัน แขนทั้งสองกางออก พลัง์ของเขาน่ากลัวมาก สองฝ่ามือปลดปล่อยธารน้ำขนาดใหญ่ พลังไอเย็นทำเอาร่างของคนที่โดนต้องสั่นไหว
ธารน้ำใหญ่ที่ปกคลุมไปทั่ว หินบริเวณโดยรอบต่างแตกละเอียด รุนแรงเสียจนแผ่นดินแยก มันพุ่งไปหมายจะกดทับร่างของกันเหยา
มือเนียนดังหยกยื่นออกไป พลางเกร็งมือ ประกายเล็บแหลมคมพุ่งออกพร้อมกับเสียงัคำราม ฉับพลันคลื่นพลังรุนแรงก็ปรากฏขึ้น รูปร่างเหมือนกับัก่อนที่มันจะพุ่งทะยานจู่โจมฝ่าอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว
คลื่นธารน้ำพลันกระจายแตกออก มันคือวิชามหาอำนาจที่น่ากลัวมากวิชาหนึ่ง นามว่ากรงเล็บัฟ้าขย้ำนภา ว่ากันว่าเป็วิชามหาอำนาจที่มีประวัติความเป็มามาจากัแท้จริง
เสียงดังขึ้นฉับพลันพร้อมกับลำแสงที่พุ่งทะลวงเข้ามา อสูรสามตาตนหนึ่งสีหน้าเ็ายืนอยู่ด้านข้างัคะนองน้ำ ดวงตาที่สามเปิดออกพร้อมปล่อยลำแสงพุ่งตรงราวกระบี่ หมายมั่นที่จะสังหารกันเหยา
“ฮึ ในเมื่อเ้าไม่ตอบรับคำขอ ข้าจึงต้องทำเช่นนี้เพื่อความปรารถนาของข้า!” ัคะนองน้ำแค่นหัวเราะเยือกเย็น เขาคิดมาตลอดว่าอยากจะลองล่าดรุณีที่เก่งกาจ ไม่คิดเลยว่าโอกาสที่ได้มาจะเป็ถึงกันเหยา หากจับกุมตัวนางได้ละก็เขาจะต้องมีอำนาจและชื่อเสียงที่เลื่องลือไปทั่วปฐีเป็แน่
อสูรสามตาตนนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก ดวงตาที่สามมีพลังรุนแรงจนสามารถจับตัวกันเหยาให้อยู่นิ่งได้ จึงทำให้ัคะนองน้ำสามารถทำอะไรกับนางได้ตามใจ!
ขณะที่เต้าหลิงจ้องมองไปยังการประมือเบื้องหน้า สายตาของเขาก็มองตรงไปยังอสูรสามตาเพียงชั่วครู่ ก็ััได้ถึงความสามารถที่ไม่ธรรมดา
“ใครแอบมอง!” ดวงตาที่สามเบิกกว้าง ปล่อยประกายโชติ่ อสูรสามตารับรู้ได้ถึงคนนอกที่กำลังแอบมองพลันะโลั่นออกมา
เมื่อได้ยินดังนั้นในใจกันเหยาก็พลันมีความหวัง ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังเต้าหลิงก่อนจะรีบพูดว่า “สหาย ช่วยข้าที รีบนำเื่นี้ไปรายงาน พอถึงตอนนั้นข้าจะตอบแทนเ้าอย่างงาม!”
สีหน้าของัคะนองน้ำเ็า พลางแผดเสียงโกนออกไปอย่างขึงขัง “เ้าหนู ข้าขอเตือนว่าอย่าได้เข้ามายุ่ง ไม่เช่นนั้นเ้าได้จบไม่สวยแน่!”
แม้ว่าเ้าเด็กนี่จะสามารถขึ้นมาถึงชั้นเจ็ดได้ ทว่าสำหรับพวกเขาแล้วยังห่างชั้นกันอยู่มาก ัคะนองน้ำเชื่อว่าเพียงหนึ่งฝ่ามือก็สามารถจัดการเขาลงได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้เขายังไม่อยากลงไม้ลงมือ!
“ข้าจะได้รับประโยชน์ใด?” เต้าหลิงหรี่ตาลง ดูแล้วนางน่าจะร่ำรวยอยู่ไม่น้อย
มุมปากของกันเหยาพลันบิดเบี้ยว มาถึงตอนนี้แล้วยังจะมาถามหาประโยชน์อีกงั้นหรือ? เ้าผีโลภ!
“ใจกล้านักนะ สหายสามตา เ้าช่วยข้าจัดการเขาทีสิ ส่วนข้าจะเป็คนคุมตัวกันเหยาไว้ตรงนี้เอง!” สีหน้าัคะนองน้ำเหี้ยมเกรียมขึ้นมา เขาเรียกตาข่ายสีเงินขนาดใหญ่ทอแสงประกายดั่งดวงดาวออกมา มันแฝงไปด้วยคลื่นพลังที่เก่าแก่ นี่คือของล้ำค่าลึกลับชิ้นหนึ่ง ที่ทำขึ้นมาจากทรายดารา
ตาข่ายสีเงินลอยขึ้นกลางอากาศดิ่งลงมาพร้อมกับประกายดวงดาวหลากสีสัน ตาข่ายแต่ละเส้นมีแรงกดทับถึงหมื่นจวิน อากาศะเิออกเป็วงกว้างก่อนจะปกคลุมร่างของกันเหยาเอาไว้ไม่ให้ขยับ
เต้าหลิงเหลือบมองตาข่ายสีเงินอยู่หลายครา ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นเป็ของล้ำค่าที่ไม่ธรรมดา และก็คงไม่ง่ายที่จะเคลื่อนย้ายของสิ่งนั้นออกจากที่นี่ ไม่เช่นนั้นเขาต้องสูญเสียพลังงานมากเป็แน่ แล้วยิ่งแรงกดดันที่ชั้นเจ็ดนั้นสามารถทำให้ะเืจนถึงตายได้
“เ้าหนู เ้าหาเื่เองนะ อย่ามาโทษข้าล่ะ” อสูรสามตาเดินเข้ามาพลางยิ้มเยาะ อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้เห็นเ้าเด็กนี่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
“เ้าสามตาประหลาด มีอะไรดีก็รีบงัดมาให้ข้าเชยชม!” เต้าหลิงแค่นหัวเราะเยือกเย็น
สีหน้าอสูรสามตาพลันเดือดดาลเสียจนอัปลักษณ์ ภายในร่างะเิเปลวไฟอย่างเกรี้ยวกราด ในโลกภายนอกตระกูลสามตานั้นถือเป็ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ไอ้เด็กนี่ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ถึงได้กล้าพูดว่าข้าเป็ตัวประหลาด ช่างรนหาที่ตายเสียจริง!
“มอบชีวิตเ้ามาให้ข้าซะ!” อสูรสามตาคำรามเสียงดัง อากาศพลันสั่นไหว ทั่วร่างปลดปล่อยลมปราณที่กล้าแกร่งออกมา ฝ่ามือฟาดลงไปหมายจะให้อีกฝ่ายแหลกละเอียด!
เห็นคลื่นพลังที่ซัดสาดเข้ามาพร้อมกับแขนที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง ภายในอกเต้าหลิงก็พลันสั่นไหว เขาััได้ถึงลมปราณแข็งแกร่งที่ออกมาจากทั่วร่างของอสูรสามตา เขายกฝ่ามือขึ้นก่อนจะเข้าปะทะกับแขนของอีกฝ่าย
แขนเหวี่ยงตามลงมาพร้อมกับพลังที่เอ่อทะลัก ในใจเต้าหลิงสั่นระรัวครู่หนึ่ง รู้สึกได้เลยว่าพลังรอบตัวของอสูรสามตาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ฝ่ามือเขายกขึ้น ก่อนจะเข้าปะทะกับแขนของอสูรสามตา
ฟ้าดินปรากฏเสียงดังสนั่น เหมือนกับเสียงฟ้าร้องก็ไม่ปาน ร่างทั้งสองที่ปะทะกันต่างสั่นะเื ขาสองข้างยุบลงไปบนพื้น
บนหน้าของอสูรสามตาฉายแววประหลาดใจอย่างมาก ก่อนจะกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า “มิน่าเล่าเ้าถึงได้เหิมเกริมนัก ที่แท้ก็มีความสามารถอยู่บ้าง แต่อย่างไรเสียชีวิตของเ้าก็ถึงคราวจบสิ้นในวันนี้!”
กล่าวจบ ดวงตาที่สามก็เปิดออกเปล่งแสงประกายเจิดจ้า พลังะเิพุ่งออกมาราวกับสายฟ้า ทั้งยังรุนแรงและดุดันเหมือนกับคมกระบี่ที่พุ่งออกมาจากฝัก!
