หลายเดือนหลังจากนั้น เนี่ยเทียนก็อยู่ทีู่เาด้านหลังเขาหลิงอวิ๋น ฝึกบำเพ็ญตบะตามคำสอนของอูจี้
ทุกๆ วันในตอนเช้าอูจี้จะต้องอธิบายให้เขาฟังว่าผู้ฝึกลมปราณเกิดขึ้นมาได้อย่างไร บอกเขาถึงการแบ่งขอบเขต เล่าให้เขาฟังถึงเื่ราวมหัศจรรย์บางอย่างในอาณาจักรหลีเทียน
จากคำบอกเล่าของอูจี้ เนี่ยเทียนถึงได้รู้จักยุคาเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน
ใน่ยุคา แต่ละเผ่าพันธุ์ตั้งถิ่นฐานอยู่ทั่วดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล เทพั์ค้ำโลกันตร์ สัตว์ดึกดำบรรพ์ และต้าจวิน[1]ของแต่ละเผ่าพันธุ์ล้วนเป็ผู้พิชิตของแต่ละดินแดนใหญ่
ส่วนเผ่ามนุษย์เป็เพียงลูกแกะที่รอวันถูกเชือด ถูกเผ่ายิ่งใหญ่แต่ละเผ่าควบคุมจัดการ ตกต่ำจนกลายมาเป็เพียงของเซ่นไหว้ที่แต่ละเผ่าใช้บูชาฟ้าดิน
จนกระทั่งผู้ฝึกลมปราณาค่อยๆ คลำเจอเส้นทางแห่งการบำเพ็ญตบะ เข้าใจการรับเอาปราณิญญาฟ้าดินมาไว้ในมหาสมุทริญญา เผ่ามนุษย์ถึงได้ค่อยๆ หลุดพ้นจากการเป็ทาสของเผ่าที่แข็งแกร่งมากมาย ตั้งตัวโดดเด่นขึ้นมาบนพื้นพิภพได้ในที่สุด
อูจี้บอกกับเขาว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ล้วนมีจุดมหัศจรรย์ที่ต่างกันออกไป
เทพั์ค้ำโลกันตร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ นับั้แ่ถือกำเนิดขึ้นมาก็เป็ลูกรักของทางช้างเผือก ในเืเนื้อแฝงเร้นไว้ด้วยพลังอันน่าหวาดกลัวอย่างที่ยากจะจินตนาการได้
ต้าจวินของเผ่าพันธุ์ใหญ่ต่างก็มีสายเืที่แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้ บางสายเืสามารถสื่อสารกับหินลาวาใต้พิภพ บางสายเืสามารถกระตุ้นให้เกิดอสุนีบาต บางสายเืซ่อนเร้นไว้ด้วยความลึกลับด้านความตาย บางสายเืให้กำเนิดพลังชีวิตมากมายไร้ขีดจำกัด
ทั้งยังมีต่างเผ่าพันธุ์ที่มีความประหลาด มีจิติญญาลึกลับมาั้แ่กำเนิด ราวกับดวงิญญาที่ล่องลอยอยู่ตามหลุมดำของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ตามที่อูจี้เล่าให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็เผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตใดก็ตามล้วนสามารถมีพลังที่ต่างกันหนึ่งหรือสามอย่าง
พลังสามอย่างที่ว่านั้นแบ่งออกเป็พลังิญญา พลังแห่งสายเื และพลังแห่งจิติญญา
เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งบางเผ่า ในสายเืจะแฝงเร้นไว้ด้วยความลับของหลักฟ้าดิน พวกเขาจะฝึกพลังของสายเืเป็หลัก พลังชีวิตในสายเืจึงยิ่งใหญ่ดุจขุนเขาและมหาสมุทร
เผ่าใหญ่บางเผ่าจะมีพลังจิติญญาที่แข็งแกร่ง การฝึกบำเพ็ญตบะส่วนใหญ่ของพวกเขาจึงเกี่ยวข้องกับพลังจิต
และก็มีสิ่งมีชีวิตบางเผ่าที่ใช้พลังิญญาในมหาสมุทริญญาเป็หลักในการฝึก
พลังิญญา พลังแห่งสายเื และพลังแห่งจิติญญาเป็เพียงแค่วิธีการแสดงออกถึงพลังที่แตกต่างกัน ต่างก็มีความลึกลับมากมายไร้ที่สิ้นสุด มีพลังที่สามารถเปลี่ยนฟ้าปรับดินได้
การฝึกบำเพ็ญตบะของเผ่ามนุษย์ในยุคแรกมีพลังิญญาเป็หลัก เมื่อฝึกมาได้ถึงขอบเขตหนึ่งแล้วก็จะทำความเข้าใจกับความลึกลับของพลังจิต เพื่อนำไปชุบหลอมจิติญญา
แน่นอนว่าทุกสรรพสิ่งไม่มีอะไรที่ตายตัวเสมอไป บางคนก็สามารถเข้าใจการดำรงอยู่ของกระแสจิตได้อย่างเฉียบคมั้แ่แรกเริ่ม
และกระแสจิตก็คือภาวะแรกสุดของพลังจิติญญา
เมื่อกระแสจิตค่อยๆ ถูกฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นก็จะใช้กระแสจิตนี้ไปบ่มอุ่นและชุบหลอมจิติญญา ทำให้สามารถตระหนักถึงจิติญญาของตัวเองได้อย่างเฉียบคมมากขึ้น จากนั้นจึงเริ่มเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกจิติญญา
สำนักภูตผีของอาณาจักรหลีเทียน เนื่องจากความเป็เอกลักษณ์ของคาถาวิเศษลับ เวลาที่พวกเขาเลือกลูกศิษย์จึงให้ความสำคัญกับจุดนี้มากเป็พิเศษ
และก็ด้วยเหตุนี้ ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักภูตผีจึงมักจะมีกระแสจิตที่ไม่ธรรมดา
เมื่อฝึกไปถึง่หลัง ลูกศิษย์ของสำนักภูตผีจึงจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการฝึกจิติญญา ดังนั้นลูกศิษย์ที่พวกเขาเลือกจึงต้องเป็ผู้ที่มีกระแสจิตแข็งแกร่งั้แ่เริ่มต้น
่เช้าของทุกวัน สิ่งที่อูจี้อธิบายให้เนี่ยเทียนฟังมักจะเป็เื่ของผู้ฝึกลมปราณา เผ่าพันธุ์ต่างๆ รวมไปถึงความแตกต่างและการแบ่งพลังสามประเภท
ตอนบ่าย เขาจะสอนอักขระยุคา อักษรของเทพั์ค้ำฟ้าและสัตว์ดึกดำบรรพ์ให้กับเนี่ยเทียน บอกกับเขาว่าวันหนึ่งหากเขาสามารถเดินออกไปจากอาณาจักรหลีเทียน ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องได้ใช้
อักขระาคือวิธีการหนึ่งที่ผู้ฝึกลมปราณาใช้สื่อสารกับฟ้าดินใน่แรกเริ่มสุด
ส่วนอักษรเทพั์ค้ำโลกันตร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ คือภาษาสองแขนง
ตามที่อูจี้เล่าให้ฟัง สักวันเมื่อเขาเดินออกจากอาณาจักรไปยังพิภพลึกลับแห่งอื่น จะต้องได้เห็นอักษรสองประเภทนี้ในบางสถานที่ หรือยังอาจถึงขั้น... ได้เจอกับเทพั์ค้ำโลกันตร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย
ถึงเวลานั้น เขาที่รู้จักภาษาสองแขนงนี้ก็จะได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และกลายมาเป็ฝ่ายที่เหนือกว่า
อย่างน้อย เขาก็สามารถสื่อสารกับเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวเ่าั้ได้
ั้แ่เริ่มต้น เนี่ยเทียนก็ไม่ได้คัดค้านการเรียนภาษาของเทพั์ค้ำโลกันตร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ ในจุดนี้ทำให้อูจี้แปลกใจเล็กน้อย
เขาไม่รู้ว่าครั้งแรกที่เนี่ยเทียนเห็นอักษรเผ่าสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เขาสอนก็กระหวัดไปถึงตำหนักหินใต้ทะเลทรายในโลกมายามรกต
บนผนังของตำหนักหินแห่งนั้น บนเสาหินทุกต้นล้วนสลักอักษรลึกลับของเผ่าสัตว์ดึกดำบรรพ์เอาไว้
ตอนนี้หากเขาได้เรียนรู้อักษรของเผ่าสัตว์ดึกดำบรรพ์แล้ว เขาก็จะเข้าใจว่าอักขระที่สลักไว้บนตำหนักหินเ่าั้หมายความว่าอย่างไร
ส่วนอักษรเทพั์ค้ำโลกันตร์...
ครั้งแรกที่เขารู้เื่ของเทพั์โลกันตร์จากปากของอูจี้ ก็มั่นใจเต็มร้อยว่าดินแดนลึกลับที่กระดูกสัตว์พาเขาไป แขนขนาดใหญ่ั์ราวกับูเาที่ชี้ชันขึ้นไปยังท้องนภาเ่าั้ ต้องเป็ของเทพั์ค้ำโลกันตร์แน่นอน!
ใต้พื้นดินของดินแดนลึกลับแห่งนั้น มีร่างของเทพั์ค้ำโลกันตร์มากมายหลายตนที่เวลาผ่านไปแล้วไม่รู้กี่ปีก็ยังไม่สลายหายไป
หมัดพิโรธรูปแบบที่หนึ่งซึ่งเขาได้เรียนรู้ก็มาจากหนึ่งในเทพั์ค้ำโลกันตร์นั้น หากสามารถเข้าใจอักษรของพวกเขา เขาต้องได้รู้ความลับที่มากกว่าเดิมจากดินแดนลึกลับนั่นแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้อักษรเผ่าสัตว์ดึกดำบรรพ์และเทพั์ค้ำฟ้าในตอนกลางวัน เขาจึงไม่เพียงแต่ไม่ต่อต้าน ทั้งยังตั้งใจมากอีกด้วย
ความเอาจริงเอาจังของเขาทำให้อูจี้พอใจอย่างมาก
ตอนกลางวันเขาเรียนรู้อักขระของสองเผ่าที่แข็งแกร่ง ทำความเข้าใจกับสาเหตุการดำรงอยู่ของผู้ฝึกลมปราณ ฟังอูจี้วิเคราะห์ความมหัศจรรย์ในการใช้พลังต่างๆ
ตอนกลางคืน เขาจะใช้หินวิเศษระดับต่ำที่อูจี้มอบให้มาฝึกคาถาหลอมลมปราณ เพื่อขยายมหาสมุทริญญาของตัวเอง
ทุกระยะห่างสองสามวันจะมีสัตว์สายฟ้านิลกาฬลงมาจากฟ้าแล้วทิ้งสัตว์วิเศษระดับสองตัวหนึ่งให้เป็อาหารแก่เขา
ทุกครั้งที่สัตว์สายฟ้านิลกาฬตัวนั้นทิ้งอาหารไว้ให้แล้วก็จะกลับเข้าไปในชั้นเมฆ หายตัววับไปทันที
ตอนที่อยู่ในโลกมายามรกต จะได้กินเนื้อของสัตว์วิเศษระดับสองสักตัว สำหรับเขาแล้วถือว่ายากลำบากถึงขีดสุด
ทว่าเมื่อมาอยู่ที่นี่ อาหารที่เขาได้กินทุกวันล้วนเป็เนื้อของสัตว์วิเศษระดับสอง
เนื้อของสัตว์วิเศษระดับสองเ่าั้กลายมาเป็อาหารประจำวันของเขา เขาเองก็ทำตามคำสั่งของอูจี้ ไม่ได้จงใจใช้พลังงานที่เกิดขึ้นจากสัตว์วิเศษระดับสองไปขยับขยายมหาสมุทริญญา
พลังงานที่มาจากสัตว์วิเศษระดับสองจึงแผ่กระจายไปตามเืเนื้อของเขา หลอมรวมเข้ากับกระดูกและอวัยวะภายในของเขา
เพราะหินวิเศษระดับต่ำที่เขาใช้ฝึกบำเพ็ญตบะในตอนกลางคืนมีพลังิญญาฟ้าดินที่เปี่ยมล้นมากพอให้เขาค่อยๆ ขยับขยายมหาสมุทริญญาไปทีละนิดอยู่แล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวเขาก็ติดตามอูจี้มาฝึกบำเพ็ญตบะอยู่บนยอดเขาได้ครึ่งปีแล้ว
ครึ่งปีที่ผ่านมา มหาสมุทริญญาในร่างของเขาได้ขยายกว้างออกไปถึงขีดจำกัดของหลอมลมปราณขั้นเก้าแล้ว!
ขาดเพียงแค่ก้าวเดียวเขาก็จะสามารถฝ่าทะลุอุปสรรคจากขอบเขตหลอมลมปราณเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้าย์
เขาที่กินเนื้อของสัตว์วิเศษระดับสองมาตลอดครึ่งปี ร่างกายจึงยิ่งเปลี่ยนมาเป็แข็งแรงบึกบึนขึ้น ทั้งความสูงก็เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยด้วย พลังชีวิตที่แฝงเร้นอยู่ในร่างเปี่ยมล้นยิ่งกว่าคนระดับเดียวกันมากมายนัก
และครึ่งปีมานี้ กระแสจิตของเขาก็ยืดขยายออกไปได้ถึงรัศมีสามร้อยเมตร
เช้าตรู่วันนี้เป็เหมือนทุกวัน เนี่ยเทียนตั้งใจจะไปฟังคำอธิบายเื่ที่จำเป็ต้องระวังในการฝ่าทะลุหลอมลมปราณสู่ท้าย์จากอูจี้
สามวันมานี้อูจี้ไม่ได้พูดถึงเื่ลักษณะพิเศษของพลังิญญา พลังแห่งสายเื และพลังแห่งจิติญญาอีกแล้ว แต่เน้นอธิบายว่าควรจะฝ่าอุปสรรคของขอบเขตเพื่อก้าวเข้าสู่ท้าย์อย่างไร
“ความลึกลับของหลอมลมปราณถึงท้าย์ เื่ที่ควรพูดข้าก็พูดไปหมดแล้ว ที่เหลือจำเป็ต้องให้เ้าคลำหาทางเอาเอง”
ที่น่าแปลกก็คืออูจี้เป็ฝ่ายเดินออกมาจากกระท่อมด้วยตัวเองแล้วพูดกับเขาว่า “หลอมลมปราณขั้นเก้าถึงท้าย์ นี่คืออุปสรรคแรกที่เ้าต้องเจอบนเส้นทางการบำเพ็ญตบะ ต่อไปเ้าจะยิ่งพบเจออุปสรรคเช่นนี้มากขึ้นเรื่อยๆ การฝ่าทะลุอุปสรรค ไม่ได้อาศัยความมุมานะฝึกบำเพ็ญตบะอย่างเดียว ยังจำเป็ต้องใช้การตระหนักรู้ของตัวเองไปฝ่าฟันด้วย”
“เ้าอยู่ที่นี่มาก็ครึ่งปีแล้ว ควรจะออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกบ้าง มันจะเป็ผลดีกับเ้ามาก”
“หอหลิงเป่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้น ข้าจะให้สัตว์สายฟ้านิลกาฬไปส่งเ้า เอ้า ป้ายนี้มอบให้เ้า ไปที่หอหลิงเป่าเ้าสามารถเลือกของมาได้ตามใจชอบสามชิ้น เพียงเ้าแสดงป้ายนี้ก็ได้แล้ว”
“ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ขอบเขตท้าย์ อันที่จริงไม่จำเป็ต้องทำความเข้าใจกับอาวุธวิเศษ เพราะขอบเขตไม่เพียงพอ พลังิญญาไม่มากพอ จึงไม่สามารถแสดงความมหัศจรรย์ของอาวุธวิเศษออกมาได้”
“ทว่าหากเลื่อนขั้นสู่ท้าย์เมื่อใดก็สามารถทดลอง เรียนรู้ที่จะใช้อาวุธวิเศษได้แล้ว”
พูดมาถึงตรงนี้ อูจี้ก็กวักมือไปทางท้องนภา
ท่ามกลางชั้นเมฆมีเสียงร้องเบาๆ ดังลอยมา สัตว์สายฟ้านิลกาฬที่มองดูเหมือนรูปปั้นซึ่งบนร่างล้อมวนไปด้วยสายฟ้าเส้นละเอียดเล็กมากมายพลันบินลงมาจากท้องนภา
ร่างของสัตว์สายฟ้านิลกาฬมีสีเขียวเข้มค่อนไปทางสีดำ ในดวงตาสีเขียวรุบรู่บางครั้งก็มีสายฟ้าเปล่งวาบ
หลังจากที่มันบินลงมาที่พื้นแล้วก็กระพือปีกน้อยๆ สายฟ้าที่ปกคลุมไปทั่วราวกับงูตัวเล็กที่มุดลอดเข้าไปในร่างกาย
“ไปเถอะ มันจะพาเ้าไปยังหอหลิงเป่า” อูจี้กล่าวกำชับ
เนี่ยเทียนรับเอาป้ายที่สลักคำว่า “จี้” แผ่นนั้นมา แล้วจึงค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนร่างของสัตว์สายฟ้านิลกาฬช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง
ดูเหมือนสัตว์สายฟ้านิลกาฬจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก มันบิดร่างน้อยๆ เนี่ยเทียนก็โงนเงนจนเกือบจะร่วงลงมา
อูจี้แค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง กล่าว “เ้าไม่ต้องรู้สึกอึดอัดใจไป สักวันมารผจญอย่างเ้าต้องมาอ้อนวอนเนี่ยเทียน!”
ดวงตาสีเขียวรุบรู่ของสัตว์สายฟ้านิลกาฬเผยประกายเฉลียวฉลาด หลังจากได้ยินคำพูดของอูจี้ มันก็ทำท่าคล้ายเต็มไปด้วยความสงสัย ยังคงไม่เข้าใจความหมายนั้น
“ส่งเนี่ยเทียนไปที่หอหลิงเป่า หากระหว่างทางเ้ากล้าทำตัวเหลวไหล ข้าจะให้เ้าได้เห็นดีแน่!” อูจี้เอ็ดเสียงดัง
สัตว์สายฟ้านิลกาฬส่งเสียงร้องเบาๆ ด้วยความกล้ำกลืนหนึ่งครั้ง แล้วก็ไม่กล้าขยับตัวสะเปะสะปะอีก รอจนเนี่ยเทียนนั่งได้มั่นคงแล้วมันจึงโบกกระพือปีก พริบตาเดียวก็บินทะยานเข้าไปในกลุ่มเมฆ
[1] ต้าจวิน (大尊) ชื่อเรียกผู้ที่สูงศักดิ์มากที่สุด
