“ปัง ปัง ปัง...”
เสี่ยววินาทีที่เยี่ยเฉินเฟิงบุกเข้าไปในคุกเพลิงกัลป์ ลูกไฟร้อนระอุจำนวนสามลูกก็พุ่งออกมาจากลาวาสีแดงเพลิง
ครูต่อมา ลูกไฟทั้งสามก็ได้กลายร่างเป็ผู้ใช้อสูริญญาระดับหกจำนวนสามคน ล้อมวงเข้าจู่โจมเยี่ยเฉินเฟิงพร้อมกัน
เมื่อถูกล้อมโจมตี เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่ได้ตื่นตระหนก พลังกดดันน่าสะพรึงกลัวก็ะเิออกมาจากร่างกายของเขา แรงะเืจากพละกำลังมหาศาลทำให้ผู้ใช้อสูริญญาระดับหกทั้งสามคนไม่อาจเข้าประชิดตัวเขาได้
"นับดารา"
หลังจากสามารถกระแทกผู้ใช้อสูริญญาระดับหกทั้งสามคนให้ล่าถอยออกไปได้ เยี่ยเฉินเฟิงก็วาดนิ้วขึ้นบนอากาศเบาๆ ลำแสงดัชนีที่ราวกับแสงดาวระยิบระยับก็พุ่งออกไปหลายเส้นแสง แทงทะลุกะโหลกศีรษะของผู้ใช้อสูริญญาระดับหกทั้งสามคน
หลังจากสังหารผู้ใช้อสูริญญาระดับหกทั้งสามคนได้ในเสี้ยววินาทีแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็ก้าวไปตามทางเดินหินเพียงหนึ่งเดียวในคุกเพลิงกัลป์ พุ่งทะยานไปทางจุดสิ้นสุดของมิติชั้นที่หนึ่งของค่ายกลิญญาฟ้า
ยิ่งเดินลึกมากเข้าไปเท่าไหร่ ผู้ใช้อสูริญญาระดับหกก็จะยิ่งกระโจนออกมาจากลาวาและลอบโจมตีเยี่ยเฉินเฟิงอย่างไม่หยุดยั้ง
ทว่าพลังที่แท้จริงของศัตรูที่อยู่ในมิติชั้นที่หนึ่งของค่ายกลิญญาฟ้ามีอยู่จำกัด จึงแทบจะไม่เป็อันตรายใดๆ ต่อเยี่ยเฉินเฟิงเลย
หลังจากเดินหน้าสังหารศัตรูอย่างต่อเนื่อง เขาก็คล้ายกับหลุดเข้าไปในดินแดนที่ไร้ซึ่งผู้คน ในตอนที่เขาสังหารผู้ใช้อสูริญญาระดับหกไปทั้งหมดเก้าสิบเจ็ดคน เขาก็ได้เดินทางมาถึงปลายทางมิติชั้นที่หนึ่งของค่ายกลิญญาฟ้า เขาใช้หมัดะเิพลังป้องกันของข่ายอาคมจนแตกหักแล้วตรงเข้าไปยังมิติชั้นที่สองของค่ายกลิญญาฟ้า
สภาพแวดล้อมของมิติชั้นที่สองเหมือนกับชั้นที่หนึ่งไม่มีผิดเพี้ยน เพราะยังคงเป็คุกเพลิงกัลป์ที่ร้อนระอุเหมือนเดิม
เพียงแต่ภายในมิติที่สองของค่ายกลิญญาฟ้า พลังที่แท้จริงของศัตรูจะเพิ่มขึ้นจากผู้ใช้อสูริญญาระดับหกเป็ปรมาจารย์อสูรมายาระดับหนึ่ง คะแนนที่ได้จากการสังหารก็เพิ่มจากหนึ่งขึ้นเป็สาม
"พละกำลังหนึ่งหมื่นจิน"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของศัตรูที่อยู่ในระดับเดียวกัน เยี่ยเฉินเฟิงก็เพิ่มระดับพลังกายขึ้นเป็หนึ่งหมื่นจิน บุกฝ่าเข้าไปภายในคุกเพลิงกัลป์ เข่นฆ่าสังหารศัตรูในมิติชั้นที่สองอย่างดุเดือดเืพล่าน
เมื่อพละกำลังของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ศัตรูมากมายจึงถูกเขาต่อยจนร่างะเิออกอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การกระทำของเขาเกือบจะเป็การไล่ล่าสังหารอย่างบ้าคลั่ง คะแนนสะสมที่เขาได้รับก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป เยี่ยเฉินเฟิงที่มีจิติญญาแห่งการสู้รบอยู่เต็มเปี่ยมก็ฝ่าทะลวงไปจนถึงสุดทางของมิติชั้นที่สอง ทุบทำลายเขตอาคมป้องกันแล้วก้าวเข้าสู่มิติชั้นที่สามได้อย่างง่ายดาย
ระดับความยากของมิติที่สามในค่ายกลทะยานฟ้ามากกว่ามิติที่สองอย่างเห็นได้ชัด ภายในมิติชั้นที่สามไม่ได้มีแค่ปรมาจารย์อสูรมายาระดับที่สอง แต่ยังมีปรมาจารย์อสูรมายาระดับที่สามอยู่ด้วย
"กระบี่เมฆาสีชาด!"
เมื่อระดับความยากในการฝ่าทะลวงเพิ่มสูงขึ้น เพื่อเก็บออมพลังงานเอาไว้เยี่ยเฉินเฟิงจึงนำกระบี่เมฆาสีชาดออกมาจากถุงเอกภพ และบุกฝ่าเข้าไปภายในมิติชั้นที่สาม
"ผู้าุโหลิว สายตาของท่านนี้ช่างเฉียบแหลมโดยแท้ เยี่ยเฉินเฟิงผู้นั้นอยู่ในค่ายกลิญญามาได้สองชั่วโมงกว่าๆแล้ว ด้วยความเร็วในระดับนี้เกรงว่าเขาคงจะทะลวงไปถึงมิติชั้นที่สามแล้วกระมัง" ผู้าุโถานลองคำนวณเวลาดูคร่าวๆ ก่อนจะเอ่ยชื่นชม
อย่างไรเสียด้วยพลังที่แท้จริงของเยี่ยเฉินเฟิงที่เป็เพียงปรมาจารย์อสูรมายาระดับหนึ่ง ทั้งยังเป็การท้าทายค่ายกลิญญาฟ้าเป็ครั้งแรก การที่สามารถบุกทะลวงไปถึงมิติชั้นที่สามได้นับว่าหาชมได้ยากแล้ว
"ข้าคิดว่ามิติชั้นที่สามยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเยี่ยเฉินเฟิง ข้าคิดว่าเขาน่าจะสามารถฝ่าทะลวงขึ้นไปจนถึงมิติชั้นที่สี่ของค่ายกลิญญาฟ้าได้"
"ไม่มีทางหรอกน่า ด้วยพลังที่แท้จริงจากระดับเขตแดนของเขา แค่จะทะลวงผ่านมิติชั้นที่สามไปยังยากเลย" ผู้าุโถานส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างไม่เชื่อ
"ข้าเชื่อมั่น เยี่ยเฉินเฟิงผู้นั้นจะต้องสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเราแน่" ผู้าุโหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เหมือนอย่างที่ผู้าุโถานได้คาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด เยี่ยเฉินเฟิงเผชิญหน้ากับแรงต้านทานมหาศาลภายในมิติชั้นที่สาม โดยเฉพาะการปรากฏตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของปรมาจารย์อสูรมายาระดับสาม ซึ่งสร้างความกดดันให้เขาเป็อย่างมาก
หากไม่ใช่เพราะเยี่ยเฉินเฟิงเข้าใจลึกซึ้งถึงแก่นแท้ก้าวย่างเคลื่อนย้ายเงาพราย เขาคงพ่ายแพ้ไปตั้งนานแล้ว
ในขณะที่ใช้กระบี่เมฆาสีชาดในมือกวัดแกว่งฆ่าฟันปรมาจารย์อสูรมายาระดับสองอยู่นั้น ปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามที่ซ่อนเร้นกายอยู่แสนนานก็พุ่งเข้าจู่โจมอย่างฉับพลัน กำปั้นที่เต็มไปด้วยพลังงานความร้อนแผดเผาถูกทุ่มใส่กลางหลังของเยี่ยเฉินเฟิงอย่างรุนแรง
แม้ว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะใช้พลังกล้ามเนื้อลดทอนอานุภาพการโจมตีลงไปได้มากแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังถูกโจมตีจนสาหัสอยู่ดี เืลมทั่วร่างกลับไหลย้อนตีกลับอย่างรุนแรง เืแดงสดกระอักใหญ่พวยพุ่งออกจากปากของเขา
"ชิ้ง!"
เสียงคมกระบี่แสบแก้วหูดังขึ้น ลำแสงกระบี่คมกริบดุดันราวกับแสงอัสนีบาตก็บดขยี้การโจมตีรอบที่สองของปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามจนไม่เหลือชิ้นดี คมกระบี่ตัดแยกร่างของอีกฝ่ายเป็สองท่อน
"สังหารชั่วพริบตา!"
เยี่ยเฉินเฟิงใช้งานครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ สังหารปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามลงได้ภายในเสี้ยววินาที
"ปังปังปัง!"
เสี้ยวพริบตาที่ทำการสังหาร ก็มีศัตรูโผล่ขึ้นมาใหม่อีกสามคน พุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างต่อเนื่องชนิดที่ไม่คิดจะให้โอกาสเขาได้พักหายใจเลยทีเดียว บีบคั้นกดดันจนเยี่ยเฉินเฟิงต้องเรียกใช้ครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ในการจัดการกับศัตรู
แม้อานุภาพของครึ่งก้าวอำนาจกระบี่จะน่าสะพรึงกลัว แต่ในขณะเดียวกันก็เผาผลาญพลังงานไปมากเช่นกัน ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงใช้อำนาจกระบี่สังหารศัตรูติดต่อกันถึงเจ็ดคน ร่างกายของเขาก็เริ่มหมดแรงจนเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจนึก
"ข้าจะต้องทะลวงผ่านมิติชั้นที่สามของค่ายกลิญญาฟ้าแห่งนี้ออกไปให้ได้"
ด้วยเจตจำนงอันแรงกล้า เยี่ยเฉินเฟิงขบกรามแน่น ทำการจู่โจมต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง พลังแฝงของร่างกายที่อยู่ในสถานการณ์ระหว่างเป็ตายก็ค่อยๆกระตุ้นให้ออกมาทีละเล็กทีละน้อย
"พรวด!"
ในขณะที่ใช้ครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ทุบพลังสังหารปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามอยู่นั้น ร่างกายของเขาก็ได้รับาเ็อย่างสาหัส
ปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามอีกสองคนเห็นดังนั้นก็รีบฉวยโอกาส พุ่งเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องจนเขากระอักเืออกมาไม่ได้หยุดหย่อน การเคลื่อนไหวก็เริ่มเชื่องช้าลงไปด้วย
ฉกฉวยโอกาสใน่ที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังาเ็ ปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามทั้งสองคนที่มีสติปัญญาหลักแหลมก็ร่ายเคล็ดิญญาทั้งสองเคล็ดิญญาหลอมรวมกันก่อรูปเป็เงาเพลิงสายหนึ่ง พุ่งชนไปทางเยี่ยเฉินเฟิงราวกับอุกกาบาตเพลิงที่มีหางยาวเหยียด
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการผสานเคล็ดิญญาโจมตีของคนทั้งสอง เยี่ยเฉินเฟิงที่ยืนอยู่บนทางเดินหินคับแคบก็ไร้ซึ่งหนทางจะหลบหนี ทำได้เพียงอาศัยพลังที่แท้จริงตั้งรับโดยตรง
"ครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ แหลกไปซะ"
เยี่ยเฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กำกระบี่เมฆาสีชาดในมือแน่นพร้อมยกขึ้นตั้งรับ
ปรากฏเสียงกระบี่เสียดสีลมดังแสบแก้วหู อำนาจกระบี่ดุดันที่พรั่งพรูออกมาจากตัวกระบี่ ประกายกระบี่คมกริบน่ากลัวจนไม่มีใครทัดทานได้
เสียงดัง “ฉึก!”
เคล็ดิญญาที่ผสานรวมจิตอสูรของปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามทั้งสองคนถูกครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ผ่าออกเป็สองท่อน สูญสลายไปท่ามกลางความว่างเปล่า
ไม่รอให้คนทั้งสองได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง ลำแสงกระบี่แปลกประหลาดก็สว่างวาบขึ้นกลางเวหา ฟาดฟันลงไปบนศีรษะของคนทั้งสอง จบชีวิตพวกเขาลงในทันที
“ทะลวงผ่านเขตแดน”
หลังจากทุ่มแรงทั้งหมดสังหารคนทั้งสองไป เยี่ยเฉินเฟิงก็คล้ายตะเกียงที่ใกล้จะไร้น้ำมัน เห็นได้เลยว่าไม่สามารถรับมือได้ไหวแล้ว
ในยามนี้เขาไม่คิดจะปิดกั้นเขตแดนอีกต่อไป พลังิญญาที่เต็มเปี่ยมะเิออกมาอย่างฉับพลัน เติมเต็มเส้นลมปราณทั่วร่างของเขาและเข้าไปหลอมรวมกับจิตอสูรไข่โลหิตจนเป็หนึ่งเดียวกัน
ครู่ต่อมา กลิ่นอายอันทรงพลังก็ะเิออกจากร่างกายของเขา ผลักดันพลังที่แท้จริงของเขาให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนสามารถทะลวงผ่าน่คอขวดระหว่างเขตแดนได้อย่างง่ายดาย บรรลุขึ้นสู่เขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสองได้สำเร็จ
หลังจากทะลวงเขตแดนแล้ว พลังิญญาที่ใกล้จะเหือดแห้งของเยี่ยเฉินเฟิงก็ฟื้นคืนมาเกินครึ่ง พลังรบเองก็เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวเช่นกัน ปรมาจารย์อสูรมายาระดับสามไม่สามารถสร้างความคุกคามแก่เขาได้อีกแล้ว
“ฆ่า!”
เมื่อเห็นศัตรูจำนวนมากกระโจนออกมาจากลาวา เยี่ยเฉินเฟิงก็ะเิเสียงคำราม ฝ่าเท้าก้าวย่างเคลื่อนย้ายเงาพรายบุกฝ่าออกไป เข่นฆ่าสังหารอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
เวลาล่วงเลยไปอีกประมาณครึ่งค่อนชั่วโมง เยี่ยเฉินเฟิงที่ฆ่าฟันศัตรูมาตลอดทางก็ฝ่าฟันมาจนถึงสุดปลายทางของมิติชั้นที่สามได้ เขาฟาดกระบี่ทำลายการป้องกันระหว่างมิติออก แล้วพุ่งเข้าไปในมิติชั้นที่สี่ของค่ายกลิญญาฟ้า
