ระหว่างทางที่กำลังเดินกลับบ้าน ซินเยว่ก็พูดกับเสี่ยวหลานเกี่ยวกับพวกมู่เหวิน “พี่เสี่ยวหลานพอพวกเรากลับถึงบ้านแล้ว รีบเขียนจดหมายส่งไปให้ท่านน้ามู่เหวิน บอกพวกเขาออกเดินทางทันทีโดยจ้างสำนักคุ้มภัยของท่านลุงฝู และอย่าลืมกำชับท่านน้ามู่เหวินให้ไปไถ่ตัวสตรีสองคนนั้นมาด้วย ถ้าพี่ไม่อยากโดนพวกนางสาปแช่งไปตลอดชีวิตน่ะนะ” ซินเยว่มาอยู่ที่นี่อีกไม่กี่วันก็จะครบสองเดือนพอดี ส่วนมู่เหวินกับเหล่าสหายใช้เวลาเดินทางอีกเกือบเดือนกว่าจะมาถึง
“บ่าวไม่มีทางลืมพวกนางสองคนแน่เ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวหลานรีบรับคำของเ้านายตัวน้อยทันที
“วันนี้งานที่ข้า้าก็สำเร็จด้วยดี ชวนท่านตากับท่านแม่มาฉลองสักหน่อยดีกว่านะ”
“บ่าวอยากกินหม้อไฟที่คุณหนูเคยทำ และตอนหัวค่ำบ่าวกับนายหญิงขอเข้าไปดูงิ้วในมิติได้ไหมเ้าคะคุณหนู” เสี่ยวหลานรีบขออนุญาตยามที่ซินเยว่กำลังอารมณ์ดี เพราะนางกับเ้านายอย่างลี่หลินชอบดูงิ้วหรือซีรี่ย์ในมิติด้วยกันทั้งคู่
“ข้าให้ดูได้แค่เื่เดียวเท่านั้น แค่เื่เดียวกว่าจะจบก็ใช้เวลาหลายชั่วยามแล้ว”
“ขอบคุณคุณหนูที่อนุญาต คุณหนูของบ่าวน่ารักและใจดีที่สุดเ้าค่ะ”
เมื่องานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ จบลงไป ทั้งนายทั้งบ่าวก็นั่งดูซีรี่ย์ไปคุยกันไปทั้งเื่ ลี่หลินถึงกับเอ่ยปากชมตัวเอกของเื่ด้วยดวงตาเป็ประกาย “บุรุษผู้นี้หล่อเหลาถูกใจข้าจริง ๆ ในชีวิตต่อไปข้างหน้าจะได้พบเจอสักคนหรือไม่นะ”
“ถ้าหากนายหญิงชอบพระเอก งั้นบ่าวจะชอบพระรองเองเ้าค่ะ” เสี่ยวหลานก็ไม่เคยยอมน้อยหน้าผู้เป็นายเช่นกัน
“อืม แต่ว่าพระรองก็ช่างแสนดีเหลือเกิน ข้าก็ชอบเขาเหมือนกัน”
เสี่ยวหลานยังคงไหลลื่นตอบลี่หลินได้ต่อเนื่อง “งั้นบ่าวจะยกพระรองให้นายหญิงก็ได้เ้าค่ะ ส่วนตัวร้ายบ่าวจะขอรับไว้ก็แล้วกัน”
‘เฮ้ออออออ หรือนางควรงดจอทั้งสองคนดีไหมนะ’
เช้าวันต่อมาเป็วันแรกของการเปิดกิจการโรงเตี๊ยม หลังจากปรับปรุงและตกแต่งเรียบร้อยแล้ว โดยมีท่านเ้าเมืองเซี่ยและหลัวฮูหยินเป็ผู้กล่าวอวยพรก่อนเปิดป้ายโรงเตี๊ยม แขกที่มามีหลากหลายทั้งขุนนางระดับสูงของเมืองที่มาพร้อมท่านเ้าเมือง รวมถึงชาวบ้านที่มาร่วมงาน ทุกคนต่างคิดคล้ายกันว่าเื้ัของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ย่อมมีผู้หนุนหลังที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
นอกจากนี้บรรดาฮูหยินที่เป็สหายกับหลัวฮูหยินก็ล้วนแปลกใจ พวกนางไม่เจอสหายเพียงไม่ถึงเดือน แต่ทำไมความงามของสหายกลับไม่ลดลงเลย
วันนี้พวกนางรู้สึกว่าสหายช่างงดงามมากขึ้นผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง และที่สำคัญรูปร่างที่เคยอวบกลับดูเล็กลง ไหนจะชุดที่นางสวมใส่อยู่ตอนนี้ก็งดงามไม่มีที่ติ จากนั้นพวกนางก็เข้าไปรุมล้อม เพื่อสอบถามเื่ความงามและชุดที่สวมใส่
จึงได้รู้ว่าคนที่ดูแลเื่แต่งหน้าและผิวพรรณของสหายนั้นเป็ลี่หลิน พวกนางล้วนคิดในใจว่าตนจะต้องเป็คนที่ได้ลำดับต้น ๆ ในการจองตัวลี่หลินไปแต่งหน้าให้กับพวกนางบ้าง
ส่วนอาหารที่ทำออกมาในงานวันนี้ ซินเยว่ให้ทุกคนกินโดยไม่คิดเงิน ด้านห้องพักหากลูกค้าทำการจองในวันนี้ จะได้รับการลดราคาค่าห้องลงครึ่งหนึ่งทุกห้อง บรรดาลูกจ้างก็ขยันขันแข็งยกน้ำชา อาหาร ให้กับแขกที่มาอย่างกระตือรือร้น
ทุกคนล้วนเป็คนเก่าที่เคยถูกเลิกจ้าง แต่เป็เถ้าแก่เซียวที่ให้คนไปตามกลับมาทำงาน พวกเขาดีใจมากที่ได้กลับมาทำงานที่นี่อีกครั้ง ซินเยว่มองไปที่เถ้าแก่เซียวที่นั่งจิบชาพูดคุยกับสหายอย่างมีความสุข แตกต่างกับตอนที่นางเพิ่งมาถึงเป็อย่างมาก
ด้านจูจื่อฉิงกับบุตรสาวก็ได้รับความสนใจจากเหล่าสตรี ที่ได้รู้ว่าชุดที่หลัวฮูหยินสวมใส่มาในวันนี้เป็ชุดที่ตัดจากร้านของนาง เป็เพราะซินเยว่บอกหลัวฮูหยินให้บอกคนอื่นว่าชุดที่ใส่มาจากร้านใด พวกนางจึงพูดคุยกับจูจื่อฉิงและสั่งตัดชุดกันทุกคน งานนี้ได้ลูกค้าเพิ่มอีกหลายคนและรับงานกลับร้านไปหลายชุดเลยทีเดียว
ด้านนายช่างชางิเองก็ไม่น้อยหน้า ผู้คนที่ได้เห็นฝีมือการปรับปรุงโรงเตี๊ยม ต่างก็ลงชื่อจองตัวเขาล่วงหน้าข้ามปีเช่นกัน ส่วนเหอซือเฉิงกับครอบครัวนั้นสนใจเพียงอาหาร ที่แม่ครัวรังสรรค์ออกมาอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งรอบข้างล้วนไม่อยู่ในสายตา
ผู้คนที่มาร่วมงานและได้ทานอาหารวันนี้ ต่างกล่าวชื่นชมอาหารทุกรายการและชื่นชอบรสชาติของอาหารเป็อย่างมาก
“อาหารของที่นี่อร่อยมากจริง ๆ”
“ใช่ ๆ ๆ ข้าไม่เคยกินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”
“ข้าว่าอาหารของที่นี่อร่อยกว่าเหลาอาหารชื่อดังที่ข้าเคยไปกินเสียอีก”
“ข้าต้องพาครอบครัวมากินอาหารที่นี่บ่อย ๆ แล้วล่ะ”
“ข้าจะกลายมาเป็ลูกค้าประจำของที่นี่แน่นอน ฮ่า ๆ ๆ”
ขณะที่ซินเยว่กำลังนั่งฟังคำชื่นชมของแขกที่มาร่วมงาน หลัวฮูหยินก็เดินเข้ามาพูดคุยกับนางเสียก่อน
“เยว่เอ๋อร์โรงเตี๊ยมของเ้าช่างตกแต่งได้งดงามจริง ๆ ป้าชอบมาก” หลัวฮูหยินกล่าวชื่นชมกับความสามารถของซินเยว่
แม้จะเป็เด็กแต่ก็รู้จักวางตัวไม่โอ้อวดว่าตนเองเก่งกาจ เื้ัความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเป็ความคิดของซินเยว่ เพียงแต่ใช้ชื่อมารดาของตนบังหน้าเท่านั้น ยิ่งได้รู้จักนางก็ยิ่งรักซินเยว่มากขึ้นไปอีก นางจึงมีความคิดจะจองตัวเด็กน้อยคนนี้ให้บุตรชายหน้านิ่งของตน
“ข้าดีใจที่ท่านป้าชอบ แล้วรสชาติของอาหารของที่นี่เป็อย่างไร ถูกปากท่านป้าบ้างหรือไม่เ้าคะ”
“อาหารทุกอย่างรสชาติดีมาก ป้าจะต้องชวนท่านลุงของเ้ามากินอาหารที่นี่บ่อย ๆ แล้วล่ะ”
“ข้าจะรอต้อนรับท่านลุงกับท่านป้านะเ้าค่ะ” ซินเยว่ตอบรับพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ไปหนึ่งที
ภายหลังเสร็จสิ้นการเปิดกิจการ วันนี้ทุกคนทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่มาร่วมงานได้เป็อย่างดี จนได้รับคำชมมากมาย
“เฮ้อออ ในที่สุดก็ได้เวลาพักเสียที วันนี้ข้ายิ้มจนปวดแก้มไปหมดแล้ว” ซินเยว่ใช้มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างนวดแก้มวนไปมา
“แม่เองก็เดินจนเมื่อยขาเช่นกันแต่ก็มีความสุขมากกว่า”
หมับ! แค่มารดาของนางพูดว่าเมื่อยขา เสี่ยวหลานก็รีบขยับตัวเข้าไปจัดการนวดให้ทันที
“ทางด้านห้องพักเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ พี่เว่ยหมิน พี่ิฉวน” ซินเยว่ถามทั้งสองคนเพราะวันนี้มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก แต่ทั้งสองก็ต้อนรับลูกค้าด้วยความนอบน้อมและมีรอยยิ้มตลอดเวลา
“พวกข้าสองคนไม่อยากเชื่อเลยขอรับคุณหนู ว่าจะมีลูกค้าจองห้องพักล่วงหน้ายาวไปสองสามเดือนเลยขอรับ” เว่ยหมินมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเื่ห้องพักพูดด้วยความตื่นเต้น
“ในส่วนของอาหารทุกคนล้วนเอ่ยชมว่า รสชาติของอาหารอร่อยและไม่เหมือนใคร ยังมีใบชาที่คุณหนูให้มาลูกค้าก็ชอบมากเพราะเป็ชาคุณภาพดีขอรับ” ิฉวนรับผิดชอบในส่วนของร้านอาหารก็ดีใจไม่ต่างกัน
ที่สำคัญคนที่มางานวันนี้ไม่มีใครมองฝาแฝดด้วยความรังเกียจ พวกเขาสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ให้สมกับที่นางไว้วางใจในตัวพวกเขาทั้งสองคน
“แล้วท่านป้าซุนล่ะเ้าคะเหนื่อยมากหรือไม่ วันนี้ท่านทำอาหารจนแทบไม่ได้พักเลยนี่นา” แม้จะมีผู้ช่วยถึงสองคนแต่นางซุนซื่อก็เป็แม่ครัวใหญ่อยู่คนเดียว
“มีผู้ช่วยถึงสองคนป้าไม่เหนื่อยเลยเ้าค่ะ กลับกันป้ารู้สึกมีความสุขมากกว่าที่ได้ทำอาหารให้ทุกคนได้กินเ้าค่ะ” นางซุนซื่อตอบซินเยว่ที่มักจะถามนางด้วยความเป็ห่วงเสมอ
“เ้าค่ะ วันนี้ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านทุกคนมาก ที่ช่วยงานอย่างเต็มที่เช่นนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิดเ้าค่ะ” ซินเยว่เอ่ยขอบคุณทุกคนจากใจจริงที่ร่วมมือกันทำงานออกมาได้ดีไม่มีตกหล่น
ทุกคนได้ฟังก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ที่ซินเยว่คอยใส่ใจและถามไถ่พวกเขาเสมอ เื่ค่าแรงที่จ่ายเป็เงินให้พวกเขาแต่ละเดือนก็ไม่น้อยเลย เพราะทุกคนสามารถเลี้ยงดูครอบครัวของตนได้ ด้วยค่าแรงที่ซินเยว่ให้ได้อย่างสบายไม่ต้องอดกันอีกต่อไป
